ตอนที่ 15
ภารกิจที่สอง:รถบัสแห่งความตาย
มีดพกค่อยๆ กรีดลงด้านล่าง ท่ามกลางความเงียบงันรอบด้าน
เสียงใบมีดเฉือนผ่านผนังดัง ปึด... ปึด... คล้ายกับเสียงกรีดหนังหมูสดๆ ชวนให้ขนหัวลุก
เืจำนวนมหาศาลไหลทะลักออกมาจากรอยแยก ผนังสีขาวโพลนถูกย้อมด้วยสีแดงฉานเป็วงกว้าง เป็ภาพที่น่าสยดสยอง
ชิงหลี่หยุดมือแต่เพียงเท่านี้ เธอชักมีดออกมา รอยแยกบนผนังที่ถูกกรีดค่อยๆ ประสานตัวจนหายไป
“หมายเลข 91 เธอค้นพบอะไรหรือเปล่า?” ไป๋เยว่เยว่ถามด้วยน้ำเสียงฝืนๆ
“ััมันค่อนข้างบางนะ ไม่ใช่หนังหมูหรอก แต่มันเหมือน ‘หนังคน’ มากกว่า” ชิงหลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย
ผู้เล่นอีกสามคนถึงกับหน้าถอดสี
หรือว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องลับมิดชิด แต่นี่คือภายในร่างกายของสัตว์ประหลาดตัวใหญ่กันแน่? ยิ่งคิดก็ยิ่งขวัญผวา
การกระทำของชิงหลี่ไม่ได้กระตุ้นคำเตือนจากระบบ บนกำแพงเริ่มมีอักษรเืก่อตัวขึ้นมา
รถบัสเที่ยวสุดท้ายขับเคลื่อนด้วยความเร็วสม่ำเสมอ ผมนั่งอยู่บนเบาะคนขับ พยายามถ่างตาที่เหนื่อยล้าอย่างเต็มที่
ต้องผ่านที่นั่นอีกแล้ว…
ความกลัวลึกถึงจิติญญาทำให้ผมสั่นสะท้าน
มีเสียงคลานดังมาจากบนหลังคารถ ใจผมหล่นวูบ มือที่กำพวงมาลัยสั่นเทาไม่หยุด
มาแล้ว... มันมาอีกแล้ว…
“โครม! ——”
ใบหน้าเน่าเฟะของผู้หญิงคนหนึ่งกระแทกเข้ากับกระจกหน้ารถ สิ่งมีชีวิตยั้วเยี้ยนับไม่ถ้วนชอนไชออกมาจากใต้ิัของเธอ
ผมกรีดร้องด้วยความสิ้นหวัง ะโก้อง และสุดท้ายก็สงบนิ่งลง…
“ผม... จะรอคุณอยู่ที่นั่น”
ประโยคสุดท้ายของอักษรเืชวนให้เสียวสันหลังวาบ
“ที่นั่น” คือที่ไหนกันแน่? แล้วคนขับรถต้องเผชิญกับเื่สยองขวัญอะไรมา?
เืไหลออกมามากขึ้นจนแดงโพลนไปทั้งผนัง พื้นที่รอบข้างเริ่มบิดเบี้ยวและแตกสลาย ทุกอย่างหายวับไป
ชั่วพริบตา ชิงหลี่และพรรคพวกก็มาปรากฏตัวในสภาพแวดล้อมที่แปลกตา
นาฬิกาข้อมือสั่นเตือน ชิงหลี่ก้มลงเช็คข้อมูลภารกิจใหม่ทันที
ชื่อเกม: รถบัสแห่งความตาย
ระดับความอันตราย: 4 ดาว
ภารกิจ: โดยสารรถบัสไปให้ถึงสถานีปลายทาง
คำใบ้ 1: ผู้เล่นต้องนั่งตามหมายเลขที่นั่งของตัวเอง ห้ามสลับที่กับใครเด็ดขาด
คำใบ้ 2: [เข้ารหัส - จ่าย 10,000 แต้มเพื่อปลดล็อก]
คำใบ้ 3: [เข้ารหัส - จ่าย 30,000 แต้มเพื่อปลดล็อก]
“4 ดาว! ทำไมถึงเป็ 4 ดาวล่ะ” หลี่เถ๋าอุทานอย่างตระหนก
ภารกิจ 4 ดาวคือระดับนรกชัดๆ เป็ภารกิจประเภท "สิบตายไร้รอด"
“ทำไมระดับความยากถึงสูงขนาดนี้? ทั้งที่พวกเราอันดับสูงสุดก็แค่หมายเลข 69 เองนะ” หวังเกอมีสีหน้าปั้นยากไม่แพ้กัน
พวกเขาไม่ได้สงสัยในตัวชิงหลี่เลย เพราะโลกสยองขวัญนี้มีมานาน ไม่เคยปรากฏว่าผู้เล่นใหม่คนเดียวจะส่งผลต่อระดับความยากของภารกิจได้
เมื่อเห็นเพื่อนร่วมทีมหน้าเขียวหน้าเหลืองเหมือนกินของเสียมา ชิงหลี่จึงเอ่ยปลอบใจว่า: “ไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ ฉันมีทั้งยันต์แคล้วคลาด ยันต์คุ้มครอง ยันต์ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ขายแค่แผ่นละแสนเดียวเอง รับรองปลอดภัยหายห่วง ผีสางไม่กล้ากวนแน่นอนค่ะ”
ทั้งสามคนถึงกับมุมปากกระตุก…
สถานการณ์วิกฤตขนาดนี้ ยัยหมอผีนี่ยังไม่วายจะต้มตุ๋นหาเงินอีก!
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครซื้อ ชิงหลี่ก็ได้แต่ส่ายหัวเบาๆ บ่นพึมพำกับตัวเองว่า "หาเงินน่ะมันยาก แต่จะหาคนฉลาดๆ มาเปย์นี่ยากกว่า"
แสงจากไฟทางสีเหลืองสลัวขับไล่ความมืดได้เพียงเล็กน้อย ลมเย็นะเืพัดผ่านหนาวสั่นไปถึงกระดูก ชิงหลี่กระชับเสื้อนวมตัวเก่ง ซุกมือไว้ในแขนเสื้อ ห่อตัวเองจนมิดชิด
ไม่ไกลนัก แสงไฟสูงจากหน้ารถส่องสว่างใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ในช่องไอเทมของชิงหลี่มี "ตั๋วรถ" สีเหลืองเก่าๆ ปรากฏขึ้น เธอคลิกนำออกมา บนตั๋วพิมพ์ตัวเลขเด่นหราว่า — 44
หืม... เลขมงคลซะด้วย (เลข 4 ในภาษาจีนออกเสียงคล้ายคำว่า ตาย)
ผู้เล่นคนอื่นก็หยิบตั๋วของตัวเองออกมา รอคอยการมาถึงของรถบัสด้วยใจระทึก
รถบัสแห่งความตาย... คำว่า "ความตาย" มันกดทับหัวใจพวกเขาจนเริ่มสิ้นหวัง
“เอี๊ยดดดด! ——”
รถบัสสภาพปุปะหยุดลงตรงป้ายรถเมล์ ประตูรถเปิดออก ส่งเสียงเสียดสีดังแสบแก้วหูในความมืดมิด
ชิงหลี่สำรวจรถบัสคันนี้ ตัวรถเดิมน่าจะเป็สีขาวแต่ตอนนี้สีลอกกระดำกระด่าง ่ล่างมีคราบสีแดงคล้ำเปรอะเปื้อน ยางรถมีเศษเนื้อปริศนาติดอยู่ ส่งกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง
[ รู้สึกว่ารถคันนี้ประหลาดมาก ดูทรงแล้วเหมือนรถขนศพมากกว่ารถเมล์นะ ]
[ ขนาดดูผ่านจอยังรู้สึกเย็นหลังวาบ รถคันนี้เฮี้ยนจัด! ]
[ วินาทีนี้ ฉันอยากได้ยันต์ของยัยหนูสักแผ่นจังเลย แงๆ ]
หลี่เถ๋าขึ้นรถเป็คนแรก เขาพยายามข่มความกลัวอย่างสุดชีวิต แต่ขาที่สั่นพั่บๆ ก็ปิดบังความจริงไม่ได้
พอขึ้นไปเห็นสภาพข้างในรถ เขาแทบจะร้องไห้ออกมาตรงนั้น
ตอนนี้ถ้าจะกลับตัวลงรถไป ยังทันไหมครับเนี่ย?
“เร็วหน่อย มัวแต่อืดอาดเป็ผู้ชายหรือเปล่า?”
เสียงแหบพร่าของคนขับดังขึ้นกะทันหันที่เบาะหน้า
หลี่เถ๋าสะดุ้งโหยง รีบเดินไปหาที่นั่งตามหมายเลขบนตั๋วแล้วรีบนั่งลงทันที
โชคดีที่ที่นั่งข้างๆ เขาเป็ที่ว่าง ไม่ต้องไปนั่งเบียดกับพวกผีหน้าตาสยองขวัญ
ไป๋เยว่เยว่ขึ้นตามมาด้วยใบหน้าซีดเผือด เธอนั่งลงที่ที่นั่งของเธอซึ่งอยู่หลังหลี่เถ๋า ทั้งสองมองสบตากันด้วยความรู้สึกขมขื่น
ที่นั่งของหวังเกออยู่ข้างหลี่เถ๋าพอดี ทำให้เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยเวลาเผชิญความกลัว การมีเพื่อนที่เป็คนเหมือนกันอยู่ข้างๆ ก็ช่วยให้รู้สึกปลอดภัยขึ้นบ้าง
ชิงหลี่ขึ้นรถเป็คนสุดท้าย เพราะผู้เล่นสามคนก่อนหน้านี้มัวแต่อืดอาดเสียเวลา คนขับที่ดูเหมือนจะหงุดหงิดจึงเหยียบคันเร่งออกตัวกะทันหัน
ด้วยแรงเหวี่ยง ชิงหลี่ที่ยังไม่ทันได้หาที่นั่งก็เซถลาไปข้างหน้า มือของเธอคว้าไปที่เบาะข้างๆ เพื่อพยุงตัว
“ฉึก!”
นิ้วของเธอจิ้มพรวดเข้าไปในเบ้าตาของผีสาวตนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาผีสาวแตกโพลนคามือ ััเหนียวหนืดทำให้ชิงหลี่ร้องกรี๊ดเสียงหลง
“อ๊ายยยย! ——”
สกปรกที่สุด! สกปรกชะมัดเลย!
เธอกุลีกุจอเอามือไปเช็ดกับเสื้อผ้าขาดๆ ของผีสาวตัวนั้นอย่างแรง เช็ดแล้วเช็ดอีก ก็ในเมื่อเสื้อผ้าของผีตัวนี้ก็มีแต่คราบเือยู่แล้ว คงไม่ถือสาถ้าจะให้มันเลอะเพิ่มอีกนิดหรอกนะ
ผีสาวผู้เคราะห์ร้าย: “......”
ผู้เล่นคนอื่น: “......”
ยัยหมายเลข 91 นี่มัน... ตัวหาเื่ชัดๆ!
“ขอโทษนะคะคนสวย ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ค่ะ ทั้งหมดเป็ความผิดของคนขับนั่นแหละ ขับรถได้ไม่มั่นคงเลย ฉันยังไม่ทันหาที่นั่งเขาก็ออกรถกระชากซะจนหนูเสียหลัก ทุกอย่างเป็ความผิดของเขาคนเดียวค่ะ! พี่สาวมีเื่ขุ่นข้องหมองใจอะไร อยากได้ตาใหม่ หรืออยากให้ใครชดใช้ ไปลงที่คนขับเลยนะคะ ถ้าเขาไม่ยอมชดใช้ เดี๋ยวฉันช่วยเขียนใบร้องเรียน ให้เองค่ะ!”
ชิงหลี่ร่ายยาวเหยียด โยนความผิดให้คนขับรถแบบเต็มสูบ ผีสาวตาเดียวที่ตอนแรกกำลังจะอาละวาด พอได้ยินคำว่า “คนสวย” เข้าไป…
คำๆ นี้ ไม่ได้ยินใครเรียกมานานแค่ไหนแล้วนะ
“ช่างเถอะ... คราวหน้าก็ยืนให้มันดีๆ หน่อยแล้วกัน”
เสียงผีสาวเย็นเยือกเสียดกระดูก แต่เธอก็ไม่ได้อาละวาดต่อ
ชิงหลี่ซาบซึ้งใจ: “ขอบคุณนะคะพี่สาว พี่สาวทั้งสวยทั้งใจดี เป็นางฟ้าชัดๆ เลยค่ะ!”
ถ้าใบหน้าของผีสาวไม่เน่าจนดูไม่ได้ ผู้ชมในไลฟ์คงจะได้เห็นภาพผีสาวหน้าแดงเขินอายไปแล้ว
[ นึกว่ายัยหนูจะฟาดซักยันต์ใส่ ที่ไหนได้ ใช้สกิลปากเป่าหูจนผีเคลิ้มเฉยเลย ]
[ ดูท่าผีก็ชอบโดนเยินยอนะเนี่ย ]
[ จดจดจด... ได้ความรู้อีกวันแล้วครับ ]
“เงียบ! กลับไปนั่งที่ของเธอซะ”
เสียงแหบพร่าของคนขับดังแว่วมาอีกครั้ง เจือไปด้วยความหงุดหงิดและอาฆาต
ชิงหลี่ยักไหล่ เธอเตรียมจะเดินไปที่นั่งตัวเอง แต่ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็น ใบหน้าที่แสนคุ้นเคย ใบหนึ่งเข้า...
