ภายในโลงศพ!
จางหลี่เอ๋อร์มีขนนกงอกออกมาเต็มตัวห่อหุ้มตัวเองจนเป็ดักแด้ขนาดั์ ที่จริงนางได้สติมาสักพักหนึ่งแล้วเพียงแต่ไม่ได้ออกมา
นอกดักแด้คือขนนกนับไม่ถ้วน แต่ด้านในกลับเป็สีแดงเพลิง เหมือนเตาที่โอบอุ้มร่างของจางหลี่เอ๋อร์ไว้ภายใน
วินาทีที่นางลืมตาตื่น จางหลี่เอ๋อร์ผู้ััถึงสถานการณ์ของตัวเองต้องเบิกตาโต
“เคล็ดเทวะของข้ากำลังจะทะลวงด่านแล้ว? นี่คือสัญญาณบอกว่าข้ากำลังจะกลายเป็ทารก? ข้าติดอยู่ในขอบเขตดวงธาตุทองคำขั้นสูงสุดมาตั้งนานแล้วทำไมอยู่ๆ ถึงทะลวงด่านได้เล่า? ข้าเข้าใจแล้ว เป็เพราะหวังเค่อ มันทำให้ข้าโมโหสุดขีด! ไอ้ตัวบัดซบนั่น!” จางหลี่เอ๋อร์ตาโต
พอนึกถึงหวังเค่อ นางก็โมโหขึ้นมาอีก ทันใดนั้นเพลิงบนดักแด้ขนนกก็ปะทุออกมาอีกครั้ง ผลักดันระดับฝีมือของจางหลี่เอ๋อร์ให้ขยับขึ้นไปอีก
“หวังเค่อ? มันทำลายชื่อเสียงข้า แม้แต่ศิษย์น้องหญิงชายของข้าก็ยังแสดงความยินดีให้ข้ากับมัน? ผายลม! ข้าไปมีความสัมพันธ์ลมผายอันใดกับหวังเค่อเสียที่ไหน! ข่าวลือพวกนี้มันมาจากใครกันแน่? ใช่หวังเค่อหรือไม่? เหมือนจะไม่ใช่นะ หวังเค่อมันแก้ตัวอยู่ตลอด เอาแต่พูดไม่หยุดว่ามันไม่ชอบข้า เพราะงั้นก็ไม่น่าจะใช่หวังเค่อสิ? แต่ถ้าไม่ใช่หวังเค่อแล้วจะเป็ใคร? น่าโมโหเหลือเกิน! กรี๊ดด!” จางหลี่เอ๋อร์ไฟโทสะลุกพรึ่บ
“โฟ่ว!”
อุณหภูมิภายในดักแด้ถีบตัวขึ้นอีกครั้ง กระตุ้นให้ระดับฝีมือของจางหลี่เอ๋อร์เข้าสู่สภาวะการทะลวงด่าน
ในขณะเดียวกันไม่ทราบเพราะเหตุใดแต่อุณหภูมิร้อนสูงในดักแด้กลับสร้างพลังงานที่มองไม่เห็นบางอย่างให้สาดส่องออกมา พลังงานประหลาดขุมนี้พุ่งขึ้นไปบนฟ้า ทันใดนั้นเมฆดำก็พลิกตัวไปมา แสงอสนีแปลบปลาบ ราวกับว่าทัณฑ์์กำลังจะอุบัติขึ้น เพียงพริบตาฝนห่าใหญ่ก็ตกซู่ลงมาทันที
และก็เป็ตอนนั้นเองที่หวังเค่อและคณะพบเห็นปรากฏการณ์บนฟ้าจึงพากันเข้ามาหลบฝนที่วัดสะกดมาร
จางหลี่เอ๋อร์พยายามขับเคลื่อนใช้งานวิชาของตัวเองสุดกำลังเพื่อทะลวงด่านคอขวด แม้สมาธิส่วนใหญ่จะจดจ่ออยู่กับเคล็ดวิชาของตัวเอง แต่ก็ยังได้ยินเสียงจากภายนอกได้ชัดแจ๋ว
บทสนทนาภายนอกจางหลี่เอ๋อร์ไม่นำมาใส่ใจ จวบกระทั่งได้ยินมู่หรงลวี่กวงเอ่ยถึงตนขึ้นมากะทันหัน จางหลี่เอ๋อร์ผงะไป จากนั้นก็เงี่ยหูฟัง เอ่ยถึงข้า?
นอกวัดสะกดมาร!
“ทำไมท่านถึงยังไม่ไปอีก!?” หวังเค่อหันมาทางมู่หรงลวี่กวงที่อยู่ไม่ไกล!
มู่หรงลวี่กวงสีหน้าทะมึนหม่นน่ากลัว! หวังเค่อรับสารภาพเองว่าตนเองเป็นายท้ายลัทธิมาร แถมยังสมคบคิดกับพวกมาร แต่ตนกลับไม่อาจปะามันได้? ทำไมกัน? ทำไมเ้าถึงได้ไร้ยางอายขนาดนี้? ถึงกับยืดอกพูดจาเหมือนว่าตัวเองถูก?
“หวังเค่อ เื่ที่เ้าเป็นายท้ายลัทธิมาร ข้าจะไปสอบถามเอากับท่านประมุขเอง ฮึ่ม! แต่เ้าต้องบอกข้ามาให้ชัดๆ ว่าทำไมโม่ซันซันถึงบอกว่าเ้าอยู่กับจางหลี่เอ๋อร์?” มู่หรงลวี่กวงถามเสียงหนัก
ภายในโลงศพข้างในวัด จางหลี่เอ๋อร์ชะงักไป ข้าอยู่ด้วยกันกับหวังเค่อ? มู่หรงลวี่กวงมันเอาอะไรมาพูด?
“มู่หรงลวี่กวงท่านคงเสียสติไปแล้วสิท่า? ตอนนี้โม่ซันซันกำลังมีปัญหา คำพูดของมันเ้ายังเชื่อได้ลงคอ?” หวังเค่อถลึงตา
“แล้วทำไมข้าต้องไม่เชื่อด้วย? ดีร้ายยังไงโม่ซันซันก็เป็ถึงเ้าตำหนักหมาป่าประจิม ข้อมูลที่มันได้มาจะต้องไม่ใช่เชื่อถือได้!” มู่หรงลวี่กวงเอ่ยเสียงหนัก
“ผายลม โม่ซันซันจะกุข่าวลือขึ้นมาไม่ได้เลยรึไง? เื่พรรค์นี้ก็ยังพูดออกมาได้? ทำชื่อเสียงข้าด่างพร้อยหมด!” หวังเค่อสบถ
มู่หรงลวี่กวง “…!”
ทำชื่อเสียงเ้าด่างพร้อยหมด?
ภายในโลงศพ จางหลี่เอ๋อร์เองก็ตาโต “โม่ซันซัน? ทำไมกัน? ทำไมมันถึงต้องใส่ร้ายป้ายสีข้าด้วย”
“ฮึ่ม โม่ซันซันตรวจสอบเื่มาเป็อย่างดีแล้ว มันบอกกับข้าเองเลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างเ้ากับจางหลี่เอ๋อร์ยังเหนียวแน่นยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยกอีก! แถมยังบอกว่าเพื่อจางหลี่เอ๋อร์แล้ว เ้าถึงกับไม่ลังเลปล่อยให้มารฟาดฝ่ามือใส่จนครบร้อยฝ่ามือ!” มู่หรงลวี่กวงเอ่ยเสียงเย็น
“ผายลม โม่ซันซันพ่นออกมามีแต่ลมตดทั้งนั้น ข้าไปชอบจางหลี่เอ๋อร์ตอนไหนกัน ทำไมมันถึงแพร่ข่าวลือว่าข้าชอบนางด้วย? ตอนนี้ไม่เพียงแต่ศิษย์พรรคอีกาทองคำที่หลงนึกว่าข้าชอบจางหลี่เอ๋อร์ไปเท่านั้น หากแม้แต่ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์เองก็หาว่าข้าชอบจางหลี่เอ๋อร์ไปด้วย พวกท่านว่างกันมากจนสมองกลับหมดแล้วสิท่า! ข่าวลือของโม่ซันซันพวกท่านก็ยังเชื่อได้ลง?” หวังเค่อจ้องเขม็ง
คำปฏิเสธตรงไปตรงมาของหวังเค่อทำให้ใจของมู่หรงลวี่กวงผ่อนคลายลงไปอยู่พอสมควร โทสะที่เคยมีจึงเริ่มบรรเทาลงไปไม่น้อย
จริงด้วย จางหลี่เอ๋อร์มีหรือจะชอบหวังเค่อได้? จะต้องเป็โม่ซันซันหลับหูหลับตาพูดเอาเองแน่ แต่ทำไมโม่ซันซันถึงต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ?
ภายในโลงศพ จางหลี่เอ๋อร์ไฟโทสะท่วมท้นจนปะทุออกมาอีกครั้ง
“ที่แท้ ที่แท้ก็เป็โม่ซันซันที่ปล่อยข่าวลือมาโดยตลอด? ครั้งก่อนตอนอยู่ที่เมืองจูเซียนเองก็ใช่ ไอ้เฒ่าบัดสีบัดเถลิงนี่สร้างปัญหาให้ข้าได้ทุกวี่วัน ย่าคนนี้ออกไปได้เมื่อไหร่รับรองว่าจะต้องผ่าไอ้แก่วิตถารอย่างเ้าออกเป็สองส่วนแน่!“ จางหลี่เอ๋อร์เคียดแค้นฝังหุ่น
หวังเค่อไม่รู้เลยว่าเพราะเหตุนี้โทสะที่จางหลี่เอ๋อร์เคยพุ่งเป้ามาทางตนได้ย้ายไปกองอยู่บนร่างของโม่ซันซันจนหมดสิ้น
“หวังเค่อ เ้าแน่ใจนะว่าระหว่างเ้ากับจางหลี่เอ๋อร์ไม่มีอะไรในกอไผ่เลยจริงๆ?” มู่หรงลวี่กวง้ายืนยันให้แน่ชัดอีกครั้ง
“ความสัมพันธ์? ไม่มีความสัมพันธ์อะไรทั้งนั้นแหละ! ข้ากับจางหลี่เอ๋อร์บริสุทธิ์ดุจผ้าขาว! พวกท่านเลิกใส่ร้ายได้แล้ว!” หวังเค่อะโ
หวังเค่อพูดออกมาเช่นนี้ มู่หรงลวี่กวงจึงเบาใจได้ในที่สุด ไฟโทสะที่เคยมีเองก็มลายหายไป
“ที่จริงข้าสามารถพิสูจน์คำพูดของประสกหวังได้!” ตัดกาเมอยู่ๆ ก็เปิดปากโพล่งออกมา
“หือ?” หวังเค่อชะงักไป
หลวงจีนอย่างท่านจะมาช่วยข้าพิสูจน์อะไรก่อน? ข้าไม่ได้สนิทสนมชิดเชื้อใดๆ กับท่านเลย แถมท่านเองก็ไม่ได้เข้าใจเื่ราวของข้าด้วย มาหิวแสงอะไรตอนนี้?
อย่าบอกนะว่านิสัยพูดจาวัณโรคของท่านกำเริบขึ้นมาอีกแล้วน่ะ?
มู่หรงลวี่กวงเองก็มองมาทางตัดกาเมอย่างสงสัยเคลือบแคลง
“ประสกหวังท่านนี้กับภรรยาของมันรักกันหวานชื่นดูดดื่มยิ่ง! ข้าเชื่อในคำพูดอันแสนจริงใจของมัน ดังนั้นคงไม่ไปหว่านน้ำใจมั่วซั่วได้หรอก!” ตัดกาเมช่วยยืนยัน
“ภรรยาของหวังเค่อ?” มู่หรงลวี่กวงผงะไป
“มิผิด ภรรยาของมันอยู่ในวัดสะกดมารของข้านี้เอง เพราะงั้นข้อสันนิษฐานหลักลอยของท่านจึงไม่มีมูล! อมิตาภพุทธ!” ตัดกาเมเอ่ยเสียงขรึม
“หวังเค่อ เ้ามีภรรยาแล้ว? แถมยังอยู่ในวัด? นางเป็ใคร?” มู่หรงลวี่กวงประหลาดใจเป็ล้นพ้น
นางเป็ใคร?
หวังเค่อหน้าแข็งค้าง นี่จะให้ข้าพูดยังไงดี? ขืนพูดออกไปข้าไม่ถูกจับได้กันพอดีรึ?
“หวังเค่อ ข้าจำที่เ้าบอกได้ว่าองค์หญิงโยวเยว่คือคนรักของเ้า แต่สุดท้ายก็ต้องพลัดพรากกันเพราะบิดาของนาง! แต่ในเวลาอันสั้นขนาดนี้เ้ากลับมีภรรยาซะแล้ว?” มู่หรงลวี่กวงสีหน้าไม่ค่อยจะเชื่อถือสักเท่าไหร่
“เอาละๆ ศิษย์พี่ใหญ่ พวกท่านกลับกันไปก่อนดีกว่า อีกเดี๋ยวข้าเองก็ต้องไปแล้วเหมือนกัน!” หวังเค่อเร่ง
“เหอเหอ! ข้าเชื่อคำพูดเ้าไม่ลงหรอก! หวังเค่อ! ไหนๆ วันนี้ข้าก็มาแล้ว ข้าก็ต้องอยากเห็นภรรยาของเ้าหน่อยสิว่านางที่แท้มีรูปลักษณ์หน้าตาเช่นไรบ้าง!” มู่หรงลวี่กวงเอ่ยเสียงหนัก
หวังเค่อผู้แสนหน้าไม่อายนี้ มีคำพูดไหนบ้างที่เป็ความจริง? มู่หรงลวี่กวงจำต้องยืนยันให้แน่ชัด
“อมิตาพุทธ พวกท่านไม่รู้หรอกรึนี่?” ตัดกาเมอุทาน
“ตัดกาเม ท่านจะพูดมากไปแล้วกระมัง? เื่ของข้าไปเกี่ยวอะไรกับท่านด้วย! ทำไมถึงต้องเอาปัญหามาให้ข้าอยู่เรื่อยเลย!” หวังเค่อหดหู่ใจเหลือแสน
ทำไมถึงได้เป็ตัวปัญหาแบบนี้? ข้าสิ้นเปลืองความพยายามไปขนาดไหนกว่าจะเกลี้ยกล่อมมู่หรงลวี่กวงให้ยอมจากไปแต่โดยดี แต่เ้ากลับลากพามันกลับมา?
“ข้าก็แค่อยากช่วยท่านพูดเฉยๆ เอง อีกอย่าง นี่มีตรงไหนน่าอายกัน?” ตัดกาเมไม่อาจเข้าใจ
“ผายลม เื่นี้ไม่เกี่ยวว่าจะน่าอายหรือไม่น่าอาย แต่ท่านเล่นสอดปากเข้ามาก้าวก่ายแบบนี้ ข้าว่าท่านได้ถูกฟ้าผ่าแน่!” หวังเค่อแช่ง
“ข้าน่ะนะจะถูกฟ้าผ่า?” ตัดกาเมไม่ปลื้มเอาเสียเลย
“เปรี้ยง!”
จู่ๆ ก็มีสายฟ้าลำหนึ่งผ่าเปรี้ยงลงมาที่วิหารเก่าภายในวัดสะกดมารอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
หวังเค่อ “…!”
มู่หรงลวี่กวง “…!”
เ้าสายฟ้านี้บอกจะมาก็มาเอาดื้อๆ เลย?
“เป็ความบังเอิญใช่ไหม? บอกจะมาก็มาทันทีเลยเนี่ยนะ? แน่จริงก็มาอีกเซ่!” หวังเค่อสีหน้าพิกล
“เปรี้ยง!” “เปรี้ยง!” “เปรี้ยง!”………!
จากนั้นก็มีสายฟ้าผ่าตามลงมาอีกแปดครั้ง เปรี้ยงปร้างลงไปที่วิหารเก่า กระทั่งมองเห็นยอดหลังคาของวิหารแตกกระจุยกระจายส่งฝุ่นควันลอยขโมงได้เลยด้วยซ้ำ
หลังจากอสนีบาตเก้าสายนี้ เมฆดำบนฟ้าถึงเริ่มสลายตัว
“ปากข้าเบิกอิทธิปาฏิหาริย์เข้าแล้ว? บอกจะมีฟ้าผ่าก็มีฟ้าผ่าลงมาจริงๆ?” หวังเค่อเบิกตาโพลงมองหมู่เมฆที่เริ่มจางคลาย
พวกมู่หรงลวี่กวงเองก็มองดูเมฆดำที่ค่อยๆ กระจายไปบนฟ้า บอกจะมีฟ้าผ่าก็มีฟ้าผ่าลงมาจริงๆ เนี่ยนะ!? แต่ก็ไม่เห็นจะผ่าใส่หลวงจีนรูปนี้เลยนี่!
แต่แล้วก็เห็นหลวงจีนรูปนั้นเบิกตาโต
“หวังเค่อ ภรรยาท่านะเิไปแล้วมั้งเนี่ย!” ตัดกาเมอุทาน
“ภรรยาท่านสิะเิไปแล้วน่ะ!” หวังเค่อด่าสวนทันควัน
“ข้าพูดจริงๆ ท่านดู ภรรยาท่านะเิไปแล้วจริงๆ!” ตัดกาเมฉุดกระชากลากถูหวังเค่อพลางร้องบอก
หวังเค่อตามหลวงจีนตัดกาเมเข้าไปในดูสถานการณ์ในวิหาร แต่ปรากฏว่าลูกน้องที่อยู่ในด้านในของตนถึงกับสลบเหมือดไปกันหมด ส่วนโลงศพที่ตั้งอยู่ตรงกลางก็กำลังติดไฟลุกพรึ่บ
“เปรี๊ยะ!”
กองเพลิงคุคั่งสว่างไสว อสนีบาตเก้าสายเมื่อกี้ผ่าลงมาใส่โลงศพจริงหรือนี่? เพราะงั้นตอนนี้ก็เลยลุกไหม้อยู่?
พวกมู่หรงลวี่กวงเองก็รีบตามมาที่ปากทางเข้าออก ทอดตามองเข้าไปในวัดอย่างสงสัยใคร่รู้
ภรรยาของหวังเค่อ? ภรรยาของหวังเค่อะเิไปแล้ว? นี่มันสถานการณ์แบบไหนกัน?
พอพวกมู่หรงลวี่กวงสังเกตเห็นกองเพลิงที่กำลังโชติ่ชัชวาลอยู่ตรงกลางพวกมันก็ต้องเผยสีหน้าโง่งมไปตามๆ กัน นี่มันสถานการณ์แบบไหนกัน? ภรรยาของหวังเค่อนอนอยู่ในโลง?
“ไหม้ ไหม้แล้ว? นางถูกย่างสด?” หวังเค่ออุทาน
จางหลี่เอ๋อร์ยังอยู่ข้างในนั้น ก่อนหน้านี้นางแค่ป่วยเป็โรคประหลาดมีขนนกงอกเต็มตัวก็เท่านั้น แต่ตอนนี้เกิดนางตายขึ้นมางั้นตนไม่ซวยพอดีรึ?
“ประสกหวัง เดิมทีภรรยาท่านก็ม่องเท่งอยู่แล้วไม่ใช่รึ?” ตัดกาเมไม่อาจเข้าใจ
“ผายลม ยังไม่รีบช่วยกันดับไฟอีก!” หวังเค่อร้องลั่น
ขณะที่หวังเค่อกำลังจะกระโจนเข้าไป จู่ๆ ก็มีเสียงะโดังออกมาจากภายในโลง
“หวังเค่อ!” เสียงะโนั้นอัดแน่นไปด้วยเพลิงโทสะ
แต่ในหูของหวังเค่อนั่นกลับเหมือนดุริยทิพย์ก็ปาน วิเศษไปเลย นางยังอยู่ดี แถมยังตื่นแล้วด้วย?
แต่วินาทีนั้นสีหน้าของมู่หรงลวี่กวงพลันเปลี่ยนไป “นั่นมันเสียงของจางหลี่เอ๋อร์นี่? หวังเค่อ ไหนเ้าบอกว่าระหว่างเ้ากับนางล้วนบริสุทธิ์ดุจผ้าขาวไม่ใช่รึไง?”
“ในโลงนั่นก็คือภรรยาของหวังเค่อ?” ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์คนหนึ่งอุทานออกมาขณะเดียวกันก็มองมาทางหวังเค่อ
เมื่อกี้หวังเค่อเพิ่งบอกว่ามันกับจางหลี่เอ๋อร์ล้วนบริสุทธิ์ไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่คนที่อยู่ในโลงคือภรรยาของหวังเค่อนี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่? ในเมื่อนั่นคือภรรยาเ้า แล้วเ้ายังจะบอกว่าระหว่างเ้ากับจางหลี่เอ๋อร์ไม่มีอะไรกันอีกรึ?
ศิษย์ทุกคนเลื่อนสายตามาทางมู่หรงลวี่กวง แต่กลับพบว่าสีหน้าของอีกฝ่ายตอนนี้ดำทะมึน กระบี่ในมือกำแน่น
“หวังเค่อ เ้าควรอธิบายให้ข้าฟังหน่อยว่าไหม?” มู่หรงลวี่กวงเอ่ยเสียงเย็น
“อธิบายอะไร!? ข้ากับจางหลี่เอ๋อร์ล้วนบริสุทธิ์ ท่านไม่ได้ยินรึไง? ทั้งหมดล้วนเป็ข่าวที่โม่ซันซันปล่อยออกไป ท่านเองก็เชื่อนี่นา!” หวังเค่อเบิ่งตากล่าว
สีหน้าของมู่หรงลวี่กวงไม่น่าดูเอาเสียเลย แต่ก็ยังสะกดกลั้นก้อนโทสะเอาไว้ อย่างไรซะนี่อาจมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่
“หวังเค่อ กำไลมิติข้าไปไหน?” เสียงของจางหลี่เอ๋อร์ดังมาจากในโลงศพที่ติดไฟ
“เอ่อ อยู่กับข้า อยู่กับข้านี่ ก่อนหน้านี้ตอนที่เ้าอาการหนัก เพ้ย ตอนที่เ้ากำลังหลับ ข้าช่วยปลดออกมาเก็บไว้ให้เ้า ข้าไม่ได้แตะต้องของด้านในสักปลายเล็บ!” หวังเค่อรีบะโไปทางกองเพลิง
อาการหนัก?
หวังเค่อกระดากเกินกว่าจะบอก จะให้บอกได้ยังไงว่าที่จริงแล้วข้าแอบฉวยโอกาสตอนที่เ้ากำลังสลบกว้านเงินของเ้ามาหมดตัวน่ะ? นี่ไม่ใช่เอาเปรียบผู้อื่นในยามยากหรอกรึ? แต่ถ้าข้าบอกว่าเ้าหลับไป เช่นนี้แรงกดดันที่ข้าต้องแบกรับก็จะลดลง
แรงกดดันของหวังเค่อลดลง แต่แรงกดดันของมู่หรงลวี่กวงกลับเพิ่มขึ้น
ตอนที่จางหลี่เอ๋อร์กำลังหลับเ้าไปเอากำไลมิติของนางมาได้ยังไงก่อน? นี่ยังต้องปะติดปะต่อเื่ราวอยู่อีกหรือไม่?
“ยังไม่รีบคืนข้ามาอีก เสื้อผ้าทั้งหมดของข้าอยู่ในกำไลนั่น! เ้าอยากตายรึไง! กล้าดียังไงมาเอากำไลข้าไป? หากมีของหายไปแม้แต่อย่างเดียวข้าจะฆ่าเ้า! มัวยืดยาดอะไรอยู่ เอาเสื้อผ้ามาให้ข้าเดี๋ยวนี้!” เสียงกรุ่นโทสะของจางหลี่เอ๋อร์ดังมาจากในกองเพลิง
เสื้อผ้าของจางหลี่เอ๋อร์ถูกเผาไปหมดตอนที่ขนนกงอกเงยออกมาตามตัว เพราะงั้นตอนนี้นางจึง้าเสื้อผ้ามาชดเชยเป็ธรรมดา
แต่คำพูดนี้เมื่อเข้าหูของมู่หรงลวี่กวงกลับเหมือนฟ้าผ่ากลางฟ้าแจ้ง
นอน? ซ้ำร้ายยังนอนเปลือยกาย! แล้วหวังเค่อก็มาเอากำไลมิติของนางไปน่ะนะ?
นี่ยังต้องให้หวังเค่อหาคำแก้ตัวอันใดอีกหรือไม่?
แถมเมื่อกี้ยังเรียกหานางเป็ภรรยาอีกต่างหาก!
บริสุทธิ์? บริสุทธิ์น้องสาวเ้าสิ!
“หวังเค่อ ข้าจะฆ่าเ้า!” มู่หรงลวี่กวงคำราม
“ศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์พี่ใหญ่ สงบสติอารมณ์ก่อน สงบสติอารมณ์ก่อนนะ!” บรรดาศิษย์น้องช่วยกันห้ามปรามมู่หรงลวี่กวงโดยไว
หวังเค่อโยนกำไลมิติของจางหลี่เอ๋อร์คืนไป แต่แล้วก็เห็นสายตาแดงฉานหมายเอาชีวิตตนของมู่หรงลวี่กวงเข้า
“ศิษย์พี่ใหญ่ นี่ท่านคิดจะทำอะไร? ข้าไปตอแยท่านตอนไหน?” หวังเค่ออุทาน
“อมิตาพุทธ ศิษย์พี่ใหญ่ท่านถูกสวมหมวกเขียว[1] แล้ว!” ตัดกาเมออกความเห็นสอดแทรกเข้ามา
หวังเค่อ “…!”
ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์ “…!”
ทุกคนเลื่อนสายตามายังหลวงจีนตัดกาเม หลวงจีนรูปนี้แม้พูดจายืดเยื้อเวิ่นเว้อ แต่ลองได้สรุปกลับรวบรัดตรงจุดยิ่ง!
“เพ้ย พระอาจารย์ ท่านพูดอะไรของท่าน? ข้ากับจางหลี่เอ๋อร์ล้วนบริสุทธิ์ ศิษย์พี่ใหญ่กับจางหลี่เอ๋อร์เองก็ไม่มีความสัมพันธ์อันใดต่อกัน แล้วท่านมายุแยงตะแคงรั่วพวกเราศิษย์สหายร่วมพรรคทำไม?” หวังเค่อถลึงตาใส่ตัดกาเม
“เป็ความจริง ท่านดู ศิษย์พี่ใหญ่ท่านถูกสวมหมวกเขียวแล้วจริงๆ!” ตัดกาเมร้อง
หวังเค่อหันตามไปแต่กลับพบว่าเส้นผมของมู่หรงลวี่กวงกลายเป็สีเขียวไปแล้วจริงๆ เส้นผมดำขลับเปลี่ยนเป็สีเขียวไปแล้ว
“นี่ นี่ นี่…!” หวังเค่อมิอาจเข้าใจ
มู่หรงลวี่กวงไม่เพียงเส้นผมเปลี่ยนเป็สีเขียว แต่ตลอดทั้งตัวยังเรืองแสงสีเขียว รัศมีพลังแก่กล้าราวกับจะปะทุออกมาอยู่รอมร่อ
“อ๊า~~~~~~~~~~~!”
มู่หรงลวี่กวงแผดเสียง
“ตูม!”
เพลิงสีเขียวขนาดั์ปะทุออกรอบตัว กระแสอากาศทรงพลังเป่ากวาดฝุ่นหินดินทรายรอบด้านออกไป เมฆดำที่เพิ่งสลายตัวดูจะถูกชักนำกลับมาอีกครั้งกะทันหัน
“อมิตาภพุทธ ศิษย์พี่ใหญ่ผู้นี้ของท่านอนาคตไร้ขีดจำกัดโดยแท้!” ตัดกาเมถอนใจกล่าว
“แต่มันกำลังจะฆ่าข้า! ตอนนี้จะให้ข้าทำยังไงดี!? ไต้ซือ ทั้งหมดล้วนเป็ฝีมือท่าน ท่านไม่น่ายุ่งไม่เข้าเื่เลย!” หวังเค่อเดือดเนื้อร้อนใจ
“ข้า?” ตัดกาเมหน้าแข็งค้าง
นี่เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย!
“บรึ้ม~~~~~~~~~!”
และในตอนนั้นเองจู่ๆ โลงศพที่อยู่ในกองเพลิงภายในวิหารก็ะเิออก จางหลี่เอ๋อร์ที่เนื้อตัวเปล่งแสงสีแดง ห่มอาภรณ์สวยพริ้งก็ก้าวออกมา
“จะ จางหลี่เอ๋อร์!” หวังเค่อสีหน้าไม่น่าดู
ไม่ไกลออกไป มู่หรงลวี่กวงยังไม่ทันจะอาละวาด จางหลี่เอ๋อร์ก็โผล่มาเสียแล้ว
“หวังเค่อ ถึงเวลาที่เราต้องสะสางบัญชีกันแล้ว!” จางหลี่เอ๋อร์เอ่ยเสียงเย็น
“เรามีบัญชีอะไรต้องสะสาง? ข้าไม่ได้ติดค้างอะไรเ้า! เ้าทำลูกน้องข้าสลบไปกันหมด พวกมันเคยตอแยเ้ารึไง?” หวังเค่อพิโรธ
ลูกน้องของหวังเค่อในวิหารสลบกันไปหมด
“พวกมันไม่ได้สลบเพราะข้าสักหน่อย!” จางหลี่เอ๋อร์กดเสียงต่ำ
“ถ้าไม่ใช่เ้าแล้วจะเป็ใคร?” หวังเค่อโมโหสุดขีด
ภายในวิหารก็มีแต่พวกเ้าอยู่ ถ้าไม่ใช่เ้าแล้วจะเป็ใคร?
“อมิตาพุทธ เมื่อกี้ในวิหารยังมีจูเยี่ยนอยู่ด้วย!” ตัดกาเมสอดปากเข้ามาในเวลานั้น
“จูเยี่ยน?” หวังเค่อเลิกคิ้วสูง
แล้วจูเยี่ยนเล่า? ไม่ใช่ว่าเมื่อกี้มันซ่อนตัวอยู่ในวิหารรึไง? แล้วทำไมถึงหายไปเสียแล้ว?
“ช่วยด้วย! หวังเค่อ ช่วยข้าด้วย!” จู่ๆ ก็มีเสียงะโขอความช่วยเหลือดังมาจากบนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลออกไป
ทุกคนเลื่อนสายตาตามไป กลับพบเห็นคนวัยกลางคนที่สวมชุดคลุมดำตลอดตัวกำลังคร่ากุมจูเยี่ยนไว้ ตั้งท่าจะพามันจากไป แต่น่าเสียดายที่พลั้งเผลอปล่อยให้จูเยี่ยนเปล่งเสียงะโออกมาได้
“ตัวเลวร้ายกล้าดีนักนะ ถึงขนาดคิดชิงคนไปต่อหน้าข้าเชียวหรือนี่?” หลวงจีนตัดกาเมถลึงตา ตั้งท่าลงมือ
ตัดกาเมกำลังจะลงมือ แต่อยู่ๆ คนชุดดำกลับชะงัก มองตัดกาเมอย่างตื่นใ
“เ้าตำหนักโม่ ท่านจับจูเยี่ยนไว้ทำอะไรมิทราบ?” หวังเค่อถามอย่างสงสัยใคร่รู้
คนชุดดำที่ตั้งท่าจะหนีพลันชะงักกึกก่อนหันหน้ามาทางหวังเค่อ
“หวังเค่อ เ้าว่าข้าคือใครนะ?” คนชุดดำถามเสียงแหบพร่า
“ก็เ้าตำหนักโม่อย่างไรล่ะ! ท่านยุให้มู่หรงลวี่กวงมาหาเื่ข้า จากนั้นท่านก็แอบชิงตัวจูเยี่ยนไป? นี่ นี่คือเื่ที่คนเราควรทำงั้นหรือ? ตัวท่านเป็ถึงั์ใหญ่ทารกแกนิญญา หากท่าน้าชิงคนก็แค่ลงมือตรงๆ ก็ได้แล้วนี่? ข้าสู้ท่านไม่ได้ด้วยซ้ำ! แล้วทำไมต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ แอบชิงคนแบบนี้ด้วย! ท่านทำเกินไปแล้วนะ!” หวังเค่อตัดพ้อ
“หวังเค่อ เ้าอาศัยอะไรถึงมาหาว่าข้าคือโม่ซันซัน!” บุคคลชุดดำตวาดอย่างหัวเสีย
“ครั้งนี้ท่านเปลี่ยนรองเท้าแล้วสินะ! แต่มือที่ใช้จับกุมจูเยี่ยนนั่นก็ยังคงสวมนาฬิกาข้อมือเรือนเดิม เพ้ยไม่ใช่ กำไลมิติวงเดียวกับครั้งที่แล้วอยู่เลย!” หวังเค่อพูดอย่างสงสัยใคร่รู้
คนชุดดำมองดูกำไลมิติบนข้อมือของตัวเอง ก่อนจะเลิกผ้าคลุมหน้าออกอย่างหัวเสีย แม่งเอ๊ย ไอ้หวังเค่อจิตป่วง ข้าปลอมตัวทีไรล้วนต้องถูกเ้าจับได้ไปเสียทุกครั้ง?
“เ้าตำหนักโม่ สิ่งที่หวังเค่อพูดมาทั้งหมดก่อนหน้านี้ล้วนเป็ความจริง? ทำไมท่านถึงต้องยุให้ศิษย์พี่ใหญ่มาหาเื่หวังเค่อด้วย? แถมยังแอบย่องมาขโมยคนอีก? ท่านมีเจตนาอะไรกันแน่?” ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์คนหนึ่งเบิ่งตาถาม
ตอนนั้นมู่หรงลวี่กวงคล้ายอยู่ในสภาวะการทะลวงด่านอันแสนสำคัญ ตลอดทั้งตัวมีเพลิงสีเขียวปะทุเปรี๊ยะๆ ไม่ขาด ราวกับเข้าสู่สภาวะฌานบางประการ
“ข้า? ข้าก็แค่...!” โม่ซันซันยังคงกุมตัวจูเยี่ยนไว้ สีหน้าอัปลักษณ์ไม่น่าดู
“โม่ซันซัน ข่าวลือระหว่างข้ากับหวังเค่อล้วนเป็ฝีมือท่านหมดเลยสินะ? ท่านกล้าทำชื่อเสียงข้าต้องด่างพร้อย?” จางหลี่เอ๋อร์จ้องโม่ซันซันปานจะกินเืกินเนื้อ
“จะ จางหลี่เอ๋อร์ ข้าจะไปปล่อยข่าวเื่เ้าได้ยังไงกัน หวังเค่อพูดเองเออเองทั้งนั้น!” โม่ซันซันสีหน้าไม่น่าดู
แม่งเอ๊ย ทั้งหมดนี้เป็สิ่งที่หวังเค่อบอกข้าตอนอยู่ในเมืองจูเซียนทั้งนั้น! บอกว่าเ้ากำลังไล่ตามตื๊อหวังเค่อไม่ลดละ
“หวังเค่อมันออกตัวปฏิเสธมาตลอด ท่านนั่นแหละที่เป็คนปล่อยข่าวอยู่นั่น! ท่านยังคิดหลอกข้าอยู่อีก?” จางหลี่เอ๋อร์ไฟลุกตลอดทั้งตัว
“ข้าไม่ได้ทำสักหน่อย!” โม่ซันซันแสนหดหู่ใจ
“เ้าตำหนักโม่ ตอนที่ท่านกลับพรรคเทพหมาป่า์ยุให้ศิษย์พี่ใหญ่มาเอาเื่หวังเค่อไม่ใช่บอกเอาไว้แบบนี้หรือขอรับ ท่านว่าจางหลี่เอ๋อร์ตามตื๊อพัวพันหวังเค่อไม่เลิกรา ท่านว่าหวังเค่อยอมรับหนึ่งร้อยฝ่ามือแทนนาง ท่านว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาแม้แต่ตะวันจันทรายังต้องกรรแสง ท่านยังบอกอีกว่าหวังเค่อจะชิงตัดหน้าศิษย์พี่ใหญ่ เพราะงั้นเขาก็เลยรีบร้อนมาเพื่อยืนยันถึงนี่!” ศิษย์คนเดิมขมวดคิ้วนิ่วหน้าถาม
โม่ซันซันสีหน้าไม่น่าดูสุดเปรียบทันควัน ข้าก็แค่พูดยุให้มันฮึกเหิมเท่านั้นเอง พวกเ้าฟังกันไม่ออกรึไง?
“เป็เ้าจริงๆ ด้วย โม่ซันซัน เ้ากล้ากุข่าวเื่ข้า? ทำชื่อเสียงข้าต้องด่างพร้อย?” จางหลี่เอ๋อร์ไฟลุกพรึ่บ
“ฟังข้าก่อน ฟังข้าอธิบายก่อนนะ เื่นี้ไม่เกี่ยวกับข้าเลย เป็ฝีมือหวังเค่อทั้งนั้น!” โม่ซันซันลนลานกล่าว
ตอนนั้นก็มีเสียงของฝูงกระเรียนดังมาแต่ไกล
“แกว้ก!” “แกว้ก!”…
กระเรียนตัวแล้วตัวเล่ากางปีกร่อนเข้ามา
แต่บนกระเรียนมงกุฎแดงแต่ละตัวกลับมีศิษย์พรรคอีกาทองคำหนึ่งคนยืนอยู่ด้วย
“ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ตอนเห็นเมฆดำเมื่อครู่พวกเราก็เดาว่าต้องเป็ท่านแน่ เพราะงั้นก็เลยเร่งรุดมาจนได้เจอท่านในที่สุด เยี่ยมไปเลย! หลายวันมานี้พวกเราตามหาท่านแทบแย่แหน่ะ!” ศิษย์พรรคอีกาทองคำคนหนึ่งร้องบอก
“พวกเ้าตามหาข้า?” จางหลี่เอ๋อร์ขมวดคิ้ว
“ใช่ ทีแรกพวกเราไม่เป็ห่วงท่านเลย เพราะศิษย์น้องที่พากันกลับพรรคต่างบอกว่าท่านอยู่กับหวังเค่อปลอดภัยดี แต่โม่ซันซันส่งคนมามอบจดหมายให้ศิษย์ที่รับเื่ของพรรคอีกาทองคำในจดหมายนั้นบอกว่าเพราะท่าน้าแก้แค้นหวังเค่อท่านก็เลยต้องตายอย่างน่าอนาถที่ชิงจิง พวกเราถึงได้รีบออกตามหาท่านกันให้ควั่กนี่แหละ!” ศิษย์คนนั้นอธิบาย
โม่ซันซันหน้าดำ นี่เป็การจัดเตรียมเมื่อไม่นานมานี้ของตนจริง แต่ตอนนั้นข้านึกว่าเ้าตายไปแล้วจริงๆ นี่นา!
“โม่ซันซัน ข่าวลือทั้งหมดล้วนมาจากเ้าจริงๆ นั่นแหละ ทั้งหมดล้วนเป็ฝีมือเ้า!” จางหลี่เอ๋อร์แผดเสียงอย่างเดือดจัด
“ฟังข้าอธิบายก่อน!” โม่ซันซันร้องลั่น
“ศิษย์พรรคอีกาทองคำจงฟัง ก่อมหากลเพลิงอัคคีล้อมกักไอ้ชั่วที่มันทำชื่อเสียงข้าด่างพร้อยผู้นี้ไว้แล้วฆ่ามันซะ!” จางหลี่เอ๋อร์คำราม
“ปง!”
จางหลี่เอ๋อร์ดีดตัวขึ้นฟ้า เพลิงคลอกนภาพวยพุ่งเข้าหาโม่ซันซันทันที
“ฟังข้าก่อน ฟังข้าก่อนน!” โม่ซันซันร้องเสียงหลง
“บรึ่ม~~~~~~~~~~~~!”
ยอดไม้ของพฤกษาต้นนั้นพลันติดไฟลุกพรึ่บ
“ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ท่านทะลวงสู่ขอบเขตทารกแกนิญญาแล้วหรือนี่? วิเศษไปเลย!”
“วิเศษอะไร ศิษย์พี่หญิงใหญ่เพิ่งทะลวงด่าน ระดับฝีมือยังไม่เสถียร รีบก่อค่ายกลก่อน อย่าให้ศิษย์พี่หญิงใหญ่ถูกโม่ซันซันทำร้ายเอาได้!”
“ได้!”
“ตูมมม!”
บนฟ้าพลันเกิดศึกใหญ่อันเดือดพล่านขึ้นมา
โม่ซันซันโยนจูเยี่ยนทิ้งไปด้วยความระทมทุกข์ จากนั้นพุ่งตัวหนีไปทางขอบฟ้า
“คิดหนีไปไหน ไอ้ทรชนปล่อยข่าวลือชาวบ้านมั่วซั่ว หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!” จางหลี่เอ๋อร์ะโไล่หลัง
“ครืนนน!”
จางหลี่เอ๋อร์นำศิษย์น้องหญิงชายไล่ตามไปเอาชีวิตโม่ซันซันที่หนีไปไกลแล้ว ไม่นานก็หายลับขอบฟ้าไป
หวังเค่อมองส่งทุกคนจนลับตา สีหน้าซับซ้อน “ที่แท้โม่ซันซันเป็คนปล่อยข่าวลือทั้งหมดนี้เองหรือเนี่ย? ไอ้เฒ่าวิตถารเอ๊ย มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าไม่ใช่ตัวดี!”
ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์ทางด้านข้างมองหวังเค่อด้วยสีหน้าพิกล ใช่โม่ซันซันหรือที่ปล่อยข่าวลือเื่เ้า? คิดว่าพวกเราตาบอดกันหมดรึไง! เื่ชู้สาวระหว่างเ้ากับจางหลี่เอ๋อร์พวกเรามองออกกันทั้งนั้น! นอนก็นอนมาแล้ว เสื้อผ้าก็เปลื้องออกมาแล้ว แถมยังช่วยจางหลี่เอ๋อร์ปลดกำไลเรียกหานางเป็ภรรยา ทำถึงขนาดนี้แล้วเ้าก็ยังจะไม่ยอมรับ? เ้าช่วยทำตัวมีเกียรติบ้างไม่ได้เลยรึไง?
[1] ถูกภรรยาสวมเขาคบชู้
