ไป๋หยุนเฟยพลิกฝ่ามือขวา ก้อนหินสีขาวขนาดเท่ากำปั้นก็ปรากฏขึ้นบนมือ --- มันคือศิลาอัพเกรด
“ไอเทมพิเศษ”
“ระดับไอเทม: มนุษย์ระดับกลาง”
“คุณสมบัติธาตุ: ไม่มี”
“ผลกระทบพิเศษ 1: เพิ่มโอกาสสำเร็จในการอัพเกรดขึ้นอีก 100% ไม่สามารถทับซ้อนกับผลกระทบของไอเทมอื่นได้”
“ผลกระทบพิเศษ 2: เพิ่มโอกาสสำเร็จในการหลอมประดิษฐ์ขึ้นอีก 50% ไม่สามารถทับซ้อนกับผลกระทบของไอเทมอื่นได้”
“ไม่สามารถอัพเกรดได้”
(บันทึกเพิ่มเติมจากผู้แต่ง: ขออธิบายเพิ่มเติมส่วนนี้ว่า โอกาสสำเร็จที่เพิ่มขึ้นนี้คิดเป็เปอร์เซ็นต์จากโอกาสที่มีอยู่เดิม เช่น โอกาสสำเร็จ 10% ถ้าเพิ่มขึ้น 100% นั้น โอกาสสำเร็จก็จะเป็ 20%)
ไป๋หยุนเฟยยินดียิ่งนัก “เป็อย่างที่คิด! นี่จึงเรียกว่าเป็การยกระดับของกระบวนการอัพเกรดที่แท้จริง!!”
“ถ้าเช่นนั้น...” ไป๋หยุนเฟยนึกถึงกระถางหลอมประดิษฐ์ขึ้นมา จึงควานหาภายในแหวนช่องมิติโดยไม่รู้ตัว ด้วยความคิดที่จะนำมันออกมาเพื่อตรวจสอบดูคุณสมบัติที่จะเปลี่ยนไป
แต่ทันใดนั้นมันก็ฉุกคิดขึ้นได้ จึงกล่าวกับตนเองว่า “ข้ากลับลืมไปได้ กระถางหลอมประดิษฐ์ถูกะเิหายไปแล้ว... ถ้าเช่นนั้นคงต้องรอครั้งหน้า หลังจากขออีกใบจากท่านอาจารย์ค่อยมาตรวจสอบในภายหลัง”
“เพิ่มโอกาสสำเร็จขึ้นอีกสิบส่วน ในที่สุดก็มีตัวเลขระบุเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างแล้ว จะว่าไป หากใช้ศิลาอัพเกรดนี้ โอกาสอัพเกรดสำเร็จก็จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว... แต่ว่าก็ยังไม่อาจทราบโอกาสสำเร็จที่ชัดเจนอยู่ดี! เฮ้อ หากสามารถทราบโอกาสสำเร็จในการอัพเกรดของวัตถุแต่ละชิ้น ก็คงจะดีอย่างยิ่ง...”
“อีกอย่าง ศิลาอัพเกรดนี้สามารถใช้กับการหลอมประดิษฐ์ได้ เมื่อเป็เช่นนี้ ไม่ทราบว่าสำนักช่างประดิษฐ์จะรู้หรือไม่ว่ามีศิลาเช่นนี้อยู่ หากในสำนักช่างประดิษฐ์ก็มีศิลาอัพเกรดอยู่...”
ไป๋หยุนเฟยนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ สุดท้ายก็เก็บศิลาอัพเกรดเข้าไว้ --- มีอยู่เพียงก้อนเดียว มันย่อมไม่กล้าที่จะใช้โดยพร่ำเพรื่อ
“ถ้าเช่นนั้น...” ไป๋หยุนเฟยยกมือขึ้นนวดขมับ ก่อนจะพึมพำว่า “ยังเหลือเื่สุดท้ายอยู่อีกเื่...”
“ดาวโลก เกมส์ รถยนต์ โรงหนัง อาวุธยุทโปกรณ์... สิ่งของเหล่านี้ มีอยู่จริงหรือ? ยังมีอีกโลกที่แตกต่างจากโลกของพวกเราโดยสิ้นเชิง?” ไป๋หยุนเฟยขมวดคิ้วแแ่ ราวกับความทรงจำนั้นสร้างความเ็ปให้แก่มัน มือทั้งสองข้างของไป๋หยุนเฟยยังคงนวดขมับไม่หยุด “มันคือ... ความทรงจำของผู้อื่น?”
ในยามที่ก้าวเข้าสู่ด่านบรรพิญญา ไม่ทราบว่าเป็เพราะพลังิญญาที่เพิ่มขึ้น หรือเกิดเป็ผลกระทบมาจากกฎเกณฑ์ของโลกที่ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เศษชิ้นส่วนความทรงจำของผู้ข้ามมิติที่ถูกเก็บซ่อนในส่วนลึกของสมองซึ่งก่อนหน้านี้มันรับรู้ได้เพียงเลือนราง สุดท้ายก็หลอมรวมเข้ากับความทรงจำของไป๋หยุนเฟยอย่างสมบูรณ์ เพียงแต่ว่าชิ้นส่วนความทรงจำนั้นราวกับถูกแยกส่วนเป็่โดยไม่อาจเชื่อมโยงกันได้ทั้งหมด ทั้งยังมีสิ่งของมากมายเ่าั้ที่ไป๋หยุนเฟยไม่อาจทำความเข้าใจได้ ทุกครั้งที่นึกถึงก็ทำให้สมองของมันปั่นป่วนสับสน
หลังจากใช้เวลากว่าครึ่งชั่วยาม ในที่สุดไป๋หยุนเฟยก็สามารถเรียบเรียงแยกแยะข้อมูลที่สับสนวุ่นวายในหัวได้ มันปาดเหงื่อบนหน้าผากพร้อมกับกล่าวในใจว่า “ยามนี้ไม่ต้องสงสัยแล้วว่าเป็เื่จริงหรือไม่ ความทรงจำทั้งหมดนี้กับกระบวนการอัพเกรดล้วนเป็เช่นเดียวกัน นั่นคือทั้งคู่ไม่ได้เป็ส่วนหนึ่งของโลกนี้ และสถานการณ์ในยามนี้ก็คือ ข้าได้รับชิ้นส่วนความทรงจำบางส่วนของคนผู้หนึ่งซึ่งมาจากต่างโลก...”
“หลายสิ่งในความทรงจำนี้เป็สิ่งที่ไม่อาจทำความเข้าใจได้ ของเหล่านี้ค่อยพิจารณาในภายหลัง แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ...” ใบหน้าไป๋หยุนเฟยแปรเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมก่อนจะกล่าวกับตนเองว่า “ั้แ่ที่ข้าได้รับกระบวนการอัพเกรดไอเทมมา คำพูดและการกระทำของข้าคล้ายจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเล็กน้อย หรือจะเกิดจากอิทธิพลของความทรงจำนั้น? แล้วยามนี้ความทรงจำซึ่งไม่ใช่ของข้าเองเหล่านี้ก็ถูกหลอมรวมเข้ากับความทรงจำของข้า... จะเป็ไปได้หรือไม่ว่า...”
เพียงแค่คิดว่าตัวมันเองจะแปรเปลี่ยนไปจนไม่ใช่‘ตนเอง’อีก ร่างกายไป๋หยุนเฟยก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน ดวงตามันจู่ๆก็ฉายแววหวาดหวั่นออกมา...
ไม่ทราบว่าผ่านไปนานเท่าใด ไป๋หยุนเฟยก็สะดุ้งใจสั่นสะท้าน มันรีบโคจรพลังิญญาอย่างเร่งร้อน สมองก็แจ่มใสขึ้น ดวงตามันทอประกายแวววับ ผ่านไปครู่ใหญ่ไป๋หยุนเฟยจึงสูดลมหายใจลึกคราหนึ่งก่อนจะระบายออกอย่างแช่มช้า สุดท้ายก็หลับตาลงพร้อมกับหวนระลึกถึงเื่ราวใน่สิบแปดปีที่ผ่านมา
ไม่ทราบว่าเป็เพราะพลังิญญาที่เข้มแข็งขึ้นหรือไม่ แม้แต่ความทรงจำที่เคยเลือนรางยามนี้กลับกระจ่างชัด ทุกเื่ราวเล็กๆน้อยๆทยอยปรากฏขึ้นในห้วงความคิดทีละฉากทีละตอน
ความทรงจำก่อนวัยห้าขวบที่ช่างน้อยนิดและเลือนราง ความรักของมารดา ใบหน้าที่ประทับแจ่มชัดในความทรงจำ การอาศัยอยู่ร่วมกับท่านปู่ การใช้ชีวิตที่แม้ลำเค็ญแต่ก็อบอุ่นใจ ยามเก้าขวบที่ต้องกลายเป็เด็กกำพร้า การดิ้นรนเพื่อมีชีวิตตลอดเก้าปี...
“ต้องใช้ชีวิต... อย่างมีมโนธรรม!”
“วันหนึ่งเมื่อหยุนเฟยน้อยของมารดาเติบใหญ่จะเป็ดั่งเมฆขาวบนนภา ล่องล่อยอย่างเสรีไร้กังวล...”
……
ผ่านไปอีกพักใหญ่ ไป๋หยุนเฟยก็ลืมตาขึ้นอีกครั้งอย่างเด็ดเดี่ยว ราวกับดวงดาราบนท้องฟ้าที่ส่องประกายกระจ่างใส แววตามันมุ่งมั่น ปราศจากความสับสนหลงเหลืออยู่อีกต่อไป
“ไม่ว่าจะจริงแท้หรือพิเศษเพียงใด อย่างไรมันก็เป็ความทรงจำของผู้อื่น สำหรับตัวข้าแล้ว นี่เป็เพียงเื่ราวในตำนานที่สมจริงอย่างยิ่งเท่านั้น...” มือขวาถูกยกขึ้นตรงหน้าก่อนจะรวบกำแแ่ ไป๋หยุนเฟยกล่าวอย่างแน่วแน่ว่า “ความทรงจำของเ้า ข้าจะเก็บเอาไว้ แต่ว่า... ข้าจะไม่มีวันที่จะกลายเป็เ้า!”
“ข้าจะยังเป็ข้า…….ไป๋หยุนเฟย!!”
ความทรงจำบางส่วนที่สับสนวุ่นวายนี้ หากใส่ลงไปในสมองของคนทั่วไปแล้ว ต่อให้ไม่ถึงขั้นเกิดใหม่ในร่างผู้อื่น แต่ก็อาจทำให้สูญเสียตัวตนจากความทรงจำที่ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันนี้ได้ ทั้งยังอาจทำให้บุคลิกแบ่งแยกหรืออุปนิสัยแปรเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง แม้กระทั่งไป๋หยุนเฟยในเวลานี้ก็ยังถือว่ามีอันตรายต่อมันอย่างยิ่งเช่นกัน
แต่ว่ายังโชคดีที่ไป๋หยุนเฟยตระหนักรู้ได้รวดเร็ว และด้วยจิตใจที่มั่นคงประกอบกับเคยผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงมามากมาย ขอเพียงไป๋หยุนเฟยชัดเจนในตัวตน หลังจากนี้ก็แยกแยะความทรงจำในส่วนที่ไม่ใช่ของตนทีละเล็กทีละน้อย แล้วเปลี่ยนเป็ความรู้เพื่อซึมซับเก็บไว้ มันก็จะไม่ถูกอิทธิพลของความทรงจำผู้อื่นมาครอบงำจนกระทบจิตสำนึกของตนเองอีกต่อไป
ไป๋หยุนเฟยกลับไม่รู้ตัวว่า มันเพียงตกลงใจอย่างเด็ดเดี่ยวก็คลี่คลายวิกฤตใหญ่หลวงครั้งนี้ไปได้ ยามนี้มันกำลังค้นอ่านข้อมูลอันน่าประหลาดหลากหลายในสมองทีละเล็กทีละน้อย
“สิ่งที่เรียกว่า‘เครื่องบิน’นั้น เป็วัตถุิญญาประเภทใดกัน?! ช่างน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว! ขนาดใหญ่โตถึงเพียงนั้น ทั้งยังสามารถนำพาผู้คนมากมายบินขึ้นไปได้!” ไป๋หยุนเฟยกล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจ “ยังมีสิ่งที่เรียกว่าโทรทัศน์ที่สามารถแสดงภาพ...”
“……”
“ช่างน่าเสียดายนัก มีเพียงข้อมูลเล็กน้อยเท่านั้น หากว่าสามารถทราบวิธีหลอมประดิษฐ์สิ่งของเหล่านี้ขึ้นมาได้ ก็คงจะดีไม่น้อย!”
เนื่องเพราะเป็เพียงข้อมูลส่วนหนึ่งของความทรงจำ ดังนั้นจึงมีข้อมูลยิบย่อยหลากหลายที่กระจัดกระจายปนเป มิหนำซ้ำส่วนมากยังเป็ชิ้นส่วนที่ไม่สมบูรณ์ ทั้งยังมีบางส่วนเป็ข้อมูลเพียงผิวเผิน บางอย่างก็เป็เพียงเื่ราวในชีวิตประจำวัน หาก้าสืบค้นหาข้อมูลที่มีประโยชน์และใช้งานได้จากข้อมูลอันแปลกประหลาดกองนี้ ย่อมไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถทำได้ในเวลาสั้นๆ คงต้องใช้เวลาอีกเนิ่นนานในการคัดกรองและทำความเข้าใจไปทีละน้อย
ผ่านไปสักพัก ไป๋หยุนเฟยก็ส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะปล่อยวางความทรงจำที่แปลกประหลาดเหล่านี้ลง จากนั้นจึงแยกแยะเรียบเรียงเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นั้แ่ต้นจนจบอีกครั้ง สุดท้ายก็ผ่อนหายใจออกมายาวเหยียด
“สิ่งที่ได้รับมาในครั้งนี้ ช่างมากมายเกินคาด เกรงว่าต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งจึงจะสามารถแยกแยะซึมซับประสบการณ์ทั้งหมดได้ ั้แ่การบรรลุด่านบรรพิญญา การยกระดับของกระบวนการอัพเกรด วัตถุเชื่อมโยงชีวิต เศษชิ้นส่วนความทรงจำ... แต่หากสามารถซึมซับเื่ราวทั้งหมดได้ ความสามารถของข้าต้องเพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโแน่นอน!!”
“อีกอย่าง... ข้าถือว่าผ่าน‘การทดสอบสามเดือน’นั้นแล้วกระมัง? ในที่สุดข้าก็สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าเป็ศิษย์สายตรงแล้ว!”
