“นายน้อย ท่านประมูลสิ่งนี้มามีประโยชน์หรือ?”
“อืม”
จั๋วอวิ๋นเซียนพยักหน้า แต่มิได้อธิบายอะไรมากมาย ถึงอย่างไรกำแพงมีหูประตูมีช่อง
ผ่านไปไม่นานเมล็ดเพลิงอสูรก็ถูกหอเจินเป่าส่งมาที่ห้องหมายเลขสี่ ทั่วทั้งห้องปกคลุมไปด้วยความร้อนอย่างประหลาด อารมณ์ความรู้สึกต่างๆ พลุ่งพล่านออกมาโดยมิอาจควบคุมได้
“นี่คือเพลิงอสูรหรือ? ไม่เสียทีที่เป็เมล็ดเพลิงระดับเจ็ด เก่งกาจสมชื่อจริงๆ!”
เมื่อได้สังเกตเพลิงอสูรในระยะใกล้ ฉินตงหวู่รู้สึกจิตใจสั่นไหวจนเกือบถลำลึกลงไป
“นายน้อยระวังด้วย!”
เมื่อเห็นจั๋วอวิ๋นเซียนหยิบเมล็ดเพลิงขึ้นมา ฉินตงหวู่ก็ทนไม่ไหวะโออกไป จนมั่นใจแล้วว่าจั๋วอวิ๋นเซียนไม่เป็อะไรนางถึงได้วางใจ
เมื่อััเพลิงอสูร ความหนาวเหน็บส่งผ่านฝ่ามือเข้ากัดกร่อนแขนของจั๋วอวิ๋นเซียน…จากนั้นอารมณ์บ้าคลั่งดุร้ายพลุ่งพล่านเข้ามาในจิตใจ แฝงด้วยจิตสังหาร! ความโลภและความปรารถนา!
“ฟู่ว!”
จั๋วอวิ๋นเซียนโคจรเพลิงหยางบริสุทธิ์ไว้ที่มือ ความชั่วร้ายของเพลิงอสูรจึงค่อยๆ ถูกกำจัดออกจากร่างกาย ทำให้เขาค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลงได้
“เพลิงหยางบริสุทธิ์ ชำระสิ่งชั่วร้าย มีประโยชน์มากจริงๆ!”
เมื่อคิดได้แล้ว จั๋วอวิ๋นเซียนเก็บเพลิงอสูรเข้ากล่องไปโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า เขาแอบผ่อนลมหายใจออกมาเช่นกัน
ความจริงแล้วการประมูลเมล็ดเพลิงอสูรนี้มีความเสี่ยงในระดับหนึ่ง
ถึงแม้จั๋วอวิ๋นเซียนอยากจะใช้เพลิงอสูรเป็ิญญาหลอมจิตเพื่อบำเพ็ญเซียน แต่เขาไม่มั่นใจว่าจะกำจัดพลังปีศาจในเพลิงอสูรได้ โชคดีที่เพลิงหยางบริสุทธิ์มิได้ทำให้เขาผิดหวัง
กล่าวตามตรงแล้ว เพลิงหยางบริสุทธิ์มีระดับไม่สูงมากนัก เพราะมันกำเนิดจากการปลุกพร์ อีกทั้งยังเกิดการกลายพันธุ์ตามการวิวัฒนาการของตราประทับด้วย มันแฝงด้วยกลิ่นอายสูงส่ง พิเศษไม่ธรรมดา สามารถชำระล้างความชั่วร้าย ปีศาจมารร้ายมิอาจกล้ำกราย
เพียงแต่หากพูดถึงพลังของเปลวเพลิงแล้ว เพลิงหยางบริสุทธิ์มีระดับสูงกว่าเพลิงิญญาระดับสามเท่านั้น หากนำมาต่อสู้กับศัตรูจริงๆ คงมีประโยชน์ไม่มากนัก
……
ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ท้องนภาเริ่มมืดลง
ใจกลางเวที งานประมูลยังคงดำเนินต่อไป
จูหยวนหยวนขยับเอวที่อวบอ้วน แนะนำสินค้าชิ้นแล้วชิ้นเล่าอย่างกระตือรือร้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ท่าทางมีความสุขนั้นแพร่กระจายไปถึงทุกผู้คน
“ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านโปรดเตรียมตัว ต่อไปจะเป็การประมูลวัตถุดิบมหัศจรรย์…ทุกท่านสามารถลองทายดูได้ว่ามันคือสิ่งใด?”
เมื่อกล่าวจบจูหยวนหยวนก็เปิดกล่องสมบัติ ในนั้นมีก้อนหินสีเทาก้อนหนึ่งวางอยู่ มิใช่ทองมิใช่หยก มันมีขนาดเท่ากำปั้น มองไม่เห็นถึงความพิเศษ
“เอ๊ะ? หรือว่าจะเป็ศิลาคงิ!”
จั๋วอวิ๋นเซียนเพียงมองก็จำสินค้าประมูลได้ทันที ในกระจกแสงปรากฏคำแนะนำขึ้นมา
“แขกผู้มีเกียรติห้องหมายเลขสี่ช่างเป็ผู้มีความรู้กว้างขวางจริงๆ!”
จูหยวนหยวนกล่าวด้วยรอยยิ้มภูมิใจ “มิผิด! นี่ก็คือวัตถุดิบชั้นยอดที่สร้างช่องมิติได้ ‘ศิลาคงิ’ การสร้างถุงเก็บของต้องใช้เพียงน้อยนิด แต่ศิลาหงิก้อนใหญ่ขนาดนี้ เพียงพอให้สร้างกำไลมิติ แน่นอนว่าการหลอมกลั่นศิลาคงิ จำเป็ต้องใช้เพลิงิญญาระดับห้าขึ้นไป”
‘กำไลมิติ’ เป็สมบัติวิเศษประเภทเก็บของชนิดหนึ่ง มีสรรพคุณเหมือนกับถุงเก็บของ แต่กลับมั่นคงกว่าถุงเก็บของมากนัก อีกทั้งยังมีพื้นที่ด้านในใหญ่กว่าสิบเท่า
“ศิลาคงิก้อนหนึ่ง ราคาเริ่มต้นที่ศิลาเซียนห้าแสนก้อน”
จูหยวนหยวนเพิ่งพูดจบก็มีคนลองเสนอราคา…
“ห้าแสนหนึ่งหมื่น!”
“ห้าแสนสองหมื่น!”
“ห้าแสนห้าหมื่น!”
ราคาประมูลที่สูงมากขึ้นเรื่อยๆ ขั้วอำนาจต่างๆ จึงเริ่มร่วมประมูลด้วย แม้แต่ยอดฝีมือพเนจรก็อยู่ไม่นิ่งแล้ว
ศิลาคงิมิเพียงใช้สร้าง ‘กำไลมิติ’ เท่านั้น หากสามารถสร้างสมบัติวิเศษประเภทมิติออกมาได้ ไม่เพียงมีพลังแข็งแกร่ง ยังมีประโยชน์อย่างไม่สิ้นสุดจริงๆ
เพียงแต่ศิลาคงิก้อนใหญ่เช่นนี้ ต้องมีมูลค่าสูงมากแน่
……
จั๋วอวิ๋นเซียนครุ่นคิดเล็กน้อย จากนั้นหันไปกล่าวกับฉินตงหวู่ “พี่ฉิน รบกวนท่านช่วยข้าส่งคำพูดไปถึงใต้เท้าทั้งสามที่ห้องข้างๆ”
จากนั้นจั๋วอวิ๋นเซียนกระซิบสองสามประโยค ฉินตงหวู่พยักหน้าอย่างจริงจัง
……
ผ่านไปสักพักหนึ่ง ฉินตงหวู่กลับมาที่ห้องด้วยสีหน้ายินดี “นายน้อย พวกศิษย์พี่จี้ตอบตกลงแล้ว ท่านวางใจได้”
“ดี เช่นนั้นพวกเรามารอกันเถอะ”
จั๋วอวิ๋นเซียนพยักหน้าเล็กน้อย มิได้ประหลาดใจมากนัก เหมือนอยู่ในการคาดเดาของเขาอยู่แล้ว
……
ณ มุมห้องโถง ที่โต๊ะตัวหนึ่งมีคนนั่งสี่คน ดูค่อนข้างสามัคคีกัน
ว่านเฉินเช็ดกระบี่ในมืออย่างจริงจัง เขามิได้สนใจเื่งานประมูลแม้แต่น้อย
ดาบใหญ่เถาเหมินกำลังก้มหน้าจดบันทึก เผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมาเป็บางครั้ง สายตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
จวินซางกับจุ้ยเจียงหูนั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกัน เขานั่งดื่มสุราพลางพูดคุยเื่สมัยก่อน
ถึงแม้ศิลาคงิจะดี แต่ไม่มีประโยชน์ต่อพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาร่ำรวยสู้ขั้วอำนาจต่างๆ มิได้ จึงมิได้ร่วมการประมูลด้วย
ในเวลานี้จวินซางหันหน้ามากล่าวว่า “เ้าหนูเถาเหมิน เ้ามางานประมูลไม่ซื้อของ มาก้มหน้าเขียนอะไรกัน?”
“อย่ามาเรียกข้าว่าเ้าหนู ข้าแค่หน้าเด็กเท่านั้น”
ดาบใหญ่เถาเหมินเผยใบหน้าโมโห หากมิใช่เพราะสู้อีกฝ่ายมิได้ เขาคงลงมือจัดการอีกฝ่ายไปแล้ว
ว่านเฉินมองดาบใหญ่เถาเหมินแล้วกล่าวแทรกอย่างเ็า “เขาคิดจะจดบันทึกคนที่ซื้อสมบัติไปเมื่อครู่ทั้งหมด…”
“จดบันทึกหรือ?” จวินซางอดสงสัยมิได้ “แล้วอย่างไรต่อ?”
“แล้วอย่างไรต่อหรือ?” ว่านเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มเ็า “ก็ต้องไปปล้นพวกมันเรียงตัวอยู่แล้ว”
“……”
จวินซางกับจุ้ยเจียงหูอึ่งทึ่ง มองดาบใหญ่เถาเหมินด้วยความมึนงง
ถึงกับมีแผนการเช่นนี้ด้วย!
ถึงแม้เขาจะรู้ว่าดาบใหญ่เถาเหมินมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ในหมู่ผู้บำเพ็ญพเนจร ทว่าพวกเขาคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะชั่วร้ายถึงขั้นนี้ เข้าร่วมงามประมูลไม่ซื้อของ คิดแต่จะปล้นสิ่งของคนอื่น
“พวกเ้าจะเข้าใจอะไร!”
ดาบใหญ่เถาเหมินถลึงตาจ้องจวินซางอย่างดูแคลน กล่าวอย่างได้ใจ “แบบข้าเรียกว่ากันไว้ดีกว่าแก้ เมื่อถึงเวลาจะได้มีแบบแผน”
ดาบใหญ่เถาเหมินเว้นจังหวะพูดเล็กน้อยเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “ใช่แล้ว เ้าไป๋เฮ่อนั่นช่างมันเถอะ เกาะสามเซียนจัดการยาก อีกทั้งเพลิงอสูรปล้นมาก็ไร้ประโยชน์…ยิ่งไปกว่านั้นปล้นของจากคนธรรมดา หากคนอื่นได้ยินคงขายหน้าแย่”
พูดจามีเหตุมีผลมาก จนไม่มีใครเถียงออก
จวินซางกับจุ้ยเจียงหูเกือบสำลักสุราออกมา พวกเขาฝืนกลืนลงคออย่างยากลำบาก ทำให้พวกเขาหน้าแดงหูแดงไปหมด เกือบหายใจไม่ออก
ในที่สุดว่านเฉินก็ทนไม่ไหว “มีผู้ใดยอมจ่ายเงินหรือไม่? ข้าสามารถฆ่าเ้าหมอนี่แทนเขาได้”
“……”
ผู้คนไม่น้อยเริ่มรู้สึกใจสั่น หากสามารถกำจัดตัวร้ายอย่างดาบใหญ่เถาเหมินได้ ทั้งทะเลล่วนซิงต้องปลอดภัยขึ้นมากแน่
เพียงแต่เมื่อพวกเขาเห็นดวงตาที่ไร้เดียงสาของดาบใหญ่เถาเหมินก็อดตัวสั่นมิได้ จึงรีบก้มหน้าก้มตาทันที
ว่านเฉินเค้นเสียงด้วยความเสียดาย เขาเช็ดกระบี่ในมือตัวเองต่อไป
……
หลังจากแข่งขันกันอย่างดุเดือด สุดท้ายศิลาคงิถูกห้องหมายเลขหนึ่งประมูลไปด้วยราคาสามล้านศิลาเซียน
จากนั้นสาวใช้กระโปรงยาวคนหนึ่งนำกล่องมาที่ห้องของจั๋วอวิ๋นเซียนและวางกล่องหยกไว้ด้วยความเคารพ
“คุณชายไป๋เฮ่อ นี่คือสิ่งของที่ใต้เท้าจี้สั่งให้ข้านำมามอบให้ท่าน”
เมื่อกล่าวจบสาวใช้กระโปรงยาวถอยกลับไป
ฉินตงหวู่เดินเข้าไปเปิดกล่องหยก ด้านในนั้นก็คือศิลาคงิที่เพิ่งถูกประมูลไป
