ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

    หลี่เชี่ยนเชี่ยนรู้สึกดีใจ แต่กลับทำสีหน้ากังวลพลางถอนหายใจ


    “แต่หว่านหนิงตั้งใจแตกหักกับพวกเรา อีกหน่อยฉันกลัวว่าจะหาข้ออ้างเข้าใกล้เธอไม่ได้แล้วน่ะสิ”


    “ฉันมีอยู่วิธีหนึ่งที่ไม่ใช่เพียงจะแก้แค้นสวีหว่านหนิงได้ ทั้งยังเอาเงินที่เธอแย่งไปกลับคืนมาได้ด้วย และดีไม่ดีอาจจะได้กำไรอีกนิดหน่อย”


    “ถ้าอย่างนั้น...ฉันต้องทำอะไรบ้าง”


    แผนการลับที่สองคนนี้ปรึกษากันในห้อง สวีหว่านหนิงไม่รู้เลยแม้แต่น้อย เธอในตอนนี้กำลังเข็นจักรยานไปยังสำนักงานฝ่ายคณะใหญ่ [1] พร้อมกับพวกป้าจู


    หลังมาถึงหน้าสำนักงานฝ่ายคณะใหญ่ ป้าจูก็ถามเธออย่างไม่แน่ใจ “หว่านหนิง จะบริจาคจักรยานคันนี้ให้กับฝ่ายคณะใหญ่จริงหรือ”


    “จริงสิคะ สิ่งที่ฉันพูดต่อหน้าทุกคนจะคืนคำได้อย่างไร”


    ขณะกำลังคุยกันอยู่นั้น เธอก็เห็นเฉินเป่าเจีย หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่ และหลินชุนเซิงที่เป็๲ผู้ใหญ่บ้านกำลังเดินกลับเข้ามาในสำนักงาน


    “ซู่เจิน มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”


    “สวัสดีค่ะหัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่ ผู้ใหญ่บ้าน” สวีหว่านหนิงที่ถูกเมินเป็๲ฝ่ายทักทายก่อน “ฉันขอให้คุณป้ามาด้วยกันค่ะ ฉันมีธุระอยากคุยกับทั้งสองท่าน”


    แม้จะแต่งงานกับคนของหมู่บ้านต้าเจียงแล้ว แต่ร่างเดิมของสวีหว่านหนิงสร้างเ๱ื่๵๹วุ่นวายไว้ไม่น้อย ทำให้หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่กับผู้ใหญ่บ้านปวดหัวเป็๲อย่างมาก ด้วยเหตุนี้พวกเขาทั้งสองคนจึงมีภาพจำต่อสวีหว่านหนิงไม่ดีนัก


    “ธุระอะไรหรือ”


    “คืออย่างนี้ค่ะ...” สวีหว่านหนิงเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในหน่วยจือชิงให้กับพวกเขาฟัง แล้วเสริมว่า “หมู่บ้านของพวกเราอยู่ค่อนข้างใกล้จากตัวเมือง ฝ่ายคณะใหญ่มีจักรยานเพียงแค่คันเดียว เ๽้าหน้าที่ของหมู่บ้านจะเข้าออกพร้อมกันก็คงมีจักรยานไม่พอใช้ ไม่สะดวกต่อการปฏิบัติงาน ดังนั้นฉันจึงอยากบริจาคจักรยานคันนี้ให้กับฝ่ายคณะใหญ่ของพวกเราค่ะ”


    ได้ยินดังนั้น หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่กับผู้ใหญ่บ้านก็มองหน้ากัน


    นี่คือคำพูดที่ออกมาจากปากของสวีจือชิงจอมก่อเ๱ื่๵๹คนนั้นจริงหรือ?


    ป้าจูเห็นสามีตนไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจึงค้อนควัก


    “หว่านหนิงคิดเผื่อคนทั้งหมู่บ้านต้าเจียง จิตใจของเธอโอบอ้อมอารียิ่งนัก!”


    “นี่มัน...” หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่เงียบไปสักพัก แล้วถามหยั่งเชิงว่า “เธอมีเงื่อนไขอื่นอีกไหม”


    “ฉันมีเ๱ื่๵๹อยากขอร้องค่ะ”


    ผู้ใหญ่บ้านทำสีหน้าเหมือนคิดไว้อยู่แล้ว “ว่ามาสิ เงื่อนไขอะไร”


    “หากไม่มีใครใช้งานจักรยาน แล้วคนในหมู่บ้านอยากขอยืมใช้ในกรณีเร่งด่วน ฉันหวังว่าพวกคุณจะอนุญาตค่ะ”


    มีพวกชาวบ้านเดินตามสวีหว่านหนิงมาด้วยไม่น้อย เดิมทีพวกเขายังไม่เชื่อว่าสวีหว่านหนิงจะปรารถนาดีจริงๆ สวีหว่านหนิงบอกว่าจะบริจาคของมีค่าอย่างจักรยานให้กับชุมชน ใครก็คาดไม่ถึงว่าเธอจะพูดออกไปแบบนั้น


    แม้แต่ป้าจูเองก็อดข้องใจไม่ได้


    ระหว่างทาง ป้าจูคาดเดาจุดประสงค์และการกระทำของสวีหว่านหนิงไปต่างๆ นานา นึกไม่ถึงเลยว่าจุดประสงค์จะเรียบง่ายเช่นนี้


    “หว่านหนิง เธอเป็๲เด็กดีจริงๆ!”


    “เพื่อรับใช้ประชาชนค่ะ! หลินอันกับแม่สามีของฉันมักพูดกับฉันเช่นนี้ตลอด หลายปีที่ผ่านมา หากไม่ได้ความช่วยเหลือจากทุกๆ คนที่มีให้กับพวกเขาสองแม่ลูก หลินอันจะประสบความสำเร็จอย่างในตอนนี้หรือคะ ฉันก็แค่บริจาคจักรยานคันเก่าคันเดียว เทียบกับความเสียสละของทุกคนแล้ว ไม่มีค่าให้พูดถึงหรอกค่ะ”


    “เพื่อรับใช้ประชาชน!” หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่ปรบมือให้สวีหว่านหนิง “ฉันขอเป็๲ตัวแทนฝ่ายคณะใหญ่และชาวบ้านของหมู่บ้านต้าเจียงรับความปรารถนาดีของสวีจือชิงเอาไว้!”


    “ฉันยังมีอีกเ๱ื่๵๹ที่อยากจะขอร้องค่ะ”


    “ว่ามาสิ!” น้ำเสียงของผู้ใหญ่บ้านต่างไปจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง


    “ครอบครัวฉันส่งพัสดุมาให้ พรุ่งนี้ฉันคงต้องไปรับมันในตัวเมือง เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้ฉันจึงอยากขอยืมใช้จักรยานคันนี้ค่ะ”


     


    ……


     


    หลังสวีหว่านหนิงกลับบ้านมาอย่างอารมณ์ดี กลับต้องพบว่าในลานบ้านอันกว้างขวางตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คน


    แม่หลิน ต้าชุน และเยาเม่ยยืนอยู่ใต้ชายคาบ้าน พลางฟังพวกชาวบ้านแย่งกันพูดด้วยสีหน้างุนงง


    “แม่ ในที่สุดแม่ก็กลับมาสักที!”


    ต้าชุนเป็๲คนแรกที่เห็นสวีหว่านหนิง เขา๻ะโ๠๲เสียงดัง จากนั้นก็ต้องประหลาดใจที่พบว่า คนที่เมื่อครู่พยายามเบียดเสียดกันเข้ามา กลับแหวกทางเป็๲สองฝั่งเพื่อให้ทางเดินกับสวีหว่านหนิง


    สวีหว่านหนิงกลั้นใจก้าวเดินท่ามกลางสายตาของพวกชาวบ้าน เธอรู้สึกประหม่ายิ่งกว่าตอนให้สัมภาษณ์กับสื่อเมื่อชาติที่แล้วเสียอีก


    หลังสวีหว่านหนิงกลับมาถึงบ้าน พวกเด็กๆ ก็เริ่มอุ่นใจและพากันไปยืนข้างหลังเธอ


    “หว่านหนิง พวกฉันเอาเป็ดกับไก่มาให้”


    “ใช่ๆ ดูนี่สิ ฉันเอาไก่สองตัวที่สวยที่สุดในเล้ามาให้เลยนะ! ตรงนี้ยังมีไข่ไก่อีก 40 ฟอง ฉันเลือกไข่ที่ได้รับการผสมพันธุ์แล้วมาให้ 20 ฟอง อีกไม่นานก็จะกลายเป็๲ลูกเจี๊ยบ!”


    “พี่สะใภ้หยางเอาใจใส่มากจริงๆ ค่ะ” สวีหว่านหนิงยกนิ้วโป้งให้เธอ


    “หว่านหนิง ตกลงนี่มันเ๱ื่๵๹อะไรกัน”


    คนกลุ่มนี้มาถึงก็บอกว่าเอาของมาให้กับสวีหว่านหนิง แต่เพราะมากันเยอะเกินไป ต่างคนต่างแย่งกันพูด ทำเอาแม่หลินปวดหัวไปหมด ไม่เข้าใจว่าพวกเขามาทำอะไรกันแน่


    “แม่คะ เดี๋ยวฉันจะอธิบายให้ฟังทีหลัง ต้าชุนเยาเม่ยมานี่สิ ถึงเวลาทดสอบพวกลูกแล้ว!”


    สวีหว่านหนิงหยิบสมุดของต้าชุนและเยาเม่ยออกมา ใครเอาสิ่งของอะไรจากเธอไป และนำสิ่งของอะไรมาแลกเปลี่ยน เธอจดบันทึกเอาไว้อย่างละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดเ๱ื่๵๹เข้าใจผิดและป้องกันมิให้มีใครคิดโกงในภายหลัง


    “ลูกสองคนเอารายการนี้ไปตรวจสอบของทั้งหมดว่าครบหรือเปล่า”


    บนนั้นมีแต่ตัวอักษรที่ง่ายที่สุด สวีหว่านหนิงไม่กลัวเด็กสองคนอ่านไม่ออก


    “หว่านหนิง ไข่ไก่พวกนี้มีมูลค่ามาก ให้เด็กสองคนมาตรวจดูจะไหวหรือ”


    “ไข่ไก่มีค่าแค่ไหนก็ไม่มีค่าเท่าลูกสองคนของฉันหรอกค่ะ คุณป้าวางใจได้นะคะ ถ้าทำแตกพวกฉันจะรับผิดชอบเอง ฉันยินดีค่ะ”


    ได้ยินสวีหว่านหนิงพูดเช่นนั้น คนอื่นๆ ก็ไม่มีความเห็นอีก


    ต้าชุนรับผิดชอบตรวจสอบรายการสิ่งของ เยาเม่ยนับจำนวน เด็กสองคนเข้าขากันได้อย่างไร้ที่ติ


    สวีหว่านหนิงมองดูอยู่สักพัก เมื่อเห็นลูกๆ ทำงานได้อย่างคล่องแคล่วก็เดินเข้าไปในห้องครัว


    เธอต้มน้ำหม้อใหญ่แล้วตอกไข่ไก่ลงไปหลายฟอง เธอหยุดคิดเล็กน้อย ก่อนจะเติมน้ำตาลลงไปอีกสองช้อน


    เมื่อต้าชุนกับเยาเม่ยตรวจสอบรายการของที่เอามาแลกเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว สวีหว่านหนิงก็ต้มแกงจืดไข่น้ำเสร็จพอดี


    “ลำบากพวกคุณป้าที่ต้องมาที่นี่แล้วค่ะ บ้านฉันไม่ได้มีของดีอะไร ฉันต้มแกงจืดไข่น้ำเอาไว้ พวกคุณป้าทานกันสักหน่อยสิคะ”


    “เพียงแต่ถ้วยชามบ้านฉันมีค่อนข้างน้อย พวกคุณป้าทยอยกันรับไปกินนะคะ”


    “ไอ้หยา หว่านหนิง เธอเกรงใจกันเกินไปแล้ว! พวกเราจะกินแกงจืดไข่น้ำของเธอได้อย่างไร ไม่ได้หรอก ไม่ได้!”


    “นั่นสิหว่านหนิง พวกเราเอาเป็ดกับไก่ไปไว้ที่เล้าไก่ของเธอเสร็จก็ควรกลับได้แล้ว อย่าลำบากเลย!”


    “อย่าเพิ่งกลับเลยค่ะคุณป้า ไหนๆ ก็มาแล้ว กินสักหน่อยเถอะนะคะ อากาศหนาวขนาดนี้ กินแล้วร่างกายจะได้อบอุ่น”


    สุดท้ายด้วยการชักชวนอย่างแรงกล้าของสวีหว่านหนิง ผู้มาเยือนจึงได้กินแกงจืดไข่น้ำกันทุกคน


    ป้าหยางพึมพำกับลูกสะใภ้ที่อยู่ข้างกายว่า “สวีจือชิงคนนี้ใจกว้างจริงๆ เธอเติมน้ำตาลลงไปในแกงจืดด้วย รสชาติหวาน ฉันไม่ได้กินน้ำหวานๆ มานานแค่ไหนแล้วนะ”


    สะใภ้หยางมองแกงจืดไข่น้ำอีกครึ่งถ้วยที่เหลือแล้วส่งให้แม่สามี “แม่คะ ฉันกินตอนอยู่ไฟจนเบื่อแล้วละค่ะ แค่ได้กลิ่นฉันก็คลื่นไส้ ถ้ายังไงแม่ช่วยฉันกินได้ไหมคะ เดี๋ยวถ้าอาเจียนมันจะน่าเสียดาย!”


    ป้าหยางที่ตั้งใจจะปฏิเสธได้ยินดังนั้นก็รับถ้วยมากินจนหมดภายในคำเดียว


    -------------------------------------------     

    เชิงอรรถ


    [1] องค์กรบริหารและดูแลความเรียบร้อยภายในชุมชน ใหญ่กว่าสำนักงานชุมชน แต่เล็กกว่าเทศบาลชุมชน

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้