ในหอหลิงเป่า ผีร้ายเจ็ดตนล่องลอยไม่อยู่นิ่ง ไล่ล่าฆ่าลูกศิษย์ของหอเป่าและสำนักหลิงไปทั่วทุกหนแห่ง
ใต้พระจันทร์โลหิต สตรีที่น่าหวาดกลัวที่มาจากสำนักโลหิตผู้นั้นใช้เวทลับกระตุ้นเงาโลหิตมหึมาให้กระแทกลงบนค่ายกลใหญ่ “เพลิงพิภพเผานภา” ครั้งแล้วครั้งเล่า
ผู้ที่มาร่วมงานพินิจของวิเศษเ่าั้ที่ด่าเอ็ดอึงอนู่เมื่อครู่ ต่างก็ค่อยๆ หนีเข้าไปใกล้ริมขอบภายนอกหอหลิงเป่าเช่นเดียวกับพวกอูซิ่งแห่งสำนักหลิงอวิ๋น
พวกเขาต่างก็มีความคิดไม่ต่างจากพวกอูซิ่ง หากค่ายกลใหญ่ “เพลิงพิภพเผานภา” ถูกตีแตก จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรีบหนีไปให้ได้โดยเร็วที่สุด ไม่มีทางเฝ้ารักษาอยู่ที่นี่ไปพร้อมกับหอหลิงเป่าอย่างแน่นอน
“ตามข้ามา อย่าได้พลัดหลงไปเด็ดขาด!”
อูซิ่งเดินดิ่งอยู่บนถนนกว้างขวาง ด้านหลังมีหลิวเหยี่ยน สื่ออี้ หลัวซินตามมาติดๆ พวกคนของอารามเสวียนอู้ที่มีหญิงชราเวิงเป็ผู้นำก็เดินประชิดตามพวกเขามาเช่นกัน
เนี่ยเทียน เจียงหลิงจูและเย่กูโม่ต่างก็มีสีหน้ามืดคล้ำ แอบรวบรวมพลังิญญา เตรียมพร้อมสำหรับการรับศึกทุกขณะ
“เนี่ยเทียน!”
และเวลานี้เอง ด้านหลังมีเสียงพันเทาะโดังมา เขาหันกลับไปมองก็เห็นว่าพันเทากำลังห้อตะบึงเข้ามาใกล้ด้วยดวงตาที่แดงก่ำ
อูซิ่งหันกลับไป เมื่อพบว่าเป็พันเทาลูกชายของพันเป่าก็ให้รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
“คารวะผู้าุโอู ผู้าุโเวิง!” พันเทาะโเสียงดัง กล่าว “ข้าคุ้นเคยกับทุกอย่างในหอหลิงเป่าเป็อย่างดี หากทุกท่านคิดจะหนีไป ก็ให้ข้าเป็ผู้นำทางจะดีกว่า”
อูซิ่งสีหน้ากระตุก เอ่ย “บิดาของเ้า... ก็ไม่อยากให้เ้าอยู่ต่อรึ?”
ในดวงตาของพันเทาเต็มไปด้วยความเ็ป พยักหน้าแล้วพูดว่า “เขา้าให้ข้ามีชีวิตรอดออกไปพร้อมกับพวกท่าน”
“ดี! ถ้าอย่างนั้นเ้านำทางไป!” อูซิ่งกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
เขารู้จักตัวตนของพันเทาเป็อย่างดี รู้ว่าท่านปู่ของพันเทาคือผู้าุโใหญ่สำนักหลิง อีกทั้งปีนั้นยังเป็บุคคลหลักที่ร่วมสร้างค่ายกลใหญ่ “เพลิงพิภพเผานภา” ด้วย
มีพันเทาเป็ผู้นำทาง พวกเขาไม่เพียงแต่เดินทางได้สะดวกมากขึ้นในหุบเขาของหอหลิงเป่า อีกทั้งหากหลุดพ้นไปจากหุบเขา บางทีอาจจะเจอเส้นทางใหม่ หนีพ้นการไล่ล่าจากสำนักภูตผี สำนักโลหิตไปได้อย่างปลอดภัย
หลังจากที่พันเทาได้รับการยอมรับจากอูซิ่ง จึงมาเดินอยู่หน้ากลุ่มอย่างรวดเร็ว คอยบอกทางให้กับอูซิ่งอยู่ตลอดเวลา
อูซิ่งพยักหน้าติดต่อกัน ค่อยๆ เดินออกห่างจากถนนกว้างขวางภายใต้การนำทางของเขา ไม่ได้ไปทางประตูสำนักที่อยู่ด้านนอกหอหลิงเป่า แต่กลับเดินไปทางหนึ่งในูเาสามลูก
“หากเพลิงพิภพเผานภาถูกตีแตก ูเาหินที่ดึงดูดเปลวเพลิงใต้พิภพก็อาจสูญเสียประสิทธิภาพที่เคยมีไป” พันเทาเดินพลางพูดไปด้วย “ูเาหินสามลูกนั้นด้านในล้วนว่างเปล่า มีทางหินเส้นหนึ่งที่เชื่อมต่อออกไปยังโลกภายนอก แน่นอนว่าด้านนอกก็น่าจะมีคนของสำนักภูตผีและสำนักโลหิตรออยู่ แต่ข้าเชื่อว่าผู้แข็งแกร่งของสำนักภูตผีและสำนักโลหิตทางด้านนั้นไม่น่าจะมีเยอะมากนัก”
“ทำตามที่เ้าบอก!” หญิงชราเวิงกล่าว
ในใจของพวกเขาล้วนเข้าใจดี ในเมื่อพันเทาก็อยากมีชีวิตรอดออกไป ย่อมไม่มีทางหลอกพวกเขาแน่นอน
พันเทาเติบโตมาในหอหลิงเป่าั้แ่เด็ก เขาย่อมต้องคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมทุกแห่งของที่นี่มากกว่าพวกเขาอยู่แล้ว
ดังนั้นภายใต้การนำทางของพันเทา ทุกคนจึงออกห่างจากเหล่าผู้มาเยือนที่หนีตายไปสี่ทิศทั้งที่ไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ ค่อยๆ เข้าไปใกลู้เาหินลูกหนึ่ง
“เปรี๊ยะๆ!”
เสียงปริแตกกัมปนาทพลันดังขึ้นเหนือหัวของทุกคน เนี่ยเทียนที่กำลังห้อตะบึงสุดชีวิต เงยหน้าขึ้นมอง
เขาพบว่าม่านแสงเปลวเพลิงที่ปกคลุมไปทั่วนภากาศนั้นมีมุมหนึ่งปริแตกออกเป็สีเื มือที่หนาใหญ่ของเงาโลหิตขนาดั์ที่เกิดจากการรวมตัวของพลังิญญาและแสงจันทร์สีเืโดยสตรีผู้นั้นของสำนักโลหิตสอดเข้ามาในรูโหว่สีเืนั่น แล้วพยายามฉีกกระชากออกไปสองด้านอย่างต่อเนื่อง
“เปิด!”
ท่ามกลางความว่างเปล่า สตรีสำนักโลหิตที่นั่งอยู่บนแท่นดอกบัวแสงสีเืเปล่งระยิบระยับผู้นั้นพลันแค่นเสียงขึ้นมาหนึ่งครั้ง
“เพล้ง!”
หลังจากเสียงของนางตวาดขึ้น รอยโหว่ขนาดั์ก็ถูกเงาโลหิตนั่นฉีกกระชากออก
นาทีถัดมา ผู้แข็งแกร่งของสำนักโลหิตที่สวมชุดสีเืจึงทะยานดิ่งลงมาตามช่องโหว่นั้น
“บัดซบ! ค่ายกลใหญ่เพลิงพิภพเผานภาถูกตีแตกแล้ว!”
“รีบหนีกันเถอะ!”
“ใครอยู่ต่อก็จะต้องตายไปพร้อมกับคนของหอหลิงเป่า!”
บนถนน เหล่าแขกผู้มาเยือนหนีกระเจิงกันไปสี่ทิศ โหวกเหวกด้วยความลนลานหวาดกลัว พยายามหนีออกไปจากหุบเขาด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม
ตรงทางเข้าหุบเขา เวลานี้กลับค่อยๆ มีเงาร่างมากมายเริ่มปรากฏให้เห็นเด่นชัด ผู้แข็งแกร่งของสำนักภูตผีจำนวนมากได้มารออยู่ที่ทางเข้าหุบเขานานแล้ว
“ฟิ้วๆๆ!”
และเวลานี้เอง เงาโลหิตมากมายที่ร่วงลงมาจากท้องฟ้าแยกย้ายกันออกไปแล้วเริ่มไล่ฆ่าผู้คนที่หนีกระเจิดกระเจิงทันที
ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงกลับกระโจนเข้าใส่จุดที่คนของสำนักหลิงและหอเป่ารวมตัวกันแล้วลงมือเข่นฆ่าในพริบตาเดียว
“ตูม!”
กระถางั์ทองสัมฤทธิ์ใบหนึ่งพลันลอยขึ้นกลางฟ้าด้วยฝีมือของช่างหลอมอาวุธหอเป่าคนหนึ่ง
เมื่อกระถางั์ทองสัมฤทธิ์ใบนั้นปรากฏขึ้นก็ปลดปล่อยแสงห้าสี แต่ละชั้นแสงกระเพื่อมไหว สาดส่องไปยังเงาโลหิตที่ฉีกกระชากค่ายกลเพลิงพิภพเผานภานั่น
เงาโลหิตขนาดมหึมาถูกแสงห้าสีสาดส่องจึงค่อยๆ ละลายไปทีละนิดราวกับเกล็ดหิมะ
“ผู้าุโฝางฮุย!”
“ผู้าุโฝางฮุยลงมือแล้ว!”
พวกผู้ฝึกลมปราณของหอเป่าและสำนักหลิงพอเห็นกระถางทองสัมฤทธิ์ใหญ่ั์ปรากฏขึ้นก็รู้ทันทีว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของหอหลิงป่ได้เกิดเดือดดาลแล้วจริงๆ
กระถางั์ทองสัมฤทธิ์ที่พุ่งขึ้นฟ้า บนปากกระถางมีผู้เฒ่ารูปร่างผอมเล็กคนหนึ่งยืนอยู่ ผู้เฒ่าคนนั้นใบหน้าเ็า มองสตรีสำนักโลหิตที่อยู่ใต้ดวงจันทร์สีเืนั้นด้วยสายตาเย็นเยียบ
“เพลิงพิภพรวมตัว!”
ฝางฮุยทำมุทรา เห็นเพียงว่าม่านแสงเปลวเพลิงที่แตกออกนั้นพลันกลายมาเป็สะเก็ดไฟมากมายหลายก้อน ไหลกรากเข้ามาในกระถางั์ในชั่วพริบตาเดียว
จากนั้นในกระถางั์ทองสัมฤทธิ์ก็มีรุ้งห้าสีลอยออกมามากมายกว่าเดิม
รุ้งห้าสีเ่าั้กลายมาเป็กระบี่ั์เปลวเพลิงเล่มหนาใหญ่จำนวนมาก ใช้ปราณกระบี่สะท้านฟ้าะเืดินตวัดฟันลงไปยังหญิงสาวผู้นั้น
“ฟู่ว!”
เส้นแสงสีเืแดงฉานจำนวนนับไม่ถ้วนมารวมกันจากแปดทิศ ถักทอตัดสลับแน่นขนัดอยู่ด้านหน้าหญิงสาวผู้นั้น
ไม่นานด้านหน้าหญิงสาวก็มีงวงสีเืยาวเหยียดปรากฏขึ้น งวงสีเืนั้นปกคลุมไปทั่วฟ้าดิน ดึงรั้งกระบี่ั์เปลวเพลิงหลายเล่มอย่างต่อเนื่อง
ผู้แข็งแกร่งระดับเขตลี้ลับสองคน หลังจากที่ค่ายกลเพลิงพิภพเผานภาแตกทลายออกก็เปิดศึกกันกลางอากาศทันที
เนี่ยเทียนเงยหน้ามองครั้งเดียวก็ไม่สนใจการต่อสู้กลางอากาศนั้นอีก แต่รีบติดตามพันเทาและอูซิ่งไปยังูเาลูกนั้น
“เอ๊ะ นั่นคือ...”
ระหว่างทาง อยู่ๆ เนี่ยเทียนก็อุทานขึ้นมาเบาๆ มองไปยังลานบ้านที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว
ลานบ้านนั้นอันอิ่งเคยพาเขามาในวันแรกที่มาถึงที่นี่
นั่นคือที่พักของพี่น้องอันซืออี๋!
“พี่หญิงอัน! ท่านอยู่ข้างในหรือไม่?” หลังจากที่เนี่ยเทียนเข้ามาใกล้จึงะโเสียงดัง
ในลานบ้าน อันซืออี๋และอันอิ่งที่มองการต่อสู้กลางท้องฟ้าด้วยใบหน้าราวกับขี้เถ้ามอดพลันตัวสั่นะเื
“เนี่ยเทียน! นั่นเสียงของเนี่ยเทียน!” อันอิ่งถลาออกมาจากลานบ้าน เมื่ออยู่หน้าประตูก็มองเห็นได้ทันทีว่าเนี่ยเทียนกำลังตามพวกอูซิ่งมุ่งหน้าไปยังูเาลูกหนึ่ง “ท่านพี่ นั่นคือเนี่ยเทียนและผู้าุโอูซิ่ง พวกเขากำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ อ้อ แล้วก็มีพันเทาด้วย พันเทาก็อยู่ในกลุ่มพวกเขาด้วย!”
“พันเทา...” อันซืออี๋ตะลึงไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็เข้าใจโดยพลันว่าเหตุใดพันเทาถึงปรากฏตัวอยู่ที่นี่ เหตุใดถึงได้พาพวกอูซิ่งมาทางนี้ “กลับมาเถอะ พวกเขาคิดจะใช้ช่องทางในูเาหินหนีออกไปยังโลกภายนอก พันเทาจากไป บิดาและท่านปู่ของเขายังสามารถปกป้องเขาได้ แต่พวกเราไม่ได้เป็แบบนั้น”
สีหน้านางมืดคล้ำ “อย่าให้เนี่ยเทียนมองเห็นเ้า จะได้ไม่ไปเพิ่มภาระให้กับเขา...”
“แต่เขามองเห็นข้าแล้วนี่นา” อันอิ่งกล่าว
“พี่สาวเ้าเล่า? พวกเ้ามัวยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นทำไม? รีบตามพวกเรามาสิ!” เนี่ยเทียนะโมาแต่ไกล
“ไม่ พวกเราไปไม่ได้” อันอิ่งที่ยืนอยู่หน้าประตูส่ายหัวอย่างหดหู่
“ทางนั้น!”
และเวลานี้เอง ผู้แข็งแกร่งสำนักโลหิตที่สวมชุดสีเืสามคน พอลงมาจากท้องฟ้าก็พุ่งเข้ามายังลานบ้านโดดเดี่ยวที่พวกเนี่ยเทียนและอันซืออี๋อยู่
อูซิ่งที่อยู่ด้านหน้าขบวนมองเห็นเนี่ยเทียนหยุดชะงักแล้วเอ่ยเร่งเร้าพี่น้องอันซืออี๋จึงขมวดคิ้วน้อยๆ
ทว่าประเดี๋ยวเดียวเขาก็พูดกับอันซืออี๋และอันอิ่ง “พี่น้องตระกูลอัน พวกเ้าจากไปพร้อมกับพวกเรา จะรอดออกไปได้หรือไม่ ข้าเองก็ไม่กล้ารับรอง แต่ข้ารับรองได้ว่า หลังจากนี้หอหลิงเป่าจะไม่ซักไซ้เอาความที่พวกเ้าหนีไปอย่างแน่นอน!”
อันซืออี๋ที่เดิมทีตัดสินใจกระโจนเข้าสู่ความตาย พอได้ยินอูซิ่งรับรองเช่นนี้ ดวงตาคู่งามจึงเปล่งประกายวาบ
นางรีบตัดสินใจใหม่ทันทีทันใด เอ่ยกันอันอิ่งว่า “ไปกันเถอะ มีประโยครับรองของผู้าุโอู พวกเราสามารถหนีไปพร้อมกับพวกเขาได้!”
“ใครก็ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!” ผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งของสำนักโลหิตแสยะยิ้มชั่วร้าย กลายร่างเป็แสงสีเืเข้ามาใกล้
“รนหาที่ตาย!” อูซิ่งแค่นเสียงเย็น ในแขนเสื้อข้างซ้ายของเขาพลันมีสายฟ้าสีเขียวสาดส่องออกมา
“ฟู่วๆ!”
สายฟ้าเส้นหนายาวเส้นหนึ่งบินพรวดออกมาจากปลายแขนเสื้อของเขา
สายฟ้าเส้นนั้นพอบินออกมาแล้วก็เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เดี๋ยวก็เป็เหมือนัสายฟ้า เดี๋ยวก็เป็เหมือนงูสายฟ้า ปลดปล่อยเสียงฟ้าคำรณและอานุภาพของสายฟ้าที่น่ากลัวออกมา
“อูซิ่งแห่งสำนักหลิงอวิ๋น!” คนผู้นั้นของสำนักโลหิตหนีไปด้วยความหวาดกลัว
ทว่าสายฟ้าที่มาจากปลายแขนเสื้อของอูซิ่งกลับยังไล่กวดคนผู้นั้นราวกับเงาที่ตามติด แค่ไม่กี่วินาทีก็กระแทกโครมลงบนด้านหลังของเขา
คนผู้นั้นร่วงลงมากลางอากาศ ตลอดร่างมีควันสีเขียวลอยกรุ่น คล้ายถูกสายฟ้าฟาดผ่าจนไหม้เกรียม
“อูซิ่ง! อูซิ่งอยู่ที่นี่!”
“ทุกคนรีบมาสังหารอูซิ่งแห่งสำนักหลิงอวิ๋น!”
ลูกศิษย์สำนักโลหิตอีกสองคนคำรามอย่างบ้าคลั่ง ะโเรียกให้ผู้แข็งแกร่งของสำนักโลหิตที่อยู่ใกล้เคียงตามมาสมทบ
อูซิ่งถลึงตาใส่เนี่ยเทียนหนึ่งครั้ง กล่าว “รีบไป!”
-----
