คังอิงอดไม่ได้ที่จะเดาภูมิหลังของสือเจียงหย่วนในกระทรวงพาณิชย์ อีกฝ่ายต้องมีอำนาจมากแน่ๆ ไม่อย่างนั้นผู้จัดการฝ่ายขายเหล่านี้คงไม่ทำตัวนอบน้อมต่อหน้าเขาราวกับกำลังเผชิญหน้าเ้านายที่สามารถตัดสินชะตาชีวิตพวกเขาได้
อย่างไรก็ตาม ยิ่งสือเจียงหย่วนมีภูมิหลังแข็งแกร่งเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็ประโยชน์กับเธอมากเท่านั้น เธอนั้นอิงอาศัยต้นไม้ใหญ่อย่างเขาเป็ร่มเงาคลายร้อนได้อย่างสบายใจก็พอ
ผู้จัดการฝ่ายขายของไห่โซงตี้ ฉางหง และว่านเป่าหลง ยากที่พวกเขาจะมานั่งร่วมโต๊ะกัน ถึงแม้พวกเขาจะเป็คู่แข่งทางธุรกิจ แต่ความจริงแล้ว พวกเขามีข้อได้เปรียบทางธุรกิจที่แตกต่างกัน จึงไม่ถึงขั้นต้องห้ำหั่นกันจนตาย
ไห่โซงตี้มีชื่อเสียงในเื่ของตู้เย็น ฉางหงนั้นเด่นในเื่ของโทรทัศน์ ส่วนว่านเป่าหลงนั้นเน้นขายเครื่องซักผ้า
ดังนั้นในด้านธุรกิจ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีการแข่งขันกันบ้าง แต่สินค้าหลักที่ขายก็ต่างกันไป ทำให้พวกเขามีเอกลักษณ์เป็ของตนเอง เพราะแบบนี้ผู้จัดการทั้งสามคนจึงนั่งร่วมโต๊ะกันได้อย่างผ่อนคลาย
เมื่อเห็นว่าสือเจียงหย่วนดูสดชื่นแจ่มใส ผู้จัดการไช่ของไห่โซงตี้ก็เอ่ยอย่างอิจฉาว่า “พี่สือ ตอนเที่ยงพวกเราก็เพิ่งจะดื่มกันไป ทำไมตอนเย็นพี่ถึงได้ดูมีชีวิตชีวาแบบนี้อีกละ ผมละอิจฉาพี่จริงๆ”
สือเจียงหย่วนยิ้มพลางกล่าวว่า “คุณเองก็เหมือนกัน ดื่มไวน์นอกไปขวดหนึ่ง ทำไมยังดูปกติอยู่เลย”
ขณะที่ผู้ชายเหล่านี้กำลังคุยกัน าการชนแก้วก็เริ่มต้นขึ้น
คังอิงได้ศึกษาประวัติศาสตร์ในยุคสมัยนี้ เธอรู้ว่าคนในสมัยนี้มักจะชอบเจรจาธุรกิจบนโต๊ะอาหาร
ไม่ว่าจะเป็การทำธุรกิจ หรือการสังสรรค์กันระหว่างเพื่อนร่วมงานและกลุ่มเพื่อนส่วนตัว ทุกๆ โต๊ะต้องมีคนดื่มจนเมามายสลบไปถึงจะนับว่าสะใจ นั่นละงานเลี้ยงถึงจะประสบความสำเร็จ
เมื่อเห็นว่าคำพูดของพวกเขานั้นเริ่มมีความขัดแย้งรุนแรงขึ้น คังอิงก็กังวลว่า ผู้จัดการทั้งสามคนจะเล็งเป้ามาที่สือเจียงหย่วน
ต่อให้สือเจียงหย่วนเมา เธอก็ขับรถได้ ดังนั้นเธอจึงไม่กลัว แต่เื่ที่เธอกลัวก็คือ หากสือเจียงหย่วนถูกมอมเหล้าจนสลบไป เธอคงไม่อาจดูแลเขาได้
สือเจียงหย่วนเป็คนรูปร่างสูงใหญ่ น้ำหนักตัวอย่างต่ำๆ ก็คงเกินหกสิบห้ากิโล หากเขาเมาที่นี่ ต่อให้ทั้งสามคนช่วยกันแบกเขาไปขึ้นรถได้ แต่พอถึงบ้านแล้ว เธอคงไม่มีแรงแบกเขาต่อ
คังอิงแอบกังวลอยู่ในใจ แต่เธอไม่อาจพูดออกไป เผื่อมันจะทำลายบรรยากาศของพวกเขา ดังนั้นจึงทำได้เพียงรับมือไปตามสถานการณ์
โชคดีที่สือเจียงหย่วนมีเหตุมีผลมาก เขายิ้มแล้วกล่าวว่า “พวกคุณอยากจะชนแก้วกับผม เอาไว้ค่อยชนตอนที่ไปถึงอำเภอหลี่ว์ก็แล้วกัน คืนนี้ผมต้องรีบกลับ ต้องขับรถอีกสองชั่วโมงกว่า เพราะงั้นพวกคุณก็ดื่มกันเยอะๆ แล้วก็ปล่อยพวกเราสองคนไปเถอะ”
ความงามของคังอิงค่อยๆ ปรากฏขึ้นหลังจากหย่าร้าง เ้าของร่างเดิมนั้นมีรูปร่างหน้าตาดีอยู่แล้ว เพียงแต่บุคลิกของเธอกับคังอิงนั้นต่างกัน หากมีรูปร่างหน้าตาดี แต่จิตใจไม่ดี การแต่งกายไม่เหมาะสม ก็ไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงความงามนั้นได้
หลังจากที่ิญญาของคังอิงเข้ามาในร่าง ทั้งสองก็หลอมรวมเป็หนึ่งเดียว บุคลิกที่เธอมีรวมเข้ากับร่างกายนี้ มันเปล่งประกายเสน่ห์ที่เป็เอกลักษณ์ของเธอ
ผู้จัดการไช่ของไห่โซงตี้ถึงกับรู้สึกว่า คังอิงในค่ำคืนนี้แตกต่างจากตอนกลางวัน เมื่อเทียบกับคังอิงที่พูดคุยเื่สัญญากับเขาอย่างจริงจังแล้ว คังอิงในค่ำคืนนี้ที่ดูผ่อนคลาย กลับดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ความงามของเธอนั้นแผ่ออกมาจากภายใน เป็ความงามที่คนอื่นมองเห็นอย่างชัดเจน แต่ตัวเธอเองกลับไม่รู้ตัว ซึ่งความงามเช่นนี้กลับดึงดูดใจเขายิ่งกว่า
ผู้จัดการไช่มองคังอิงตาค้าง ทันใดนั้น ผู้จัดการซุนของฉางหงและผู้จัดการเจิ้งของว่านเป่าหลงที่อยู่ข้างๆ ก็เหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง พวกชั่วโมงบินสูงเหล่านี้ล้วนแต่พูดจาเก่งกาจ ผู้จัดการซุนเอ่ยกับผู้จัดการไช่ว่า “ผู้จัดการไช่ คุณยังไม่มีแฟนใช่ไหม? ผมได้ยินมาว่าคุณเป็คนที่ทุ่มเทกับงานมาก หรือว่าเื่ส่วนตัวคุณก็ตั้งเป้าหมายเอาไว้สูงแบบเดียวกับตอนทำงานล่ะ?”
พวกเขาทั้งสามคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ล้วนแต่เป็ผู้บริหารระดับสูงในวงการเครื่องใช้ไฟฟ้า นับว่าประสบความสำเร็จในชีวิต รายได้ต่อเดือนของพวกเขานั้นสูงกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกันหลายเท่า
ดังนั้นการที่ผู้จัดการไช่ยังคงโสดจนถึงตอนนี้ จึงเป็เื่ที่น่าเหลือเชื่อมาก
พอผู้จัดการไช่ได้ยินคำถามนี้ ก็พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “แน่นอน ผมยังไม่ได้มีแฟน แต่ทุกคนคงเข้าใจผิดไปแล้วละ ผมไม่ได้ตั้งสเปกแฟนสูงอะไรมากมาย เดิมทีก็ไม่ได้กำหนดอะไรไว้เป็พิเศษ ขอแค่คุยกันถูกคอ เข้ากันได้ก็พอ แต่พอได้เจอผู้จัดการคัง จู่ๆ ผมก็มีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้นมาทันที ผู้หญิงแบบผู้จัดการคังนี่แหละใช่เลย”
ตอนที่กินอาหารกลางวันด้วยกัน ผู้จัดการไช่ก็รู้แล้วว่าสือเจียงหย่วนกับคังอิงเป็หุ้นส่วนกัน พวกเขาไม่ใช่คนรัก และไม่ใช่สามีภรรยากัน
เขาแอบสังเกตอยู่นาน แล้วก็พบว่าคังอิงกับสือเจียงหย่วนแทบจะไม่มีปฏิสัมพันธ์ทางร่างกายหรือแม้แต่สบตากัน ดูแล้วพวกเขาไม่น่าจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ผู้จัดการไช่จึงเริ่มหวั่นไหว
ครั้นได้ยินผู้จัดการไช่บอกว่า เขาใช้คังอิงเป็มาตรฐาน สีหน้าของสือเจียงหย่วนพลันมืดครึ้มลง
ส่วนคังอิงนั้นไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไร เธอเพิ่งจะหย่าร้าง จึงไม่อยากรีบหาพันธนาการแห่งชีวิตสมรสมากักขังตนเอง ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับผู้จัดการไช่คนนี้นอกจากเื่ธุรกิจ
ใช่ว่าเธอไม่อยากแต่งงานหรือมีความรัก แต่ว่าสำหรับความรักและการแต่งงานครั้งใหม่ เธอจะต้องเลือกคนที่เธอชอบ แล้วอีกฝ่ายต้องเป็คนที่รัก และเอาใจใส่เธอ จะไม่มีทางเป็แบบแม่ลูกตระกูลฟู่ที่เอาแต่กดขี่ข่มเหงเธอแน่ ทำราวกับเธอเป็ทาส
ถึงแม้ว่าทุกคนจะยังคงหัวเราะ พูดคุย และดื่มเหล้ากันอยู่ แต่ทุกคนต่างก็ตั้งใจฟังว่าคังอิงจะตอบผู้จัดการไช่อย่างไร
คังอิงยิ้มอย่างมีความสุข พลางกล่าวว่า “ผู้จัดการไช่ หากคุณยังไม่เคยมีความรักมาก่อนเลยก็น่าเสียดายนะ ควรรีบหาคนที่ถูกใจแล้วใช้ชีวิตร่วมกัน มันช่างเป็อะไรที่มีความสุขมาก
คนที่หย่าร้างมาแล้วอย่างฉัน รู้ดีว่าชีวิตสมรสที่มีความสุขนั้นสำคัญกับคนเรามากแค่ไหน”
ผู้จัดการทั้งสามคนอ้าปากค้างโดยพร้อมเพรียง พวกเขาคิดไม่ถึงว่าสาวสวยอ่อนหวานแบบนี้ จะเป็ผู้หญิงที่หย่าร้างมาแล้ว?
พอรู้ว่าคังอิงเป็ผู้หญิงที่หย่าร้างมาแล้ว ผู้จัดการไช่ก็สะดุ้งแล้วก็เงียบไปทันที
สังคมในยุคปัจจุบันยังคงยึดติดกับขนบธรรมเนียมประเพณี การที่ผู้หญิงหย่าร้างแล้วจะหาสามีใหม่นั้นเป็เื่ยากมาก ต่อให้มองหาผู้ชายที่เคยหย่าร้างมาแล้วก็ตามที
ส่วนผู้ชายนั้นต่างออกไป ต่อให้พวกเขาเคยหย่าร้างมาแล้ว แต่การที่จะไปแต่งงานกับผู้หญิงที่ยังไม่เคยแต่งงาน หรือผู้หญิงที่ยังไม่มีลูกนั้น ก็ถือแค่ว่าพวกเขาเสียเปรียบ
เพราะแบบนี้ พอรู้ว่าคังอิงหย่าร้าง ผู้จัดการไช่ก็เริ่มลังเล
ฐานะของเขาดีขนาดนี้ ถึงแม้ว่าคังอิงจะหน้าตาสะสวย แต่เขาก็ไม่อยากแต่งงานกับผู้หญิงที่เคยหย่าร้างมาแล้ว เพราะไม่เพียงแต่ที่บ้านจะไม่เห็นด้วย ยังทำให้เขาเสียหน้าในสังคม แถมเขายังไม่อาจก้าวข้ามความคิดนี้ในใจตนเองได้
ขอแค่เขามีเงิน ผู้หญิงที่ทั้งสวย อ่อนเยาว์ และยังบริสุทธิ์ผุดผ่องมีมากมาย ดังนั้นผู้จัดการไช่จึงหัวเราะแหะๆ พลางกล่าวว่า “ได้ฟังคำพูดของคุณแล้ว รู้สึกเหมือนได้อ่านหนังสือสิบปีเลย ผู้จัดการคังมีประสบการณ์ตรงสอนผม ทำให้ผมสามารถหลีกเลี่ยงความผิดพลาดได้ ขอบคุณคุณมากนะครับ”
คำพูดของผู้จัดการไช่ดูแข็งกระด้าง เหมือนกับกำลังเยาะเย้ยคังอิงที่ปิดบังสถานภาพสมรสของตนเอง
แต่คังอิงไม่ได้โกรธ เธอตอบกลับอย่างใจเย็นว่า “ความล้มเหลวในชีวิตสมรสให้ประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ที่สุดแก่ฉัน คือคนทั้งสองฝ่ายต้องเคารพซึ่งกันและกัน เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน และรู้จักนึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย ที่สำคัญที่สุดคือต้องมีความรักกันอย่างลึกซึ้งค่ะ”
