เช้าของวันใหม่ ณ โรงหมอหลวง
ตอนนี้ รัชทายาทอู่เฉวียน จางฉิ โกซิง และฟางยี่ที่ถูกนำตัวมารักษาที่โรงหมอหลวงก็ฟื้นขึ้นได้สติ ได้ยินว่าถูกโยนออกมาเหมือนหมูเหมือนหมาก็ทำให้หัวใจของพวกเขาลุกไหม้เต็มไปด้วยความโกรธ
ั้แ่ที่โตมา มันก็ไม่เคยมีผู้ใดดุด่าหรือทำร้ายพวกเขามาก่อนเช่นนี้มาก่อน หากชีวิตนี้ไม่สามารถระบายความโกรธในใจออกไปได้ พวกเขาก็คงนอนไม่หลับอัดอั้นใจไปหลายวันอย่างแน่นอน
ดังนั้น เมื่อตัดสินใจว่าจะแก้แค้น พวกเขาจึงพาไปเข้าเฝ้าวังไทชวี จนเหล่าเสนาบดีที่กำลังหารือเกี่ยวกับราชกิจของแผ่นดินอยู่ในท้องพระโรง จะพากันใเมื่อได้เห็นการปรากฏตัวของรัชทายาทและคนอื่นๆ ที่อยู่ในสภาพเหมือนไม่ใช่คน
ยิ่งองค์รัชทายาทอู่เฉวียนคุกเข่าร้องไห้ และเล่าทุกสิ่งทุกอย่างที่จิ้งหยวนทำต่อพวกเขา ดวงตาของเสนาบดีและเหล่าขุนนางมากมายในห้องก็ใมึนงงไปหมด
เมื่อวันก่อนตอนสายพึ่งจะทุบทูตทูโบไป แต่พอตอนบ่ายหัวค่ำก็ยังหาญกล้าทุบตีได้แม้แต่เชื้อพระวงศ์
ในอดีต อย่างมากที่จิ้งหยวนทำก็แค่ไม่พูดคุยหรือไม่แสดงความเคารพต่อเหล่าองค์ชายเท่านั้น
อีกอย่าง ทุกคนในที่แห่งนี้ต่างก็รู้กันดีว่าจิ้งหยวน จางฉิ โกซิง และฟางยี่ล้วนแต่เป็สหายเที่ยวดื่ม แต่ตอนนี้ไม่เพียงแค่สหายของเขาเท่านั้นที่เคราะห์ร้าย เพราะแม้แต่องค์รัชทายาทที่จะกลายไปเป็องค์จักรพรรดิคนต่อไปในอนาคต ก็ยังถูกทุบตีเป็หัวหมูบวมปูดอีกคนจนแทบจะดูไม่ออกเลยว่าใครเป็ใคร
มันน่าเหลือเชื่อจนแม้แต่จักรพรรดิอู่เิหลี่ที่รู้จากเกากงกงาั้แ่เมื่อวานก็ยังเกิดอาการกระอักกระอ่วน จนเื่ที่ปั่นกองกล่าวอ้างว่าถูกจิ้งหยวนตบจนตกสระ ก็อดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่าหรือสิ่งนี้มันจะเป็ความจริง
“จางฉิ โกซิง ฟางยี่ สิ่งที่องค์รัชทายาทกล่าวคือเื่จริงอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของจักรพรรดิ คนทั้งสามก็ไม่กล้าพูดเื่ไร้สาระต่อไปอีก พากันบอกและเล่าเื่ราว สถานการณ์ และข้อเท็จจริงออกมาอย่างไม่ปิดบังแบบละเอียดั้แ่โดนจิ้งหยวนด่า
ทำเอาทุกคนได้ยินรู้สึกเหมือนว่ามีมือหนาๆ คู่หนึ่ง ตบไปที่บ้องหูของพวกเขาจนทำเอาให้สมองประมวลกับสิ่งที่ได้ยิน
สำหรับคนทั่วไปอาจจะไม่รู้ แต่จักรพรรดิและเหล่าเสนาบดีต่างก็ทราบดี ว่าถึงคนทั้งสามจะทำตัวเสเพล แต่พวกเขาก็เป็ทายาทลูกหลานของขุนนางที่ผ่านการฝึกจากค่ายทหารองครักษ์หลวงมาก่อน
โดยเฉพาะความสามารถที่องค์รัชทายาทแสดงออกมาในตอนสอบ ความเก่งการทั้งทางม้า การศึก และการต่อสู้แบบตัวต่อตัว เขาก็เหนือกว่าองค์ชายทั้งหมดและคว้ามาซึ่งอันดับหนึ่งของการแข่งขัน เชี่ยวชาญไม่ต่างจากทหารองครักษ์ที่ปกป้องบัลลังก์
แต่จากที่ได้ยินกลับพบว่าต่อให้พวกเขาทั้งสี่คนพยายามร่วมมือกัน ก็ยังสู้กับจิ้งหยวนที่มีเพียงคนเดียวไม่ได้เลย
ตอนนี้ หากให้หลายคนได้ยินว่าหมูบินได้พวกเขาก็ยังจะเต็มใจเชื่อเื่นั้นมากกว่า แต่ปัญหาคือ อาการาเ็ขององค์รัชทายาท และคนทั้งสามไม่ใช่เื่ที่จะมาหลอกลวงได้
จนเมื่อนึกถึงความแข็งแกร่งของจิ้งเหวิ่นผู้เป็บิดา อยู่ๆ ความคิดนี้ที่ผุดขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ก็ทำเอาใบหน้าของเสนาบดีฝ่ายซ้ายหลายคนเกิดอาการบึ้งตึงคิ้วขมวด
ถึงจิ้งหยวนจะมีรูปร่างไม่เหมือนผู้เป็พ่อออกทางสูงบอบบางคล้ายแม่ผู้ให้กำเนิด แต่บุตรชายที่เกิดจากเสือก็ต้องเป็เสืออยู่วันยังค่ำ มันไม่มีทางที่จะกลายเป็ลูกหมา เพียงแต่สิ่งที่พวกเขาเห็นเป็เพียงภาพบังตา เพียงแค่รอเวลาลูกเสือที่ผอมโซก็จะต้องเติบใหญ่เป็เสือร้ายที่แฝงไปด้วยเขี้ยวเล็บและอันตราย
ดังนั้น ข้อสันนิษฐานเดียวที่จะเป็ไปได้คือชีวิตเสเพลที่พวกเขาเห็นในอดีต มันก็แค่ละครตบตาที่จิ้งหยวนสร้างขึ้นมาให้เห็น
ด้วยความเ้าเล่ห์ที่ไม่ต่างจากจิ้งเหวิ่น ขุนนางฝ่ายซ้ายหลายคนก็พากันเผลอกำหมัดกัดฟันแน่น ต่างจากขุนนางฝ่ายขวาทางการทหารที่หัวใจเต้นตูมตาม ขุนพลฮัวก็ยังยกมือััเคราหวนนึกถึงเหตุการณ์ของเขาล่าสุด ที่เหวี่ยงดาบออกไปใส่บุตรสารเลวแต่จิ้งหยวนที่ยืนขวางกลับไม่แสดงท่าทางตื่นกลัว
จนทำให้เขาเผยรอยยิ้มที่มุมปาก คิดไปแล้วว่าความเสเพลในอดีตที่เห็นก็แค่การแกล้งทำ แม้ความจริงในตอนนั้นจิ้งหยวนก็แค่ใจนขาก้าวไม่ออก ส่งผลทำให้ต่างคนต่างเข้าใจผิดคิดไปไกลเอาเอง
“ฝ่าา กระหม่อมเสนาบดีฝ่ายซ้ายเหว่ยเจิ้ง ได้โปรดลงโทษจิ้งหยวนด้วยพ่ะย่ะค่ะ ด้วยที่เขามิมีบิดาสั่งสอนทำให้เขาฮึกเหิมใจ จนเป็เหตุให้หาญกล้าทำร้ายองค์รัชทายาท หากฝ่าาปล่อยละเลย มันจะทำให้กฏแผ่นดินเสื่อมอำนาจ และอาจจะทำให้ราษฎรนินทาราชสำนักได้ ดังนั้นเพื่อให้เป็ไปตามครรลอง โปรดนำตัวจิ้งหยวนมาลงโทษด้วยฝ่าา”
“เสนาบดีเหว่ยพูดถูก โปรดลงโทษคนผิดด้วยพ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
“โปรดลงโทษคนผิดด้วยฝ่าาทท~~”
“...”
“...”
ทันทีที่เหล่าเสนาบดีฝ่ายซ้ายที่มีหน้าที่ดูแลฝ่ายพลเรือน ได้เห็นว่าเสนาบดีขั้นสูงของพวกเขากล่าวออกมาแบบนี้ คนอื่นๆ ก็พากันก้าวขาออกมาข้างหน้าเพื่อสนับสนุน จนทำเอาเสนาบดีฝ่ายขวาที่ดูแลทางการทหารได้แต่กำหมัดแน่นด้วยความขุ่นเคือง แต่ก็ไม่กล้าที่จะขยับเพราะเื่นี้มีความผิดปรากฏให้เห็นจริงๆ
แถมทั้งสองฝั่งทำงานคนละอย่าง จึงเป็ปกติที่ฝ่ายขวาทางการทหารที่เน้นแต่ออกรบ จึงไม่มีสกิลปากและการฟ้องของพวกเขาก็ยังนับว่าต่ำเกินไปเมื่อเอาไปเทียบกับขุนนางของฝ่ายซ้ายทางการพลเรือน
ั้แ่ที่จิ้งเหวิ่นของพวกเขาจากไป เสนาบดีฝ่ายขวาจึงถูกกดดันจากฝ่ายพลเรือนอย่างหนัก สวัสดิการของทหารและขุนพลก็ถูกลดลงให้มีเท่าที่จำเป็ เพื่อนำส่วนที่เหลือไปฟื้นฟูบ้านเมืองและเศรษฐกิจ
ดีหน่อย ที่ขุนนางฝ่ายทหารมีอัครเสนาบดีใหญ่ฝ่ายขวาอย่างท่านขุนพลใหญ่อู่หลี่ เป็คนใหญ่คนโตระดับเดียวกันกับอัครเสนาบดีใหญ่ชางชุนอี้ ที่ยืนหยัดค้านอำนาจระหว่างกลุ่มขุนนางฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือน เพื่อคงไว้ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจที่เกินไป
จิ้งเหวิ่น ชางชุนอี้ และอู่หลี่ คือสามคนสำคัญที่ช่วยให้อาณาจักรต้าชวีกลายเป็ปึกแผ่น และเป็กำลังหลักที่ทำให้อู่เิหลี่เป็จักรพรรดิขึ้นครองบัลลังก์ จนอู่เิหลี่พระราชทานสกุลอู่ของเชื้อพระวงศ์ให้กับคนทั้งสามที่มีคุณงามความดี
อู่หลี่คือตัวแทนของเทพา จิ้งเหวิ่นคือตัวแทนของกุนสือทัพ ชางชุนอี้คือตัวแทนอำนาจและการบริหาร
แต่อัครเสนาบดีชางชุนอี้ไม่รับชื่อพระราชทานและเขาขอใช้สกุลเก่า แถมเขาก็เป็พี่ชายของฮองเฮาอยู่แล้วจึงไม่มีใครทัดทานในส่วนนี้
ส่วนจิ้งเหวิ่นเสียชีวิตในาทำให้ได้รับตำแหน่งโหวเป็รางวัลและทุกคนก็ไม่ติดใจอะไร ส่วนอู่หลี่แต่เดิมเป็คนที่มีความสามารถ แต่เพราะไม่ใช่คนที่มาจากกลุ่มขุนนางมีชาติตระกูล เขาจึงยอมรับสกุลอู่เป็พระราชทาน ทำให้ั้แ่นั้นอำนาจของราชสำนักเกิดความสมดุล
“ขุนพลฮัว”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
อู่ิหลี่เอ่ยและขุนพลฮัวก็ก้าวขาออกมา
“พาองครักษ์ต้องห้ามนำตัวจิ้งหยวนมาที่ท้องพระโรง ต่อให้เขาไม่อยากมาก็จงลากตัวมาให้ได้”
“รับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
เมื่อจักรพรรดิอู่เิหลี่เปิดปาก ขุนพลฮัวก็จากไปพร้อมทหารเกราะดำกลุ่มหนึ่งที่วิ่งออกมาจากทางด้านหลังของบัลลังก์
ทำเอากลุ่มเสนาบดีทุกคนที่ได้เห็นฉากนี้ใ เพราะมันมีโอกาสที่น้อยมาก ที่ฝ่าาจะให้องครักษ์ต้องห้ามออกไปทำภารกิจในวันปกติ
ทุกคนต่างก็รู้ดี ว่าหน่วยนี้ขึ้นตรงและรับคำสั่งจากองค์จักรพรรดิเพียงคนเดียวเท่านั้น มันจึงเป็สิ่งที่คาดไม่ถึง ว่าแค่การไปจับตัวจิ้งหยวนมาสอบสวนจะต้องใช้กองกำลังนี้ไปที่จวนสกุลจิ้งถึงหนึ่งกอง
ซึ่งก็ช่วยไม่ได้ เพราะวันก่อนจักรพรรดิได้ให้เกากงกงและองครักษ์พาตัวจิ้งหยวนมาแล้ว แต่ใครจะคิดว่าไอ้เด็กนั้นมันจะบ้าแล้วปฏิเสธ
การทำร้ายเชื้อพระวงศ์ก็ค่อนข้างที่จะเป็เื่ใหญ่ หากไม่เอาจริงเอาจังเขาก็เกรงว่าไอ้เด็กนี้จะไม่ยอมมาตามคำเชิญ
รัชทายาทยังกล้าตบ แล้วไหนเลยเขาจะกล้าเอาทหารธรรมดาไปรับมัน
