ลงเขาเร็วกว่าการขึ้นเขาอยู่มาก คนผู้นี้แบกห่อผ้าเล็กๆ เพียงใบเดียว ไม่นานก็เดินมาถึงตรงที่หวังเฮ่ายืนอยู่
หวังเฮ่าเห็นผู้มาเป็บุรุษวัยกลางคนมีศีรษะใหญ่กว่าคนปกติหนึ่งรอบ รูปร่างปานกลาง เอ่ยถามว่า “พี่ใหญ่ ขอถามว่าข้ามูเาลูกนี้ไปก็คือหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนใช่หรือไม่?”
“ใช่” ชายศีรษะใหญ่ถามอย่างสงสัยใคร่รู้ “เ้าจะไปบ้านใดในหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียน?”
“ตระกูลหลี่ ภรรยาข้าเป็บุตรสาวตระกูลหลี่ ข้าจะไปบ้านพ่อตา”
ชายศีรษะใหญ่ถลึงตาจ้องพลางเอ่ยถาม “เอ๊ะ ข้าก็อยู่ในหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียน ข้าแซ่หลี่ เหตุใดข้าไม่เคยเห็นเ้า เ้าเป็บุตรเขยของตระกูลหลี่บ้านใด?”
ครั้นหวังเฮ่าได้ยิน คนผู้นี้อาจเป็ญาติกัน เขาจึงเผยรอยยิ้มพร้อมเอ่ยตอบ “ข้ามีพี่ชายภรรยาสองคนคือหลี่ต้าหลิน หลี่เอ้อร์หลิน น้องชายภรรยาหนึ่งคนหลี่ซานหลิน และพี่สาวภรรยาสองคนขอรับ”
“อ้อ เ้าเป็สามีชิงชิงญาติผู้น้องของข้า!” ชายศีรษะใหญ่หัวเราะเสียงดัง แล้วยังส่ายหน้าไปมา ทําให้คนรู้สึกว่าศีรษะของเขาใหญ่ขึ้นไปอีก “ข้านามว่าหลี่เจิ้ง ข้าเป็ลูกพี่ลูกน้องของชิงชิง”
หวังเฮ่าเองก็หัวเราะด้วยเช่นกัน “สวัสดีญาติผู้พี่ของภรรยา นี่ท่านจะไปที่ใดขอรับ?”
หลี่เจิ้งถามคําถามหลายข้อติดต่อกัน “เ้าเป็ทหารอยู่ที่ห่างไกลมิใช่หรือ เหตุใดถึงกลับมาบ้านแล้ว ยังมาที่หมู่บ้านพวกข้าอีก ใช่แล้ว เหตุใดชิงชิงญาติผู้น้องของข้าถึงไม่กลับมากับเ้าด้วย?”
“ข้าสร้างผลงานทางทหารจึงได้กลับมาเยี่ยมญาติ ระยะทางจากบ้านข้าไปยังหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนนั้นไกลมาก ครั้งนี้มีเวลาไม่พอ ข้าจึงมาคนเดียวขอรับ” หวังเฮ่าอธิบายอย่างง่ายๆ ไม่มีทางเอ่ยว่าหลี่ชิงชิงไม่อยากกลับมาที่หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนเด็ดขาด
แท้จริงแล้วเื่ที่หวังเฮ่ามายังหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนนั้นเขาไม่ได้บอกกับหลี่ชิงชิง หวังเฮ่าคิดเองและตัดสินใจเองเพียงคนเดียว
เขาทําเช่นนี้เพื่อตอบแทนหลี่ชิงชิง และไม่้าให้หลี่ชิงชิงรู้สึกเสียใจภายหลังที่ไม่ได้สนใจบ้านเดิม
ทันทีที่หลี่เจิ้งได้ยินว่าหวังเฮ่าสร้างผลงานทางทหาร ดวงตาก็เป็ประกายขึ้นมาทันที สอบถามไปหลายประโยค ก็ได้รู้ว่าหวังเฮ่าสร้างผลงานโดยการสังหารโจรชั่ว ตรงกับคนที่เขาตามหาพอดี จึงเกิดความคิดขึ้นมาทันที เอ่ยอย่างกระตือรือร้นยิ่งนักว่า “ข้าช่วยเ้าเข็นเกวียนเอง ไปกัน พวกเรากลับไปที่หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนด้วยกัน”
“พี่เจิ้ง ท่านจะลงเขามิใช่หรือ เหตุใดถึงกลับหมู่บ้านอีกเล่า?” หวังเฮ่าเกรงใจเขายิ่งนัก
หลี่เจิ้งเดินไปมาบนถนนบนูเาเป็ประจำ ความเร็วย่อมรวดเร็วกว่าบุรุษทั่วไป มีเขาคอยช่วย หวังเฮ่าก็สบายมากขึ้น
ดวงตะวันคล้อย แสงอาทิตย์ยามอัสดงปกคลุมทั่วทั้งหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียน ทอดมองจากไกลๆ ล้วนเต็มไปด้วยป่าเขาสีเขียว บ้านหลังคามุงจากสีเหลืองเก่าทรุดโทรมหลายสิบหลัง สุนัขะโลิงโลดในแปลงผัก ฝูงไก่ที่กําลังกลับบ้าน เงียบสงบและเรียบง่าย
แต่ทั้งหมดนี้เมื่อตกอยู่ในสายตาของหวังเฮ่า เขากลับรู้สึกเ็ปใจเล็กน้อย ที่แท้หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนที่ภรรยาอาศัยอยู่ั้แ่เด็กนั้นห่างไกลและยากจนยิ่ง ต่างจากหมู่บ้านหวังที่อยู่ติดกับถนนสายหลักเป็อย่างยิ่ง
“หลี่ต้าโถว นี่คือคนที่เ้าตามหาหรือ?”
“หลี่ต้าโถว เ้าจัดการได้รวดเร็วยิ่งนัก หาคนมาได้เร็วถึงเพียงนี้!”
พ่อลูกของครอบครัวหนึ่งที่อยู่ใกล้ถนนบนูเาที่สุด ยืนเปลือยเท้าอยู่หน้าบ้าน มองหวังเฮ่าด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หลี่เจิ้งคลำๆ ศีรษะตนเอง “ข้ามีศีรษะโต พวกเขาจึงเรียกข้าว่าหลี่ต้าโถว เ้าก็สามารถเรียกข้าว่าพี่ต้าโถวได้” เขารู้สึกว่าไม่สามารถปิดบังได้ต่อไป “น้องเขย จริงๆ แล้วข้าออกจากหมู่บ้านเพื่อตามหาคนที่มีไอชั่วร้าย เ้าเป็ทหาร ทั้งยังเคยสังหารคน ดังนั้นก็เป็เ้าแล้ว!”
เมื่อหวังเฮ่าได้ยินสมองของเขาพลันเกิดความงุนงงทันที
พ่อลูกเท้าเปล่าเอ่ยเสียงดังว่า “หลี่ต้าโถว แม่เ้ามีเ้าเป็บุตรชายเพียงคนเดียว น้องชายเ้ามาจากที่ใด?”
“เ้าอย่าหลอกลวงผู้คน”
เมื่อหลี่ต้าโถวเห็นสีหน้าของหวังเฮ่าเปลี่ยนไปเล็กน้อย จึงรีบร้อนอธิบาย
แท้จริงแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน มารดาของหลี่ต้าโถวเสียชีวิตในห้องสุขา หลังจากหลี่ต้าโถวจัดพิธีฝังศพมารดาแล้ว ได้ยินคนเอ่ยว่ามารดาเขาตายอย่างอัปมงคล จึงต้องทําพิธีขับไล่สิ่งชั่วร้าย หรือหาคนที่มีไอชั่วร้ายมาพักที่บ้านหนึ่งคืน ไอชั่วร้ายก็สามารถขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้เช่นกัน
หลี่ต้าโถวไม่เชื่อเื่นี้ แต่ผู้ใดจะรู้ ไม่กี่วันต่อมาในตอนกลางคืนก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวที่ประตูและหน้าต่าง ทําให้เขากลัวมาก แต่เขาเกียจคร้านเกินไป ไม่อยากลงเขาไปหาคน จึงอดทนอยู่เช่นนั้น กระทั่ง่พักกลางวันของวันนี้ เขาได้ยินเหมือนมีคนร้องไห้ ิญญาร้ายนี้มากลางคืนก็ช่างมันเถิด ทว่ามาตอนกลางวันแสกๆ ทําเอาเขาหวาดกลัวอย่างหนักและไม่เกียจคร้านแล้ว จัดห่อผ้าเล็กๆ หนึ่งใบและออกจากหมู่บ้านเพื่อตามหาคน
ประจวบกับเขาที่เพิ่งข้ามูเาลูกแรก ก็ได้พบกับหวังเฮ่าที่มาเยี่ยมพ่อตาแม่ยายที่หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียน เขาจึงวางแผนให้หวังเฮ่าพักที่บ้านของเขาหนึ่งคืนเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย
หวังเฮ่าได้ยินแล้วก็หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ไม่คิดว่าตนเองจะยังมีหน้าที่ขับไล่สิ่งชั่วร้าย ชายหนุ่มเอ่ยว่า “บนใต้หล้านี้ไม่มีิญญา อีกอย่างคนที่ตายก็คือมารดาของท่าน มารดาที่ใดจะทําร้ายบุตร ท่านไม่ต้องกลัว ข้าคิดว่าเสียงเ่าั้เกิดจากสัตว์ในูเาขอรับ”
“ไม่ใช่สัตว์ แต่เป็พลังชั่วร้าย” หลี่ต้าโถวเอ่ยอย่างร้อนใจว่า “ไม่ว่าเ้าจะเชื่อหรือไม่ คืนนี้เ้าต้องนอนที่บ้านข้า”
หวังเฮ่าต้องพักที่หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนหนึ่งคืน จึงยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ข้าไปบ้านพ่อตาแม่ยายก่อนขอรับ”
พ่อลูกเท้าเปล่าจ้องเนื้อหมูบนเกวียนล้อเดียว นั้นคือมันแผ่นมันหมูและหมูสามชั้นที่แพงที่สุดและแก้ความอยากอาหารที่สุด พวกเขากลืนน้ำลายอย่างแรง พลางเอ่ยถาม “เ้าหนุ่ม พ่อตาแม่ยายของเ้าคือผู้ใด?”
“ไม่เคยเห็นเ้ามาก่อน ภรรยาเ้าเป็คนจากหมู่บ้านพวกข้าหรือ?”
หลี่ต้าโถวชิงเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ “นี่คือหวังเฮ่าสามีของชิงชิงญาติผู้น้องข้า เขาอยู่ในกองทัพสร้างผลงานใหญ่หลวงจากการสังหารโจรชั่ว เฮอะ! ชิงชิงเป็น้องสาวข้า หวังเฮ่าเป็น้องเขย เมื่อครู่ข้ามิได้กล่าวผิด!”
“ที่แท้เ้าคือสามีชิงชิงหลานสาวผู้นั้นของข้า โอ รูปลักษณ์งดงามยิ่ง เหมาะสมกับชิงชิง!”
“ชิงชิงอายุน้อยกว่าข้าหลายปี ข้าเฝ้าดูนางเติบโต”
สองพ่อลูกเท้าเปล่าเดินขึ้นมาจะช่วยเข็นเกวียนอย่างกระตือรือร้น ทว่าถูกหลี่ต้าโถวปฏิเสธ “น้องเขยข้ามีพละกำลังมากมาย ข้าก็ไม่ได้กินหญ้าเป็อาหาร และข้าก็มีแรง พวกเ้ารีบไปทำงานตนเองเถิด”
หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนมีน้ำพุบนูเามากมาย พื้นที่ต่ำในฤดูน้ำหลากจะถูกน้ำท่วม ตระกูลหลี่อยู่กลางูเา ตำแหน่งค่อนข้างสูง ไม่ถูกน้ำท่วม เพียงแต่ต้องเดินระยะไกลสักหน่อย
หวังเฮ่าเดินจากทางเข้าหมู่บ้านไปยังบ้านตระกูลหลี่ ระยะทางไม่ถึงห้าสิบจั้ง ข่าวที่สามีของหลี่ชิงชิงมาเยี่ยมบ้านตระกูลหลี่ก็ได้แพร่ออกไปผ่านปากของสองพ่อลูกเท้าเปล่าแล้ว
“สามีของชิงชิงได้สร้างผลงานทางทหารในกองทัพ ซื้อของมาเยี่ยมพ่อแม่ชิงชิงมากมาย!”
“ชิงชิงมาหรือไม่?”
“คนที่ชิงชิงแต่งงานด้วยหน้าตาหล่อเหลา ยังสร้างผลงานทางทหารในกองทัพด้วย ได้ยินว่ากำลังเลื่อนขั้นเป็ทหารของทางการแล้ว”
เป็เพราะหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนอยู่ห่างไกล ดังนั้นคนจึงมาที่นี่น้อยมาก ไม่ใช่เื่ง่ายที่จะมีคนนอกมาที่หมู่บ้าน จึงเป็ที่ดึงดูดความสนใจของชาวบ้าน
รวมถึงเถียนจื้อเกาที่สอนหลี่ชิงชิงให้รู้หนังสือ และหลินซื่อมารดาของเขาด้วย
ปีนี้เถียนจื้อเกาอายุสิบหกปี สอบผ่านเป็ถงเซิงเมื่อสามปีก่อน หลินซื่อปีนี้อายุสามสิบสามปี สามีเสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน จึงกลายเป็แม่ม่าย
เถียนจื้อเกากําลังคัดลอกตำราในบ้านด้วยแสงอาทิตย์ยามเย็น เพราะครอบครัวยากจน เขาต้องหางานคัดลอกตำราที่ร้านหนังสือในตำบลมาเป็ค่าใช้จ่ายของบ้าน
เขามีรูปร่างไม่สูง หน้าตาหล่อเหลา เป็ชายหนุ่มที่ดูสะอาดสะอ้านยิ่ง แม้ว่าเขาจะสวมเสื้อสีเทาที่เต็มไปด้วยรอยปะ แต่ก็แสดงกลิ่นอายของบัณฑิตผู้มีความรู้ ทําให้ผู้คนเกิดความรู้สึกดีด้วยถึงสองส่วน
หลินซื่อมีดวงตาเล็กคู่หนึ่ง หางตาตก มองดูจริงจังเล็กน้อย นางกำลังทำโจ๊กถั่วอยู่ในห้องครัว
โจ๊กถั่วก็คือการเอาถั่วเหลือง ข้าวสารและน้ำมาต้มด้วยไฟอ่อนๆ โจ๊กชนิดนี้มีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าโจ๊กที่ทำจากข้าวล้วนๆ อิ่มท้องง่าย เพียงแต่กินแล้วจะผายลมบ่อย
เมื่อครู่มีคนในหมู่บ้านวิ่งมาที่นอกประตูบ้านตระกูลเถียน ะโว่าสามีของหลี่ชิงชิงมาแล้ว ยังบอกว่าสามีของหลี่ชิงชิงได้สร้างผลงานทางทหารอีกด้วย
