เมื่อต้องเผชิญหน้ากับประโยคเสียดแทงของเหลยถิง เย่เทียนเซี่ยก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่เขากลับหันกลับมาแล้วเดินตรงไปยังตำแหน่งที่ทีมเล็กๆของเหลยถิงยืนอยู่
ฝูงชนเงียบเสียงลงทันใด
ไม่มีความโกรธ ไม่มีการตอบโต้ ไม่มีท่าทางอับอาย กลับกันเขากลับเดินไปหาเหลยถิงโดยไม่พูดอะไรสักคำ
เหลยถิงรู้ได้ในทันทีว่าความกดดันไร้เสียงนี้คือการตอบโต้ที่โหดร้ายยิ่งกว่าสิ่งใด น่ากลัวยิ่งกว่าการที่เย่เทียนเซี่ยะโก้องแล้วหยิบอาวุธนั่นพุ่งเข้ามาหาเขาซะอีก เย่เทียนเซี่ยเดินเข้าไปใกล้ทีละก้าวๆด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ แม้ว่าบนใบหน้าของเย่เทียนเซี่ยจะยังคงมีรอยยิ้มเย็น แต่อัตราการเต้นของหัวใจเขากลับเร็วขึ้นอย่างชัดเจน
ถ้าเย่เทียนเซี่ยสูญเสียการควบคุมจากการถูกกระตุ้นและโจมตีออกไปด้วยความโกรธ ผู้คนโดนรอบอาจจะมองมาที่เขาด้วยสายตาเ็าแล้วเริ่มพูดเสียดสีทั้งสองฝ่าย และคนของโบสถ์จิติญญาแห่งาก็จะสามารถโต้กลับได้และสามารถหนีไปได้เช่นกัน......... เวลานี้การหนีเป็สิ่งที่สมควรที่สุด และก็จะไม่มีใครดูถูกด้วย เพราะพลังของเซี่ยเทียนล้วนแสดงออกมาให้เห็นแล้วในตอนนั้น คนฉลาดย่อมรู้ว่าการต่อต้านภายใต้สถานการณ์เช่นนี้คือการกระทำที่ไร้สมอง หนีไป.....แล้วจากนั้นค่อยเผชิญหน้าอีกครั้งตอนที่มีคนเยอะกว่านี้ถึงจะเป็ทางเลือกที่ถูก ทีมสิบสองคนไม่สามารถต่อกรกับเขาได้ แต่โบสถ์จิติญญาแห่งาในตอนนี้ก็มีสมาชิกหลายหมื่นคนแล้ว มีหรือที่จะกลัวเย่เทียนเซี่ยเพียงคนเดียว!?
การแสดงออกของเย่เทียนเซี่ยไม่ใช่การโจมตีออกมาด้วยความโกรธ กลับกันเขากลับเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆอย่างเงียบงัน......... บรรยากาศในพื้นที่แห่งนี้กดดันขึ้นทันทีเพราะการก้าวเดินอย่างเชื่อช้าของเขา บนร่างคนของโบสถ์จิติญญาแห่งามีเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นมาเต็มไปหมด ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้การเผชิญหน้ากับเย่เทียนเซี่ยที่เดินเข้ามาเงียบๆโดยไม่มีการโจมตีนั้น ถ้าหากพวกเขาถอยก็จะเท่ากับว่าพวกเขากลัวไปเต็มๆ และยิ่งรวมเข้ากับการอยู่ต่อหน้าผู้เล่นจากกองกำลังต่างๆมากมายแล้วด้วย ชื่อเสียงของพวกเขาคงจะถูกเท้าของเย่เทียนเซี่ยบดขยี้จนป่นปี้ไม่มีเหลือ เพราะต่อไปในวันหน้าใครๆก็จะรู้ว่าทั้งโบสถ์จิติญญาแห่งารวมทั้งหัวหน้าของพวกเขาล้วนวิ่งหนีเซี่ยเทียนหางจุดตูด....... ขณะเดียวกันคำพูดอันแข็งกร้าวของเหลยถิงก่อนหน้านี้ก็จะกลายเป็เื่ตลกไปด้วยเหมือนกัน
แต่ถ้าไม่ถอย.......... ถ้าเซี่ยเทียนโจมตีหลังจากที่เดินเข้ามาใกล้ แล้วพวกเขาจะหนียังไงกันล่ะ วีดีโอที่เขาฆ่าคนของโบสถ์จิติญญาแห่งาไปถึงสามสิบคนเมื่อวานยังคงแพร่อยู่ในอินเตอร์เน็ต จังหวะการก้าวย่างแบบนั้น หนึ่งก้าวสังหารคนไปเป็สิบก็นับว่าไม่เกินจริงเลย
คนเหล่านี้ก็ไม่ใช่พวกไก่กากระจอกๆ แต่พวกเขาล้วนเป็หัวกะทิของโบสถ์จิติญญาแห่งา มีแม้กระทั่งระดับหัวหน้าอยู่ในนี้ด้วย แล้วพวกเขาจะยอมให้เื่แบบนั้นเกิดขึ้นอีกได้ยังไง ถ้าหัวหน้าถูกฆ่า ชื่อเสียงและขวัญกำลังใจของทุกคนในโบสถ์จิติญญาแห่งาก็คงจะถูกทำลายไปไม่น้อย
“เซี่ยเทียน แกโกรธแล้วใช่ไหมล่ะ? อยากจะแสดงความภูมิใจของแกให้พวกเราเห็นแล้วใช่ไหมล่ะ?” เหลยถิงอ้าปากพูดออกไปพร้อมกับยิ้มเย็นเมื่อเย่เทียนเซี่ยเดินเข้ามาใกล้ เขาเริ่มรู้สึกว่าเสียงฝีเท้าของเย่เทียนเซี่ยเหมือนกับไม่ได้เหยียบย่างลงบนพื้นดิน แต่มันเหยียบย่างลงบนหัวใจของเขาต่างหาก
คนที่สามารถสร้างโบสถ์จิติญญาแห่งาขึ้นมาได้แบบนี้ แน่นอนว่าเหลยถิงจะต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ และความอดทนของจิตใจของเขาก็คงเหนือกว่าคนธรรมดาด้วยเช่นกัน แต่ครั้งนี้ความรู้สึกในหัวใจของเขากลับปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง ความกดดันที่อยู่ในใจของเขาไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่งของเย่เทียนเซี่ย แต่ยังเป็บรรยากาศอันหนักหน่วงที่แผ่ออกมาจากตัวเขาด้วย
ถ้าเย่เทียนเซี่ยอ้าปากพูดออกมา ไม่ว่าจะเป็การตอบรับว่าใช่หรือไม่ใช่ก็จะสามารถบรรเทาความกดดันนั้นไปได้บ้าง แล้วเหลยถิงก็จะสามารถโต้ตอบกลับไปได้ในทันที แต่เย่เทียนเซี่ยก็ยังคงปิดปากสนิทและก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับรอยยิ้มเย็นคลุ่มเครือที่ประดับอยู่บนมุมปาก และบรรดาผู้เล่นตรงหน้าเขาก็พร้อมใจกันหลีกทางให้ด้วยจิตใต้สำนึกจนกลายเป็เส้นทางให้เขาก้าวเดินต่อไป
หน้าผากของเหลยถิงเริ่มมีเหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นมา ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้สมาชิกโบสถ์จิติญญาแห่งาคนอื่นๆล้วนไม่กล้าส่งเสียงออกมา ในที่สุดเหลยถิงก็ะโออกมาเสียงดัง “เพื่อนๆทั้งหลาย เห็นได้ชัดเลยว่าเซี่ยเทียนไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตาเลยสักนิด คำพูดนี้มีใครทนได้บ้าง!? พวกเราร่วมมือกันฆ่าเขา ทำให้เขารู้ว่าค่าตอบแทนที่มากำแหงต่อหน้าพวกเรามันเป็ยังไงกันเถอะ”
“โอ้!!!”
สถานการณ์อันน่าอับอายปรากฏขึ้นมาจนได้ คนที่ตอบรับคำพูดนั้นมีเพียงคนสิบเอ็ดคนของโบสถ์จิติญญาแห่งาที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขาเท่านั้น ส่วนคนอื่นๆก็ยังคงเงียบเป็เป่าสาก คนส่วนมากมองไปที่เหลยถิงด้วยสายตาครุ่นคิดแล้วได้แต่หัวเราะเยาะให้กับเสียงร้องอันดังก้องของเขา
ฆ่าเซี่ยเทียน? ไม่ล่ะ หากจะพูดกันตามจริงแล้วผู้เล่นทั้งหมดที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ที่มีพลังมากพอจะฆ่าเซี่ยเทียนได้คงจะมีแค่ไม่กี่คน และสำหรับพวกเขาที่อยู่ในกองกำลังหรือกลุ่มต่างๆแล้ว ความแข็งแกร่งของคนเพียงคนเดียวยังไม่เพียงพอที่จะฆ่าเขาได้ และคนฉลาดล้วนรู้ดีว่าคนแบบไหนที่หากไม่ยุ่งด้วยได้ก็ไม่ควรไปยุ่ง ต่อให้ไม่อาจเป็เพื่อนกันได้แต่ไม่เป็ศัตรูกันก็จะดีที่สุด
ความแข็งแกร่งของเทียนโม่เซี่ยเป็บทพิสูจน์ที่น่ากลัวตรงจุดนี้มาแล้ว กองกำลังหรือคนที่ไปหาเื่เขามีใครอยู่ต่อไปได้อย่างเป็สุขบ้าง? ใน World of Fate แม้ว่าเทียนโม่เซี่ยจะยังคงอยู่ในรายการจัดอันดับเลเวล แต่การกระทำอันชั่วร้ายของเขากลับต่างออกไป ราวกับจงใจจะเปลี่ยนเป็ลึกลับ จนถึงวันนี้พวกเขาก็ยังไม่ได้ข่าวคราวของเทียนโม่เซี่ยเลย ยังไม่ได้ข่าวว่ามีคนพบเจอเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ระดับของเซี่ยเทียนก็อยู่เหนือเทียนโม่เซี่ยแล้ว ทางด้านพลังเองก็มีแนวโน้มว่าจะเหนือกว่าแล้วอย่างชัดเจน เทียนโม่เซี่ยยังไม่อาจตอแยด้วยได้ แล้วจะมาหาเื่ตอแยเซี่ยเทียนได้ยังไง
ดังนั้นเสียงเรียกของเหลยถิงนั้นนอกจากคนของตัวเองแล้วก็ไม่มีเสียงตอบรับอื่นๆอีกเลย และเสียงะโดังลั่นของเขาก็แสดงให้เห็นถึงความกังวลและความหวาดกลัวของเขาทั้งหมด
เหลยถิงขมวดคิ้วมุ่น สองมือของเขากำแน่น แต่ความเงียบอันเ็าที่ยังคงอยู่ทำให้เขาพยายามอดทนอย่างถึงที่สุดที่จะไม่พูดอะไรออกไปอย่างเกรี้ยวกราด ไม่อย่างนั้นเขาคงจะผิดใจกับผู้คนที่อยู่ที่นี่ทั้งหมดอย่างแน่นอน เมื่อมองเย่เทียนเซ่ยที่เดินเข้ามาใกล้เขาในระยะสิบเมตรแล้วดวงตาที่สงบนิ่งมาตลอดของเขาก็มีแววตาแห่งความกลัวและความอาฆาตแค้นพุ่งขึ้นมาในที่สุด เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นมาแล้วพูดออกมาโดยพยายามรักษาความสงบนิ่งของน้ำเสียงเอาไว้ให้ได้มากที่สุด “เอาเถอะ พวกเรากลับ!”
คนของโบสถ์จิติญญาแห่งาเหมือนได้รับการอภัยโทษ พวกเขาทั้งหมดหยิบม้วนคัมภีร์กลับเมืองออกมา โบสถ์จิติญญาแห่งาพ่ายแพ้ไปภายใต้ความกดดันไร้เสียงของเย่เทียนเซี่ย ถึงพวกเขาจะพ่ายแพ้แต่การรักษาชีวิตเอาไว้ก็สำคัญที่สุด ทว่าเมื่อเหลยถิงกำลังจะทำลายม้วนคัมภีร์กลับเมืองเย่เทียนเซี่ยที่อยู่ห่างจากเขาไปประมาณห้าเมตรกลับหายวับไปก่อนจะพุ่งเข้ามาราวกับสายฟ้าแล้วมาปรากฏตัวอยู่ข้างกายของเหลยถิงอย่างกะทันหันพร้อมกับยกห้วงเวลาแห่งโชคชะตาขึ้นมาแล้วฟันลงไปอย่างแรง
ปั้ง!!
-1392!
เหลยถิงทำอะไรไม่ถูก แม้แต่สติรับรู้ที่จะตอบโต้ออกไปก็ยังไม่ทันจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำเขาก็ถูก “ัสะบั้น” ฟาดเข้าใส่อย่างหนักหน่วงจนล้มลงไปกองกับพื้น ตัวเลขความเสียหายทะลุพันทำให้หัวใจของผู้เล่นทั้งหมดที่มองเห็นสั่นสะท้าน
พลังการโจมตีแบบนี้สามารถฆ่าผู้เล่นคนใดก็ตามที่อยู่ด้านหลังโล่ได้ในเสี้ยววินาที! และการพุ่งเข้าโจมตีในชั่วพริบตาเมื่อกี้นี้ก็ยิ่งทำให้นักฆ่าที่มีความสามารถในการเคลื่อนที่ที่แข็งแกร่งที่สุดถึงกับอายไปเลย
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหลยถิง หัวหน้าโบสถ์จิติญญาแห่งาคนนั้นคงจะถูกฆ่าตายในเสี้ยววินาที.......... ร่างของเขากลายเป็ซากศพทันที นั่นหมายความว่าเขาและโบสถ์จิติญญาแห่งาทั้งหมดคงต้องตกอยู่ภายใต้ความขมขื่นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด นี่ไม่ใช่สิ่งที่เย่เทียนเซี่ย้าและไม่ใช่สิ่งที่เย่เทียนเซี่ยหวาดกลัว เขาก็แค่ทำเื่ใดๆก็ตามที่เขาอยากทำไปโดยไม่ได้จงใจ การฆ่าใครก็ตามที่เขาอยากฆ่า มันอาจจะไม่ถูกใจใคร อาจจะมีผลตามมา และไม่ว่าผลกระทบแบบลูกโซ่ที่จะตามมาในอนาคตจะเป็อะไร เขาก็ไม่สนใจแม้แต่น้อย ที่มาของความมั่นใจของเขาก็คือความแข็งแกร่งของตัวเขาเอง
“คนที่มันกล้าปากดีกับฉัน ถ้าฉันไม่อนุญาต แกจะไปไหนได้?” เย่เทียนเซี่ยเก็บห้วงเวลาแห่งโชคชะตากลับมา เขาไม่ได้มองไปที่ซากศพของเหลยถิงเลยแม้แต่วูบเดียว เย่เทียนเซี่ยหมุนตัวกลับแล้วพูดออกมาช้าด้วยน้ำเสียงดูถูกและเหยียดหยาม
ขณะที่เย่เทียนเซี่ยลงมือก็มีสมาชิกของโบสถ์จิติญญาแห่งากลับไปแล้วหกคน คนอีกห้าคนที่เหลือมองหัวหน้าของพวกเขาถูกฆ่าในเสี้ยววินาทีโดยไม่ทันได้มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆแล้วได้แต่นิ่งค้างอยู่ตรงนั้น............
“พี่ใหญ่!” เหลยเป้าที่เอาแต่หลบอยู่หลังคนอื่นในที่สุดก็ร้องเสียงดังแล้ววิ่งออกมา เมื่อวานเขาถูกเย่เทียนเซี่ยฆ่าทำให้ระดับลดลงจากเลเวล 13 มาสู่เลเวล 11 หากจะบอกว่าเขาไม่รู้สึกเกรงกลัวเย่เทียนเซี่ยเลยแม้แต่น้อยคงจะเป็ไปไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าเดินออกมาด้านหน้าเลยแม้แต่ก้าวเดียว เขากลัวว่าเย่เทียนเซี่ยจะลงมืออย่างฉับพลันอีกครั้งทำให้เขาต้องตรากตรำเก็บเลเวลด้วยความยากลำบากเพื่อชดเชยช่องว่างที่ขาดหายไป เขามองซากของเหลยถิงที่กลายเป็แสงสีขาว ไม่รู้ว่าเป็เพราะความหวาดกลัวหรือเพราะสติรับรู้ที่ยังมีอยู่เขาจึงไม่ได้สั่งให้คนเดินหน้าเข้าโจมตีเย่เทียนเซี่ย แต่ทว่าเขากลับะโออกมาเสียงดังแล้วชี้มาทางเย่เทียนเซี่ย “เซี่ยเทียน แกกล้าฆ่าพี่ใหญ่ของฉันงั้นเหรอ......... จากนี้ไปพวกเราโบสถ์จิติญญาแห่งากับแกถือว่าเป็ศัตรูกัน!! พวกเรากลับ!!”
เสียงะโดังสนั่นของเขาทำให้สมาชิกโบสถ์จิติญญาแห่งากลับไปจนหมด เดิมทีแล้วเหลยถิงอยากจะกู้สถานการณ์อะไรบางอย่างคืนมาจากเย่เทียนเซี่ย แต่เขากลับปลูกฝังบางสิ่งลงไปอีกครั้งภายใน่เวลาสั้นๆเสียอย่างนั้น ไม่เพียงแต่จะเสียหน้า แต่เหลยถิงแห่งโบสถ์จิติญญาแห่งายังถูกฆ่าตายภายในเสี้ยววินาทีต่อหน้าต่อตาผู้คนนับพันด้วย
เมื่อคนของโบสถ์จิติญญาแห่งาจากไปบรรยากาศกดดันก็จางหายไป เย่เทียนเซี่ยหัวเราะออกมาเสียงเย็นแล้วเดินไปทางผนึกเวทมนต์ที่ไร้ผู้คนท่ามกลายสายตาของผู้คนรอบๆ
แปะ! แปะ! แปะ! แปะ!
เสียงตบมือดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ชายคนหนึ่งในชุดสีดำผู้มีใบหน้าหล่อเหลาและมีกลิ่นอายไม่ธรรมดาตบมือไปด้วยพร้อมกับเดินออกมาจากฝูงชนด้วยรอยยิ้ม ด้านหลังของเขายังมีคนอีกสิบเอ็ดคนเดินตามเขามาติดๆ
“ที่แท้ได้ยินชื่อไม่สู้ได้พบหน้า สหายเซี่ยเทียนช่างมีความเด็ดขาดน่าชื่นชมจริงๆ” เขาเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเย่เทียนเซี่ยแล้วยิ้มออกมาอย่างชื่นชม ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของเขาไม่ได้ทำให้ผู้เกิดความรู้สึกไม่ดีเลยแม้แต่น้อย
“ความเย่อหยิ่งที่ไร้พลังก็มีแต่รนหาที่ตาย นายคิดว่าไงล่ะ?” เย่เทียนเซี่ยหยุดฝีเท้าแล้วมองคนตรงหน้าอย่างสนใจ ไม่ต้องมองชื่อของเขาเย่เทียนเซี่ยก็รู้ดีว่าคนที่อยู่ตรงหน้าของเขาตอนนี้คือใคร แม้ว่านี่จะเป็การพบกันครั้งแรกของเขาใน World of Fate แต่ก่อนหน้านี้เขาก็เคยพบคนๆนี้มาแล้วหนึ่งครั้ง
หัวหน้าพันธมิตรแดนเทพ................ ลูกชายคนเดียวของประมุขตู้กูแห่งกองกำลังทางใต้ของหัวเซี่ย...........เสินจื่อแห่งตู้กู.........จ้างเสิน!
การปรากฏตัวของเขาทำให้บริเวณโดยรอบยิ่งเงียบงันลงไปมากยิ่งขึ้น เพราะไม่ว่าจะในโลกแห่งเกมหรือโลกแห่งความจริง เขาก็เป็หนึ่งในคนที่ไม่ควรไปหาเื่ด้วยที่สุด
กองกำลังใต้ดิน หรืออีกด้านหนึ่งจะเรียกว่ามาเฟียก็ได้ แต่ถ้าจะพูดให้ชัดๆกองกำลังใต้ดินก็คือมาเฟียนั่นแหละ กองกำลังของตระกูลตู้กูพัฒนามาหลายยุคหลายสมัย เขี้ยวเล็บของพวกเขาคลอบคลุมไปทั่วทั้งแดนใต้ ในหัวเซี่ยหากพูดถึงตระกูลจั้วก็จะแสดงถึงความเคารพและความยำเกรง หากพูดถึงตระกูลซูก็จะนึกถึงซูลั่วผู้มีพร์ซึ่งนำพาอาณาจักรธุรกิจต่างๆของเขาได้อย่างเจริญรุ่งเรือง และถ้าพูดถึงตระกูลตู้กูและตระกูลหยุน...........พวกเขาก็มักจะพูดถึงการเปลี่ยนแปลง
มีขาวก็ย่อมมีดำ มาเฟียไม่มีวันถูกกำจัดไปได้ หรือจะพูดว่าเป็กฎที่แน่นอนข้อหนึ่งเลยก็ว่าได้ และแม้จะเป็รัฐบาล ก็ยังต้องใช้วิธีใต้ดินเพื่อจะทำหลายๆเื่ให้สำเร็จ และไม่ว่าจะเทียบกับรัฐบาลโลก องค์กรธุรกิจโลก ตระกูลผู้มีพลังพิเศษหรือตระกูลเก่าแก่อันลึกลับ สิ่งที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวและหวาดหวั่นที่สุดก็คือกองกำลังใต้ดินเช่นนี้อย่างไม่ต้องสงสัย ตระกูลตู้กูคือาาใต้ดินแห่งแดนใต้ ใครๆก็ต้องหวาดกลัว เพราะการกระทำของพวกเขาไร้ซึ่งศีลธรรม ไม่สนใจกฎหมาย กองกำลังที่ทำให้ตระกูลตู้กูไม่พอใจ ก็ไม่ต่างอะไรกับการทำให้เทพแห่งความตายไม่พอใจเช่นกัน