“ยังจะเพื่ออะไรได้อีกเล่าเ้าคะ ก็ต้องเพื่อควบคุมตลาดและขึ้นราคาอยู่แล้ว” หลี่อันหรานหรี่ตามองไปเบื้องหน้า
หลี่อันหรานกล่าววาจาประหลาดมาั้แ่เมื่อครู่นี้แล้ว ท่านป้าหวางไม่เคยแม้แต่จะได้ยินศัพท์พวกนี้มาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะเข้าใจความหมายหรือไม่
“มันหมายความว่าอย่างไร? เขาจะทำน้ำพริกตามหรือ?” ท่านป้าหวางอดเอ่ยถามด้วยความสงสัยไม่ได้
กระนั้น หลี่อันหรานก็ไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก “ขอบคุณท่านป้าที่ช่วยเป็ธุระให้เ้าค่ะ ที่เหลือมอบให้ข้าจัดการเอง”
“ไม่เป็อะไรแล้วจริงหรือ? เช่นนั้นจะทำอย่างไรกับพริกที่เ้าต้องใช้ปีหน้า?” แม้หลี่อันหรานจะเอ่ยเช่นนั้น แต่ท่านป้าหวางยังคงกังวลใจอยู่ดี
“ข้ามีวิธีเ้าค่ะ ท่านป้าไม่ต้องเป็กังวลไป” ถึงปากจะพูดแบบนี้ แต่ในใจกลับไม่มั่นใจนัก หากมีผู้ใดเก็บพริกไปเพราะ้าเงิน เช่นนั้นนางก็แค่ต้องไปเจรจาด้วยและใช้เงินซื้อกลับมา
ทว่าอีกฝ่ายกลับเป็หนิงเชิน นี่ทำให้ปัญหายุ่งยากเล็กน้อย
หลี่อันหรานรู้มาโดยตลอดว่าเขาคิดอะไรกับนาง นอกจากนี้ครอบครัวเขาก็ไม่ขาดแคลนเงินทอง เป้าหมายในการทำแบบนี้ของเขาคงไม่ใช่เพราะเงินอย่างเดียวแน่
หลี่อันหรานเดินวนไปวนมาอยู่ภายในลานบ้านตัวเองหลังจากที่ท่านป้าหวางกลับไป ผ่านไปไม่นานนักคนงานที่จะมาทำงานใน่บ่ายก็มาถึงกันแล้ว นางจึงไปสั่งงานแล้วกลับมาครุ่นคิดเื่ของตัวเองต่อที่ลานบ้าน
แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ไม่พบทางออกสักทาง
สุดท้ายนางต้องยอมกลั้นใจไปคุยเื่นี้กับหนิงเชิน ดูว่าเขามีเงื่อนไขอะไรค่อยตัดสินใจอีกครั้ง
เมื่อตัดสินใจได้ดังนี้ก็ออกจากบ้านทันที ทว่าเพิ่งจะออกบ้านก็พบกลับเจียงเฉิงที่กลับมาจากข้างนอกพอดี
เขาเอ่ยถามนางทันที “เ้าจะไปที่ใดหรือ?”
“อ้อ ข้าจะไปธุระนิดหน่อย” หลี่อันหรานตอบอย่างขอไปที
“ตอนนี้ข้าไม่มีอะไรต้องทำ หากเ้ามีธุระ ข้าก็ไปเป็เพื่อนได้”
หลี่อันหรานขมวดคิ้ว นางลำบากใจเล็กน้อย “คือว่า… ไม่เป็ไร ข้าจัดการเองได้ เดี๋ยวเดียวก็กลับ ท่านเข้าบ้านไปก่อนเถิด” สิ้นเสียง นางก็เดินผ่านเจียงเฉิงออกไป
เจียงเฉิงมองแผ่นหลังนางพลางครุ่นคิด เขาเดินเข้าบ้านโดยไม่ได้ถามอะไร แต่แล้วเพิ่งจะนั่งลงได้ไม่นาน จังหวะที่กำลังจะช่วยงานหลี่อันหราน เขาก็พลันเหลือบไปเห็นหลี่เยวี่ยซือเดินเข้ามาจากด้านนอก
หลี่เยวี่ยซือเข้ามาแล้ว ก่อนหันไปมองทางห้องทำงานเพียงแวบหนึ่ง นางแค่นเสียงเย็นในใจเมื่อเห็นว่าที่นั่นมีคนงานถึงสิบกว่าคนกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น จากนั้นพลันปั้นหน้ายิ้มพร้อมกับเดินไปทางห้องของเจียงเฉิง
เจียงเฉิงกลับออกมาขวางไม่ให้นางเข้าห้องตัวเอง “มีธุระอันใดหรือ?”
“ไม่ได้มีธุระอันใด ข้าเพียงแต่อยากมาหาท่านพี่ฉางเ้าค่ะ” สิ้นเสียง นางก็ทำท่าจะเข้าไปในห้อง แต่กลับถูกเจียงเฉิงขวางไว้ก่อน
หลี่เยวี่ยซือเงยหน้าถามเขาอย่างกระอักกระอ่วน “อะไรกันเ้าคะ? ท่านไม่ยินดีให้ข้าเข้าไปหรือ?”
“ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน แม่นางหลี่มีอันใดก็พูดข้างนอกนี่เลยเถิด”
หลี่เยวี่ยซือหน้าบึ้งโดยพลัน ไม่ว่านางจะพยายามใกล้ชิดเจียงเฉิงอย่างไร เขาก็เ็าต่อนางเสมอมิแปรเปลี่ยน
นางหันตัวเดินกลับไปทางลานบ้าน กระนั้นก็ยังเอ่ยตัดพ้อว่า “หากชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกันจริง เช่นนั้นเื่ที่ท่านอยู่ร่วมชายคากับหลี่อันหรานจะหมายความว่าอย่างไร”
นางนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ในลานบ้านด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ครั้นเห็นเจียงเฉิงเดินตามมาจึงกล่าวอย่างเย่อหยิ่ง “แม้นท่านจะดีกับนางเพียงนี้ แต่นางอาจไม่ได้คิดแบบเดียวกันท่าน ไม่แน่ว่าตอนนี้จะลักลอบไปพบคนรักแล้ว”
เจียงเฉิงหยุดฝีเท้าโดยพลัน คิ้วสองข้างขมวดกันแน่น เขาจ้องหน้านางเขม็ง “ท่านว่ากระไรนะ?”
“ข้าบอกว่า…” หลี่เยวี่ยซือจงใจใช้เสียงดังขึ้น ดังจนบรรดาคนงานยังได้ยินแล้วพากันหันมามอง
“ยามที่ข้ามาที่นี่ ข้าเห็นหลี่อันหรานไปที่บ้านสกุลหนิง ท่านรู้จักหรือไม่? ที่นั่นเป็บ้านของหนิงเชิน ทั้งสองคนสนิทกันไม่น้อย”
เจียงเฉิงหน้าดำทะมึนโดยพลัน “ท่านบอกว่าอันหรานไปบ้านสกุลหนิง?”
“ถูกต้อง ข้าเห็นเองกับตา คิดว่าจะโกหกท่านหรืออย่างไร? หากท่านไม่เชื่อ เช่นนั้นรอนางกลับมาแล้วก็ลองถามด้วยตัวเองเถิด” เดิมทีหลี่เยวี่ยซือตั้งใจจะไปที่อื่น ทว่านางเห็นหลี่อันหรานไปหาหนิงเชินพอดี ด้วยเหตุนี้จึงเปลี่ยนใจมายุแยงให้เจียงเฉิงกับหลี่อันหรานแตกคอกันแทน
นางอยากรู้ว่า หากเจียงเฉิงรู้ว่าหลี่อันหรานเป็สตรีที่ไปลักลอบพบบุรุษอื่นแล้ว จะยังอยู่ที่นี่ต่ออีกหรือไม่
ความรู้สึกแรกที่ผุดขึ้นในใจเจียงเฉิงไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็ความสงสัย “นางไปทำอันใดที่นั่น? ไม่ใช่ว่านางกับเขา…”
เจียงเฉิงไม่ได้พูดต่อเพราะเห็นว่าหลี่เยวี่ยซือกำลังมองอยู่
แต่หลี่เยวี่ยซือต้องรู้อยู่แล้วว่าเขาคิดอะไรอยู่ เพราะนางเป็ผู้บอกเื่ระหว่างหลี่อันหรานกับหนิงเชินให้เขาฟังเอง
นางลุกขึ้นเดินไปหาเจียงเฉิง “ก่อนหน้านี้ทุกคนพูดกันว่าหลี่อันหรานถูกขืนใจ บอกว่าหนิงเชิน้าขืนใจนาง แต่ว่า… ผู้ใดจะรู้กันว่าถูกขืนใจจริงหรือว่ายินยอมกันแน่ ไม่แน่ว่าสองคนนั้นอาจยินยอมพร้อมใจกันก็ได้”
หลี่เยวี่ยซือพูดไปด้วย สังเกตสีหน้าเจียงเฉิงไปด้วย เมื่อเห็นว่าสีหน้าเขาบึ้งตึงก็ลอบยินดีในใจ
“ไม่ นางไม่ใช่คนแบบนั้น”
หลี่เยวี่ยซือถึงกับใกับคำตอบของเขา “เหตุใดท่านจึงไม่เชื่อที่ข้าพูด?”
“นางไม่มีความจำเป็ต้องโกหกข้า นอกจากนี้ หากนางกับหนิงเชินชอบพอกันจริง นั่นก็เป็เื่ระหว่างพวกเขาสองคน” แต่ทว่าเจียงเฉิงกลับเฉยเมยเกินกว่าที่หลี่เยวี่ยซือคิดไว้
“ถ้าเช่นนั้น ข้าคงยุ่งไม่เข้าเื่เอง” หลี่เยวี่ยซือได้แต่แค่นเสียงเย็นแล้วจากไปในที่สุด
แม้ปากเจียงเฉิงจะบอกว่าไม่สนใจ ทว่าใจเขากลับสนใจมาก เขาคิดมาโดยตลอดว่าจะแก้แค้นให้หลี่อันหราน แต่หากสองคนนั้นชอบพอกันอยู่แล้วจริง เช่นนั้นการทำเช่นนี้ของเขาจะไม่เท่ากับการยุ่งไม่เข้าเื่หรือ?
เมื่อลองนึกย้อนดู ยามที่เขาบอกนางว่าจะช่วยจัดการหนิงเชิน นางจะคอยปฏิเสธเื่นี้อยู่ตลอด นอกจากนี้ยังดูไม่สบอารมณ์มาก ประหนึ่งว่าไม่้าให้เขาก้าวก่ายเื่ของตัวเอง
หรือว่าเื้ัจะมีอะไรมากกว่าที่ตาเห็น?
เจียงเฉิงพลันเกิดความสงสัยในใจ
……
อีกด้านหนึ่ง หลี่อันหรานมายังบ้านของหนิงเชินแต่ถูกคนเฝ้าประตูขวางไว้ “ไปเรียกหนิงเชินออกมา ข้ามีเื่จะคุยกับเขา”
คนเฝ้าประตูรู้ว่านางเป็ผู้ใด ทุกคนต่างพูดกันว่าแผลเป็บนใบหน้านางจางลง คนเฝ้าประตูจ้องมองอย่างสนอกสนใจ
“มองอะไรของเ้า? รีบไปเรียกเขาออกมา” หลี่อันหรานหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
กระนั้น คนเฝ้าประตูกลับหัวเราะ “เ้าเป็ฝ่ายมาขอพบแท้ๆ แต่กลับต้องให้อีกฝ่ายออกมาพบเ้า คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่เพียงใดกัน?”
หลี่อันหรานเหยียดยิ้ม “ไม่ต้องให้เขาออกมาก็ได้ เ้าไปบอกเขาว่าข้า้าพบ”
คนเฝ้าประตูทำท่าจะพูดอะไรต่อ แต่แล้วหนิงเชินก็ขี่ม้ากลับมาจากด้านนอกพอดี หนิงเชินเห็นว่าหลี่อันหรานกำลังคุยกับคนเฝ้าประตูก็รีบลงจากหลังม้า
“เ้ามาทำอันใดที่นี่?”
“ข้ามีเื่จะคุยกับคุณชายหนิง” หลี่อันหรานเอ่ยตอบด้วยท่าทีสบายๆ
หนิงเชินมีสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที เขากล่าว “เชิญด้านใน”
หลี่อันหรานตามเขาเข้ามายังห้องโถง หนิงเชินนั่งลงแล้วหันไปสั่งสาวใช้ให้ชงชา ทว่าหลี่อันหรานกลับเอาแต่ยืนอยู่นอกห้องโถง สอดส่องสายตามองรอบด้าน
