“ทุกคนก็รู้จักกันนี่นา วันเกิดพี่สาวเฮ่อทั้งที เธอไม่ควรจะให้ของขวัญหน่อยเหรอ?” ฉีหลิงหลิงกล่าวอย่างสมเหตุสมผล ราวกับว่าฮวาเจาไม่ควรปฏิเสธ
ฮวาเจาได้แต่คิดในใจ 'นี่มันเป็คนซื่อบื้อจริงๆ เลยนะ'
ฉีหลิงหลิงมีเหตุผลของตัวเอง เธอเชิดหน้าขึ้นพลางพูดต่อ “เธอรู้ไหมว่าพ่อของพี่สาวเฮ่อเป็ใคร? มีคนตั้งมากมายอยากให้ของขวัญเธอ แต่ยังหาทางไม่ได้เลย เธอโชคดีแค่ไหนแล้วที่ได้เจอ ถ้าไม่ใช่เพราะผู้ชายของเธอเป็...” ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นทันที “เมื่อกี้เธอว่าผู้ชายของเธอชื่ออะไรนะ?”
“เย่เซิน” ฮวาเจาตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ
“อ๊า!” ฉีหลิงหลิงร้องออกมาด้วยความใ พลางมองฮวาเจาอย่างไม่น่าเชื่อ
“ทำไม? ผู้ชายของฉันมีชื่อเสียงมากเหรอ?” ฮวาเจาถามด้วยความสงสัย 'ได้ยินมาว่าบ้านของเย่เซินก็ไม่ได้แย่ แต่เขาเป็ทายาทรุ่นที่สามจริงหรือ? หรือว่าเขาไม่เคยคลุกคลีกับพวกทายาทเ่าั้ เธอถึงได้รู้จักเขา?'
“พี่สาวเฮ่อ ใช่เย่เซินคนนั้นหรือเปล่า?” ฉีหลิงหลิงหันขวับไปเขย่าแขนของเฮ่อหลานหลันอย่างบ้าคลั่ง
เฮ่อหลานหลันชอบเย่เซิน ทั้งสองตระกูลมีโอกาสที่จะได้แต่งงานกัน พ่อของเธอเคยบอกให้เธออย่าทำดีกับเฮ่อหลานหลันมากเกินไป และให้หลีกเลี่ยงเย่เซินที่เธอไม่เคยเจอในอนาคตด้วย 'แต่ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น? เย่เซินแต่งงานแล้วเหรอ? แถมเ้าสาวก็ไม่ใช่เฮ่อหลานหลัน! ไม่ใช่หม่าเจี้ยนกั๋วด้วย! แต่เป็ฮวาอะไรที่ไหนก็ไม่รู้?'
เฮ่อหลานหลันแทบจะคลั่ง สลัดแขนของเธอออก “เธอเขย่าจนฉันเวียนหัวหมดแล้ว”
“อ๋อ” ฉีหลิงหลิงยอมสงบลงในที่สุด
“ไปกันเถอะ” เฮ่อหลานหลันไม่เอาสร้อยข้อมือแล้ว เดินจากไปทันที
ฉีหลิงหลิงรีบวิ่งตามออกไป ก่อนไปก็หันกลับมามองฮวาเจา และสร้อยข้อมือในมือของเธอ
“ถ้าฉลาด ก็เอาสร้อยข้อมือนั่นมาให้ฉันซะ! ฮึ่ม!” พูดจบก็หันหลังเดินหายลับไป
ฮวาเจาหัวเราะเบาๆ
ชายหนุ่มมองเธอด้วยความเห็นใจ 'ช่างเป็เด็กสาวที่โง่จริงๆ ยังจะหัวเราะออกมาได้อีก'
“เป็เพราะผมเอง ที่ดันเอาเครื่องประดับชุดนี้ออกมาตอนนี้...ทำให้คุณเดือดร้อนซะแล้ว” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเบาด้วยความรู้สึกผิด
'บ้านของฉีหลิงหลิง ถ้าไม่ล้มลงจริง ๆ ก็มีอิทธิพลมาก พวกเขาเป็พวกที่น่ารำคาญ อาจจะหาเื่กลั่นแกล้งเด็กสาวคนนี้เพราะเื่เล็กน้อยแค่นี้'
ฮวาเจาหันไปมองเขา ยิ้มหวาน “แล้วจะชดเชยฉันยังไง?”
“หา?” ชายหนุ่มงงงวย
“รูปภาพที่อยู่ด้านหลัง มีของฉีไป๋สือ หรือจางต้าเชียนไหมคะ?” ฮวาเจาถาม
ภาพเ่าั้ม้วนเก็บไว้เยอะมาก เธอไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้นเธอเองก็ไม่รู้วิธีตรวจสอบ เลยได้แต่ถาม
ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างงงๆ “มีครับ”
ฮวาเจาดีใจในทันที “ลดราคาให้ฉันหน่อยสิ!”
“อ่า...” ชายหนุ่มถึงได้รู้ว่าอะไรคือการชดเชย เขาหัวเราะอย่างอายๆ “อันนี้ผมตัดสินใจเองไม่ได้ครับ” ว่าแล้วก็มองไปที่ชายชรา
ฮวาเจามองไปที่ชายชราเช่นกัน พร้อมยิ้มอย่างใสซื่อ “ท่านอาจารย์ ช่วยดูให้หน่อย เลือกให้ฉันหน่อย ฉันไม่รู้เื่ภาพวาด”
ชายชราเป่าหนวดเคราพลางจ้องเขม็ง “ไม่รู้แล้วจะซื้อไปทำไม?”
“ฉันไม่รู้เื่ภาพวาด แต่ฉันรู้คุณค่า” ฮวาเจาเหลือบมองเสื้อผ้าและสีหน้าของชายชราอย่างรวดเร็ว กล่าวอย่างจริงจัง “ฉันรู้ว่าสิ่งเหล่านี้คือสมบัติล้ำค่าของศิลปะจีน เมื่อได้มาแล้วก็ต้องดูแลรักษาให้ดี ให้พวกเขาสืบทอดต่อไปชั่วนิรันดร์”
ชายชราถูกใจคำพูดนั้นจริงๆ เรียกได้ว่าเป็ความปรารถนาเดียวในชีวิตของเขาเลยก็ว่าได้...
เขาพิจารณาฮวาเจาอย่างจริงจังสองครั้ง เดินไปหลังเคาน์เตอร์ หยิบภาพวาดสามภาพออกมา
เป็ภาพกุ้งของฉีไป๋สือสองภาพ และภาพดอกบัวของจางต้าเชียนหนึ่งภาพ
“ราคาเท่าไหร่?” ฮวาเจาถาม
“กุ้งสองภาพนี้ภาพละ 200 ส่วนภาพดอกบัว 100 ลดให้ 20 เปอร์เซ็นต์ รวมเป็ 400” ชายชรากล่าว
ฮวาเจาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ไม่ได้พูดว่ามันถูกอะไรขนาดนั้น เพราะภาพวาดในตอนนี้ราคาไม่แพงเท่าไหร่ และภาพสองภาพนั้นก็มีขนาดเล็ก แต่ละภาพมีพื้นที่เพียงไม่กี่ตารางฟุตเท่านั้น ราคานี้คือราคาตลาดในขณะนั้น
แต่การลดราคาให้ 100 ก็ถือว่าเป็น้ำใจมากแล้ว
“ตกลง ขอบคุณท่านอาจารย์” ฮวาเจาหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าอีกปึกหนึ่ง นับเงินออกมาครึ่งหนึ่งยื่นให้ชายหนุ่ม
เงิน 500 ในตอนนี้ สามารถแลกได้ถึง 5 ล้านในอนาคต หรืออาจมากกว่านั้น มองยังไงก็มีแต่กำไร
สร้อยข้อมือก็เช่นกัน เงิน 2,000 ในตอนนี้ซื้อชุดเครื่องประดับได้แพงมาก แต่เงิน 2,000 ในตอนนี้จะซื้ออะไรได้บ้าง?
จักรยาน 10 คัน หรือวิทยุ 10 เครื่อง หรือโทรทัศน์ขาวดำเครื่องใหญ่ 1 เครื่อง หรือตู้เย็น 1 เครื่อง
สิ่งของเหล่านี้ในอนาคตจะมีมูลค่าเท่าไหร่? คุณอาจจะต้องเสียเงินค่ากำจัดขยะหลายสิบหยวนด้วยซ้ำ
แต่ถ้าเปลี่ยนเป็เครื่องประดับชุดนี้ จะมีมูลค่า 20 ล้าน หรือมากกว่านั้นในอนาคต
ถ้าเธอเต็มใจจะขาย
ตอนนี้ฮวาเจายิ่งมองสร้อยข้อมือนี้ก็ยิ่งชอบ หลังจากที่อุณหภูมิร่างกายของเธอลดลงแล้ว มันก็ไม่ได้ลดลงไปตลอด แต่จะคงอยู่ที่อุณหภูมิที่ทำให้เธอรู้สึกเย็นสบาย
'นี่มันแอร์เคลื่อนที่นี่นา! ไม่ขายเด็ดขาด!'
“มา ลงทะเบียนหน่อย” ชายชราหยิบสมุดขึ้นมา
“ต้องลงทะเบียนด้วยเหรอคะ?” ฮวาเจาไม่อยากจะลงทะเบียน เพราะการลงทะเบียนจะทำให้พวกเขารู้ว่าสิ่งของเ่าั้อยู่ในมือเธอ จะทำให้เธอถูกเพ่งเล็งในอนาคตได้ง่าย
ดูเหมือนว่าต่อไปจะไม่สามารถมาซื้อของเองได้แล้ว
ฮวาเจาลงทะเบียนตามจริงแล้วเดินจากไป
ถ้าเมื่อกี้เธอไม่เจอหลานอะไรนั่น เธออาจจะโกหกไปก็ได้ แต่ตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว
ก่อนไป ฮวาเจาก็ยังหยิบกระถางสวยๆ จากกองกระถางบนพื้นมาอีก 3 กระถาง ราคา 10 หยวน เอาไปทำกระถางต้นไม้ที่บ้าน
ห้องของเธอทุกอย่างดีหมด ยกเว้นกระถางต้นไม้ดินแดงที่วางอยู่บนขอบหน้าต่างที่ไม่ถูกใจเธอ
เฮ่อหลานหลันกลับมาถึงบ้านก็โยนถุงลงพื้นอย่างไม่สบอารมณ์
“พ่อคะ มีข่าวของฮวาเจาหรือยังคะ?”
เฮ่อเจี้ยนเย่พักอยู่ที่บ้านวันนี้ จริงๆ แล้วเขาก็อยู่ในสภาวะกึ่งเกษียณแล้ว มักจะอยู่บ้าน
“รอหน่อย คงใกล้แล้ว” ทันทีที่พูดจบ โทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้น
เฮ่อหลานหลันรีบรับสายทันที
เป็คนที่โทรมาสืบข่าวจริงๆ
“อะไรนะ? ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยมีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนไหนเลยเหรอ?” เฮ่อหลานหลันไม่เชื่อ “แล้วเด็กนั่นมาจากไหน?”
เธอไม่เชื่อว่าเด็กคนนั้นเป็ของเย่เซิน วันนี้เธอก็เห็นฮวาเจาแล้ว เธอทำงานอยู่ที่โรงพยาบาล เห็นมาก็เยอะ ท้องของฮวาเจาไม่เหมือนคนท้องได้ 3 เดือน
เฮ่อหลานหลันพูดทันที “หรือว่าคุณสืบไม่ละเอียด?”
ปลายสายรู้สึกน้อยใจ “พวกเราเป็มืออาชีพ...พวกเราไปถามคนแก่ เด็กๆ และคนที่ชอบนินทาในหมู่บ้านนั้นมาหมดแล้ว ไม่มีจริงๆ ที่สำคัญคือ ฮวาเจาคนนั้นเหมือนกับว่าจะไม่ค่อยออกจากบ้าน ไม่ทำงาน ไม่มีโอกาสที่จะได้เจอผู้ชาย”
“ไม่ออกมาให้คนเห็น ก็ยิ่งมีโอกาสมากกว่าสิ” เฮ่อหลานหลันพูดทันที “เธออาจจะมีอะไรกับคนเยอะแยะก็ได้”
“พวกเราก็คิดถึงเื่นั้นเหมือนกัน เลยไปสืบผู้ชายทุกคนในหมู่บ้านค่าวซาน พวกเขาทำงานทุกวัน แทบไม่มีใครลาเลย ต่อให้มีใครลา ก็มีธุระออกไป หรือมีหลักฐานอื่นๆ ไม่เกี่ยวข้องกับฮวาเจาเลย”
เฮ่อหลานหลันหยุดชะงัก “งั้นก็เป็ผู้ชายจากหมู่บ้านอื่น!”
คราวนี้ปลายสายเงียบไปก่อนจะพูดว่า “มีผู้ชายคนนอกหมู่บ้านคนหนึ่งที่เคยติดต่อกับเธอ หวังจื้อหยง เคยไปสู่ขอฮวาเจา แต่ถูกไล่ออกมา หลังจากนั้นเขาก็เคยมาที่หมู่บ้านค่าวซานอีกหลายครั้ง แอบๆ ซ่อนๆ เดินอยู่ในป่า จนถูกคนจับได้หลายครั้ง แต่่นี้ไม่ได้มาแล้ว”
“อะไรนะ” เฮ่อหลานหลันตื่นเต้น “ต้องเป็เขาแน่ๆ”
“แต่พวกเราจับเขามาสอบถามแล้ว เขายืนยันว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับฮวาเจา”
เฮ่อหลานหลันรีบร้อน “เขาไม่ยอมรับ แล้วพวกคุณไม่มีทางทำอะไรได้เลยเหรอ? คิดหาวิธีให้เขายอมรับสิ”
คำพูดนี้มีความหมายแฝง
ปลายสายเงียบไป
“พ่อคะ!~” เฮ่อหลานหลันเขย่าแขนของเฮ่อเจี้ยนเย่
“ได้ๆๆ” เฮ่อเจี้ยนเย่หยิบโทรศัพท์มาพูด “คิดหาวิธี ให้เขายอมรับ”
เฮ่อหลานหลันเสริม “ต้องเร็วด้วย อีกหนึ่งอาทิตย์ให้ส่งตัวเขามาที่เมืองหลวง”
เธอจะให้พวกตระกูลเย่ได้เห็นธาตุแท้ของฮวาเจาต่อหน้าพวกเขา!
