แสงแดดยามสายส่องลอดหน้าต่างเข้ามาในบ้านไม้ ของพี่น้อง ลุคกับรูริ ทั้งคู่ยังคงทำกิจวัตรประจำวันเหมือนเดิม แต่ในบรรยากาศกลับมีบางอย่างแปลกออกไป
รูรินั่งบดสมุนไพรอยู่บนโต๊ะเช่นเคย แต่ท่าทางเธอไม่ค่อยตั้งใจนัก มือเล็กเผลอหยุดกลางคันเป็ระยะ ดวงตากลมโตเผลอหลุบต่ำไปเหมือนกำลังนึกถึงอะไรบางอย่างในคืนที่ผ่านมา แก้มเธอแดงระเรื่อเพียงแค่หวนคิดถึงเสียงครางของตัวเองที่เรียกชื่อชายอื่นต่อหน้าพี่ชาย
ส่วนลุคที่นั่งข้าง ๆ กำลังเหลาไม้ก็ไม่ได้ดีไปกว่าเธอ เขาขมวดคิ้วเคร่งขรึมกว่าปกติ และพยายามไม่สบตาน้องสาวนัก เพราะเพียงแค่หันไปเห็นดวงหน้าขาวใสที่ตอนนี้ยังแฝงความเขินอาย เขาก็อดนึกถึงผ้าห่มที่เปียกชุ่มกับภาพเมื่อคืนไม่ได้
ทั้งคู่จึงมีท่าทีเกร็ง ๆ เงียบกว่าปกติ แม้พยายามทำเหมือนทุกอย่างเป็เื่ธรรมดา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ตัดบรรยากาศอึดอัดทันที
เมื่อประตูเปิดออก ร่างสูงโปร่งของ นิค ปรากฏตรงนั้น เขามีรอยยิ้มเ้าเล่ห์เจือความอบอุ่นติดบนใบหน้าเหมือนเดิม มือถือห่อผ้าเล็ก ๆ เข้ามาด้วย
“อรุณสวัสดิ์ รูริ วันนี้ก็ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะ”
เขาเอ่ยทักเสียงนุ่ม สายตาจับจ้องไปยังเด็กสาวผมดำทันที
รูริสะดุ้งเล็กน้อย แก้มที่แดงอยู่แล้วกลับแดงเข้มขึ้นกว่าเดิม เธอก้มหน้ารับคำทักทายเบา ๆ
“ส…สวัสดีค่ะ คุณนิค”
ลุคที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กำด้ามมีดแน่น ความหวงและความระแวงผุดขึ้นมาอีกครั้ง แต่เขาไม่อาจพูดห้ามออกมาตรง ๆ ได้ เพียงเอ่ยเสียงเรียบ
“มีธุระอะไรแต่เช้าเหรอ”
นิคยกห่อผ้าในมือขึ้นพลางยิ้ม
“เมื่อคืนข้าลองปรุงน้ำยาใหม่ เลยอยากเอามาให้รูริลองดูน่ะ เป็สูตรที่ช่วยให้สมาธิแน่วแน่ขึ้น เหมาะสำหรับเวลาที่ต้องปรุงยาต่อเนื่อง”
เขาวางห่อนั้นตรงหน้าเธออย่างสุภาพ แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่เธอไม่ละไปไหน
รูริเงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบก้มลงรับของอย่างระมัดระวัง
“ข…ขอบคุณค่ะ คุณนิค ใจดีเหลือเกิน”
ลุคที่มองอยู่ข้าง ๆ กลับรู้สึกเหมือนมีหินก้อนใหญ่ทับอก เขารู้ดีว่านิคกำลังเข้าหาน้องสาวของเขาอย่างชัดเจน แต่เพราะอีกฝ่ายคือผู้กล้า เขาจึงได้แต่กัดฟันกลืนคำพูดลงไป
นิคยิ้มกว้างขึ้นเมื่อเห็นรอยแดงบนแก้มรูริ
“ถ้ามีเวลา ข้าอยากลองปรุงด้วยกันนะ ข้ารู้สึกว่าเราสองคนคงจะเข้าขากันได้ดีทีเดียว”
คำพูดที่ฟังดูปกติ แต่กลับมีนัยบางอย่างซ่อนอยู่ ทำเอารูริก้มหน้ามากกว่าเดิม หัวใจเธอเต้นแรงแปลก ๆ เพราะในใจลึก ๆ เธอยังไม่ทันลืมเื่เมื่อคืน เสียงครางของตัวเองที่เรียกชื่อนิคยังวนเวียนอยู่ในหู
เธอกำผ้ากันเปื้อนแน่น พยายามตอบเสียงเบา
“ถ้ามีโอกาส…รูริจะลองพิจารณาดูค่ะ”
ลุคที่ได้ยินคำตอบนั้นเหมือนถูกมีดกรีดกลางอก เขากำหมัดจนสั่น แต่ยังฝืนยิ้มจาง ๆ ออกมา
“รูริยังมีงานอีกมากนะ อย่าไปรบกวนเธอมากเลย คุณนิค”
นิคหันไปมองลุค ดวงตาเป็ประกายเล็กน้อยเหมือนจะเข้าใจบางอย่าง แต่ก็เพียงยักไหล่แล้วหัวเราะเบา ๆ
“ไม่เป็ไร ข้าไม่รีบร้อน”
จากนั้นก็หันมาพูดกับรูริอีกครั้ง
“งั้นข้าจะไม่กวนแล้ว ไว้พบกันนะ”
เมื่อเขาก้าวออกไป ความเงียบก็กลับมาในบ้านอีกครั้ง
รูริยังคงก้มหน้า มือเล็กกำขอบโต๊ะแน่น หัวใจเธอเต้นแรงไม่หยุด เหมือนร่างกายกำลังตอบสนองต่อบางสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ขณะที่ลุคก็ยืนอยู่เงียบ ๆ ข้าง ๆ แววตาเต็มไปด้วยความหึงหวงและความกังวล
ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่บรรยากาศหนักอึ้งที่คลุมอยู่ในห้องไม้เล็ก ๆ นี้ กลับสื่อชัดเจนว่า… เื่เมื่อคืนกำลังส่งผลกระทบมาถึงวันนี้แล้ว
