“ท่านแม่ ท่านคิดอะไรอยู่เหรอ” เสียงของฟางเหมยทำให้อีกฝ่ายได้สติกลับมา
“เปล่า” นางปฏิเสธแล้วฝืนยิ้ม ก่อนฟางเหมยจะวางขนมลงบนจาน แล้วหันไปยังมารดา พลันเอ่ยบางอย่างออกมา
“ท่านแม่ ข้าได้ข่าวว่าอีกสองวัน ท่านพ่อจะไปที่จวนสกุลหวง ข้าอยากติดตามท่านพ่อไปด้วย ช่วยพูดให้ท่านพ่ออนุญาตได้หรือไม่” เซิ่นหลานขมวดคิ้วแปลกใจเล็กน้อย
“เหตุใดเ้าจึงอยากไปที่นั่น ที่จวนสกุลหวง ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจ มิสู้ฝึกทำกับข้าวไว้รอพ่อเ้า สิ่งนี้จะเป็ประโยชน์มากกว่า” ฟางเหมยได้โอกาสจึงอธิบายเหตุผลช้า ๆ พร้อมสายตามีความหวัง
“ท่านแม่ ท่านคงไม่รู้อะไร ตอนที่ข้าติดตามซินหยางไปเที่ยวเล่นในเมือง ข้าเคยพบกับคุณชายหวงครั้งหนึ่ง เขาทั้งรูปงาม และเป็สุภาพบุรุษ ในตอนนั้นด้วยฐานะของข้า ทำให้ข้าต้องเจียมเนื้อเจียมตัว ทว่าตอนนี้ฐานะของข้า เทียบเคียงเขาแล้ว จึงอยากพบเขาอีกครั้ง ท่านแม่เมตตาข้าด้วย”
เมื่อทบทวนครู่หนึ่ง เซิ่นหลานก็เข้าใจความหมายของอีกฝ่าย จึงปล่อยยิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจ
“ที่แท้เพราะคุณชายหวงนี่เอง เช่นนั้นข้าจะช่วยพูดให้” ฟางเหมย เผยรอยยิ้ม ก่อนจะโผเข้ากอดมารดาด้วยความดีใจอย่างถึงที่สุด
“ข้าสัญญาว่าจะไม่ทิ้งโอกาสนี้ไป ข้าจะต้องได้เป็สะใภ้ของสกุลหวง แทนที่ซินหยาง!” นางให้คำมั่นกับมารดาพร้อมสายตามุ่งมั่น เอาชนะซินหยางแสดงออกมาอย่างเด่นชัด
หลังจากนั้นไม่นาน ซินหยางก็ได้เปิดร้านขายชา โดยมีพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้นแวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยรสชาติของชาที่กลมกล่อม หอมกว่าชาที่ขายกันทั่วเมือง อีกทั้งยังมีขนมกุ้ยฮวากินคู่กับชาร้อน ๆ ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ ทำให้การขายชาแทบไม่ได้หยุดพัก
“เอาขนมกุ้ยฮวาอีกหนึ่งชิ้น ชาอีกสองถ้วย” เสียงของลูกค้าทำให้หญิงสาวรีบละจากงานที่ทำ เบี่ยงตัวเข้าไปในร้านออกมาพร้อมกับชาและขนมกุ้ยฮวา ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ยังไม่ทันที่นางจะก้าวเท้ากลับเข้าไป เสียงเรียกของลูกค้าอีกโต๊ะก็ดังขึ้น
“เอาขนมกุ้ยฮวาอีกสองชิ้น”
“เ้าค่ะ” หญิงสาวยิ้มรับ แล้วรีบเดินเข้าไปในร้านออกมาพร้อมกับขนมร้อน ๆ อีกสองชิ้นตามคำสั่ง ท่ามกลางสายตาของมารดาที่มองลูกสาววิ่งวนไปมาในร้านด้วยความเป็ห่วง
“ให้แม่ออกไปช่วยเ้าอีกแรง ดีหรือไม่” ซูซินเอ่ยถาม ก่อนซินหยางจะส่งยิ้มให้
“ท่านแม่รีบทำขนมกุ้ยฮวาต่อเถอะ ตอนนี้เหลืออีกไม่มากแล้วล่ะ ข้ากลัวเสร็จไม่ทันขาย ด้านหน้าร้านข้ายังไหว” นางพูดจบ ก็รีบวิ่งไปที่โถชา พลันหยิบส่วนผสมมาปรุงตามสูตร ไม่นานนักขนมกุ้ยฮวาร้อน ๆ ก็ยกขึ้นจากเตา พร้อมเสียงเรียกขอขนมจากลูกค้าดังเข้ามา ซูซินมองดูทุกอย่างอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเข้าไปในครัวรื้อหาวัตถุดิบบางอย่าง แล้วนำมาบด เพื่อทำขนมอย่างอื่นนอกเหนือจากกุ้ยฮวา ระหว่างนั้นหน้าที่ดูแลลูกค้า เป็หน้าที่ของซินหยาง นับจากเช้าจรดเย็น ร้านขายชาของซินหยางมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย เผลอเดี๋ยวเดียวท้องฟ้าด้านนอกก็เริ่มทอแสงลับขอบฟ้า เมื่อไม่มีลูกค้าแล้วซินหยางจึงตัดสินใจ เก็บข้าวของแล้วปิดร้าน เสร็จแล้วจึงเดินมายังโต๊ะบัญชี ทอดสายตามองกองเงินที่วางอยู่ ด้วยสายตาสั่นไหว
“ทำการค้าไม่ใช่เื่ง่าย เหนื่อยทั้งวัน แต่ได้เงินเท่านี้” ซูซินเดินเข้ามาแล้วพูดขึ้นลอย ๆ ก่อนซินหยางจะหันมายังมารดาแล้วตัดสินใจย่อตัวลงนั่งนับเงินอย่างช้า ๆ ก่อนจะพูดขึ้น
“ข้าต้องหาอย่างอื่นมาขายเพิ่ม” สิ้นเสียงของซินหยาง ซูซิน ยิ้มกว้าง พลันเดินหายไปครู่หนึ่งแล้วกลับออกมาพร้อมกับขนมเถียนผิ่น
“ขนมนี้เป็ขนมที่เ้าชอบในตอนนั้นเด็ก แต่ทำยากกว่าขนมชนิดอื่น หากแม่ทำมาขายเพิ่มเ้าว่าดีหรือไม่” ซินหยางเอื้อมมาหยิบขนมเถียนผิ่นเข้าปาก แล้วเคี้ยวช้า ๆ เพื่อรับรส ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา
“ท่านแม่ ข้าจะเอาขนมนี้วางขายพร้อมกับขนมกุ้ยฮวา” มารดาพยักหน้ายิ้มรับ ก่อนจะย่อตัวลงนั่งด้านข้าง พากันนั่งนับเงินและทำบัญชี แม้ว่าจะได้กำไรน้อยกว่าที่คิด แต่ทั้งสองก็ไม่ย่อท้อ พยายามมุ่งมั่นเพื่อให้การค้าของตัวเอง ให้สามารถเลี้ยงปากท้องได้ในอนาคต
ภายในจวนสกุลหวง ขณะที่ใต้เท้าหลี่กับใต้เท้าหวงนั่งสนทนากันอยู่ด้านใน ร่างของฟางเหมยเดินชมบรรยากาศภายในจวนอย่างเงียบ ๆ มีเรือนหลายหลังปลูกสลับซับซ้อน แบ่งแยกเป็สัดส่วน อีกทั้งยังมีสวนดอกไม้ชูช่องดงามท่ามกลางสายลมอ่อนพัดมาปะทะกายเป็ระยะ
‘จวนสกุลหวงใหญ่โตไม่ต่างจากสกุลหลี่จริง ๆ บ่าวไพร่มากมาย สมแล้วที่บิดาของหวงโจวเหริน เป็ถึงเสนาบดีกรมการคลัง หากข้าได้แต่งเข้ามาเป็สะใภ้ ต่อไปภายหน้าก็ไม่มีผู้ใดกล้าดูถูกข้าอีก’ ยังไม่ทันสิ้นความคิด นางก็เหลือบไปเห็นร่างของชายหนุ่มเดินผ่านมา ก่อนเขาจะหยุดเดิน เมื่อเห็นหญิงปริศนายืนอยู่ ก่อนฟางเหมยยกยิ้ม พลันรีบก้าวเท้าเข้าไปหาหวงโจวเหรินในทันที
“คุณชายหวง ข้าต้องขอโทษด้วย ที่ถือวิสาสะเดินเข้ามาบริเวณนี้ วันนี้ข้ามีโอกาสติดตามท่านพ่อมา ก็เลยถือโอกาสเปิดหูเปิดตา อ่อ...ข้านามว่าฟางเหมย เราเคยเจอกันเมื่อหลายเดือนก่อนที่ตลาด ไม่ทราบว่าท่านจำข้าได้หรือไม่” ชายหนุ่มเลื่อนสายตามองนางั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า แล้วเบี่ยงตัวเดินออก โดยไม่พูดสิ่งใด ก่อนฟางเหมยจะเอ่ยบางอย่างออกมา
