ชายคนดังกล่าวกำลังตำหนิเด็กชายที่แสนซุกซนข้างกาย ดวงตาของเขาเป็ประกายและเปี่ยมไปด้วยพลัง
เมื่อหันกลับมาเห็นคนทั้งสาม ใบหน้าที่เข้มงวดก็แฝงความเป็มิตรออกมา
“หืม? เ้าเป็คนจากตระกูลใด?”
“พี่ชาย ข้าเป็คนในตระกูลชั้นนอก เป็ศิษย์ของเรือนเหยากวาง”
ชายคนนั้นมองหลงเหยียนกับพรรคพวกั้แ่หัวจรดเท้า เขากวาดตามองหลงหลิง จากนั้นก็หันไปมองหลงเหยียนต่อ
“ไม่เลวเลย พวกเ้าสามคนกล้าเข้ามาในเขตชีพธรณี เช่นนี้ ไม่กลัวว่าจะเจอกับปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่หรือ?”
หลงเหยียนทุบหน้าอกตัวเองอย่างมั่นใจ “ก็ต้องไม่กลัวอยู่แล้ว หากกลัวคงไม่กล้ามาหรอก ข้าอยากได้สมุนไพรวิเศษในห้องโทษรางวัล ทว่ามีแต้มผลงานไม่พอ”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ดี กล้าหาญกันเสียจริง พวกเราเดินทางไปด้วยกันเลยดีหรือไม่ ข้าอยู่ที่นี่มาสี่ถึงห้าวันแล้ว กลับไม่มีเื่คุยกับเ้าเด็กพวกนี้เลยสักนิด
ชายคนนั้นหัวเราะขึ้นอย่างร่าเริง หลงเหยียนพบว่าชายตรงหน้าละม้ายกับหลิงเทียนอวี่ไม่น้อย คือทั้งสองล้วนเป็คนตรงไปตรงมา ไม่มีพิษมีภัยอะไร
“ดีเลย ไปด้วยกันเถิด พวกข้าไม่คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้พอดี หวังว่าท่านจะช่วยนำทางให้ข้าได้”
หลงเหยียนพูดคุยกับชายตรงหน้าอย่างใจเย็น เขาพบว่าเด็กกลุ่มนี้มีอายุน้อย ทว่ากลับมีพลังที่แข็งแกร่งไม่เบา ซึ่งนั่นก็ทำให้หลงเหยียนรู้สึกประหลาดใจมาก
เมื่อเห็นว่าผู้นำกลุ่มมีเพื่อนคุย เด็กๆ ทั้งหลายก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมาให้เห็น ทว่าเมื่อได้ยินว่าหลงเหยียนเป็คนจากตระกูลชั้นนอก ทั้งยังปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันเช่นนี้ ความรู้สึกที่มีต่อหลงเหยียนก็เปลี่ยนแปลงไป พวกเขามีท่าทีเย่อหยิ่งเป็อย่างมาก ยิ่งมาได้ยินว่าหัวหน้าเตรียมจะให้คนที่มีฐานะต่ำต้อยเช่นนี้ร่วมเดินทางด้วย พวกเขาก็ยิ่งไม่พอใจมากขึ้นไปใหญ่ ถึงกระนั้น เมื่อเห็นท่าทีของหัวหน้ากลุ่ม พวกเขาก็จำต้องเก็บความไม่พอใจนี้เอาไว้ ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา
“พี่ชาย ท่านชื่ออะไรหรือ? ข้าชื่อหลงเหยียน ท่านนี้เป็พี่น้องของข้า เรียกเขาว่าเ้าสิงโตน้อยก็พอ ส่วนท่านนี้คือคนรักของข้า นามว่าเสี่ยวหลิง”
“พูดบ้าๆ ใครเป็คนรักของเ้ากัน หน้าไม่อาย” พูดจบ เสี่ยวหลิงก็ประทับจูบลงบนใบหน้าของหลงเหยียนแรงๆ หนึ่งครั้ง
การกระทำที่ซุกซนและเดาทางไม่ได้ของหลงหลิงทำให้ชายคนดังกล่าวรู้สึกปลาบปลื้มในตัวนางไม่น้อย
“น้องหลงเหยียน เรียกข้าว่าหยุนม่านเทียนก็ได้ ฮึฮึ ดูเหมือนพวกเ้าสามคนจะน่าสนใจไม่เบาเลย”
หยุนม่านเทียนพูดต่อ “น้องหลง อย่าสนใจสายตาของเด็กพวกนี้เลย วางใจเถิด มีข้าอยู่ทั้งคน พวกเขาไม่กล้าทำอะไรพวกเ้าหรอก”
หลงเหยียนหัวเราะเบาๆ เขาไม่เคยเห็นเด็กกลุ่มนี้อยู่ในสายตาด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังรักษามารยาทและทำตัวเป็มิตรกับหยุนม่านเทียนดังเดิม
“พี่หยุน ไม่ทราบว่าพวกท่านเป็คนของสำนักใด?”
“ฮ่าฮ่า พวกเราหรือ? เฮ้อ อย่าพูดถึงเลย อย่าพูดถึงดีกว่า ข้าแค่ได้รับคำสั่งให้พาเด็กกลุ่มนี้ออกมาฝึกฝนในบริเวณรอบนอกของโลกเฉียนคุนเท่านั้น เ้าพวกนี้มีพร์ที่ไม่เลวเลย พวกเขาส่วนมากล้วนเป็บุตรของทายาทหลักแห่งตระกูลชั้นในทั้งสี่ ซึ่งได้รับการเลี้ยงดูและสนับสนุนอย่างดีมาั้แ่เด็ก มีเด็กคนหนึ่งเพิ่งอายุแค่สิบปีเท่านั้น ทว่ากลับมีพลังถึงระดับชีพมนุษย์ขั้นต่ำแล้ว”
“เท่าที่จำได้ ยังมีเด็กอีกหลายคนที่เป็บุตรของผู้าุโทั้งสิบแห่งตระกูลชั้นใน”
‘หืม? ที่แท้คนกลุ่มนี้ก็มีฐานะเช่นนี้เอง? ถึงว่า เด็กกลุ่มนี้ถึงดูไม่ธรรมดากันเลยสักคน ที่แท้ก็เป็คนจากตระกูลชั้นใน’
ดูเหมือนว่าเมื่อเทียบกับคนในตระกูลชั้นในแล้ว ความสามารถของเด็กเหล่านี้ยังอยู่ต่ำกว่ามาตรฐานสินะ ถึงต้องออกมาฝึกฝนในบริเวณรอบนอกของโลกเฉียนคุนเพื่อเพิ่มประสบการณ์เช่นนี้
หยุนม่านเทียนพูดคุยกับหลงเหยียนและพวกอย่างสนุกสนาน พวกเขาคุยกันหลายเื่ หลงเหยียนเองก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมากที่ได้ร่วมทางกับเขา
“น้องหลง ดูเหมือนอายุของเ้ายังไม่มาก ทว่าพวกเ้าสามคนกลับกล้าเข้ามาในนี้เพียงลำพัง พวกเ้าคงจะมีพร์ที่ไม่เลวเหมือนกันสินะ อีกอย่าง เ้าเป็คนของตระกูลชั้นนอกแท้ๆ กลับมีพลังถึงระดับชีพมนุษย์ ทั้งยังกล้ามาที่นี่อีก นี่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าน้องหลงต้องฝีมือไม่เลวแน่ กล้าหาญยิ่งกว่าใครเสียอีก”
มีหรือที่หลงเหยียนจะไม่รู้ความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของหยุนม่านเทียน แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้ตั้งใจ ถึงอย่างไรเขารู้ดีว่าลึกๆ แล้ว คนเหล่านี้ก็ยังแอบดูแคลนคนจากตระกูลชั้นนอกอย่างตนอยู่
“น้องหลง ในเมื่อเรามาพบกันโดยบังเอิญ ก็ถือว่ามีวาสนาต่อกัน เอาเช่นนี้เถิด หากเจอปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่ละก็ พวกเราจะเป็คนฆ่าและมอบให้เ้าเอง อย่างไรเสีย ที่พวกเราออกมาครั้งนี้ก็เพื่อฝึกฝนและหาประสบการณ์เท่านั้น ตระกูลชั้นในมีทรัพยากรล้นเหลือ พวกเราไม่จำเป็ต้องใช้แต้มผลงานเพื่อแลกของหรอก”
“เช่นนั้นก็ขอบคุณพี่เทียนมาก น้องคนนี้โชคดีเหลือเกินที่ได้เจอท่าน”
เด็กที่เล่นกันอยู่ไม่ไกลได้ยินว่าศิษย์พี่หยุนเตรียมจะมอบปีศาจอสูรที่สังหารได้ให้หลงเหยียนก็หันมาสนใจ แม้ปีศาจอสูรจะไม่มีประโยชน์ต่อพวกเขา ทว่าด้วยฐานะที่สูงศักดิ์ของพวกเขาทั้งหลาย มีหรือที่จะยอมมอบปีศาจอสูรที่ล่ามาได้ให้คนแปลกหน้าอย่างเต็มใจเช่นนี้
ในตอนนั้นเอง เด็กที่โตขึ้นมาหน่อยเดินเข้ามาหาแล้วมองไปยังหยุนม่านเทียน “ศิษย์พี่หยุน ข้าได้ยินบทสนทนาของพวกท่านเมื่อครู่หมดแล้ว ท่านไปผูกมิตรกับคนในตระกูลชั้นนอกได้อย่างไร ไม่กลัวว่าจะเสื่อมฐานะหรือ พวกเราล้วนกลัวกันทั้งนั้น”
“นั่นน่ะสิ รีบไล่พวกบ้านนอกสามคนนี้ออกไปจากกลุ่มของเราได้แล้ว พวกข้าไม่อยากร่วมทางกับพวกเขา”
คำพูดของเด็กทั้งหลายทำให้หยุนม่านเทียนหน้าบูดบึ้งขึ้นมาในพริบตา เขาง้างมือขึ้นในทันที
“ท่านกล้าตีข้าหรือ? เอาสิ แล้วข้าจะกลับไปฟ้องท่านพ่อ ให้ท่านพ่อลงโทษท่านอย่างสาสมเลย”
พูดจบ เด็กคนดังกล่าวก็หันไปมองหลงเหยียนด้วยความโกรธเกรี้ยว “เ้าพวกที่ไม่ยอมลำบากแต่คิดจะกอบโกยผลประโยชน์เข้าตัวทั้งสามคน รีบไปเสียเถอะ เ้าแมลงที่น่าสงสารเอ๋ย พวกเราไม่เวทนาคนแบบพวกเ้าหรอกนะ ต่อให้จะฆ่าปีศาจอสูรได้ พวกเราก็จะเอามาตุ๋นกินให้หมดเลย”
หยุนม่านเทียนพุ่งเข้าไปจับเด็กที่พูดด้วยเวลาเพียงพริบตา จากนั้นก็ง้างมือ แล้วฟาดไปที่บั้นท้ายของเด็กคนดังกล่าวอย่างแรงดัง “เพียะ”
“ยังกล้าใช้บิดาของเ้ามาขู่ข้าด้วย? ข้าจะตีก้นเ้าให้เละไปเลยคอยดู กล้าทำตัวเสียมารยาทกับเพื่อนของข้าหรือ”
เมื่อหยุนม่านเทียนแสดงอาการโกรธเกรี้ยวออกมา เด็กกลุ่มนี้ก็ถอยหลังกลับไปหลายก้าวด้วยความใ
หยุนม่านเทียนปีนป่ายเข้ามาอยู่ในตระกูลชั้นในทีละก้าวๆ ด้วยความสามารถของตนเอง ซึ่งคนในตระกูลชั้นในต่างก็ยอมรับในพร์และความสามารถของเขา
เด็กทั้งหลายใจนไม่กล้าพูดไปมากกว่านี้ ทว่าสายตาที่มองไปยังหลงเหยียนกลับแข็งกร้าวยิ่งกว่าเก่า เพราะพวกเขารู้ดีว่าหลงเหยียนที่มีอายุมากกว่าพวกเขาไม่น้อยคนนี้ มีพลังแค่ระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงเท่านั้น
จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะไม่พึงพอใจเช่นนี้ ความจริงแล้ว หลงเหยียนก็มีอายุมากกว่าพวกเขาแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น ทว่าเพราะเคยผ่านเื่ราวต่างๆ มามากกว่าพวกเขาหลายเท่า หลงเหยียนจึงดูสุขุมและเป็ผู้ใหญ่มากกว่าเท่านั้น
หลงเหยียนแค่หัวเราะเบาๆ โดยไม่ได้กล่าวอะไรออกไป แน่นอนว่าเขาไม่มีทางถือสาเด็กกลุ่มนี้เพราะเื่นี้อยู่แล้ว
“พี่หยุน พวกเราสามคนเดินทางล่วงหน้าไปก่อนดีกว่า”
“จะทำแบบนั้นได้อย่างไร พวกเ้ามีกันแค่สามคน ข้าอดเป็ห่วงเื่ความปลอดภัยของพวกเ้าไม่ได้ วางใจเถิด ข้าจัดการกับเด็กพวกนี้เสร็จแล้ว พวกเขาไม่กล้าพูดพล่อยๆ อีกแล้วล่ะ”
หลงเหยียนพยักหน้าเบาๆ ความจริงหลงเหยียนไม่ได้เก็บเื่นี้มาใส่ใจด้วยซ้ำ!
“จริงสิ น้องหลง ่เร็วๆ นี้ ตระกูลชั้นในทั้งสี่เตรียมจะคัดเลือกศิษย์ใหม่เข้ามาในตระกูล ไม่รู้ว่าในรายชื่อของศิษย์เ่าั้มีเ้าอยู่หรือไม่? เท่าที่ข้ารู้มา ศิษย์ที่มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือก ต้องเป็ศิษย์ที่มีระดับสูงกว่าระดับสามเท่านั้น”
หลงเหยียนพยักหน้า “พี่หยุน เื่นี้ ท่านตงจวินแห่งสำนักตงฟางเสนอชื่อของข้าขึ้นไปแล้ว ทั้งยังผ่านการคัดเลือกรอบแรกได้อย่างราบรื่นแล้วด้วย ่เวลาต่อจากนี้ ข้าก็แค่ต้องเร่งมือพัฒนาพลังของตนเองให้เร็วที่สุดเท่านั้น”
“หืม? จริงหรือ? ดูไม่ออกเลยจริงๆ ว่าน้องหลงมีความสามารถเช่นนี้ ถึงขั้นที่ท่านตงจวินให้ความสำคัญเป็พิเศษ เกรงว่าในสำนักตงฟาง น้องหลงก็คงจะเป็บุคคลแนวหน้าที่มีชื่อเสียงเป็แน่ เท่าที่ข้ารู้มา ดูเหมือนในหน่วยกฎระเบียบแห่งสำนักตงฟางก็มีศิษย์ที่เป็อัจฉริยะผู้มีความสามารถอยู่หนึ่งคน ว่ากันว่าเขามีสายเืของตระกูลชั้นในด้วย ชื่อเทียนหลาง น้องหลงต้องระวังตัวให้มากล่ะ เพราะเท่าที่ข้ารู้มา เทียนหลางคนนี้เป็คนเืเย็นและอำมหิตนัก”
“ขอบคุณพี่หยุนที่เป็ห่วง วางใจเถิด ตอนนี้เขาถูกรับเข้าไปในตระกูลชั้นในเป็กรณีพิเศษ จึงไม่ใช่คู่แข่งของข้าอีกต่อไปแล้ว”
“อ้อ... อย่างนั้นหรือ? ผู้ที่มีสายเืชั้นสูงมักจะอยู่เหนือกว่าผู้อื่นเสมอเลยสินะ การคัดเลือกสำหรับเข้าเป็ศิษย์ชั้นในถือเป็การแข่งขันที่ดุเดือดและอำมหิตมาก ในเมื่อน้องหลงมีหวังว่าจะได้เข้ารอบ ก็พยายามให้มากๆ ล่ะ ในอดีต การคัดเลือกนี้ก็เกือบทำให้ข้าเอาชีวิตไม่รอดเช่นกัน”
แม้การคัดเลือกนี้จะผ่านมานานถึงแปดปีแล้ว อย่างไรก็ตาม ภาพของผู้เข้าแข่งขันที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือดในตอนนั้น ยังติดตาราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน หยุนม่านเทียนแหงนหน้าขึ้นแล้วถอนหายใจยาวๆ ออกมา
--------------------
