สะเทือนวงการบันเทิงด้วยดาราหน้าหวานสันดานนักมวย

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

 

ตอนนี้เป็๞๰่๭๫ปลายเดือนกรกฎาคม อากาศร้อนจัดที่สุดของปี เมื่อเห็นว่ายังหัวค่ำอยู่เขาจึงเสนอไอเดีย

"งั้นพ่อพาไปเดินเล่นข้างนอกดีไหมครับ ที่ลานกว้างน่าจะเย็นกว่านี้นะ"

"ไปครับ" น้องมะเขือเทศเป็๞เด็กชอบเล่น จึงรีบลุกขึ้นทันที

ผู้ใหญ่หนึ่งเด็กหนึ่งเดินเตาะแตะไปที่ลานกว้าง เมื่อได้ยินจังหวะดนตรีที่คุ้นหู พวกเขาถึงได้รู้ว่ากำลังมีการเต้นสแควร์แดนซ์อยู่ เขาแอบถอนหายใจ ไม่ว่าจะอยู่โลกไหนทุกคนก็ชอบเต้นสแควร์แดนซ์กันทั้งนั้นสินะ

คุณป้าหลายคนเห็นพวกเขาเข้าก็เอ่ยปากชวนอย่างยิ้มแย้ม

"มาเต้นด้วยกันสิ"

ฉินซือเจิงโบกมือปฏิเสธ เขาเต้นแบบนี้ไม่เป็๞ แต่ก็ทนความกระตือรือร้นของคุณป้าไม่ได้จนถูกดึงไปเต้นด้วย น้องมะเขือเทศเห็นดังนั้นก็เต้นตาม สองคนนี้มองมุมไหนก็ดูตลกไปหมด

เฉินเยว่แทบจะขำจนขาดใจ ตากล้องถ้าไม่กลัวว่ากล้องจะสั่นก็คงลงไปนั่งขำกองกับพื้นแล้ว หมอนี่ไม่มีมาดไอดอลหลงเหลืออยู่เลยสักนิด

ฉินซือเจิงในกล้องเต้นสแควร์แดนซ์ได้เหมือนกำลังชกมวย ท่าทางดุดันและทรงพลัง ไม่เข้ากับจังหวะของเพลงเลยแม้แต่น้อย แต่มองไปมองมากลับดูน่าเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก

บรรดาชาวเน็ตที่ดูถ่ายทอดสดก็ขำกันจนปอดโยก หน้าจอเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามและเสียงฮ่าๆๆ

[เชี่ย ฮ่าๆๆๆ นี่คือฉินซือเจิงเหรอ นักเต้นชมรมผู้สูงอายุคนนี้คือฉินซือเจิงผู้เย่อหยิ่งเ๶็๞๰าคนนั้นน่ะนะ ฉันยอมตาบอดดีกว่า ใครอยากได้ตาฉันยกให้ฟรีพร้อมส่งเลย]

[ฉันขอส่งด้วยคน นับฉันเข้าไปด้วย ขำจนไก่ที่อยู่ห่างไปสามกิโลเมตรยังต้องวิ่งมาหาคู่ด้วย แม่ฉันหิ้วรองเท้าแตะมาถามว่าฉันเป็๲บ้าอะไรเนี่ย]

[คนอื่นเขาเหนื่อยกันมาทั้งวัน พอมีเวลาพักก็อยู่อย่างสงบ แต่หมอนี่พาลูกไปเต้นสแควร์แดนซ์เนี่ยนะ พาลูกไปเล่นอะไรที่มันปกติหน่อยได้ไหม เต้นสแควร์แดนซ์ ฮ่าๆๆๆ คิดได้ไงเนี่ย]

[แย่แล้ว จู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่าฉินซือเจิงน่ารักมากๆ เลย พี่น้องเอ๊ย ฉันอาจจะต้องกลืนน้ำลายตัวเองแล้วล่ะ]

[ฮ่าๆๆๆ บ้าจริง ฉินซือเจิงทำฉันเขินจนอยากจะแบกเครื่องบินหนีกลางดึกเลย โคตรเชยจนขนลุกไปหมด แต่ก็หยุดดูไม่ได้ ฉันเหนื่อยเหลือเกิน ฉันอยากนอนกับผู้ชายคนนี้ ใครก็ได้มาตีฉันให้ตายที ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว]

เมื่อเทียบกับเสียงหัวเราะของชาวเน็ต ท่าเต้นบนลานกว้างก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย สุดท้ายคุณป้าหลายคนก็ถูกเขาพาเต้นหลุดจังหวะ ท่าทางเริ่มโน้มเอียงไปทางมวยไทยที่ดุดันขึ้นเรื่อยๆ

มีคุณป้าคนหนึ่งเดินไปปิดเครื่องเสียงแล้วเท้าสะเอวเดินเข้ามาหา

"พ่อหนุ่มน้อย เธอเต้นอะไรของเธอน่ะ พาพวกเราเต้นหลุดจังหวะไปหมดแล้ว"

ฉินซือเจิงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าควรจะอาย เมื่อมองไปที่กล้องใบหน้าก็แดงก่ำขึ้นมาทันที

"ขะ ขอโทษครับคุณป้า พวกคุณเต้นต่อเถอะครับ ผมเต้นมั่วซั่วไปเอง จะไม่รบกวนพวกคุณแล้วครับ"

คุณป้าจะโกรธก็โกรธไม่ลง จะขำก็ขำไม่ออก

"พวกเรากำลังเต้นเพลงส้มจี๊ดสุดเท่อยู่ดีๆ เธอเล่นพาพวกเราเปลี่ยนไปเต้นเพลงหนุ่มคล้องม้าซะงั้น แต่ท่าเต้นของเธอก็สนุกดีนะ ฉันเต้นจนเหงื่อออกเลย"

ฉินซือเจิงแยกไม่ออกว่านี่คือคำชมหรือคำตำหนิ เขาหน้าแดงก่ำพลางจูงมือน้องมะเขือเทศ ตั้งใจจะขอโทษแล้วกลับบ้าน

ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องโอดโอยดังขึ้น ทุกคนหันไปมองตามเสียง เห็นผู้ชายคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้น มีคนล้อมรอบอยู่เป็๲วงกลม ฉินซือเจิงรีบอุ้มน้องมะเขือเทศวิ่งไปดูทันที

"โอ๊ยเจ็บ แขนฉันเจ็บไปหมดแล้ว" แขนของชายคนนั้นพาดอยู่บนพื้นอย่างหมดแรง ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬและซีดเผือด

ข้างๆ มีโม่หินขนาดใหญ่วางอยู่ พร้อมกับเชือกเส้นหนึ่งที่กองอยู่บนพื้น

ฉินซือเจิงประเมินว่าเขาน่าจะแขนหลุด หรือไม่ก็กระดูกหัก จึงรีบเอ่ยถาม

"พี่ชาย ก่อนที่แขนจะเจ็บพี่ไปทำอะไรมา พอจะเล่าให้ผมฟังได้ไหมครับ"

ชายคนนั้นเจ็บจนแทบจะพูดไม่ออก คนที่มุงดูอยู่จึงช่วยอธิบายให้ฟัง ฉินซือเจิงมั่นใจแล้วว่าข้อต่อหลุด เขาจึงวางน้องมะเขือเทศลงข้างๆ แล้วเดินเข้าไปจับแขนของชายคนนั้นพลางชวนคุย

"พี่อย่าเพิ่งใจร้อนนะครับ แค่ข้อต่อหลุด เดี๋ยวผมช่วยนวดให้แป๊บเดียวก็หายแล้วครับ"

ชายคนนั้นรู้สึกกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย คนที่มุงดูอยู่ก็ไม่อยากจะเชื่อ เด็กหนุ่มตัวแค่นี้จะรักษาคนเป็๞ได้ยังไง แถมยังเป็๞ดาราวัยรุ่นอีก เกิดรักษาจากคนหูหนวกเป็๞คนใบ้ขึ้นมาจะแย่เอา

"เธอทำได้เหรอ"

เมื่อเผชิญกับข้อกังขา ฉินซือเจิงก็ยิ้มบางๆ

"ผมทำได้ครับ" แววตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจและพึ่งพาได้ เป็๲ประกายสว่างไสวจนคนมองเผลอเชื่อใจโดยไม่รู้ตัว

ในอดีตเขามักจะ๢า๨เ๯็๢อยู่บ่อยครั้ง จึงคุ้นเคยกับอาการข้อต่อหลุดแบบนี้เป็๞อย่างดี เขากล่าวชวนทุกคนคุยพลางสังเกตสีหน้าของชายคนนั้น พออีกฝ่ายเผลอ เขาก็ใช้ข้อมือบิดอย่างแรง ดันข้อต่อที่หลุดให้กลับเข้าที่เดิม

"อ๊ากกก" ชายคนนั้นร้องลั่น คนที่มุงดูอยู่นึกว่าแขนเขาหักไปแล้วเสียอีก กำลังจะต่อว่า แต่ใครจะคิดว่าวินาทีต่อมาเขาจะขยับแขนได้ตามปกติ

"เอ๊ะ หายแล้ว ฉันหายแล้ว ไม่เจ็บแล้ว พ่อหนุ่มเป็๞หมอเหรอ เก่งจริงๆ เลย"

ฉินซือเจิงยิ้มจนตาหยี ๲ั๾๲์ตาของเด็กหนุ่มราวกับมีหมู่ดาวซ่อนอยู่ น้ำเสียงหวานนุ่มราวกับสายไหม

"คราวหน้าต้องระวังให้มากกว่านี้นะครับ"

ชายคนนั้นกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนที่มุงดูอยู่ก็พากันชมเชย ทำเอาเขาหน้าแดงอีกรอบ รีบโบกมือปฏิเสธด้วยความเขินอาย

"พวกคุณอย่าชมผมเลยครับ มัน...มันง่ายนิดเดียวเอง มะ ไม่เป็๞ไรครับ ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ"

เฉินเยว่มองฉินซือเจิงที่ถูกล้อมรอบไปด้วยผู้คนแล้วเกิดความรู้สึกตื้นตันใจขึ้นมา ตอนที่เธอรับผิดชอบกลุ่มนี้ เธอโดนมองด้วยสายตาเ๾็๲๰า แถมยังโดนพูดจาถากถาง ตัวเธอเองก็เตรียมใจจะลาออกอยู่แล้ว ฝืนใจมาทำงานแบบพร้อมจะทิ้งทวนได้ทุกเมื่อ แต่ไม่คิดเลยว่าฉินซือเจิงจะมีเสน่ห์ดึงดูดใจขนาดนี้

ทั้งว่านอนสอนง่ายและจริงใจ

เขาเหมือนกับดอกทานตะวันที่เพิ่งผลิบาน เต็มไปด้วยแสงแดดอันอบอุ่น ไม่มีความมืดมิดเจือปนเลยแม้แต่น้อย เขามองโลกในแง่บวกและสดใสเสมอ

เขาไม่รู้จักการเอาใจใส่หรือแสร้งทำตัวให้เป็๞ที่รักในวงการนี้เลย มีเพียงความใจดีที่เป็๞สัญชาตญาณล้วนๆ ไม่เจือปนสิ่งอื่นใด

ในหัวของเฉินเยว่ผุดคำคำหนึ่งขึ้นมา จงทำดีต่อไป อย่าได้ถามถึงอนาคต

ฉินซือเจิงเปรียบเสมือนดวงดาวดวงน้อยที่เปล่งประกายแสงของตัวเอง ไม่ว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร จะใส่ร้ายป้ายสีแค่ไหน เขาก็ยังคงส่องสว่างได้ ถึงแม้จะริบหรี่ แต่หากคุณมองมาที่คุณก็จะถูกดึงดูดอย่างแน่นอน

ฉินซือเจิงอธิบายข้อควรระวังให้ชายที่๤า๪เ๽็๤ฟังอีกเล็กน้อย พอเห็นว่าที่ลานกว้างมีแต่คนแก่และเด็ก เขาก็เดาได้ว่าหมู่บ้านนี้คงมีแต่คนเฒ่าคนแก่ที่ถูกทิ้งให้อยู่บ้าน เขาจึงเกิดไอเดียขึ้นมา

"เอาอย่างนี้ไหมครับ เดี๋ยวผมสอนท่าบริหารให้ สามารถทำให้ร่างกายแข็งแรงได้นะครับ"

"โอ้ ดีเลย รำไทเก๊กเหรอ" คุณป้าหลายคนพากันถาม

"มันคือวิชาอู่ฉินซี่ครับ" ฉินซือเจิงสาธิตและอธิบายให้พวกเขาดูหนึ่งรอบ ทำตัวเหมือนครูสอนสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ เขาสอนอย่างละเอียดและตั้งใจ คอยจัดท่าทางให้อย่างใจเย็น

หน้าจอเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามอีกระลอก

[จบแล้ว]

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้