คิ้วของไป๋เฉินเลิกขึ้นครั้นััได้ถึงจิตสังหารที่เบาบาง
[คิดไว้แล้วเชียว สำนักวัง์มีคำสั่งให้สังหารข้าจริงๆ]
[ข้าเปิดเผยตัวตนเพียงครั้งเดียวก็มีเสืออยู่รอบตัวข้าเลยงั้นรึ?]
[การมีศัตรูรอบทิศเช่นนี้...ช่างโชคร้ายจริงๆ]
ผู้าุโจากตำหนักกระบี่ไร้เทียมทานเดินเข้าไปหาไป๋เฉินอย่างเป็มิตร ก่อนจะลูบเคราและมองไปรอบๆร่างของเขาพลางกล่าวชมเชย "โอ้? บุตรชายของวีรบุรุษหนานเทียน... พ่อเสือไม่มีลูกสุนัขอย่างแท้จริง"
ไป๋เฉินอดไม่ได้ที่จะหน้าแดงอย่างเขินอายครั้นได้ยินคำชม "ผู้าุโยกย่องข้าเกินไป หากเทียบกับบิดาแล้ว ข้ายังห่างชั้นจนเกินไป"
'สงบเสงี่ยมและไม่ถือตัว' จะกล่าวได้ว่าในสายตาของคนอื่นๆไป๋เฉินมีบุคลิกและนิสัยเช่นนั้น คนเช่นนี้มีความบริสุทธิ์ในจิตใจไม่ต่างจากดรุณีแม้แต่น้อย
ผู้าุโสำนักวัง์ที่เงียบงันไปชั่วครู่ก็หันไปถาม "เ้ามีหลักฐานหรือไม่ว่าเ้าได้สังหารจักรพรรดิมารไปแล้ว?"
"ข้าไม่มีหลักฐาน แต่มีน้องเขยของข้าที่ถูกสิงสู่โดยจักรพรรดิมารที่รอดชีวิตออกมาได้" ไป๋เฉินส่ายหน้าก่อนจะหันกลับไปจับร่างของฉินเหวินเทียนในอ้อมแขนของมู่เทียนเฉิง "เขาคือฉินเหวินเทียน ผู้ที่ถูกสิงสู่โดยจักรพรรดิมาร"
"ฉินเหวินเทียน?" ผู้าุโสำนักวัง์รู้สึกคุ้นเคยกับชื่อนี้อย่างไรชอบกล
จู่ๆผู้าุโจากสำนักอัคคีสีชาดแทรกขึ้นมา "หืม? เผ่ามารจะตายก็ต่อเมื่อร่างที่ถูกสิงสู่ตายไปด้วยเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าเ้าหนูนี่ยังมีชีวิตอยู่... เ้าสังหารมันได้อย่างไร?"
คำถามของผู้าุโจากสำนักอัคคีสีชาดทำให้สีหน้าของคนอื่นๆเคร่งขรึมไปตามๆกัน
ไป๋เฉินตอบตามความเป็จริง "ข้าสังหารดวงจิตของจักรพรรดิมารที่หลบซ่อนอยู่ในวังนิวานและรอจนกว่าดวงจิตมันจะสูญสลายไป ก่อนจะป้อนโอสถหวนคืนชะตาที่ได้รับมาจากท่านเสวี่ยเมิ่งให้แก่น้องเขยของข้า"
"หาก้าตรวจสอบท่านควรระวัง ฉินเหวินเทียนคือน้องชายในสายเืของฉินเยว่ฉานจากสำนักวัง์ของท่าน เพราะฉะนั้นหากท่านทำให้เขาได้รับาเ็ขึ้นมา..." ดวงตาสีเืของไป๋เฉินที่มองไปยังผู้าุโสำนักวัง์นั้นเปี่ยมไปด้วยการขู่เข็ญ
เขารู้ดีว่าบุคคลระดับสูงต้องมีวิธีการตรวจสอบในแบบของพวกมัน และบางทีอาจจะถึงขั้นลงไม้ลงมือรุนแรง แต่ด้วยสถานะของฉินเหวินเทียนที่เป็น้องชายของฉินเยว่ฉาน เขารู้ดีว่าพวกมันจะไม่ทำให้ฉินเหวินเทียนได้รับาเ็อย่างแน่นอน
และอีกอย่างเขาก็อยากจะรู้เช่นกันว่าดวงจิตของโม่เฉิงได้สูญสลายไปจริงๆหรือไม่...
"น้องชายของสตรีศักดิ์สิทธิ์!?" สีหน้าของผู้าุโสำนักวัง์เปลี่ยนไปครั้นได้ยินดังนั้น มันหันไปหาหงเหนียงเพื่อสอบถามความจริง "นี่เป็ความจริงงั้นรึ?"
หงเหนียงที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็พยักหน้ายืนยัน "เขาคือคนที่จักรพรรดิมารเลือกสิงสู่และยังเป็น้องชายในสายเืของสตรีศักดิ์สิทธิ์อย่างที่ว่าไว้"
ผู้าุโสำนักวัง์กลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ก่อนจะตัดสลับไปมาระหว่างไป๋เฉินและฉินเหวินเทียน "เอาล่ะ เพื่อเป็การป้องกัน พวกเราจะตรวจสอบร่างของน้องชายสตรีศักดิ์สิทธิ์เสียก่อน"
ไป๋เฉินและจูเก่อหลิงเอ๋อร์พยักหน้า ก่อนจะปล่อยให้ผู้าุโจากมหาอำนาจตรวจสอบตามที่้า
โดยที่ในระยะไม่ไกลเผยให้เห็นซูซวนที่กำลังส่งยันต์สื่อสารราวกับว่ากำลังติดต่อไปหาใครบางคนในขณะดวงตาจ้องมองไป๋เฉินด้วยความเคียดแค้น
ในระหว่างรอการตรวจสอบ จู่ๆเหยาชิงเฉิงก็เดินเข้ามาหาไป๋เฉินด้วยใบหน้าที่ขวยเขิน ก่อนจะกล่าวอย่างตะกุกตะกัก "ปะ-ไป๋เฉิน"
ไป๋เฉินที่กำลังพูดคุยอยู่กับจูเก่อหลิงเอ๋อร์ก็หันหน้ากลับมาด้วยรอยยิ้มที่ไร้เดียงสา "โอ้? นางเซียนน้อย มีธุระอันใดกับข้าหรือไม่?"
เหยาชิงเฉิงตัดสินใจถามอย่างเหนียมอาย "เ้า...เ้ามีภรรยาแล้วหรือยัง?"
คำถามของเหยาชิงเฉิงทำให้เหล่าเยาวชนที่ได้ยินก็เกือบล้มหัวฟาดพื้น แม้แต่ตัวของจูเก่อหลิงเอ๋อร์เองก็เวียนหัวอย่างกะทันหัน
"เอ่อ..." มุมปากของไป๋เฉินกระตุกอย่างหนัก
[เดี๋ยวๆๆ นางเป็บ้าอะไรขึ้นมาอีกแล้ว?]
[สีหน้าแววตาเช่นนั้น ราวกับสาวมัธยมปลายที่ตกหลุมรักรุ่นพี่ในซีรีส์เลยมิใช่หรือ?]
ไป๋เฉินค่อยๆกระเถิบถอยหลังออกไปด้วยสีหน้าที่กระอักกระอ่วนใจ "อะแฮ่มๆ พี่สาวอย่าล้อข้าเล่นเลย"
"ล้อเล่น? ใครบอกว่าข้าล้อเล่น" สีหน้าของเหยาชิงเฉิงดูเอาจริงเอาจังอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน "หากเ้ายอมมาเป็สามีของข้า ไม่ว่าจะสิ่งใดข้าจะให้เ้าทุกอย่าง"
ไป๋เฉินไม่รอช้า เขารีบวิ่งไปหลบด้านหลังของจูเก่อหลิงเอ๋อร์ด้วยความกลัว "พี่สาว ช่วยข้าด้วย"
จูเก่อหลิงเอ๋อร์ที่เห็นดังนั้นก็ส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะคิกคักของเจี้ยนเจี้ยนและเซียวหยูหลง
สีหน้าของเจิ้นหลงเหวินที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลก็บูดบึ้งอย่างไม่สบอารมณ์ "หึ่ม! นางเซียนน้อยไปชมชอบคนบ้านนอกเช่นนั้นได้อย่างไร! ช่างไร้รสนิยมจริงๆ"
จู่ๆเฉินตงก็เดินขึ้นมาและตบไหลเจิ้นหลงเหวินเบาๆ "หลงเหวิน อย่าได้น้อยใจไปเลย เ้าแค่ขี้เหร่กว่าไป๋เฉินเท่านั้น"
"เ้า! ้าจะหาเื่ข้าหรือไม่!?" สีหน้าของเจิ้นหลงเหวินเริ่มที่จะเกรี้ยวกราด มันจ้องเขม็งไปยังเฉินตงด้วยเส้นเืที่ปูดขึ้น แต่เฉินตงเพียงะเิเสียงหัวเราะดังลั่นอย่างสนุกสนาน
จากนั้นเหล่าเยาวชนจึงได้ประสานมือขอบคุณไป๋เฉินที่ทำให้พวกมันรอดชีวิตออกมาได้ ก่อนจะแยกย้ายกันไปหาสมาชิกและบุคคลในครอบครัวที่ยืนรออยู่ไม่ไกล
แต่สุดท้ายเป้าหมายของใครหลายๆคนที่ตั้งไว้ั้แ่เริ่มแรกไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จนัก จุดประสงค์แรกของพวกเขาที่กล้าเสี่ยงอันตรายเข้าสู่อาณาจักรลับนั่นคือสมบัติ!
พวกเขา้าสมบัติโบราณที่หลบซ่อนอยู่ในอาณาจักรลับ แต่ท้ายที่สุดมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับสมบัติไป เพราะก่อนที่พวกเขาจะได้ออกค้นหาพวกเขาได้เจอะเจอกับโม่เฉิงเสียก่อน และหลังจากถูกจับตัวไปกักขังก็ไม่มีผู้ใดมีความโลภที่อยากจะค้นหาสมบัติอีกต่อไป
แม้แต่หงเหนียงที่้าจะตามหาสมบัติของจักรพรรดิมารก็ติดกับดักของโม่เฉิง เพราะแท้ที่จริงแล้วกุญแจสี่ดอกนั้นมิใช่กุญแจเปิดสมบัติ หากแต่เป็กุญแจที่ใช้เปิดประตูนรก! สมบัติของจักรพรรดิมารอะไรทำนองนั้นเป็เพียงข่าวลือที่เผ่ามารบางส่วนที่ออกมากระจายข่าวลือเท็จเท่านั้น
หากจะกล่าวว่ามีเพียงเฉินตงเท่านั้นที่ได้รับสมบัติโบราณระดับสูง ซึ่งนั่นคือหอกโบราณระดับ 5!
. . .
~ เวลาล่วงเลยผ่านไปครึ่งก้านธูป ~
ผู้าุโคนอื่นๆหรือแม้แต่ผู้ที่มีชื่อเสียงเข้ามารุมล้อมไป๋เฉินและไถ่ถามความเป็มาของเขา
แน่นอนว่าคนอื่นๆต่างก็เรียกเขาด้วยฉายาว่า 'วีรบุรุษผู้สังหารจักรพรรดิมาร' จะกล่าวได้ว่าเขาสมควรที่จะถูกยกย่องเพราะเขาได้ช่วยเหลือทวีปเทียนหลางไว้จากหายนะ
จู่ๆผู้าุโจากตำหนักกระบี่ไร้เทียมทานเดินเข้ามาหาไป๋เฉินด้วยรอยยิ้มเป็มิตร "ไป๋เฉิน เ้าสนใจจะเข้าร่วมตำหนักกระบี่ไร้เทียมทานของข้าหรือไม่? ไม่ว่าจะเคล็ดวิชาหรือศาสตราวุธระดับ 5 ข้าก็สามารถให้เ้าเลือกได้อย่างหนำใจ ซ้ำแล้วหากเ้า้าอะไรข้าก็สามารถมอบให้เ้าได้ทุกอย่าง"
"เอ๊ะ!?" ไป๋เฉินเปล่งเสียงอุทานด้วยสีหน้าที่แปลกใจ
แม้แต่จูเก่อหลิงเอ๋อร์เองก็มองหน้าไป๋เฉินด้วยความรู้สึกหวั่นๆ
นางพอจะตระหนักได้ว่าผู้าุโจากตำหนักกระบี่ไร้เทียมทาน้าอะไร เพราะไป๋เฉินคือผู้สังหารจักรพรรดิมาร! แน่นอนว่าหากตำหนักกระบี่ไร้เทียมทานได้ตัวไป๋เฉินไปเข้าร่วมกลุ่ม ชื่อเสียงของพวกมันจะกระฉ่อนและสร้างความน่าเชื่อถือจากฝูงชนทั้งทวีปอย่างแน่นอน
ตัวตนของไป๋เฉินในยามนี้ไม่ต่างจากพระเ้า ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนเขาก็จะได้รับความเคารพจากทุกคน
แต่ถึงอย่างนั้นเขาเป็เพียงแค่ชายหนุ่มอายุ 16 ปี หากกลุ่มใดได้ตัวของไป๋เฉินไปและสามารถใช้ไป๋เฉินเป็หุ่นเชิดเพื่อสร้างผลประโยชน์ได้ กลุ่มนั้นๆจะได้รับความมั่งคั่งมากกว่ามหาอำนาจอื่นๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จะกล่าวได้ว่าคำเชื้อเชิญของตำหนักกระบี่ไร้เทียมทานนั้นน่าดึงดูดใจสำหรับคนบ้านนอกเฉกเช่นไป๋เฉินอย่างแท้จริง
ทว่าไป๋เฉินก็มองผ่านวัตถุประสงค์ของตำหนักกระบี่ไร้เทียมทานได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เขาประสานมือและปฏิเสธอย่างสุภาพ "ผู้าุโ ผู้น้อยต้องขออภัย ข้ามีเป้าหมายคือการเดินทางไปยังวิหารจักรพรรดิั้แ่เริ่มแรกแล้ว และวิหารจักรพรรดิเป็ผู้มีพระคุณต่อข้า การที่จะให้ข้าเข้าร่วมมหาอำนาจอื่นๆคงจะไม่ดีนัก"
จูเก่อหลิงเอ๋อร์ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
[โชคยังดีที่ไป๋เฉินมิใช่คนโลภมาก]
[เขาไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ]
"เฮ้อ~" ผู้าุโจากตำหนักกระบี่ไร้เทียมทานถอนหายใจอย่างน่าเสียดาย ก่อนจะโบกมือเบาๆ "เอาล่ะ ไม่เป็ไร ท้ายที่สุดแล้วนั่นก็ขึ้นอยู่กับความ้าของเ้า"
ไป๋เฉินเพียงประสานมือด้วยสีหน้าที่ขออภัย
แต่ไม่ทันที่บรรยากาศจะได้เงียบสงบ จู่ๆผู้าุโจากสำนักวัง์ที่กำลังตรวจสอบร่างของฉินเหวินเทียนกลับลุกขึ้นพรวด
ก่อนจะคว้ากระบี่ชี้ตรงไปยังไป๋เฉินด้วยเจตนาฆ่าที่แผ่ซ่านออกมา พร้อมกับเสียงคำรามที่ดังกึกก้อง "พวกเ้าถอยออกมา! ไป๋เฉินผู้นั้นคือสถิตย์ร่างของจักรพรรดิมาร!"
