“เด็กน้อยนี่ถึงกับฝันร้าย ข้านั่งฟังเ้าละเมอออกมา แค่นี้ก็รู้แล้วว่ามีสิ่งผิดปกติ ั้แ่โอสถเ้าหายไป แล้วใครคือท่านพี่ที่เดินหนี ตอนที่เ้าร้องขอโอสถ เตาหลอมที่ไหนจะะเิได้ง่ายปานนั้น”
เสียงของร่างสีเทาดังขึ้น ทำให้เฟยหย่า ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเหงื่อที่เต็มใบหน้า
“นี่ข้าฝันอีกแล้วรึ! ความฝันมันหายไปั้แ่ย้ายมาอยู่ที่นี่ ทำไมถึงฝันอีกล่ะ”
“เด็กน้อยความฝันก็คือสัญญาณเตือน เพื่อให้เ้าจดจำสิ่งที่เ้าอธิษฐานไว้ ตอนดวงจิตจะดับ ร่างกายสลายยังไงล่ะ มันค่อยย้ำเตือนเพื่อให้เ้าไม่ลืม ”
“เ้าเห็นสิ่งที่ข้าฝันอย่างนั้นรึ หรือว่าเสียงที่ข้าละเมอออกมากัน”
“ข้าเข้าไปในความฝันของใครไม่ได้หรอก แต่เ้าละเมอออกมาเป็คำพูดั้แ่เริ่มฝัน และตอนจบที่ร่างของเ้าสลายไป แค่นี้ก็ดูรู้แล้วว่ามีปัญหาั้แ่ เ้าเรียกใครว่าท่านพี่!”
“เอาแบบนี้ข้าที่มีอายุไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นปี ผ่านโลกมามากมาย ก่อนที่จะถูกจับตัวมาอยู่ที่นี่ เ้าเล่าความฝันให้ละเอียดให้ข้าฟังอีกที”
เฟยหย่าเล่าเื่ความฟัน ที่จนจำได้อย่างละเอียด เพราะไม่รู้ฝันกี่ร้อยครั้ง ให้กับร่างสีเทาฟัง
“คนที่เ้าจะเรียกว่าท่านพี่ได้ ต้องสนิทสนมระดับหนึ่ง ไม่แน่อาจจะเป็คนรักของเ้าด้วยซ้ำ เ้าเรียกร้องหาโอสถแต่เขาเดินหนี ระหว่างที่เ้าหลอมโอสถอยู่นั้น เป็ไปได้ที่เขาจะหยิบโอสถที่เ้าเตรียมไว้ แล้วเดินหนีไป”
“ส่วนเตาหลอม ที่ใช้หลอมโอสถมาไม่รู้เท่าไหร่ แค่ที่เ้าไม่ส่งพลังปราณเข้าไป มันอาจจะแตกได้อย่างไร อย่างมากก็แค่หน้าตาเนื้อตัวของเ้า เลอะไปด้วยฝุ่นผงเท่านั้น ยังไงเสียเ้าก็เป็เซียน จะได้รับาเ็ได้อย่างไรกัน”
“เขารู้ว่าเ้าไม่สามารถ เอาโอสถออกมาจากมิติได้ตอนนั้น ต้องมีคนอยู่เื้ัเื่นี้ ถ้าเ้ามีโอกาสก็ไปสืบต่อเอาเอง เพราะนี่เป็ความคิดส่วนตัวของข้าเท่านั้น”
“ข้าจะไปสืบต่อได้ยังไง ในเมื่อตอนนี้ข้าเป็มนุษย์เด็กผู้หนึ่ง แล้วแดนเซียนอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ข้าคงทำได้แค่ตามหาศิษย์น้องผู้นั้น”
“ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่เลิกฝันไปแน่ เฮ้อ! แต่ตอนนี้จะทำยังไงถึงจะแก้ไขค่ายกล กับโซ่อีกสองเส้นนั้น”
“แต่…!ว่า ถ้าเ้าเป็อิสระแล้วจะไปอยู่ที่ไหน ในเมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว โลกอสูรที่เ้าเคยอยู่ล่ะ ดินแดนที่ข้าอยู่ตอนนี้ก็มีสัตว์อสูรเหมือนกัน แต่เป็เพียงระดับต่ำเท่านั้น แค่ฟังภาษามนุษย์เข้าใจ ไม่ได้มีพลังเหมือนเ้า”
“อย่างนั้นรึ! แต่ข้าคิดว่าแค่ออกจากถ้ำนี่ไปได้ ประตูทางออก น่าจะเป็ที่ไหนสักแห่งหนึ่ง ของแดนเซียน”
“จริงอย่างนั้นรึ! ถ้าอย่างนั้นรอข้ามีวิชาที่เก่งกล้า ก็สามารถเดินผ่านประตูถ้ำ ไปแดนเซียนได้นะสิ ใช่หรือไม่!”
“ใช่แล้วรอเ้ามีระดับถึงขั้นแปด เ้าก็ไปโลกเซียนได้แล้ว ดูเหมือนตอนนี้ระดับขั้นของเ้า อยู่ขั้นห้าแต่ความสามารถของเ้า น่าจะอยู่ประมาณขั้นสาม”
“น่าจะประมาณนั้น เพราะข้ากินโอสถเร่งพลังตัวเอง แล้วลงมาหาเ้าเลย เวลาที่โคจรพลังก็มีแต่ในถ้ำนี่แหละ”
“ถ้ำที่ใหญ่เหมือนอุโมงค์นี้ มันมีความพิเศษอยู่ในตัว กักเก็บพลังปราณที่เข้มข้นไว้ ไม่รั่วไหลไปที่ไหน หากเ้ามีเวลาก็ให้มานั่งโคจรพลังที่นี่”
เฟยหย่าเดินหาตาค่ายกลต่อ ร่างสีเทาที่มือเป็อิสระแล้ว ช่วยมองหาสิ่งที่คิดว่าจะใช่ตาของค่ายกล
“เด็กน้อย เ้าดูที่ผนังบนหัวของเ้า เหมือนจะมีแสงสะท้อน ออกมาจากก้อนหิน ที่ห้อยลงมาจากผนังถ้ำ”
เฟยหย่ายืนดูและหมุนวน อยู่ด้านล่างก่อนจะะโลอยตัว ใช้มือจับก้อนหินที่สะท้อนแสงออกมา
“ครืนน! คลิ๊ก! ครืดคราด!”
“โซ่ตรวนหายไปไหนแล้ว? มันหายไปแล้ว! ข้ากะว่าจะเอาไปขายให้กับช่างตีเหล็กสักหน่อย”เสียงเด็กหญิงร้องด้วยความใลั่นถ้ำ
“ข้านึกว่าเ้าดีใจที่โซ่หายไป แล้วข้าเป็อิสระเสียอีก ที่แท้ก็เสียดายโซ่นี่เอง!”
“เ้าเป็อิสระข้าเห็นอยู่แล้ว และก็คาดหวังว่าเป็แบบนั้น แต่โซ่นี่สิ! ข้ายังต้องหาตำลึงไปใช้หนี้ ให้กับท่านลุงอีกหลายหมื่นตำลึงทอง”
“สมบัติที่ซ่อนอยู่ในโพรงนั่นล่ะ เ้าไม่นำไปขาย”
“มันมีแต่ตำรา! และเครื่องประดับเล็กน้อย เซียนที่มีระดับสูงคงจะเก็บของมีค่าไว้ในมิติ น่าจะเป็ของที่ระดับต่ำที่เอามาซ่อนไว้”
“จะระดับสูงระดับต่ำแต่ก็เป็ของเซียนนะ เ้าลองเอาไปขายสักชิ้นดูสิ ไม่แน่ว่าอาจจะพอใช้หนี้ ข้าไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเ้าใช้อะไร ในการซื้อขายแลกเปลี่ยน”
“ตำลึง! เมืองข้างบนใช้เป็ตำลึงทองตำลึงเงินและอีแปะ ข้า้าหลายหมื่นตำลึงทอง เลยหมายตาโซ่ที่ล่ามเ้าไว้”
“ถึงมันจะอยู่ เ้าก็ยกไปไม่ไหวหรอก หนักขนาดนั้นตัดก็ไม่ขาด โลกมนุษย์ที่เ้าอยู่จะมีช่างคนไหน ตัดไปหลอมอาวุธได้กัน”
ร่างสีเทานั่งโคจรพลัง กลางโถงกว้างของถ้ำ เฟยหย่ามองและจดจำตำแหน่งไว้
ผ่านไปเพียงสองชั่วยาม ร่างสีเทากึ่งสัตว์กึ่งมนุษย์ เริ่มมีกระแสลมไหลเวียนรอบตัว แสงเรืองรองสีขาว หมุนเป็วงกลมรอบศีรษะลงมายังขาที่นั่งขัดสมาธิอยู่
“โอ้! กลายเป็กวางที่สวยงามไปแล้ว เป็กวางสีเทาขาวมีเขาเป็ช่องดงาม ไม่น่าล่ะ ใครเห็นก็อยากได้มา เพราะความสวยงามนี่เอง ไหนจะความสามารถของสัตว์อสูรระดับแปดอีก”
“ขนาดเป็กวางเ้ายังงดงามขนาดนี้ แล้วตอนเ้ากลายร่างเป็มนุษย์ล่ะ เ้าคงจะงดงามมากอย่างแน่นอน”
“ยังหรอกเพราะข้าพึ่งได้กลายร่างเป็มนุษย์ ก่อนถูกจับมาขังที่นี่ แล้วตอนนี้พลังของข้า ลดน้อยลงจนกลายร่างเป็มนุษย์ไม่ได้”
“เ้าจะโคจรพลังอยู่ที่นี่ จนกว่าพลังจะฟื้นขึ้น หรือว่าเ้าจะเดินออกประตูไปยังโลกเซียนกัน”
“ในเมื่อข้าเป็อิสระแล้ว จะมากักตัวเองอยู่ที่นี่อีกทำไม ข้าจะกลับไปยังเผ่าพันธุ์ของข้า ส่วนเซียนที่จับข้ามา ป่านนี้คงไม่เหลือชีวิตรอดแล้ว ดูจากระดับพวกเขา น่าจะอยู่ได้ไม่เกินสองพันปี ไม่แน่ว่าอาจจะเสียชีวิตั้แ่ทำา กับเผ่าปีศาจ ถึงไม่กลับมาเอาสมบัติที่ซ่อนไว้”
“ส่วนเ้าเด็กน้อย ข้าจะไม่ลืมบุญคุณของเ้า ข้าจะกลับมาหาเ้าทุกหนึ่งปี หากเ้าอยากได้ตำลึง ก็ให้เอาเขากว้างที่ข้าสลัดไว้ไปแลก เ้ามองดูดีๆตรงที่ข้าถูกล่าม กองอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ก้อนหินหรือกิ่งไม้ มันคือเขากวาง”
เฟยหย่าวิ่งไปดูด้านข้าง ตรงที่ร่างสีเทาถูกมัด แสงสลัวทำให้มองเหมือนท่อนไม้และก้อนหิน นางหยิบขึ้นมาดู
“โอ้!เป็เขากวาง ขายให้กับร้านยาได้ราคาดีไม่น้อย มันมีเยอะหลายเขาเลย ข้ามีตำลึงใช้หนี้ให้ท่านลุงแล้ว”เฟยหย่ากวาดเขากวาง เข้าไปไว้ในแหวนมิติ
“เด็กน้อยข้าจำเป็ต้องไปแล้ว เ้ามาดูประตูที่ข้าจะเดินทะลุไปยังแดนเซียน เผื่อวันหน้าข้ายังไม่กลับมา แล้วเ้าอยากเดินทางไปแดนเซียน ให้มาตรงนี้”กวางสวยงามสีเทา เดินไปหยุดอยู่ตรงผนังถ้ำ
“เ้ากวางเ้ามีชื่อว่ากระไร ส่วนเฟยหย่า”
“เพื่อนในเผ่าพันธุ์เรียกข้าว่า ลู่ฮุยเซ่อ”
“เรียกชื่อตรงตัวขนาดนั้นเลยหรือ ข้าเรียกเ้าฮูยเซ่อ หรือกวางสีเทาแล้วกัน หากเจอกันวันหน้า”
“ขอให้เ้าเดินทางโชคดีและปลอดภัย เจอญาติพี่น้องที่เผ่าพันธุ์นะ!”
“ครืนน!ครืดคราด!”
ประตูผนังถ้ำไม่ได้ขยับ แต่เหมือนมีรูปประตูติดอยู่ตรงผนังถ้ำ มีแสงออกมาก่อนที่กวางสีเทา จะเดินข้ามผ่านไป จากนั้นก็จางหายเป็ผนังถ้ำเหมือนเดิม
‘ไปแล้ว! ข้านึกว่าจะเห็น โลกของเซียนที่อยู่นอกผนังถ้ำเสียอีก ที่ไหนได้เห็นแต่แสงเท่านั้น อยู่กันมาตั้งหลายวัน ตอนนี้ข้าก็ไม่มีเพื่อนแล้ว’
เฟยหย่ากลับเข้ามา้า ‘เป็ตอนเช้าหรอกเหรอ ลองเอาเขากวางไปขายที่ร้านขายยา หรือว่าจะเอาไปให้ท่านปู่ไป๋ฟู่ดี ต้องหาถุงมาใส่ไป ถ้าเอาออกมาจากแหวนนิติต่อหน้า หรือทำทีเอาออกมาจากแขนเสื้อคงไม่ได้ มันใหญ่ขนาดนี้ลองเอาไปขายทีละคู่ก่อน’
ภาพเด็กหญิงแบกถุงใบใหญ่ เดินเข้าไปยังหอประมูลไป๋หลง มีแต่คนมองจนเหลียวหลัง เพราะถุงนั้นค่อนข้างใบใหญ่ แทบมองไม่เห็นคนแบก
“เด็กน้อยไม่เจอเ้าหลายวัน แล้วนี่แบกสิ่งใดมาล่ะ เอาลงมาวางก่อน หนักหรือไม่”ชายชราร้องทักเด็กหญิง
“โอ้! ทำไมเ้าถึงดูเหมือนมีพลังเพิ่มขึ้น เ้าคัดลอกตำราฝึกวรยุทธ์ไป ได้ฝึกซ้อมแล้วหรือ แต่เหมือนพลังที่เพิ่มขึ้นคือพลังปราณนี่นา”
“ข้าก็ฝึกตามตำราที่คัดลอกไปนั่นแหละเ้าค่ะ ผสมกับนั่งโคจรพลังตามในตำราเลย กำลังน่าจะเพิ่มขึ้นเพราะว่าข้าอยู่คนเดียว ไม่มีอะไรทำได้แต่นั่งโคจรพลัง และฝึกวรยุทธ์เป็แน่”
“ดี…ดี! เ้าเป็เด็กขยันใช้ได้เลยทีเดียว แล้วสิ่งที่เ้าแบกมาคือสิ่งใดกัน จะเอามาขายยังงั้นรึ เปิดออกมาให้ดูหน่อย”
“ห้ะ! เขากวางใหญ่ขนาดนี้แถมยังสวยงามมาก ไม่ใช่ว่ามันคือเขากวางสัตว์อสูรระดับสูงหรอกหรือ เด็กน้อยจะเอามาจากไหน”
“เื่นี้ข้าบอกไม่ได้เ้าค่ะ มันเป็ความลับ ท่านจะซื้อไว้ปรุงยาไหมเ้าคะ ข้ามีมาหนึ่งคู่ที่สวยงาม หรือว่าท่านจะซื้อไว้ประดับตำหนักก็ได้นะเ้าคะ”
“เขากวางโบราณและสวยงามขนาดนี้ ใครเขาจะเอาไปทำยากัน เ้ามีมาแค่คู่เดียวหรือ แต่อย่างว่าแหละมันหายาก”
“มีอยู่ที่บ้านอีก ต้องรอดูราคาก่อน ว่าขายได้ราคาดีไหม เพราะข้า้าเอาตำลึงไปใช้หนี้ เ้าค่ะ”
“ถ้าสวยงามไม่มีส่วนใดสึกหรอ! เป็ช่อแบบนี้ ข้าให้เ้าคู่ละหกพันตำลึงทอง เ้าว่าอย่างไง เขากวางที่อยู่บ้าน ตกลงจะขายให้กับข้าไหม”
“ขายเ้าค่ะ คู่ละหกพันตำลึงทอง ข้ามีทั้งหมดห้าคู่ สวยงามเหมือนกันหมด อีกสี่คู่ท่านปู่ไป๋ฟู่ ให้ใครก็ได้ตามข้ากลับไปขนที่บ้านเ้าค่ะ ข้าสามารถแบกมาได้วันละคู่เท่านั้น ท่านก็เห็นว่าเขากวางมันใหญ่มาก”
“นี่เ้ากะใช้หนี้ให้หมดเลยหรือ ตกลงข้าจะซื้อไว้ทั้งหมด หาไม่ได้อีกแล้วเขากวางระดับสูงขนาดนี้ นานๆเจอทีก็มีแต่หักหรือไม่ก็เศษเขาของมันเท่านั้น”
“หนี้สามหมื่นตำลึงทอง วันก่อนเ้าให้มาแล้วสี่พัน เหลือสองหมื่นหก ค่าเขากวางทั้งหมดสามหมื่นพอดี เ้าเหลือตำลึงอยู่สี่พันตำลึงทอง”
“ถ้าอย่างนั้น รบกวนท่านปู่ไป๋ฟู่แจ้งไปที่เมืองต้าตู ให้ส่งคนไปแจ้งกับท่านลุงของข้า ว่าได้ใช้หนี้หมดแล้ว ได้ไหมเ้าคะ ญาติผู้ใหญ่ทางนั้นจะได้กินอิ่มนอนหลับ ไม่ต้องคิดมากเื่หนี้สิน”
“ได้สิเด็กน้อย! แล้วตำลึงทองสี่พันล่ะ เ้าจะรับไว้เลยหรือว่าฝากเอาไว้ก่อน”
“ความจริงข้าอยากได้กระบี่หรือธนูอย่างดี ที่หอประมูลหาให้ได้ไหมเ้าคะ หรือว่ามันมีราคาแพงกว่านี้”
“่นี้ไม่ค่อยมีใครเอาอาวุธระดับสูงออกมาขาย เอาเป็ว่าถ้ามีข้าจะเก็บไว้ให้ ส่วนตำลึงเ้าก็ฝากไว้ก่อน เอาป้ายดำนี้ไป เ้าสามารถเอาตำลึงออกไปใช้ได้ ตลอดเวลาและทุกเมืองด้วย ถ้าเ้า้าจะเอามาฝากเพิ่ม ก็เอามาให้ปู่จัดการให้ได้ หรือแค่ยื่นป้ายและยื่นตำลึง ที่หอประมูลของตระกูลไป๋ทุกเมืองก็ได้”
“เ้าค่ะถ้าอย่างงั้นข้าฝากไว้ก่อน ไม่แน่ว่าข้าอาจจะมีของอย่างอื่นมาขายให้ท่านอีก เผื่อเจอนะเ้าคะ”
เฟยหย่านั่งรถม้า มากับลูกน้องของปู่ไป๋ฟู่ ที่ตามมาขนเอาเขากวาง พอมาถึงบ้าน นางต้องรีบวิ่งเข้าไปในห้อง แล้วทำทีขนเขากวาง ออกมาจากในห้อง ให้คนของหอประมูลขนขึ้นรถม้า
