เจียงหยวนเมื่อรู้สาเหตุเขาแทบไม่อยากเชื่อ “อาเหยียน!! นี่ไม่ใช่แค่เื่ความรักแล้ว ถึงกับ้าท่าเรือของท่านตาเ้า อาเหยียนอยากให้ข้าช่วยอย่างไรบอกมาเถิด จะปล่อยให้พวกมันทำสำเร็จไม่ได้นะ”
“หึ ข้าไม่มีวันยอมให้ตระกูลเฉาทำสำเร็จแน่ ในเมื่อพวกมันอยากเป็โจรข้าย่อมจับโจรมาลงโทษ ส่วนกิจการของตระกูลเฉาต้องหยุดขายทั้งหมด เพราะการกระทำของตนเอง วันที่ท่านแม่ต้องไปอารามเต๋าข้าจะซ้อนแผนด้วยการล้อมจับพวกมัน เมื่อเฉาหย่าหรงส่งสัญญาณ
ให้คนของตนลงมือกับท่านแม่ของข้า”
“ดี! เช่นนั้นข้าจะไปช่วยเ้าอีกแรง เื่การจับโจรเป็หน้าที่ของเ้านะอาเหยียน ส่วนข้าจะพาตัวท่านป้าออกมาจากเฉาหย่าหรง ป้องกันมิให้นางฉวยโอกาสลงมือกับท่านป้า เมื่อลูกน้องทำงานไม่สำเร็จ” เจียงหยวนเองก็คิดเผื่อไว้ด้วยเกรงว่า เฉาหย่าหรงอาจมีแผนสำรองอื่นอีก
“ข้าขอแนะนำให้พี่ใหญ่ พาท่านป้ากลับจวนตระกูลฟู่แทนเ้าค่ะ เพราะท่านป้าจะปลอดภัยอย่างแท้จริง อย่าได้อยู่ที่นั่นเป็อันขาดข้าพูดได้เพียงเท่านี้ หวังว่าพวกท่านสองคนจะเข้าใจนะเ้าคะ” อวี้จิ่นไม่อาจแนะแนวทางได้มากไปกว่านี้ เนื่องจากมันอาจทำให้เส้นชีวิต
ของเซี่ยฮูหยินเปลี่ยนไปจากเดิม
“พี่เข้าใจแค่เ้าช่วยเตือน เพื่อเตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้าก็ดีมากแล้วล่ะ บางครั้งความลับของ์ ก็ไม่อาจเปิดเผยไปมากกว่านี้ ขอบใจจิ่นเอ๋อร์มากหากไม่มีเ้า พี่คงจะสูญเสียท่านแม่ไปตลอดกาล” ฟู่หลงเหยียนเอ่ยขอบใจอวี้จิ่นอย่างจริงใจทั้งคำพูดและสายตา
“ในเมื่อรู้เหตุการณ์ที่จะเกิดล่วงหน้าแล้ว ตอนนี้พวกเราควรกลับไปได้แล้วนะ หากนานกว่านี้จะดูผิดสังเกตเกินไป แค่ต้มยาบำรุงแต่พวกเรากลับมาช่วยกันถึงสามคนเช่นนี้” แต่เจียงหยวนย่อมรู้ดีว่าบิดาของตน และบิดาของสหายย่อมรู้สึกผิดสังเกตเช่นกัน
“อืม เฉินอิ่นเข้ามาช่วยยกยาบำรุง ตามพวกข้ากลับไปก็แล้วกัน”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
ผู้ติดตามทั้งสี่ได้ยินสิ่งที่อวี้จิ่นเล่าออกมา ก็ใไม่ต่างกับเ้านาย โดยเฉพาะเฟยอินที่เพิ่งมาได้ไม่กี่วัน ยังไม่รู้อันใดมากนักจึงรู้สึกงงเล็กน้อย แต่ได้ตงลู่ที่บอกกับนางว่า จะเล่าให้ฟังทีหลังตอนนี้ต้องทำหน้าที่ให้เรียบร้อยเสียก่อน มีเพียงสิ่งเดียวที่ทั้งสี่คิดเหมือนกันคือความคิดชั่วช้าของตระกูลเฉา ช่างไม่เจียมตัวอยากได้กิจการของตระกูลเซี่ยแห่งแดนใต้พวกเขาเจอตอใหญ่ที่ไม่ควรเดินเข้ามาใกล้แม้แต่น้อย
เมื่อแขกและเ้าของจวนได้ดื่มยาบำรุงของอวี้จิ่น พอถึงต้นยามซวีฟู่กั๋วกงจึงได้เอ่ยขอตัวกลับจวน โดยครอบครัวของอวี้จิ่นเดินมาส่งถึงรถม้า เซี่ยฮูหยินบอกกับอวี้จิ่นให้นางไปเที่ยวเล่นที่จวนบ้างหากนางมีเวลาว่าง ผู้ใหญ่เอ่ยมาถึงเพียงนี้นางจึงรับปากไว้ก่อน แต่จะว่างเมื่อใดค่อยว่ากันอีกครั้ง
พอสองครอบครัวแยกย้ายกันไป เจียงหยวนก็ถูกบิดาเรียกพบทันที ซึ่งเขารู้ว่าบิดา้าถามเื่อันใด เมื่อถึงห้องหนังสือจึงได้เล่าเื่ที่น้องสาวเห็นให้กับบิดาได้ฟัง
“ปัง!! มันจะมากเกินไปแล้ว ตนเองไม่มีความสามารถที่จะสร้างมันขึ้นมา ก็คิดจะเอาของผู้อื่นอย่างหน้าตาเฉยไร้ศักดิ์ศรีจริง ๆ” แม่ทัพใหญ่คาดไม่ถึงกับเื่นี้จริง ๆ ว่าตระกูลพ่อค้าที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของตระกูลเซี่ย ช่างมีความกล้าเสียเหลือเกินกับการอยากได้สมบัตินี้
“กิจการนี้ของตระกูลเซี่ยทำเงินได้มากมายมีใครไม่รู้บ้างแม้ตระกูลเฉาจะมีคู่ค้าพอสมควร แต่คิดจะต่อกรกับท่านตาของอาเหยียน มิใช่เื่ง่ายเลยสักนิด ในวันที่ท่านป้าเดินทางไปอารามเต๋า ข้าจะไปช่วยพาท่านป้ากลับจวนด้วยตนเองขอรับท่านพ่อ”
“อืม เ้าไปช่วยพาเซี่ยฮูหยินกลับจวนก็ดีเหมือนกัน อาเหยียนจะได้จัดการพวกโจรนั่นได้สะดวก ไม่ต้องคอยเป็ห่วงมารดาจนทำงานผิดพลาด ในเมื่อเป็สหายกันเื่ไหนช่วยได้ก็ควรช่วยและอย่าได้ประมาทอีกฝ่ายเข้าใจหรือไม่”
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านพ่อ”
พ่อลูกตระกูลเจียงพูดคุยกันอย่างไร สองพ่อลูกตระกูลฟู่ก็พูดคุยกันเช่นนั้น โดยเฉพาะฟู่กั๋วกงที่ตกตะลึง กับความสามารถทำนายดวงชะตาของอวี้จิ่น เขาคิดว่าคงจะเป็การทำนายคล้ายกับคนของกรมพิธีการเสียอีก แต่อวิ้จิ่นกลับมองเห็นภาพได้ นี่คงเป็พรจาก์อย่างแท้จริง
“ปัง!! หึ เฉาเสียงฮุย!! เฉาหย่าหรง!! พวกเ้าคิดทำร้ายฮูหยินของข้าถึงชีวิตเชียวรึ ไหนจะกิจการท่าเรือของนางอีก ตระกูลเฉาช่างมองข้ามหัวข้าฟู่กัวเฟิงผู้นี้มากเกินไปแล้ว ตราบใดที่ข้ายังอยู่พวกเ้าอย่าฝันว่าจะทำร้ายฮูหยินได้แม้แต่ปลายเล็บ” ฟู่กั๋วกงย่อมโมโหมาก
จนอยากสังหารพวกตระกูลเฉาให้ตายยิ่งนัก
“ถือว่ายังโชคดี ที่ท่านพ่อตัดสินใจไปจวนตระกูลเจียงในวันนี้มิเช่นนั้นพวกเราคงสูญเสียท่านแม่ เพราะตระกูลเฉาไปแล้วนะขอรับและต้องขอบคุณ์ที่ประทานความสามารถนี้ให้กับจิ่นเอ๋อร์” ฟู่หลงเหยียนนึกขอบคุณอวี้จิ่นอยู่ตลอดเวลา รวมถึงขอบคุณ์
ที่ทำให้เขาได้พบกับนาง หลายอย่างคลี่คลายได้เพราะนาง
“นั่นสินะ หากไม่มีคุณหนูเจียงผู้มีความสามารถด้านนี้พวกเราก็ไม่อาจมานั่งพูดคุย เพื่อวางแผนรับมือคนชั่วได้แน่ ต้องขอบใจนางมากจริง ๆ พ่อคงต้องหาของขวัญสักชิ้น เพื่อแสดงความขอบใจนางเสียแล้ว”
“ท่านพ่อรอรับท่านแม่อยู่ที่จวนนะขอรับ อาหยวนจะเป็คนพาท่านแม่กลับมา ส่วนข้าจะจัดการจับเป็โจรตัวปลอม และนำตัวไปมอบให้ศาลต้าหลี่ไต่สวนเองขอรับ หากที่นี่มิใช่อยู่ใกล้พระเนตรพระกรรณฝ่าาแล้วละก็..” ฟู่หลงเหยียนจะไม่กลายเป็คนโเี้ หากไม่มีใครยื่นมือเข้ามายุ่งกับคนที่เขารัก แต่ครั้งนี้ตระกูลเฉาคิดการใหญ่เกินตัว เขาย่อมลงมืออย่างไม่ลังเล
“หึ ถ้าศาลต้าหลี่ตัดสินความผิดถึงขั้นเนรเทศไปเมืองอื่นเ้าจงส่งคนของเราไปจัดการพวกมันให้สิ้นซากเสีย โดยเฉพาะสตรีอย่างเฉาหย่าหรง ไม่ได้ข้าคงอยากให้ข้าเ็ปกระมัง” ฟู่กั๋วกงไม่คิดว่าเฉาหย่าหรงจะยึดติดกับตนมากถึงเพียงนี้ ทั้งที่ฮูหยินของเขาคบหาด้วยความจริงใจแท้ ๆ
“ท่านพ่อวางใจเถิด ใครที่คิดทำร้ายคนที่พวกเรารัก ย่อมได้รับผลตอบแทนกลับไปร้อยเท่าพันเท่าขอรับ” และแน่นอนว่าฟู่หลงเหยียนย่อมคิดเช่นเดียวกับบิดาของตน
“เฮ้อ พ่อฝากเ้าจัดการด้วยนะ ตอนนี้เ้าก็ไปพักผ่อนเถิดพ่อก็จะกลับไปหามารดาของเ้าเช่นกัน”
“ขอรับท่านพ่อ”
เมื่อกลับมาถึงเรือนฟู่หลงเหยียนมิได้นอนพัก เขาเรียกเฉินอิ่นและอู๋จิ้งเข้าไปรับคำสั่ง สำหรับแผนการช่วยชีวิตมารดา ตัวเฉินอิ่นนั้นรู้พร้อมเ้านายมาก่อนแต่สำหรับอู๋จิ้งนั้นยังไม่รู้
“ฮึ่ย!! นายน้อยคนตระกูลนี้คงปล่อยเอาไว้ไม่ได้นะขอรับคิดจะเอาไม้ซีกมางัดไม้ซุง ช่างไม่รู้จักเจียมกำลังของตนเอาเสียเลย”
“เพราะความอยากได้จนตามืดบอดอย่างไรเล่าอู๋จิ้ง ตระกูลเฉาถึงได้ลืมไปว่าบิดาของฮูหยิน เป็ที่เคารพของแดนใต้มากแค่ไหน หึ คิดว่าทำการค้ากับฮูหยินมานาน แล้วจะรู้เกี่ยวกับกิจการเดินเรือน่ะรึ สงสัยเฉาเสียงฮุยกำลังฝันกลางวันอยู่กระมัง ถึงได้ลืมมองความเป็จริง” แม้แต่เฉินอิ่นที่ติดตามฟู่หลงเหยียน ลงไปอยู่แดนใต้หลายปี ยังไม่เข้าใจวิธีการทั้งหมดได้ แล้วตระกูลเฉานับเป็อันใดได้
“คนตระกูลนี้แค่ทำการค้าจนร่ำรวย คงคิดว่าตนเองฉลาดกว่าผู้อื่น แต่บ่าวคิดว่าน่าจะเป็คนฉลาดน้อยนะขอรับ”
“เฉินอิ่นเ้าเตรียมกำลังคนไว้หนึ่งร้อยคน ส่วนเ้าอู๋จิ้งเช้าวันนั้นให้ไปพบใต้เท้ากวน เพื่อแจ้งว่าข้าได้ข่าวเื่โจรปล้นฆ่า ขอให้ใต้เท้ากวนนำกำลังคนตามไปโดยเร็ว พวกเราจะได้ไม่ถูกสงสัย
และวันที่ท่านแม่ออกเดินทางไปอารามเต๋า พวกเราจะไปดักซุ่มที่นั่นก่อน คนที่ปลอมตัวเป็โจรฆ่าพวกมันให้ได้มากที่สุด เสร็จเื่แล้วปล่อยเฉาหย่าหรงไว้ ให้นางกลับพร้อมเ้าหน้าที่จากศาลต้าหลี่ก็แล้วกัน” เขาจะรอดูว่านางจะมีข้อแก้ตัว เพื่อหลบเลี่ยงใต้เท้ากวนหรือไม่
“รับทราบขอรับนายน้อย”
ส่วนเฉาเสียงฮุยผู้คิดว่าตนพอจะมีอำนาจในมืออยู่บ้าง เนื่องจากมีขุนนางบางส่วนคอยหนุนหลังอยู่เงียบ ๆ ก็นั่งกระหยิ่มยิ้มย่องว่าตนกำลังจะได้กิจการท่าเรือแห่งแดนใต้ มาเป็ของตนโดยลืมนึกถึงความเป็จริงว่า กิจการของตระกูลเซี่ย ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน
ถึงเพียงนี้ จะไม่มีคนที่มีตำแหน่งและอำนาจในมือ คอยหนุนหลังให้บ้างเชียวหรือ เมื่อมีภัยมาถึงตัวจึงนึกขึ้นได้ แต่มันก็สายเกินจะกลับไปแก้ไขเื่ราวเสียแล้ว
