“คุณชาย?” หลี่ฉือเจินสวมเครื่องแบบสีเขียวของหมอทหาร เขาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังเ่ิูด้วยท่าทางแปลกใจ
เขาถูกส่งมาอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยชีวิตผู้คน เหล่าประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยากเหล่านี้ มีคนได้รับาเ็จำนวนมาก
“ท่านหมอหลี่?” เ่ิูยิ้ม “เดิมทีข้ามาค่ายทัพหน้าวันนี้เพื่อมาพบท่าน ใครจะรู้ว่าจะเกิดเื่เช่นนี้ขึ้นได้ ล่าช้าไปเสียแล้ว...การเชื้อเชิญไม่อาจสู้โชคชะตานำพา ท่านผู้เฒ่ามีอันใดหรือ?”
“หมอของโรงหมอฝั่งนี้ไม่เพียงพอ ข้าถึงได้มาช่วยอีกแรง” หลี่ฉือเจินจับกล่องยาหนังวัวสีดำที่เอว
อยู่กองทัพมานานครึ่งปี ด่านโยวเยี่ยนก็ยังเป็สถานที่อันแร้นแค้น หลี่ฉือเจินผิวดำลงกว่าตอนยังอยู่ที่เมืองลู่ิมาก ซูบผอมลงด้วย เขาดูมีภูมิมากขึ้น แต่สีหน้าท่าทางก็ดีไม่หยอก เ่ิูััได้ถึงเืลมของผู้เฒ่าท่านนี้ว่าสมบูรณ์พร้อมขึ้นกว่าเมื่อก่อนนัก
“อ้อ ใช่แล้ว ชิงชิงฝากข้าส่งจดหมายนี่ให้ท่าน” เ่ิูหยิบเอาม้วนจดหมายจากในย่ามสารพัดนึก มีอยู่สิบกว่าฉบับเต็มๆ
หลืฉือเจินมาที่ด่านโยวเยี่ยนด้วยคำสั่งเกณฑ์ไพร่พลธรรมดา ตอนเดินทางนั้นยังไม่ได้ตำแหน่งแน่นอน จึงไม่มีที่อยู่ปลายทางให้ส่งจดหมายหา อีกทั้งป้อมปราการทางการทหารที่สำคัญของด่านโยวเยี่ยน เมื่อมีจดหมายส่งมา ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเคร่งครัด หลี่ฉือเจินเมื่อมาถึงด่านโยวเยี่ยนแล้ว เขาเคยส่งจดหมายออกไปหลายฉบับ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด จดหมายเ่าั้ถึงไม่เคยไปถึงมือหลานสาวนามชิงชิงในเมืองลู่ิเลย
กลับกันเ่ิูนั้น เป็พลทหารถูกต้อง มีตำแหน่งแน่นอน ได้รับการรับรองั้แ่ออกจากเมืองลู่ิ ดังนั้นการจะมีหนังสือหรือจดหมายส่งไปส่งมาถือว่าเป็เื่สามัญนัก ภายหลังเมื่อชิงชิงส่งจดหมายนี้มาให้เขาที่นี่ เ่ิูจึงเพียรหาเวลาว่าง่หลังมานี้มายังค่ายทัพหน้า แล้วก็เพราะมีความขัดแย้งกับั์ใหญ่จางซาน ไม่อยากให้เื่ตกมาถึงหลี่ฉือเจิน ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงไม่คิดติดต่อกับหมอชราท่านนี้อยู่สักพัก
“ขอบคุณคุณชาย” หลี่ฉือเจินรับเอาจดหมายปึกนั้นไว้ สีหน้าแววตาตื้นตัน
“ท่านอย่าเกรงใจเลย นี่เป็เื่ที่ข้าสมควรกระทำ” คนเก่าคนแก่ ซ้ำยังเป็รุ่นพี่ เ่ิูย่อมเอ่ยต่อเขาอย่างนอบน้อม
ระหว่างที่สนทนากันอยู่นั้นเอง ก็มีคนขานชื่อหลี่ฉือเจินมาจากที่ไกลๆ เป็หมอทหารท่านหนึ่ง นักรบทัพหน้าสองสามคนดึงเอาชาวเมืองผู้รอดชีวิตออกมาจากซากบ้านเรือน แต่พวกเขาล้วนได้รับบดเจ็บทั้งสิ้น ลำพังหมอทหารผู้เดียวไม่อาจรักษาได้หมด จึงเรียกหลี่ฉือเจินให้ไปช่วยเหลือ
“คุณชายท่าน ข้าขอตัวก่อน” หลี่ฉือเจินยิ้มพลางหันหลังวิ่งไปช่วย
เ่ิูเดิมทียังอยากถามว่ายาโบราณที่หลี่ฉือเจินให้เขาตอนออกจากเมืองลู่ินั้นคืออะไร แต่ตอนนี้เหมือนจะไม่มีโอกาสได้ถามแล้ว เด็กหนุ่มจึงผัดผ่อนจะถามเอาคราวหน้าแทน
วันนี้ที่มาถึงค่ายทัพหน้า เขา้ามาเยี่ยมเยียนหลี่ฉือเจิน จากนั้นก็ไปหาแม่ทัพใหญ่ทัพหน้าหลิวสุยเฟิง แต่ตอนนี้กลับเกิดเื่ใหญ่เพียงนั้นขึ้น เทพาโยวเยี่ยนเหมือนจะได้รับาเ็ น่ากลัวว่าหลิวสุยเฟิงคงไม่มีเวลามาพบเขาแล้วกระมัง
เ่ิูคิด ครั้นจะกลับก็ไม่มีเื่เร่งร้อนอะไร สู้อยู่ช่วยคนที่นี่ไม่ดีกว่าหรือ
นึกถึงตรงนี้แล้ว เขาก็เริ่มปฏิบัติการทันที
ด้วยเหตุจากตัวตนของเ่ิู เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกจับได้ ขณะเดียวกันก็เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดเผยความสัมพันธ์ที่เขามีต่อหลี่ฉือเจิน เพราะเหตุจากจางซาน จะกลายเป็ทำความเดือดร้อนให้หลี่ฉือเจินโดยไม่จำเป็เปล่าๆ ดังนั้นเ่ิูจึงมิได้ไปช่วยทางหลี่ฉือเจิน แต่ไปอีกที่หนึ่งซึ่งห่างไปสองลี้
ในอากาศยังคงมีไอปีศาจอ่อนจางอบอวลอยู่ตามทาง
ทุกหนทุกแห่งล้วนมีแต่เสียงโอดครวญและร่ำไห้ เคล้าคลอด้วยเสียงเรียกชื่อตามหาตัวญาติพี่น้องอย่างร้อนใจ
นอกจากหน่วยบรรเทาทุกข์ของกองทัพแล้ว ประชาชนที่รอดชีวิตยังมีคนจากนอกเขตซากปรักหักพังรีบมาช่วยเหลือกัน ความสามัคคีในด่านโยวเยี่ยนเห็นเด่นเป็สง่า ความบากบั่นพากเพียรในการสร้างค่ายทัพของลู่เฉาเกอและกองทัพ เห็นผลอย่างดงาม
เ่ิูสวมอาภรณ์สีขาว ซึ่งอาบด้วยรอยเืจากปีศาจหมีอัคคีโลหิตตนนั้น ท่าทางดูน่าอนาถไม่หยอก เป็ดั่งชาวเมืองผู้ยากแค้นซึ่งรอดชีวิต
“เ้าเป็ผู้รอดชีวิตหรือ? เือาบท่วมตัว? น้องชาย เ้าเป็เช่นไรบ้าง? าแไม่สาหัสใช่ไหม?” พลทหารเล็กๆ นายหนึ่งในทัพหน้ามองเห็นเขา แล้วใกับร่างโชกเืของเ่ิู เขารีบถาม
“ไม่เป็ไร ข้ามาช่วย” เ่ิูยิ้มพลางตอบ “เืคนอื่นทั้งนั้น”
บางทีเขาอาจติดเชื้อเ่ิูที่ทั้งตัวมีแต่เืสดแต่ใบหน้ายังยิ้มแย้มมองโลกในแง่ดีก็เป็ได้ พลทหารชั้นผู้น้อยนายนั้นตบบ่าเ่ิูแล้วว่า “เด็กดีนี่ ไม่เลว เป็ชายชาตรีดี เอาอย่างนี้นะ เ้าไปช่วยทางนั้นเถอะ” พลทหารชี้คนแถวหนึ่งด้านข้าง พาเ่ิูมาถึงส่วนที่กำลังช่วยคนกลุ่มเล็กๆ อยู่ รับหน้าที่ช่วยยกเปลหามอีกทาง
เอ้อ...
เ่ิูอยากบอกเหลือเกินว่าแรงข้าเยอะ ให้ข้าช่วยมากกว่านี้เถอะ
แต่พลทหารนายนั้นรีบจนลนลาน เขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว รีบวิ่งไปทำเื่ของเขาต่อทันที
เ่ิูทำได้แค่ส่ายหน้า แล้ววิ่งเข้าไปยกเปลหามที่มีชายวัยกลางคนเืกระเซ็นห่อผ้าพันแผลยกด้านหนึ่งอยู่แล้ว ยกเปลหามขึ้นมา เริ่มส่งคนเจ็บที่หมดสติไปถึงกระโจมที่ทหารจัดการกางไว้ให้ จะมีหมอเฉพาะทางมาวินิจฉัยให้โดยเฉพาะ ขั้นตอนทุกอย่างเป็ไปอย่างมีแบบแผน อัตราศักยภาพของด่านโยวเยี่ยนแสดงออกมาอย่างงดงาม
“น้องชาย เ้าไม่เป็ไรนะ เือาบทั่วตัวเลย...” ชายที่มีผ้าพันแผลเืกระเซ็นคนนั้นถามอย่างเป็ห่วง “ครอบครัวเ้าเล่า?”
เ่ิูยืดแขนยืดขาแล้วว่า “ไม่เป็ไร เืคนอื่นทั้งนั้น ท่านอาหัวท่าน...”
ชายที่มีผ้าพันแผลส่งเสียงไม่ชอบใจทีหนึ่งแล้วว่า “แหม่ พูดๆ ไปแล้วข้านี่ก็เคราะห์ร้ายเหลือเกิน ข้ากำลังหลับสบายอยู่เลยนา บ้านดันพังลงมาเสียได้ ขื่อบ้านหล่นใส่หัวแทบแตก..”
ด่านโยวเยี่ยนมีความยุทธ์กล้าหาญอยู่แล้ว ต่อให้เป็คนธรรมดาก็ล้วนทำทุกอย่างด้วยสองมือตัวเองได้ าแหรือความเจ็บป่วยไม่ใช่เื่ใหญ่โตอะไร
เ่ิูยกเปลหามพลางฟังชายกลางคนบ่นพลาง
ความจริงแล้วความรู้สึกเช่นนี้ดีนักแล
“เร็วๆๆ ตรงนี้มีท่านปู่เจ็บหนัก พวกเ้าสองขึ้นรีบยกขึ้นไป” ทหารนายหนึ่งเร่งอยู่ไกลๆ
เ่ิูกับชายกลางคนรีบวิ่งเข้าไป
หลังยุ่งอิลุงตุงนังกันอยู่ สามสิบนาทีก็ผ่านพ้นไป
“ใต้นี้มีคนอยู่...แม่ข้ายังอยู่ใต้นี้ ขอร้องพวกท่านล่ะ ช่วยนางที นางต้องยังมีชีวิตอยู่แน่ๆ” เสียงตะเบ็งดังมาจากที่ไกลๆ อย่างฉับพลัน ชายหนุ่มที่เพิ่งฟื้นคืนสติไม่สนใจคำทัดทานของหมอ เขารีบวิ่งออกมาอย่างคลุ้มคลั่ง มาจนถึงหน้าบ้านตัวเอง ชี้ผนังหินบนพื้น ร้องขอทหารให้ช่วยชีวิต
สิ่งนี้ดึงดูดความสนใจผู้คนเป็อย่างมาก
พลทหารชั้นผู้น้อยที่จัดให้เ่ิูยกเปลหามก็เข้าไปดูด้วยเช่นกัน
เขาเคาะผนังหินอย่างรอบคอบ มือทาบบนพื้นผนัง พลังปราณกระจายออกมา ตรวจสอบครู่หนึ่ง แล้วเขาก็ส่ายหน้า ก่อนถอนหายใจแล้วเอ่ยกับชายหนุ่มผู้นั้น “ข้างใต้นั่นไม่มีคลื่นชีวิตอยู่อีกแล้ว นางคง...เฮ้อ น้องชาย ข่มความเศร้าไว้แล้วยอมรับชะตากรรมเสีย”
“ไม่ๆๆ ไม่ใช่แบบนี้ ข้าเห็นกับตาตัวเองว่าแม่ข้าถูกผนังหินนี่ทับอยู่ ท่านไม่รู้หรอก ในนั้นมีบ่อน้ำแห้งขอด ข้าเห็นแม่ข้าะโลงไปในบ่อน้ำ...นางต้องยังมีชีวิตอยู่แน่ ต้อง...แม่ข้ายังไม่ตาย...ใต้เท้า ได้โปรดเถอะ” ชายหนุ่มอธิบายอย่างบ้าคลั่ง เขาอารมณ์ขึ้นจนส่งผลไปถึงปากแผลตรงอก เืหลั่งไหลเป็สาย
“น้องชาย ก่อนอื่นอย่างเพิ่งร้อนใจ จัดการแผลเ้าให้เสร็จเสียก่อน ข้าจะช่วยเ้าคิดหาวิธีเอง” พลทหารชั้นผู้น้อยปลอบประโลมเขาอย่างเต็มที่
เ่ิูมองพลทหารนายนี้หลายครั้ง
เขาน่าจะอายุประมาณยี่สิบกว่าๆ วาจาและการกระทำดูมั่นคง สุภาพและมีมารยาท หน้าตาหมดจดหล่อเหลา มีกลิ่นอายของหนอนหนังสือ ไม่เหมือนกับทหารทั่วไปที่มักจะดูเป็นักเลงเท่าใดนัก แม้ว่าจะยุ่งมาก แต่ก็ใจเย็น ใบหน้าสงบนิ่งไม่ยุ่งเหยิง
หมอทหารมาช่วยรักษาาแของชายหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง
นักรบเกราะสองสามคนเดินเข้ามา คุยหารือกันเื่ผนังหินที่ถล่มลงมาแห่งนั้น
หลายคนะเิพลังที่แกร่งที่สุดออกมา แต่ก็ไม่อาจหยกผนังหินนั้นขึ้นได้เลย อีกทั้งยังพะวงว่าหากเื่ที่หนุ่มคนนั้นพูดคือความจริง ว่าใต้นั้นมีบ่อน้ำแห้งขอดอยู่จริงๆ และนางยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาจึงไม่อาจลงมือทำลายผนังหินให้แตกละเอียดได้ ยากลำบากไม่ใช่เบา
เ่ิูชำเลืองมอง
ผนังหินนี้หนาหนึ่งเมตร ส่วนที่พังลงบนพื้นกว้างสิบกว่าเมตร เป็สิ่งปลูกสร้างตามแบบแผนของการทหารที่ถล่มลงมา คาดเดาเอาว่าก่อนหน้านี้ตอนที่ไอปีศาจตลบฟ้า คงร่วงลงมาที่แห่งนี้ คำนวณคร่าวๆ แล้วน่าจะหนักอย่างน้อยหลายหมื่นจิน
พลทหารชั้นผู้น้อยและนักรบเกราะเ่าั้อยู่อาณาพิภพเท่านั้น อยากจะยกมันขึ้นมาคือเื่อันยากเย็น
“ให้ข้าลองเถอะ” เ่ิูเดินออกไปตัวเอง
พลทหารหนอนหนังสือมองเ่ิู เขาถามอย่างฉงน “เ้า...ได้หรือ?”
คนอื่นๆ มองเ่ิูอย่างสงสัย
เห็นเด็กหนุ่มชุดขาวอาบเืเต็มตัวผู้นี้แล้ว แม้ร่างกายจะกำยำ แต่อายุคงเด็กเกินไปกระมัง
เ่ิูคลี่ยิ้ม เขาตอบไป “ลองดูก่อนเถอะ”
เอ่ยพลางยกขอบผนังหินขึ้นมา ออกแรงน้อยๆ กล้ามเนื้อสองแขนบีบอัดขึ้นมา เขาเปล่งเสียงต่ำ พื้นดินสั่นะเืเล็กๆ ดังตึงตัง เขายกมันขึ้นในพริบตา จากนั้นจึงออกแรงขว้างผนังหินแผ่นนี้ไปไกล
พลังของเ่ิูตอนนี้ หากคิดจะยกผนังหิน ย่อมเป็เื่ง่ายดายเพียงแค่คิด
แต่ว่าวันนี้เขาไม่้าแสดงตนให้มากนัก ดังนั้นจึงแสดงท่าทีว่าลำบากสักเล็กน้อย คนอื่นเห็นก็นึกว่าเป็แรงขั้นสุดของเ่ิูแล้ว แต่ว่าก็ยังคงสร้างความตระหนกได้อยู่ดี ตอนที่ยกแผ่นหินลอยฝุ่นดินตลบนั้น เสียงร้องยินดีดังขึ้นมาเป็พรวน
ใต้ผนังหินนั้น มีบ่อน้ำแห้งขอดอยู่จริงๆ
ภายในนั้นมีเสียงอันอ่อนแรงดังมา
“นางยังมีชีวิตอยู่...ยังมีชีวิตอยู่” มีคนอุทานเสียงดัง
พลทหารกลิ่นอายหนังสือผู้นั้นฟื้นสติจากความตระหนก เขาไม่พูดอะไรให้มากความ รีบกระโจนลงบ่อน้ำนั้นไป ตอนกระโจนออกมาเขาแบกหญิงชราแก่หง่อมนางหนึ่งออกมาด้วย ศีรษะนางถูกกระทบกระทั่งไปรอยหนึ่ง นางครวญครางอย่างเ็ป...
“แม่...แม่...แม่ข้า!” ชายหนุ่มคนก่อนหน้าปรี่เข้าไปอย่างไม่ลังเล
พลทหารกลิ่นอายหนังสือวางหญิงชราลงบนพื้น เขาเอ่ยเสียงดัง “หมอทหารสวี่ รีบมาตรวจนางเร็ว อาการแม่เฒ่าค่อนข้างหนัก รีบเข้ามาช่วยคนเร็ว”
หมอทหารแซ่สวี่เองก็เป็คนหนุ่ม เขาแบกกล่องยาวิ่งมา ตรวจอาการครู่หนึ่งจึงว่า “อาการสาหัส ร่างกายแม่เฒ่าอ่อนแรงมาก ต้องรีบส่งไปรักษาในกระโจมด่วน...”
พูดไม่ทันขาดคำ
เสียงแหลมแสบแก้วหูดังมาจากด้านข้าง “หมอล่ะ? หมอไปตายอยู่ที่ไหนแล้ว? รีบเสนอหน้ามานี่ ศิษย์พี่ข้าาเ็ รีบมาจัดการเร็ว”
