เสียงปิดประตูรถจี๊ปทหารดังหนักแน่นเป็จังหวะเดียวกับที่หัวใจของเป่าเป้ยเริ่มเต้นรัวด้วยความกังวล เด็กน้อยขยับเข้าไปใกล้ร่างของแม่มากขึ้น โรซี่ยังคงยืนสงบนิ่งอยู่หลังม่านไม้ไผ่ที่พรางตาได้เพียงครึ่งเดียว สายตาคมกริบแบบนักวิทยาศาสตร์ของเธอจ้องมองร่างสูงใหญ่ที่ก้าวลงมาจากรถ
ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวขี้ม้าเนี๊ยบกริบปรากฏตัวขึ้น เขาคือ นายพลหลิวเหว่ย ผู้ชายที่มีโครงสร้างทางชีวภาพที่โรซี่ต้องยอมรับว่า 'สมบูรณ์แบบ' อย่างเหลือเชื่อ ไหล่กว้างที่ดูแข็งแรงแกร่งดุจหินผา ส่วนสูงที่น่าจะเกือบ 190 เิเ และใบหน้าที่ราวกับถูกสลักจากหินอ่อนชั้นเลิศ คิ้วเข้มพาดเฉียงดั่งดาบ ั์ตาคมปลาบที่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด และริมฝีปากหยักลึกที่เม้มเข้าหากันเป็เส้นตรง
โครโมโซมเด่นชัดมาก... โรซี่วิเคราะห์เชิงชีวภาพโดยสัญชาตญาณ ท่าทางการเดินมีศูนย์ถ่วงที่มั่นคง บ่งบอกถึงการฝึกฝนร่างกายมาอย่างหนัก
“หลิวเหว่ยลูกแม่! กลับมาแล้วหรือลูก” เสียงแหลมปรี๊ดของอันฉีดังทำลายความเงียบ เธอรีบวิ่งเข้าไปหาลูกชายคนโปรด พลางปัดป้องฝุ่นที่แทบไม่มีอยู่จริงบนบ่าของเขา
หลิวเหว่ยพยักหน้าเล็กน้อย ใบหน้ายังคงเรียบเฉย “ครับแม่”
น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและทรงพลัง แต่มันกลับเย็นเยียบจนโรซี่ััได้แม้จะอยู่ห่างออกไป เขากวาดสายตามองไปรอบบ้านไม้กึ่งอิฐหลังเก่าที่ได้รับการดูแลอย่างดี ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะหยุดลงที่หน้าต่างที่โรซี่ยืนอยู่
โรซี่ไม่ได้หลบสายตา เธอจ้องตอบเขากลับไป ั์ตาคมกริบของหลิวเหว่ยไหววูบไปชั่วครู่เมื่อเห็นแววตาของภรรยาที่ปกติจะหลุกหลิกและหวาดกลัว กลับกลายเป็แววตาที่นิ่งสงบและมีประกายแห่งปัญญา
เขาสะบัดหน้ากลับไปทางแม่ของเขา “แล้ว... เยว่ชิงล่ะครับ?”
พอได้ยินชื่อสะใภ้ อันฉีก็เปลี่ยนสีหน้าทันที เธอแค่นเสียงเหอะออกมาดังๆ “จะใครเสียอีก! ก็นอนสำออยอยู่ในห้องน่ะสิ วันนี้ตกบันไดแค่นิดเดียวก็ร้องห่มร้องไห้เหมือนจะตาย งานบ้านงานเรือนก็ไม่ยอมทำ ข้าวปลาไม่หุงหาไว้รอสามีที่ไปเหนื่อยมาจากกองทัพ ช่างเป็ภรรยาที่ไม่ได้ความเสียจริง!”
โรซี่ฟังคำด่าทอเ่าั้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย เธอหันไปหาเป่าเป้ยแล้วพยักหน้า “ไปเถอะเป่าเป้ย ไปทักทายคุณพ่อของหนูกัน”
เมื่อโรซี่เดินออกมาจากหลังม่านสู่โถงกลางบ้าน บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะเย็นลงฉับพลัน หลิวเหว่ยยืนตระหง่านอยู่ตรงกลางห้อง กลิ่นอายความกดดันจากทหารระดับสูงแผ่ซ่านออกมาจนแม่บ้านหลิวและคนรับใช้คนอื่นต้องก้มหน้า
“คุณกลับมาแล้ว” โรซี่เอ่ยสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง ไม่มีความสั่นเครือเหมือนที่เยว่ชิงคนเก่าเคยเป็
หลิวเหว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย เขามองดูภรรยาที่สวมชุดผ้าฝ้ายสีซีด มีผ้าพันแผลที่หน้าผาก แต่ท่วงท่าการยืนของเธอกลับดูสง่างามอย่างประหลาด เขาไม่เคยเห็นเธอสบตาเขาตรงๆ แบบนี้มาก่อน
“แม่บอกว่าคุณไม่สบาย” เขาพูดเสียงเย็น สายตาที่มองเธอนั้นไม่มีความห่วงใย มีเพียงความรำคาญใจที่เจืออยู่อย่างเบาบาง “ถ้ายังไม่ตาย ก็ควรจะออกไปจัดการเื่อาหารเย็น แม่บ้านหลิวคนเดียวทำไม่ทันหรอก”
“ฉันกำลังจะไปค่ะ” โรซี่ตอบพร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก “แต่ก่อนอื่น ฉันคิดว่าคุณควรจะทักทายลูกสาวของคุณบ้างนะคะ เธอรอคุณมาทั้งวัน”
คำพูดของเธอทำให้หลิวเหว่ยชะงักไป เขาเหลือบมองเป่าเป้ยที่ยืนหลบอยู่หลังขาของแม่ เด็กน้อยยื่นมือออกมาสะกิดเขาเบาๆ “คุณพ่อขา... ยินดีที่กลับมาค่ะ”
หลิวเหว่ยเพียงแค่พยักหน้าและลูบหัวลูกสาวส่งๆ ก่อนจะหันไปหาอันฉี “ผมจะไปอาบน้ำก่อน แล้วจะลงมากินข้าว”
พอเขาก้าวเดินผ่านโรซี่ไป กลิ่นสบู่จางๆ ผสมกับกลิ่นดินและเหงื่อของผู้ชายที่ทำงานหนักลอยมาแตะจมูก เธอสังเกตเห็นรอยเปื้อนสีคล้ำที่แขนเสื้อของเขา... มันไม่ใช่แค่ดิน แต่มันคือคราบน้ำมันเครื่องผสมกับออกไซด์ของเหล็ก
“ดูเอาเถอะหลิวเหว่ย! เมียแกไม่พูดไม่จา แถมยังสั่งสอนแกเื่ลูกอีก!” อันฉียังไม่หยุดราวี “เยว่ชิง! แกยังจะยืนบื้ออยู่อีกทำไม! ไปเข้าครัวเดี๋ยวนี้ ถ้ากับข้าวเย็นนี้ไม่ถูกปากลูกชายฉัน แกโดนดีแน่!”
โรซี่หันไปมองอันฉีด้วยสายตาที่ทำให้อันฉีต้องชะงักคำพูดไปชั่วคราว “คุณแม่คะ การเร่งรัดคนที่มีอาการกระทบกระเทือนทางสมองให้ไปทำงานใกล้ความร้อนสูง ไม่ใช่การตัดสินใจที่ฉลาดนักนะคะ แต่ในเมื่อคุณแม่้า... ฉันจะจัดให้ค่ะ”
โรซี่ก้าวเข้าไปในครัว สมองของเธอเริ่มคำนวณสูตรอาหารยุค 80 จากความทรงจำที่เหลืออยู่บวกกับความรู้ทางเคมีของเธอ การปรุงอาหารสำหรับนักวิทยาศาสตร์คือการผสมผสานมวลสารและอุณหภูมิที่แม่นยำ
ยุค 70-80 ในจีน... วัตถุดิบจำกัด การกระจายพลังงานความร้อนไม่สม่ำเสมอ โรซี่สำรวจวัตถุดิบที่มีเพียงผักกาด แป้งหมี่ และหมูสามชั้นเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าควบคุมปฏิกิริยาเคมีในอาหารได้ รสชาติก็ไม่ใช่ปัญหา
ขณะที่เธอเริ่มลงมือล้างผักอย่างรวดเร็วและเป็ระเบียบผิดกับเยว่ชิงคนเดิม หลิวเหว่ยที่กำลังจะขึ้นบันไดไปอาบน้ำหยุดยืนมองเงาของภรรยาในห้องครัวจากมุมมืด
เธอเปลี่ยนไป... หลิวเหว่ยคิดในใจ แววตาของเขาซับซ้อนขึ้น ภรรยาที่เขาเคยคิดว่า ‘น่าเบื่อและไร้สติปัญญา’ คนนั้น กลับดูมีพลังบางอย่างที่น่าดึงดูดและน่าค้นหามากขึ้นอย่างที่เขาไม่เคยััมาก่อน
แต่ความเ็าที่สั่งสมมาหลายปีทำให้เขาปัดความคิดนั้นทิ้งไป “ก็แค่ผู้หญิงที่อยากเรียกร้องความสนใจเท่านั้น” เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะก้าวขึ้นบันไดไป
โรซี่ไม่ได้สนใจสายตาของใคร เธอเริ่มจุดไฟในเตาฟืน (ซึ่งเธอแอบสังเกตวิธีที่ป้าหลิวทำก่อนหน้านี้และวิเคราะห์การไหลของอากาศ) ไฟเริ่มลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว
บททดสอบแรก มัดใจสามีด้วยความรู้ทางเคมี... เริ่มได้!
