ตอนที่ 9
ลูกบอลหัวมนุษย์
แสงไฟสีแดงสลัวในโถงทางเดินกะพริบวับแวม ไอเย็นะเืควบแน่นจนแทบกลายเป็น้ำแข็ง การถูกมนุษย์ตัวจ้อยปั่นประสาทเล่นทำให้แรงอาฆาตของเด็กชายพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด
ทว่าเมื่อเห็นฉู่สือที่ยืนอยู่ข้างหลังชิงหลี่ ใบหน้าของเด็กชายก็บิดเบี้ยวสยดสยอง เืไหลทะลักออกมาจากตา หู จมูก และปากเป็ทางยาว ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายความแค้นที่ดุร้ายอำมหิต แต่กลับทำได้เพียงยืนนิ่งอย่างอัดอั้นตันใจเพราะไม่กล้าขยับเขยื้อน
[ ฮ่าๆๆ ยัยหนูบ้านนอกใช้ชีวิตตัวเองพิสูจน์ให้เห็นเลยว่า เขตปลอดภัยนี้เชื่อถือได้จริง ]
[ เด็กนั่นโกรธจนเืกบปากไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าจะกลายเป็ผีตัวแรกในประวัติศาสตร์ที่โดนโกรธจนตายหรือเปล่า ]
[ ทั้งที่เป็ฉากสยองขวัญแท้ๆ แต่ทำไมฉันหยุดขำไม่ได้เลยเนี่ย ]
เพราะการกระทำสุดเกรียนของชิงหลี่ ทำให้ยอดของขวัญในห้องไลฟ์สดพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง
แต่ชิงหลี่ยังไม่ทันจะได้ดีใจ…
“โครม! ——”
“โอ๊ยยยย! ——”
เสียงล้มก้นจ้ำเบ้าตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวน
เป็เพราะก่อนหน้านี้เด็กชายตะกุยประตูจนมีเืเน่านองอยู่ที่พื้นนิดหน่อย ชิงหลี่ที่มัวแต่เล่นเพลินเลยเผลอเหยียบพลาดลื่นล้มก้นกระแทกพื้นจนหน้าเหยเกด้วยความเจ็บ
และในวินาทีนั้นเอง บนพื้นโถงทางเดินก็มีมือผีเน่าๆ นับสิบพุ่งขึ้นมาคว้าหมับเข้าที่ขาของชิงหลี่ พวกมันพยายามจะฉีกทึ้งแขนขาของเธอให้ขาดออกจากกันอย่างบ้าคลั่ง
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนผู้ชมในไลฟ์ตั้งตัวไม่ทัน
“คุณหมอฉู่! รีบไปช่วยคุณชิงหลี่เร็วเข้า!” หลินจื่อโจวะโด้วยความร้อนรน
ทว่าฉู่สือกลับยืนนิ่งเฉย เขามองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาเ็าไร้อารมณ์
โจวหย่าแอบยกยิ้มที่มุมปากอย่างสะใจ เธอรู้สึกว่าจุดจบแบบนี้แหละที่ชิงหลี่สมควรได้รับ
“จับ... ได้... แล้ว...”
ใบหน้าเน่าเฟะพุ่งเข้ามาประชิดหน้าชิงหลี่ เด็กชายฉีกยิ้มกว้างไปถึงรูหู ลูกตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้า เสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นสะใจ
ชิงหลี่ย่นจมูก พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงรังเกียจสุดขีด “เหม็นปากชะมัดเลยน้องชาย ช่วยถอยไปห่างๆ หน่อยได้ไหมคะ?”
บรรยากาศสยองขวัญที่เด็กชายอุตส่าห์สร้างมาพังทลายลงในพริบตา: “......”
“ฉันเกลียดเด็กสกปรกที่สุดเลยเนี่ย น้องชายตัวทั้งเหม็นทั้งซกมก ไม่น่ารักเลยสักนิดนะคะ” ชิงหลี่กะพริบตาปริบๆ พลางบ่นงึมงำ
ประเด็นคือสีหน้าของเธอนั้นดูจริงจังมาก ใบหน้าที่เน่าเฟะของเด็กชายสั่นกระตุกด้วยความโกรธจัด จนหนอนแมลงวันบนเนื้อเน่าร่วงกราวลงมาหลายตัว
“ฉันจะฆ่าแก! จะจับแกมาทำเป็ของเล่นที่ทั้งเหม็นและสกปรกยิ่งกว่าฉันอีก!”
เมื่อเห็นว่าหนอนพวกนั้นเกือบจะหล่นใส่ตัว ชิงหลี่ก็รูม่านตาหดเกร็ง เธอถีบเข้าที่หน้าของเด็กชายเต็มแรง
“กร๊อบ! ——”
เสียงกระดูกแตกหักดังลั่น
ลูกถีบนี้ถึงขั้นทำให้หัวของเด็กชายหลุดกระเด็นไปตามพื้นอีกรอบ! หัวที่เพิ่งจะต่อคืนไปได้ไม่นานกลับต้องลงไปกลิ้งขลุกๆ อยู่บนพื้นปูน
“อุ๊ย ขอโทษที ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
ในมือของชิงหลี่พลันมีทิชชู่เปียกโผล่มาั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ เธอค่อยๆ เช็ดคราบเืและเศษเนื้อเน่าที่ติดอยู่บนรองเท้าอย่างใจเย็น
ปากบอกว่าขอโทษ แต่หน้าตานี่ไม่มีความสำนึกผิดเลยสักนิด
“คุณชิงหลี่! รีบกลับเข้ามาเร็วครับ!”
เมื่อเห็นชิงหลี่หลุดจากการเกาะกุม หลินจื่อโจวก็รีบยื่นมือออกไปหวังจะดึงเธอเข้ามา
ชิงหลี่กำลังจะยื่นมือไปตอบรับ…
“ปัง! ——”
ประตูถูกเหวี่ยงปิดลงอย่างแรง
“ฉันไม่ได้ตั้งใจนะคะ!”
โจวหย่าทำหน้าตาตื่นตระหนกพลางรีบอธิบาย “เมื่อกี้ฉันพยายามจะช่วยดึงชิงหลี่เข้ามาเหมือนกัน แต่ดันเท้าพลิกไปกระแทกโดนประตูเข้าพอดี...”
“ถอยไป!”
หลินจื่อโจวไม่มีเวลามานั่งจับผิดว่าโจวหย่าตั้งใจหรือไม่ เขาผลักโจวหย่าออกไปให้พ้นทางแล้วรีบกระชากประตูเปิดออก หวังจะช่วยชีวิตชิงหลี่ให้ทันท่วงที
โจวหย่าทำหน้าเศร้าเสียใจและโทษตัวเอง แต่ในใจกลับแอบหวังว่าพอเปิดประตูออกไปแล้ว จะได้เห็นศพของชิงหลี่ที่แหลกเป็ชิ้นๆ
เสิ่นรั่วปรายตามองโจวหย่าแวบหนึ่ง เขาเห็นประกายความสะใจที่ซ่อนลึกอยู่ในดวงตาของเธอ…
เขาเก็บงำความคิดไว้แล้วหันไปมองที่ประตู…
หลินจื่อโจวเปิดประตูออกไป แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้เขาถึงกับยืนอึ้ง…
คนล่ะ? แล้วผีไปไหนหมด? ทำไมโถงทางเดินถึงว่างเปล่าสะอาดตาขนาดนี้!?
“ตุ๊บ... ตุ๊บ... ตุ๊บ...”
เสียงลูกบอลเดาะลงพื้นดังมาจากส่วนลึกของโถงทางเดิน
หลินจื่อโจวกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขาค่อยๆ ก้าวเท้าออกไปนอกห้องผ่าตัด
“หนาวจัง...”
เขาห่อไหล่ด้วยความเย็นจัด ลมหายใจที่พ่นออกมากลายเป็ไอสีขาวขุ่นในทันที
“ตุ๊บ... ตุ๊บ... ตุ๊บ...”
เสียงลูกบอลดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เส้นประสาทของหลินจื่อโจวตึงเครียด เขาเริ่มรู้สึกหวาดกลัวและอยากจะถอยกลับเข้าไปในห้อง แต่ปรากฏว่าประตูห้องผ่าตัดที่อยู่ข้างหลังเขากลับหายวับไปกับตา!
ความกลัวเริ่มกัดกินจิตใจ หลินจื่อโจวทำได้เพียงกัดฟันเดินหน้าต่อไป
“ตุ๊บ! ——”
ลูกบอลสีแดงก่ำเด้งตรงมาหาหลินจื่อโจว เขาเผลอยื่นมือไปรับตามสัญชาตญาณ ลูกบอลตกลงบนมือเขาอย่างมั่นคง
“ฉัน... เจ็บ... เหลือเกิน...”
บนลูกบอลลูกนั้นมีใบหน้าของมนุษย์ปรากฏขึ้น ปากพะงาบพูดไปมา เืไหลทะลักออกมาจากเบ้าตา
“เหวออออ!”
เืจำนวนมหาศาลไหลอาบมือหลินจื่อโจว เขาร้องลั่นด้วยความใ พยายามจะสะบัดลูกบอลหัวคนนั่นทิ้ง แต่มันกลับติดหนึบกับมือเขาแน่นราวกับกาว
ความเ็ปเหมือนโดนถลกหนังถอนเส้นเอ็นทำให้เสียงร้องของหลินจื่อโจวโหยหวนขึ้นเรื่อยๆ เขาฟันธงได้เลยว่าิับนฝ่ามือของเขากำลังถูกกัดเซาะหลุดลอกออกมา
“ถอยไป!”
น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าทรงพลังดังเข้าหูหลินจื่อโจว เขาเบิกตากว้าง พบว่าชิงหลี่มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขาั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ ยันต์สีเหลืองใบหนึ่งถูกแปะลงบนหัวคนที่เป็ลูกบอล และมันก็ลุกไหม้เป็เถ้าถ่านในพริบตา
“กรี๊ดดดดดด! ——”
คราวนี้เป็ฝ่ายลูกบอลหัวคนที่ร้องโหยหวนแทน
เสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตกดังระงมไปทั่ว
“ทำไมไม่ช่วยฉัน? ทำไมทิ้งฉันไว้คนเดียว!”
“ช่วยด้วย! ฉันไม่อยากตาย! ไม่อยากตาย!...”
ลูกบอลหัวคนแผดเสียงอย่างไม่ยอมรับความตาย หลินจื่อโจวถึงเพิ่งจะจำเสียงนั้นได้... เธอคือ หลินเสวี่ยเอ๋อร์!
“เกลียดชังพวกผีที่ตายแล้วยังชอบลากคนอื่นลงไปตายด้วยที่สุดเลย”
แววตาของชิงหลี่ฉายแววดูแคลน นิ้วมือร่ายมหาเวทย์อย่างรวดเร็ว สายฟ้าจากฝ่ามือฟาดเปรี้ยงลงบนหัวของหลินเสวี่ยเอ๋อร์จนแหลกละเอียดกลายเป็จุณในพริบตา
“คุณ... คุณ... คุณชิงหลี่... คุณ... คุณทำได้ยังไง...”
หลินจื่อโจวอ้าปากค้าง ตกลงว่าเมื่อกี้เขาตาฝาดหรือเห็นภาพหลอนไปเองกันแน่?
“มีอะไรเหรอคะ?”
ชิงหลี่เอียงคอถาม ดวงตาคู่สวยใสซื่อเป็ประกาย
“ปะ... เปล่าครับ ไม่มีอะไร”
หลินจื่อโจวส่ายหัวรัวๆ แต่สายตาที่มองชิงหลี่กลับเปลี่ยนเป็ความศรัทธาอย่างแรงกล้า
ถ้าเขาเดาไม่ผิด คุณชิงหลี่ต้องเป็ยอดฝีมือผู้มีวิชาอาคมระดับตำนานแน่ๆ! ถ้าไม่ติดว่ากลัวจะทำให้นางใ เขาแทบอยากจะพุ่งไปกราบแทบเท้าแล้วะโดังๆ ว่า — "ท่านเทพ ช่วยแบกผมด้วยครับ!"
ในขณะเดียวกัน ห้องไลฟ์สดก็แทบะเิ!
[ ฉันตาไม่ฝาดใช่ไหม นั่นมันสายฟ้าชัดๆ! ]
[ ถามโง่ๆ เลยนะ มนุษย์เรียกสายฟ้ามาสู้ได้ด้วยเหรอ? ]
[ ฉันสงสัยจริงๆ ว่ายัยหนูบ้านนอกไม่ใช่คน เพราะนางไม่เคยทำเื่ที่คนปกติเขาทำกันเลย ]
[ เมนต์บนหุบปากไปเลยจ้า! แต่ฉันขอยืนยันว่ายัยหนูไม่ใช่คนจริงๆ... เพราะนับจากนี้ไป นางคือ "เทพเ้า" ในใจฉัน! ]
[ ท่านเทพชิงหลี่ ฉันจะบ้าตายเพราะท่านแล้ว! รักท่านที่สุด! ]
[ ไอ้พวกปัญญาอ่อน ยัยหนูชื่อชิงหลี่โว้ย! ชื่อ "เทพบ้านนอก" อะไรนั่นหมายังเมินเลย เลิกเรียกได้แล้ว! ]
“คุณชิงหลี่ครับ แล้วเด็กชายคนนั้นล่ะ?” หลินจื่อโจวถามด้วยความสงสัย
“ปล่อยให้หนีไปได้น่ะ”
ชิงหลี่เงยหน้ามองเพดานด้วยสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย
หลินจื่อโจวไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงมองเพดาน เขาเลยลองเงยหน้ามองตามไปบ้าง... และแล้วความหนาวเหน็บก็แล่นพล่านั้แ่กระหม่อมไปทั่วทั้งตัว
มิน่าล่ะ... โถงทางเดินถึงได้สะอาดเอี่ยมอ่อง... ที่แท้ไอ้พวกนั้นมันไปเกาะอยู่บน "เพดาน" กันหมดนี่เอง!
