ชายหญิงทั้งหมดสิบสองคน ที่อยู่บนเรือช่วยกันทำความสะอาดบ้านเรือน และตัดต้นหญ้ารอบบ้าน ประมาณสี่หมู่ที่เหลือ ปล่อยให้เป็ป่าขนาดย่อมไปก่อน
“พอบ้านสะอาดพื้นที่รอบบ้านโล่งก็ดูน่าอยู่ขึ้น”
“มีใครกลับไปเฝ้าเรือหรือยัง”
“ซีห่าวกับจางจิ้ง กลับไปดูที่เรือนานแล้ว ท่านอู๋ทง”
“ดีแล้วพรุ่งนี้เราจะขนสินค้าขึ้น เอากลับไปส่งที่เมืองหยางไห่ ครึ่งหนึ่งแล้วที่เหลือส่งไปที่เมืองต้าตู”
“พวกเ้าทั้งสี่คน รอรถม้าส่งเครื่องนอน ช่วยกันเอาไปวางไว้ตามห้อง คืนนี้พวกเราจะนอนอยู่ที่นี่ก่อน ส่งคนกลับไปเฝ้าที่เรืออีกสักสองคน”
“บ้านนี้มีบ่อน้ำพวกเราทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ตักใส่ถังไว้ให้แล้ว ใครที่จะอาบน้ำก็อาบได้ ถ้าน้ำไม่พอก็เรียกข้า”หลีเหว่ยชายหนุ่มวัยยี่สิบผู้มีพลังธาตุน้ำ
ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จแล้ว
บ้านมีสามห้องนอน ผู้หญิงรวมกันหนึ่งห้องใหญ่ ผู้ชายแบ่งเป็สองห้อง พวกเขาที่เคยใช้ชีวิต ส่วนมากนอนอยู่แต่บนเรือ นอนแบบไหนก็ได้ ถึงห้องจะเล็กก็ไม่ได้อึดอัด
ตกดึกคืนนั้น! ผู้คนกำลังหลับสนิท หลังจากทำงานหนักมาทั้งวัน
“อ๊อคคค กรี๊ดดด ครืดคราด!!”
ด้วยเสียงอันดัง ในยามดึกทำให้ทุกคนที่นอนหลับ ใลุกขึ้นมานั่งในความมืด คนที่ได้ยินเื่ราวมาบางอย่างมา คือทั้งสามคนที่ติดต่อซื้อบ้าน
“เสียงมาแล้ว! มันมาจริงเหมือนที่ชาวบ้านพูดไว้เลย”ซิ่วอิงพูดพร้อมกับะโกอดเพื่อน ที่นอนอยู่ข้างกัน อย่างเจียวจู
“เกิดอะไรขึ้นเสียงมาจากไหน ทุกคนจุดไฟขึ้นเดี๋ยวนี้”เสียงอู๋ทงดังขึ้น
ไฟในบ้านสว่างไสว ต่างฟังที่มาของเสียง ที่ขาดหายเป็่ แต่ทุกคนก็หาไม่เจอว่าเสียงนั้นมาจากที่ไหน
“ซิ่วอิงเสียงที่ดังขึ้นนี้ ชาวบ้านก็รู้อย่างนั้นหรือ ช่างน่ากลัวเสียจริง”
“ก็ใช่น่ะสิ ท่านอู๋ทงจะให้ข้าอยู่กับคุณหนูเฟยหย่าที่นี่ เห็นทีข้าคงจะอยู่ไม่ได้แล้ว เ้ามาอยู่แทนข้าเถอะ”
“ได้ยังไงกันเ้ายังอยู่ไม่ได้ จะให้ข้าอยู่ได้ยังไง”ทั้งสองคนแอบกระซิบกระชากกัน ไม่กล้าลุกออกจากเตียงนอน
‘เสียงเหมือนคนถูกทรมาน ไม่สิเสียงดังขนาดนี้ต้องไม่ใช่มนุษย์ แล้วเสียงทำไมถึงดังตอนกลางคืนด้วยล่ะ’เด็กหญิงก็นั่งอยู่บนเตียง ใช้แต่หูฟังที่มาของเสียงเท่านั้น
คืนนั้นไม่มีใครได้นอนต่ออีกเลย เพราะเสียงดังมาก แม้จะใช้เศษผ้ามาอบที่หู เสียงก็ยังหลุดรอดเข้าไป
“ฟ้าเริ่มสว่างแล้วพวกเรา กลับไปนอนที่เรือต่อกันเถอะ เดี๋ยวตอนสายต้องขนของขึ้นเรืออีก ไม่รู้เสียงอะไรมันดังมาก หาที่มาของเสียงก็ไม่ได้”
“เฟยหย่า แบบนี้เ้าจะนอนได้หรือ มีเสียงรบกวนอยู่ตลอดแบบนี้ หรือว่าเ้าจะไปเช่าโรงเตี๊ยมนอนก่อน”
“ท่านลุงข้าอยู่ได้เ้าค่ะ ถ้าเสียงมาตอนกลางคืน ข้าก็นอนกลางวัน ครึ่งเช้าไปคัดลอกตำรา แค่นี้ก็อยู่ได้แล้ว ดีซะอีกกลางคืน ข้าจะได้มีเพื่อนไม่เงียบเหงา”
“แต่เสียงมันรบกวนหูแบบนี้ก็ไม่ดีน่ะ เห็นชาวบ้านบอกได้ยินมานานแล้ว ั้แ่สร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมา แต่เสียงที่ดังเมื่อคืน ไม่ได้ดังมาจากบนบ้านแน่นอน แต่มันดังมาจากตรงไหนกัน”
“นายท่าน ข้าอยู่ที่นี่ไม่ได้เ้าค่ะ ให้ข้าไปอยู่บนเรือเถอะ”ซิ่วอิงพูดด้วยเสียงอันสั่นเครือ
“แล้วใครจะอยู่ช่วยเฟยหย่า ซักผ้าทำกับข้าวกันล่ะ”
“ท่านลุงเ้าคะในเมืองนี้ พวกเขามีตลาดซื้อขายทาสไหม”
“เ้าจะใช้ทาสมาทำกับข้าวซักผ้าแทนอย่างนั้นหรือ พวกเขาจะทนอยู่ได้ไหม ถ้าเจอเสียงแบบนี้เข้า”
“ต้องให้ปรับเวลา กลางคืนไม่นอน นอนกลางวันหรือหาคนที่หูหนวก พอจะมีไหมเ้าคะ”
“่สายให้ป้าลี่จัง ไปส่งซื้อทาสก็แล้วกัน ลุงต้องยุ่งกับการขนของขึ้นเรือ นัดกับลูกค้าไว้หมดแล้ว”
“ข้าไปได้เ้าค่ะท่านลุงไม่ต้องเป็ห่วง วันนี้ต้องไปคัดลอกตำราเป็วันแรกด้วย”
เฟยหย่าไปหาซื้อทาส ตามโรงขายทาส แต่พอรู้ว่าจะไปอยู่ที่บ้านเนินเขา ไม่มีใครอยากไป พวกเขายอมอยู่ในโรงขายทาสต่อ
“ถ้าไม่มีก็ไม่เป็ไร เสื้อผ้าข้าซักเองได้ กับข้าวก็ซื้อกินข้างนอกก่อนเข้าบ้านก็หมดเื่ ป้าลี่จังกลับเถอะท่านต้องไปเตรียมซื้ออาหารสด ไปทำกับข้าวบนเรืออีก ข้าเองต้องไปคัดลอกหนังสือแล้ว”
เฟยหย่าแยกตัวออกมา และเข้าร้านขายเครื่องเขียน ซื้อกระดาษหมึกพู่กันเพื่อไปคัดลอกตำรา
“ท่านปู่ไป๋ฟู่ ข้ามาคัดลอกหนังสือเ้าค่ะ”
“เ้ามาแล้วหรือเด็กน้อย เอาตำราไปนั่งคัดลอกอยู่ห้องข้างๆนี้ จะได้มีสมาธิไม่มีเสียงรบกวน”ไป๋ฟู่หยิบหนังสือยื่นให้เด็กน้อย พลางซี้ไปห้องด้านข้าง เขาสั่งให้พ่อบ้านยกขนมและน้ำชาไปให้ด้วย
‘ผู้เฒ่าตระกูลไป๋ใจดีไม่น้อย ให้คัดหนังสือฟรีแถมยังมีขนมกับน้ำชา ให้กินอีกด้วย’
‘ก่อนจะจดขออ่านก่อนสักรอบหนึ่งก็แล้วกัน’เฟยหย่านั่งอ่าน มาได้จนถึงตอนสุดท้ายของเล่น
‘เคล็ดลับ การนำพลังธาตุในตัวมาใช้ให้ถูกวิธี คัดลอกส่วนนี้ไปก่อน เผื่อจำเป็ต้องใช้พลังธาตุไฟ ในตอนกลางคืน’
‘พลังธาตุที่ใช้แตกต่างจากชาวบ้านปกติ ต้องเค้นออกมาจากภายใน ประกอบกับฝึกร่างกายให้แข็งแรง จะมีผลต่อพลังธาตุ รวมถึงการโคจรพลัง’
‘แสดงว่าอันดับแรก พี่ต้องฝึกคือร่างกาย และการโคจรพลัง ก่อนที่จะไปฝึกอย่างอื่น ต้องไปค้นหาโอสถบำรุงร่างกายให้แข็งแรง’
เฟยหย่าคัดลอกตำราจนถึงเย็น เดินกลับไปที่ท่าเรือ
“เฟยหย่าเ้ามาก็ดีแล้ว พรุ่งนี้เช้าเรือจะออกจากท่า คงไม่ได้ไปหาเ้า และคืนนี้ไปนอนกับเ้าก็คงไม่ได้ เ้าอยู่คนเดียวได้แน่นะ”
“ข้าอยู่ได้เ้าค่ะ! ท่านลุงมารอบหน้ารับรองว่าข้า ต้องเก่งขึ้นอย่างแน่นอน ท่านลุงไม่ต้องเป็ห่วงนะเ้าคะ ว่าใครจะเข้าไปทำร้ายข้าที่บ้าน แค่ได้ยินเสียงกับชื่อเขาก็ถอยหนีกันแล้ว”
“ท่านลุงและทุกคน ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ เดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อน ขอให้พวกท่านเดินทางโดยปลอดภัย อย่าได้เจออุปสรรคระหว่างทางนะเ้าคะ”
‘ต้องกินข้าวให้เรียบร้อยก่อนเข้าบ้าน แต่ผลไม้ที่อยู่ในแหวนมิติ กินแล้วไม่หิวข้าวแถมมีพลัง ยังมีโอสถเพิ่มพลังอีก ซื้อขนมและอาหารเก็บไว้ก่อน หิวเมื่อไหร่ค่อยเอาออกมากินก็แล้วกัน’
“แม่หนู เ้าไม่มีตำลึงเงินหรือ ถือตำลึงทองมาซื้อแบบนี้ข้าไม่มีทอน จะไปแลกตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว กลับมาร้านปิดพอดี”
“ท่านป้าเ้าคะ ถ้าอย่างนั้นจัดอาหาร พวกเนื้อแห้งทอดและขนม ที่คิดว่าอร่อยมาให้ข้าเลยเ้าค่ะ จะได้ไม่ต้องหาแลกตำลึงมาทอนข้า”
เฟยหย่าหิ้วอาหารแห้ง และขนมพะรุงพะรัง เดินเข้าบ้าน ‘มันเก็บไว้ในแหวนมิติได้ไหมนะ เหมือนกับพวกสมุนไพรและโอสถ’
‘ห้ะ!ของในมือหายไปหมดแล้ว?เข้าไปอยู่ในมิติ ใครมองเห็นบ้างนี่ ’ เฟยหย่ารีบมองซ้ายขวา ว่ามีใครอยู่แถวนี้บ้าง
‘ค่อยยังชั่ว?ไม่มีผู้ใดอยู่แถวนี้ เกือบไปแล้วไหมล่ะ’
กลับมาถึงบ้าน เฟยหย่าทบทวนวิชาแล้วนั่งโคจรพลังเป็อันดับแรก อย่างอื่นค่อยไว้ทีหลัง จนเวลาผ่านไปสองชั่วยาม ‘กินโอสถเพิ่มพลังปราณ’ หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ
‘โอ๊ยย! ทำไมถึงได้เ็ปแบบนี้ ไม่ได้ง่วงนอนเหมือนที่กินยา ลบรอยแผลหรอกหรือ ไม่มีใครอยู่ตรงนี้ด้วย’
เพื่อระงับความปวดนั่งโคจรพลัง แต่ก็ช่วยไม่ได้ สุดท้ายต้องนอนล้มกลิ้งอยู่กับพื้น ดิ้นทุรนทุรายกับพื้นจนสลบไป
“อ๊อคคค! กรี๊ดด! ครืดคราด!”
เสียงที่ดังขึ้นกลางดึกปลุกให้ เฟยหย่าตื่นขึ้นมา พร้อมกับความเ็ปที่หายไป แต่มีกินเน่าเหม็นขึ้นมาแทน
‘เฮ้อ!ความเ็ปหายไปแล้ว?นึกว่าจะไม่รอดแล้ว โอสถเสริมพลังแบบไหน ถึงได้เ็ปขนาดนี้ ต่อไปกินต้องระวังแล้ว’
‘ดึกป่านนี้ต้องไปอาบน้ำ ไม่อาบก็ไม่ได้กลิ่นเน่าเหม็น เสื้อผ้ากลายเป็คราบเมือกไปหมดแล้ว ยังดีที่มีแสงจันทร์ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เทียนวางอยู่ตรงไหนกันนะ’
‘ถ้าใช้พลังธาตุไฟได้ก็ดีสิ จะได้สร้างลูกไฟ' นางหาเทียนไม่เจออาศัยแสงจันทร์ คลำทางไปยังห้องน้ำ
‘เหมือนสายตาจะดีขึ้น ไม่ได้มืดขนาดที่จะมองไม่เห็นอะไรนี่นา’
‘อย่างเสียงที่ดังขึ้น ถ้าตั้งใจฟังให้ดีเหมือนเสียงกรีดร้อง ด้วยความเ็ป และดิ้นรนจากอะไรสักอย่างหนึ่ง’เด็กหญิงยืนคิดขณะอาบน้ำและฟังที่มาของเสียงว่าดังมาจากไหน
‘ถ้าไม่ได้ดังมาจากบนบ้าน หรือว่าดังมาจากใต้ดิน เป็ตรงไหนของูเากันล่ะเสียงดังก้องแบบนี้’
เฟยหย่ากลับมาที่ห้อง จะนั่งโคจรพลังก็ไม่ได้ เพราะเสียงดังรบกวน
“จะร้องอะไรนักหนา เงียบบ้างก็ได้ไม่เบื่อหรือยังไง รอให้ข้ามีความสามารถก่อน จะไปดูว่าเสียงร้องมาจากไหน ตอนนี้เงียบ ให้ข้ามีสมาธิเพื่อฝึกฝนวิชาก่อนได้หรือไม่”เด็กหญิงะโไปสุดเสียง แข่งกับเสียงที่ดังลั่นบริเวณ
‘มันเงียบลงแล้ว!เ้าสิ่งนี้มันฟังรู้เื่อย่างนั้นหรือ’
“ได้ถ้าเ้าเงียบ ข้าขอเวลาไม่นาน จะตามเสียงของเ้าไป”
ั้แ่คืนนั้นเป็ต้นมา ไม่มีเสียงมารบกวน ชาวบ้านที่อยู่ละแวกใกล้เคียงต่างก็ดีใจ ที่เสียงเงียบหายไป พวกเขาได้นอนหลับอย่างมีความสุข
เฟยหย่าไปคัดลอกหนังสือได้สิบห้าวัน ทุกวันกลับมาฝึกฝนที่บ้าน จนสามารถทำลูกไฟได้แล้ว พลังเพิ่มขึ้นแต่วิทยายุทธ์ ยังไม่ถึงไหน ต้องตื่นมาวิ่งตอนเช้าทุกวัน
‘วิ่งรอบบ้านไม่ได้แล้ว ต้องตัดหญ้าทำเป็ทางเดินรอบตีนเขา ต้องไปหาจ้างชาวบ้าน จะมีคนมาตัดให้ไหมนะ’
“เด็กน้อยเ้าเป็อะไรหรือ มีอะไรก็ถามได้ เห็นเ้าชะโงกหน้ามองมาหลายรอบแล้ว”
“ท่านปู่ไป๋ฟู่ คือว่าข้า้าคนงานให้ไปตัดหญ้า ที่บ้านให้เ้าค่ะ ไม่ได้ตัดทั้งหมดหรอก แค่ตัดเป็ทางเดินรอบเขา เพื่อที่จะใช้วิ่งตอนเช้าเ้าค่ะ”
“เ้าพักอยู่ที่ไหน ไม่ใช่ว่าตอนนั้นบอกจะเช่าโรงเตี๊ยมนอน”
“ทีแรกก็คิดแบบนั้นแหละเ้าค่ะ เห็นคนเดินเข้าออกมากมาย จะเช่าบ้านแต่หาเช่าไม่ได้เลยซื้อ แต่มีขายอยู่หลังเดียว คือบ้านที่อยู่บนเนินเขาแล้วมีเสียงเ้าค่ะ”
“ห้ะ!เ้าซื้อบ้านหลังที่ขึ้นชื่อว่ามีอาถรรพ์ กลางคืนไม่ได้หลับได้นอนนั่นน่ะหรือ แล้วเ้าอยู่กับใคร ทำไมถึงไม่มีคนตัดหญ้าให้”
“อยู่คนเดียวเ้าค่ะ คนที่มาด้วยกันไม่มีใครกล้าอยู่ ไปหาซื้อทาสพอรู้ว่าเป็บ้านที่อยู่เนินเขา ก็ไม่มีใครยอมมาอยู่เ้าค่ะ ข้าเลยอยู่แต่ผู้เดียว”
“ห้ะ! อยู่ผู้เดียว เ้าอยู่ไปได้ยังไงกัน นี่ก็เกือบครึ่งเดือนแล้วที่เ้ามาคัดลอกตำรา เ้าไม่ได้เป็อะไรอย่างนั้นรึ แต่่นี้ได้ข่าวว่าเสียงนั้นเงียบไปแล้วนี่ หรือว่าเป็เพราะเ้าอยู่ที่นั่น”
“เ้าค่ะเสียงมันดังมากจนข้าไม่มีสมาธิจะทำอะไร ก็เลยะโบอกเสียงที่ดังว่า ให้รอข้ามีความสามารถ ข้าจะตามที่มาของเสียง รอให้ข้าเก่งก่อน เสียงนั้นก็เลยเงียบเ้าค่ะ”
“หึ!เสียงที่ดังฟังเ้ารู้เื่ด้วยหรือ ถ้าเ้าอยู่ได้ก็ไม่มีปัญหา เดี๋ยวปู่จะหาคนไปตัดต้นไม้ให้ เ้าตั้งใจคัดลอกหนังสือไปเถอะ อีกไม่กี่วันก็ครบเดือนแล้ว ไม่อย่างนั้นเสียตำลึงในการคัดลอกนะ”
