ฉินอวี่ไม่นึกเลยว่าคนผู้นี้จะรู้จักวิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรต ยิ่งไปกว่านั้น นึกไม่ถึงว่ายังมีการเปลี่ยนแปลงพลังปราณจริง? ส่วนเื่การลอกเลียนที่ชายคนนี้พูดถึงนั้น ฉินอวี่กลับไม่เชื่อเลย
ช้าก่อน!
ไม่สิ หรือคนผู้นี้จะดูไม่ออกว่าตนเองมีวิชาปีศาจคลั่ง?
เมื่อฉินอวี่ลองนึกทบทวนให้ละเอียด แม้ว่าจู๋ฮวงจะติดตามมาอยู่ในร่างกายของตนเองเพราะผนึกฝ่ามือ แต่เขาเพิ่งจะตื่นขึ้นมาจริงๆ ก็ตอนที่ตนเองัักับแผ่นผนึก หรืออาจพูดได้ว่า... จู๋ฮวงไม่ได้เห็นการต่อสู้ระหว่างตนเองกับสวี่กวนเซิง ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าตนเองมีวิชาปีศาจคลั่ง?
ฉินอวี่ระงับความรู้สึกยินดีเอาไว้ในใจ และเริ่มประมวลความคิดอีกครั้ง วิชาปีศาจคลั่งที่เขาได้รับเป็เพียงส่วนที่ไม่สมบูรณ์เท่านั้น มีอยู่เพียงสองปริวรรต ส่วนท่อนหลังอีกสี่ปริวรรต ในชีวิตนี้จะได้มาหรือไม่ ก็คงต้องขึ้นอยู่กับโชคชะตาและวาสนา!
เมื่อฟังจากน้ำเสียงของจู๋ฮวง ดูเหมือนจะยกย่องวิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตมากยิ่งนัก เป็ไปได้ว่าในอดีตจะเคยรวบรวมวิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตมาก่อน และด้วยพละกำลังของเขาหากรวบรวมเอาไว้ได้ เกรงว่าคงมีเพียงไม่กี่คนที่จะสามารถหยุดยั้งเขาได้ ดังนั้นก็เป็ไปได้ที่จะสามารถวิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตได้อย่างครบถ้วน ถึงแม้จะทำไม่ได้ครบถ้วน ก็น่าจะรู้จักส่วนที่เหลืออีกสี่ปริวรรตแน่นอน!
แม้ว่าฉินอวี่จะมีฟ้าร้องดังอยู่ในใจ แต่เบื้องหน้าของเขากลับสงบนิ่งดั่งทะเลสาบ และพูดออกไปลอยๆ “ปีศาจคลั่งหกปริวรรตหรือ? ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย! เ้าคงไม่ได้พยายามจะหลอกข้าอีกใช่หรือไม่? จู๋ฮวง ข้าขอเตือนเ้าอีกครั้งนะ หากเ้ายังคิดปกปิดอะไรอีก ถึงเวลาที่ต้องตายอย่ามาโทษข้าแล้วกัน!”
“เ้าเด็กโง่เอ๊ย! เ้าไม่เคยได้ยินชื่อของวิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรต ก็ไม่ได้หมายความว่าวิชานี้จะไม่แข็งแกร่ง! เ้าคงไม่รู้ ว่าวิชาปีศาจคลั่งเป็หนึ่งในสามยอดทักษะยุทธ์แห่งยุคหงหวง? เ้าคงไม่รู้ ว่าข้าต้องใช้ความพยายามมากเพียงใดที่จะเปลี่ยนแปลงพลังปราณของตนเอง?” เขาแทบจะร้องไห้อย่างไม่มีน้ำตาให้กับความสงสัยของฉินอวี่ จนแทบจะกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง นี่ไม่รู้จริงๆ สินะ นึกไม่ถึงว่าจะมีคนไม่รู้จักวิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรต!
“สามยอดทักษะยุทธ์? แล้วที่เหลืออีกสองชนิดคืออะไร?” ฉินอวี่ถามอย่างมีความหมาย
“เ้าหนุ่ม นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่เ้าต้องรู้ ข้าขอถามเ้าอีกครั้ง วิชาเปลี่ยนพลังปราณนี้เ้าจะเรียนหรือไม่?” จู๋ฮวงพูดอย่างหงุดหงิด
“เ้าลองสรุปให้ข้าฟังก่อน ข้าขอลองดูก่อนค่อยว่ากัน!” ฉินอวี่ตอบไปอย่างส่งเดช
“...”
จู๋ฮวงแทบจะอยากหนีไปให้พ้นๆ ในตอนแรก เขาแทบจะต้องเสียสละชีวิตเพื่อแลกกับการเปลี่ยนพลังปราณนี้ วิชาการเปลี่ยนพลังปราณที่เขาแลกมาด้วยชีวิต กลับถูกเด็กไม่รู้อะไรคนนี้ดูแคลน?
“เ้าหนุ่ม เ้าก็รอความตายไปแล้วกัน แล้วก็อย่าได้คิดว่าจะได้วิชาเปลี่ยนพลังปราณไป!” จู๋ฮวงพูดอย่างโกรธจัด หากสอนวิชาเปลี่ยนพลังปราณใกล้เด็กคนนี้ นั่นก็เท่ากับกำลังดูถูกวิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตเป็อย่างยิ่ง
“เอาล่ะๆ ข้าไม่ควรจะพูดจากดูถูกดูแคลนวิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรต แต่เ้าต้องบอกข้ามาก่อนว่าวิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตมีที่มาอย่างไร อีกอย่าง...วิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตนี่ มีการเปลี่ยนแปลงหกแบบใช่ไหม? แต่เ้าพูดมาเพียงแค่การเปลี่ยนพลังปราณ เ้าคงไม่ได้คิดจะปกปิดเอาไว้ใช่หรือไม่?” ฉินอวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เชื่องช้า
จู๋ฮวงตกตะลึงในทันที เขานึกไม่ถึงว่าฉินอวี่จะยอมอ่อนลง ทำให้เข้ารู้สึกยินดีอย่างอธิบายไม่ถูก และพูดอย่างเ็า “การเปลี่ยนแปลงหกแบบ? เ้าฝันอยู่หรือ? ในยุคสมัยหงหวง วิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตขาดการสืบทอด เ้ายังคิดจะได้ครบทั้งหกประเภทอีกหรือ?”
“เช่นนั้นก็หมายความว่าเ้ามีอยู่แค่การเปลี่ยนแปลงพลังปราณหรือ?” ฉินอวี่กล่าว
“ใช่ นี่เป็สิ่งที่ข้าได้มาอย่างยากลำบาก!” จู๋ฮวงกล่าว
“เ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้ปกปิด แน่ใจว่ามีเพียงการเปลี่ยนแปลงพลังปราณ?” ฉินอวี่ถามอย่างไม่เชื่อ
“เ้าเด็กน้อย เ้าคิดว่าวิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตคืออะไรหรือ? นั่นเป็สามยอดทักษะยุทธ์ที่มีชื่อพอๆ กับยอดตำราทั้งสามเลยทีเดียว! เพียงแค่หนึ่งในนั้นก็นับว่าสุดยอดแล้ว! แล้วดูเ้าสิ ยังคิดที่จะได้ครบทั้งหมดอีกหรือ?”
ฉินอวี่ตกตะลึงอยู่ในใจ มีชื่อเสียงเทียบกับยอดตำราทั้งสามหรือ? จู๋ฮวงผู้นี้รวบรวมจิติญญาที่แตกสลายไว้กี่ส่วนกันแน่? จึงได้รู้จักอะไรมากมายเช่นนี้? ดูเหมือนว่าหากไม่บีบบังคับเขาก็คงไม่ยอมพูดออกมา ทันใดนั้น ฉินอวี่ก็พูดอย่างเฉยเมย “ในเมื่อเป็เช่นนี้ แล้วข้าได้ไปเพียงรูปแบบเดียวจะมีประโยชน์อะไร? ไม่ต้องเรียนหรอก!”
“เ้า...เ้า..เ้าเด็กนี่นะ วิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตเป็ความใฝ่ฝันของคนจำนวนมากมาย เ้ารู้หรือไม่ การเปลี่ยนแปลงพลังปราณจะช่วยยกระดับการฝึกฝนของเ้าให้สูงขึ้นในระยะเวลาอันสั้น อาจจะได้ถึงสิบเท่าเลยทีเดียว?” จู๋ฮวงตะคอกเสียงดัง ในตอนนี้เขาอยากจะทุบศีรษะฉินอวี่ให้แตก แล้วยัดวิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตใส่เข้าไปเสียเหลือเกิน
“ไม่เรียน นอกจากเ้าจะยอมสอนวิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตฉบับสมบูรณ์ให้ข้า ไม่เช่นนั้น หลังจากข้าได้เรียนแล้ว ก็ทำได้เพียงการเปลี่ยนแปลงแค่ด้านเดียว แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรอีกเล่า?” ฉินอวี่พูดพลางสูดอากาศเข้าไปอย่างแรง และเยาะเย้ยอยู่ในใจ ตอนนี้ยอมรับแล้วสินะ ยอมรับว่าไม่ใช่สิ่งที่ลอกเลียนมา แต่เป็วิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตของจริง?
จู๋ฮวงตกตะลึง มีการเปลี่ยนแปลงเพียงด้านเดียว จะมีประโยชน์อะไรอย่างนั้นหรือ?
เขานึกไม่ถึงว่าจะมีคนเช่นนี้อยู่บนโลก ที่กล้าพูดว่าการเปลี่ยนแปลงเพียงด้านเดียว จะมีประโยชน์อะไร...อย่างไรก็ตาม ยุคสมัยหงหวงในอดีต เพียงแต่ปริวรรตเดียว ก็ทำให้ผู้แข็งแกร่งจำนวนนับไม่ถ้วนถึงกับต่อสู้กันจนล้มหายตายจากไปเกินกว่าครึ่ง...แต่ตอนนี้ คนผู้นี้กลับดูแคลน?
“เ้าไม่เรียนใช่หรือไม่?” จู๋ฮวงกล่าวอย่างเ็า
“ไม่เรียน! หากไม่บอกข้าเื่วิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตในปริวรรตอื่นๆ ข้าก็ไม่เรียน!” ฉินอวี่กล่าวอย่างหนักแน่น
“ได้! เ้าอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน!”
จู๋ฮวงระงับความโกรธในหัวใจเอาไว้ เพื่อไม่ให้ตนเองะเิอารมณ์ออกมา เขายังเคยคิดว่าเด็กโง่คนนี้พยายามหลอกเขาอยู่หรือไม่ แต่วิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตนี้เป็ความลับของยุคหงหวง ซึ่งในยุคสมัยนี้คงมีแต่คนเก่าแก่เท่านั้นที่จะรู้จัก ไม่ต้องพูดถึงเด็กโง่ไม่รู้ความที่อวดดีคนนี้เลย
ฉินอวี่ไม่ได้รีบร้อน ได้แต่นั่งหลับตาทำสมาธิ ในความคิดของเขาเริ่มคิดหาวิธีหลอมไข่มุกอสุนีปรโลกทันที
เพียงพริบตา เวลาก็ผ่านไปสองสามวัน
จู๋ฮวงยิ่งใเป็อย่างมาก เขานึกไม่ถึงเลยว่าฉินอวี่จะไม่้าเรียนวิชาการเปลี่ยนแปลงพลังปราณจริงๆ และรู้สึกสับสนอย่างมากในหัวใจ นี่เขาเป็คนแบบไหนกัน?
ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็เพราะระงับความโกรธไว้หรือสงบลงแล้วจริงๆ ตลอดหลายวันมานี้ จู๋ฮวงนิ่งเงียบอย่างมาก ราวกับว่าได้เข้าสู่สมาธิไปจริงๆ
ครึ่งเดือนต่อมา จู่ๆ จู๋ฮวงก็พูดขึ้น “เ้าหนุ่ม เ้านี่ไม่กลัวตายเลยจริงๆ หรือกำลังคิดวางแผนเล่นงานข้า?”
หลายวันมานี้ จู่ๆ จู๋ฮวงที่นิ่งเงียบมาหลายวันก็รู้สึกขึ้นได้ ตนเองรู้สึกเหมือนกำลังถูกเล่นงานอยู่ ในตอนแรก เื่ที่เกี่ยวข้องกับผู้ไถ่โทษ ตนเองก็ได้บอกกับเด็กคนนี้ไปแล้ว และโทษฐานที่เกี่ยวข้องกับผู้ไถ่โทษ ย่อมต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เด็กคนนี้กลับไม่สนใจอะไรเลย
สิ่งนี้ทำให้จู๋ฮวงรู้สึกสงสัย ว่าคนผู้นี้ยังมีความลับที่ตนเองยังไม่รู้อีกแน่นอน ไม่เช่นนั้น เขาจะสงบนิ่งได้ขนาดนี้เชียวหรือ?
หากเป็ไปตามที่ตนเองคิด ดังนั้นแล้ว... เ้าเด็กคนนี้คงคิดวางแผนอะไรกับตนเองมาั้แ่ต้น ยั่วยุให้ตนเองโกรธ และเป้าหมายของเขา น่าจะเป็เพราะ้าวิชาเซียน ทักษะยุทธ์ขั้นสูงจำนวนมาก รวมถึงความลับมากมายจากตนเอง!
สองสามวันมานี้ จู๋ฮวงเอาแต่ครุ่นคิดเื่นี้ แต่เมื่อคิดไปคิดมา จู๋ฮวงก็รู้สึกเหมือนตนเองกำลังคิดมากเกินไป เพียงแค่เด็กขั้นกุมารทิพย์คนหนึ่งจะกล้าไม่เกรงกลัวต่อผลกรรมได้อย่างไร? แต่ถ้าไม่เช่นนั้น เหตุใดเด็กคนนี้จึงสงบนิ่งได้ขนาดนี้? หรือว่าเขาจะไม่กลัวความตายจริงๆ? แต่จากที่ได้รู้จักกันใน่หลายวันมานี้ เด็กคนนี้ไม่น่าใช่คนที่ไม่กลัวตาย?
ดังนั้น จู๋ฮวงรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติแฝงอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น ในใจของเขาก็มีบางสิ่งที่ทำให้แม้แต่เขาเองก็รู้สึกเป็เื่ไร้สาระ... นั่นก็คือ เด็กคนนี้ไม่กลัวผลกรรมเลย เด็กคนนี้... หลายวันมานี้ล้วนแต่มีเจตนาจะรับเอาเื่วิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตจากเขา หรือเด็กคนนี้จะเป็วิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตอยู่ก่อนแล้ว!
มีเพียงแบบนี้เท่านั้น เด็กคนนี้จึงสามารถนิ่งเฉยได้หลังจากได้ยินเื่ของการเปลี่ยนพลังปราณ และเลือกที่จะเมินเฉยได้
หากเป็คนอื่น หรือเป็คนในยุคหงหวง จู๋ฮวงคงจะคิดว่าตนเองกำลังถูกหลอกหรือโดนวางแผนอะไรบางอย่าง แต่เมื่อต้องเผชิญกับคนรุ่นหลังที่ไม่รู้เื่อะไร เด็กขั้นกุมารทิพย์คนหนึ่งนี้ ทำให้จู๋ฮวงไม่อาจจะเชื่อได้เลยว่าตนเองกำลังถูกเล่นงาน ดังนั้น เขาจึงคิดว่าตนเองกำลังเพ้อเจ้อไปเอง
ฉินอวี่ลืมตาทั้งสองขึ้น ในใจของเขาดูโลดเต้นอย่างมาก แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปก็รู้สึกขำขัน หากจู๋ฮวงคิดว่าตนเองกำลังวางแผนหลอกเขา ก็คงไม่กล้าจะพูดอะไรออกมา แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เชื่อ จึงได้ย้อนกลับมาถามข้า?
“ฮึ หยุดเอาเื่พวกนี้มาหลอกลวงข้าเถอะ ข้าบอกไปแล้ว หาก้าให้ข้าเรียนวิชาการเปลี่ยนพลังปราณ ก็ต้องบอกข้าเื่วิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตที่เหลืออยู่ด้วย ไม่เช่นนั้น ก็อย่าได้คิดว่าข้าจะเรียน!” ฉินอวี่พูดอย่างเยือกเย็น
เอ่อ...นี่เขากำลัง้าให้ตนเองขอร้องให้เขาเรียนการเปลี่ยนแปลงพลังปราณหรือ? เด็กที่ไม่รู้อะไรเช่นนี้...ตนเองยังจะคิดอีกหรือว่าเขากำลังวางแผนหลอกตนเอง?
จู๋ฮวงรู้สึกขำตนเอง
“ช่างมันเถอะ จะมาติดใจโกรธอะไรกับเด็กไม่รู้ความเช่นนี้? อย่างไรเขาก็มีชีวิตอยู่อีกไม่นาน ใน่ก่อนนี้ เขา้าอะไรก็ให้เขาเถอะ อย่างน้อยก็หวังว่าก่อนจะตายเขาจะช่วยให้ตนเองได้รับพลังจากแผ่นผนึกธรณี” จู๋ฮวงปลอบโยนตนเองในใจ
จากนั้นจู๋ฮวงก็พูดอย่างเรียบเฉย “ข้าไม่มีวิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตที่สมบูรณ์จริงๆ พูดอย่างไม่ปิดบังเลยนะ การเปลี่ยนแปลงพลังปราณเป็การเปลี่ยนแปลงอันดับแรกของวิชาปีศาจคลั่ง... และข้าได้มันมาอย่างยากลำบากยิ่งนัก หากเ้าไม่เชื่อ ข้าจะสาบานด้วยจิติญญาอีกก็ได้ แบบนี้เ้าจะเชื่อข้าได้หรือยัง?”
“เ้าไม่มีจริงหรือ? หรือว่า เ้าทำการซ่อนวิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตเอาไว้หมดแล้ว?” ฉินอวี่ถาม
จู๋ฮวงความโกรธที่จะกลับขึ้นมาอีกครั้ง และมีความคิดผุดขึ้นในหัวใจของเขา เด็กคนนี้ ไม่มีทางรู้จักวิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตจริงๆ หรือว่าเรียนรู้การเปลี่ยนพลังปราณมาแล้ว? ดังนั้นจึงพูดจาเช่นนี้กับตนเอง? แต่เมื่อคิดเช่นนี้ขึ้นมา จู๋ฮวงก็ละความคิดทิ้งไป หากเด็กคนนี้รู้จักวิชานี้จริง หากได้เรียนรู้การเปลี่ยนพลังปราณมาแล้วจริงๆ คงจะเป็เื่แปลก...
ทันใดนั้น จู๋ฮวงก็พูดอย่างเฉยเมย “ข้าไม่มีอะไรปิดบังเ้าทั้งนั้น แต่ข้ารู้ ว่าวิชาปีศาจคลั่งในปริวรรตอื่นๆ อยู่ที่ไหน!
หัวใจของฉินอวี่เต้นแรงขึ้นมาทันที!
