“เนี่ยเทียน ท่านพี่ ไม่ต้องสนพวกข้า รีบหนีไป!”
อันอิ่งคืนสติกลับมา รีบเอะอะเสียงดังทันที ้าให้เนี่ยเทียนและอันซืออี๋ไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด
นางรู้ดีว่าเฟิงหลัวที่อยู่ขอบเขตต้น์ย่อมต้องมีฝีมือร้ายกาจยิ่งกว่าอันซืออี๋พี่สาวของนางอย่างแน่นอน
นางที่ไม่เคยเห็นเนี่ยเทียนต่อสู้กับอวี๋ถงมาก่อนก็ไม่คิดว่าเนี่ยเทียนจะเอาชนะอวี๋ถงได้ ต่อให้เนี่ยเทียนเอาชนะอวี๋ถงได้จริง ก็ผ่านด่านของเฟิงหลัวไปไม่ได้อยู่ดี
จะให้มาตายอยู่ที่นี่พร้อมกับทุกคน ก็สู้ให้มีชีวิตรอดไปได้จะดีกว่า
“หุบปาก!” เฟิงหลัวแค่นเสียงเ็าหนึ่งครั้ง
“ฟู่วๆ!”
นาทีถัดมา เืที่ซึมออกมาจากพื้นดินพลันเคลื่อนขึ้นมาตามน่อง และไต่ขึ้นบนร่างของพวกเขาในพริบตาเดียว
เืพวกนั้นคล้ายต้นตีนตุ๊กแกที่เลื้อยพันไปทั่วร่างของพวกเขาอย่างรวดเร็ว ทำให้พวกเขาคล้ายกลายมาเป็บ๊ะจ่างที่ถูกห่อหุ้มด้วยเืเหนียวหนึบ
พวกอันอิ่งที่ถูกเืห่อเอาไว้เหลือเพียงหัวโผล่ออกมาด้านนอก กลิ่นคาวเืแสบจมูกที่ปลดปล่อยออกมาจากเืเ่าั้ก็ฉวยโอกาสแทรกซอนเข้าไปในรูจมูกของพวกเขา
ไม่นานอันอิ่งก็ทำได้เพียงส่งเสียงร้อง “อื้อๆ” แม้แต่จะพูดเป็คำก็ยังไม่สามารถทำได้
คนทั้งกลุ่ม หลังจากถูกเืห่อหุ้มจึงทำได้เพียงเบิกตากว้างมองเหตุการณ์ภายนอก มิอาจขยับเขยื้อนและเอื้อนเอ่ยได้
“เนี่ยเทียนใช่หรือไม่?” เฟิงหลัวยิ้มอย่างน่าสะพรึงกลัว รอยยิ้มนั้นทั้งเ็าและอำมหิต “อย่าได้คิดหนีเด็ดขาด หากเ้ากล้าหนีไปพ้นจากเส้นสายตาของข้า พวกมันก็จะตายอยู่เบื้องหน้าเ้าทันที ทำตัวให้มันดีๆ หน่อย ยอมต่อสู้กับเสี่ยวถงซะ ให้สหายของเ้าเห็นว่าเ้าตายอย่างไร ไม่น่าสนใจยิ่งกว่าหรอกหรือ?”
“ฟู่ว!”
และเวลานี้เอง อันซืออี๋ที่หลังจากรู้ขอบเขตตบะของเฟิงหลัวแล้วไม่ได้พูดอะไร พลันแปลงไฟออกมาหนึ่งกลุ่มแล้วขว้างเข้าใส่เฟิงหลัวในพริบตาเดียว
เปลวเพลิงร้อนแรงมากมายหลายกลุ่มดุจดั่งโคมเปลวไฟร้อนลวกกลบทับร่างของเฟิงหลัว
“ตูมๆ!”
รอบกายของเฟิงหลัวมีคลื่นพลังิญญาไหลกรากออกมา ก้อนเปลวเพลิงพวกนั้นพลันพากันแตกะเิออกกระจัดกระจายกลายเป็สะเก็ดไฟ
ทว่าเฟิงหลัวที่อยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงกลับแสยะปากยิ้มชั่วร้าย ส่ายหัวกล่าวว่า “คุณหนูตระกูลอัน ขอบเขตของเ้าอ่อนด้อยไปหน่อย เกรงว่าคงทำร้ายข้าไม่ได้”
ระหว่างที่พูด ดวงตาทั้งคู่ของเฟิงหลัวก็เต็มไปด้วยเส้นเืฝอยเล็กๆ เรือนกายที่แข็งแกร่งของเขาพลันสั่นเยือก
แสงสีเืเข้มข้นหลายชั้นก่อกำเนิดขึ้นมาจากร่างของเขา แสงสีเืเ่าั้คล้ายม่านแสงบางๆ ชั้นหนึ่งที่ตัดขาดเปลวเพลิงพวยพุ่งให้พ้นออกไปจากร่างของเขา
แสงไฟสาดกระเซ็นทั่วท้องฟ้า เฟิงหลัวเดินออกมาจากตำแหน่งที่คลื่นเปลวเพลิงะเิออก มือขวาใหญ่ราวใบลานถือลูกกลมแปลกประหลาดเอาไว้ลูกหนึ่ง
ในลูกกลมโปร่งแสงนั้นมีหมอกเืลอยวน คล้ายเงาสีเืหลายเงาบินแฉลบผ่านไปมา
“เวทรวมโลหิต!”
หลังจากเสียงตวาดเบาๆ ของเฟิงหลัวดังขึ้น ลูกกลมแสงสีเืนั้นพลันขยายใหญ่ ลำธารที่เต็มไปด้วยเืซึ่งอยู่ด้านหลังของเขาคล้ายกำลังตอบรับการเรียกขานจากเขา จึงพุ่งออกมาหลายเส้นหลายสาย
เมื่อน้ำเืรวมตัวกันจึงกลายมาเป็คนโลหิตเล็กเตี้ยห้าคน คนโลหิตที่ไม่มีอายตนะทั้งห้า [1] แต่กลับเต็มไปด้วยปราณเืซัดโหมเ่าั้พลันพุ่งกระโจนเข้าใส่อันซืออี๋
อันซืออี๋หน้าเปลี่ยนสี กำไลเก็บของบนข้อมือของนางมีคลื่นพลังิญญาระลอกหนึ่งส่งออกมา
“ฟู่วๆ!”
ลูกกลมเปลวไฟหกลูกบินออกมาจากกำไลข้อมือทันที ห้าลูกในนั้นพุ่งดิ่งเข้าหาคนโลหิต ส่วนอีกหนึ่งลูกพุ่งเข้าใส่เฟิงหลัว
“ไข่มุกอัคคี...” เฟิงหลัวหัวเราะหึหึแ่เบา เรือนกายมโหฬารของเขาพลันจมลึกลงไปใต้น้ำสีเื
เพียงแค่ครู่เดียวร่างของเขาก็หลอมละลายเข้ากับเืที่ซึมออกมาจากก้อนหินราวกับเป็น้ำ หายไปหมดทั้งร่องรอยและลมปราณ
เมื่อเขาหายไป เืที่ปกคลุมไปทั่วพื้นดินพลันเกิดเป็คลื่นลูกั์ราวกับผิวน้ำทะเลที่ถูกพายุพัดกระหน่ำ
คลื่นมากมายหลายชั้นที่เปล่งแสงสีเืกลิ้งไล่หลังกัน ม้วนตลบเข้าหาอวี๋ถงราวกับพรมสีแดงผืนหนึ่ง
“เสี่ยวถง!”
เสียงของเฟิงหลัวล่องลอยไม่แน่นอน คล้ายดังออกมาจากจุดลึกใต้ดิน
เนี่ยเทียนที่จ้องเขม็งไปยังอวี๋ถง ได้ยินเสียงเร่งเร้านั้นของเขาก็ไม่สามารถยับยั้งไฟโทสะในใจได้อีก
“เ้าสมควรตายยิ่งนัก!”
มือเรียวบางราวลำเทียนของอวี๋ถงดุจดั่งผีเสื้อที่บินลอดผ่านไปตามดอกไม้ ตัดสลับกันอยู่ตรงหน้าอกที่ชูชันน้อยๆ นั่น แปลงกายมาเป็เวทตราประทับมหัศจรรย์
แสงสีเืหนาประมาณแขนของนางพลันโผล่พรวดออกมาจากใต้ดินที่เนี่ยเทียนยืนอยู่ เลื้อยพันขึ้นมาประหนึ่งแขนของสาวงามจำนวนนับไม่ถ้วนที่เคลื่อนไหวด้วยท่วงท่าที่เย้ายวน
แสงสีเืที่ราวกับแขนของสาวงามเ่าั้ทั้งอ่อนนุ่มและทั้งเหนียวทนทาน อีกทั้งยังแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายลึกลับล่อลวงใจคน
เนี่ยเทียนพลันรู้สึกตาลายพร่ามัวขึ้นมาเล็กน้อย มองแสงสีเืที่เหมือนลำแขนของสาวงามมากมายนั้น ในสมองพลันเกิดภาพมายาขึ้นมาเป็ระลอก
ในสายตาของเขา แสงสีเืเ่าั้คล้ายกลายมาเป็แขนของสาวงามจริงๆ ไม่มีกลิ่นคาวเืใดๆ กลับกันยังเป็กลิ่นหอมของเครื่องประทินผิว
ภาพมายาในสมองของเขาซ้อนทับเข้าด้วยกัน ทำให้อยู่ๆ เขาก็แยกไม่ออกว่าอันไหนจริงอันไหนภาพลวงตา ไม่รู้ว่าคู่ต่อสู้ของเขาคืออวี๋ถง หรือว่ามือสีเืมากมายเ่าั้กันแน่
“มนต์ดำพลังจิต!”
ผ่านไปครู่ใหญ่เขาพลันกัดปลายลิ้นตัวเองอย่างแรง ใช้ความเ็ปฝืนให้ตัวเองฟื้นคืนสติ
เขาตั้งสติให้มั่นคง ไม่สนใจภาพมายาที่ล่อลวงจิตใจนั่นอีก แล้วก็ไม่มองมือเืที่เลื้อยพันอยู่บนร่าง เอาแต่จ้องเขม็งไปยังนางมารอวี๋ถง
เขามองเห็นว่าลำแขนเรียวยาวดั่งหยกของอวี๋ถงกำลังทำท่าคล้ายดึงรั้งและควบคุมอะไรบางอย่าง บนร่างมีคลื่นพลังจิตเคลื่อนไหวอย่างเห็นได้ชัด
“พลังจิตโจมตี!”
ในใจเขาตวาดดัง รวบรวมพลังจิตที่มากมหาศาลเกินคนทั่วไปของเขาให้ก่อตัวขึ้นเป็ลำแสงพลังจิตขนาดั์ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แล้วกระแทกเข้าใส่อวี๋ถงอย่างรุนแรง
“อึก!”
อวี๋ถงร้องอู้อี้หนึ่งครั้ง ในดวงตาเย้ายวนของนางพลันเปลี่ยนสี
“นึกไม่ถึงว่าพลังจิตของเ้าก็จะเข้มข้นทรงพลังได้ถึงเพียงนี้!” นางถลึงตาใส่เนี่ยเทียน มือทั้งสองข้างโบกลงด้านล่าง กล่าว “พันมือรัดพันร่าง!”
มือสีเืมากมายพลันเพิ่มความเร็ว ไม่รอให้เนี่ยเทียนตั้งตัวทัน มือสีเืเ่าั้ก็รัดพันมาถึงหน้าท้องของเนี่ยเทียนราวกับไม้เลื้อย
บัดนี้ เนี่ยเทียนไม่รู้สึกถึงกลิ่นหอมใดๆ อีกแล้ว รู้สึกเพียงว่าตัวเองถูกเืเข้มข้นกลบทับเอาไว้อยู่
ร่างของเขาถูกมือเืเ่าั้ดึงกระชากให้เข้าไปใกล้อวี๋ถงทีละน้อย
อวี๋ถงไม่รู้สึกลำพองใจแม้แต่นิด แต่มองเขาด้วยความระแวดระวังอย่างถึงที่สุด คล้ายตั้งท่ารับมือรอการโจมตีที่ดุเดือดจากเนี่ยเทียน
นางเคยเสียเปรียบเนี่ยเทียนมาก่อน รู้ว่าเนี่ยเทียนมีท่าหมัดที่น่าหวาดกลัวอยู่ท่าหนึ่ง นางเชื่อว่าหากเนี่ยเทียนกระตุ้นหมัดนั้น มือเืที่เลื้อยพันอยู่ทั่วร่างเขาย่อมไม่สามารถพันธนาการเขาได้
โล่โลหิตแดงเข้มชิ้นหนึ่งค่อยๆ ถูกนางนำออกมา นางตั้งท่ารอให้เนี่ยเทียนะเิการโจมตีอย่างดุเดือด
โล่โลหิตชิ้นนั้นไม่ใช่วัตถุมายาที่กระตุ้นออกมาจากพลังิญญาในเืของตัวเองอย่างตอนที่อยู่ในโลกมายามรกต แต่เป็อาวุธวิเศษของสำนักโลหิตอย่างแท้จริง
พื้นผิวของโล่โลหิตนั้นมีลวดลายประณีตวิจิตรแสงสีเื ลวดลายเ่าั้ล้วนเป็ค่ายกลมหัศจรรย์ที่ช่วยทำให้โล่โลหิตนั้นแข็งแกร่งขึ้น
โล่โลหิตนี้นางไหว้วานให้คนอื่นสร้างขึ้นมาให้โดยเฉพาะ จุดประสงค์ก็เพื่อ...ต้านทานเพลงหมัดที่น่ากลัวนั้นของเนี่ยเทียน
เพื่อสังหารเนี่ยเทียน นางเตรียมตัวมาดีไม่น้อย โล่โลหิตก็คือการรับประกันความปลอดภัยของร่างกายนาง
พวกอันอิ่ง เจียงหลิงจูที่ถูกเืห่อหุ้ม ขยับไม่ได้ พูดไม่ได้ แต่กลับมองเห็นการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างรอบด้าน
พวกเขามองเห็นเนี่ยเทียนถูกมือเืรัดพันร่างเอาไว้แน่น มองเห็นเนี่ยเทียนถูกมือเืเ่าั้ดึงรั้งๆ ให้ค่อยๆ เข้าไปใกล้อวี๋ถงทีละนิด
ในดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความร้อนรน
เนี่ยเทียนที่พวกเขาเป็ห่วงพลันสะบัดไหล่ พยายามสลัดให้หลุดพ้นจากมือเืเ่าั้ แต่กลับรู้สึกได้ว่ามือเืเ่าั้มีพลังมหาศาลไหลทะลักออกมา
ต่อให้เป็เรือนกายที่แข็งแกร่งของเขาก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากมือพวกนั้น ทำได้เพียงเป็ฝ่ายถูกกระทำ พาให้เคลื่อนเข้าไปหาอวี๋ถงอย่างช้าๆ
เขาเองก็สังเกตเห็นว่า เมื่อเขาเข้าไปใกล้ อวี๋ถงได้หยิบเอาโล่โลหิตที่งดงามออกมาหนึ่งชิ้นคล้ายกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ
ไม่นานเขาก็เข้าใจได้ว่า เพื่อรับมือกับเขา อวี๋ถงได้เตรียมวิธีการมากมายมาพร้อมสำหรับศึกครั้งนี้
เขาแอบเหลือบมองไปยังอันซืออี๋หนึ่งครั้ง พบว่าไข่มุกอัคคีที่อันซืออี๋ปลดปล่อยออกมา ดูเหมือนจะไม่สามารถฆ่าคนโลหิตทั้งห้านั้นได้
กลับกลายเป็เสียงของเฟิงหลัวที่ดังล่องลอยมาให้ได้ยินเป็ระยะ
เขาพลันตระหนักได้ว่า เฟิงหลัวที่เหยียบย่างสู่ขั้นต้น์ เมื่อต้องมาต่อสู้กับอันซืออี๋ก็แทบไม่ต้องใช้พลังอะไรเลย
เฟิงหลัวผู้นั้นแค่กักตัวอันซืออี๋ไว้ชั่วคราว ความสนใจที่แท้จริงของเขา... เหมือนจะอยู่ที่การต่อสู้ระหว่างเนี่ยเทียนและอวี๋ถง
“จะเป็ฝ่ายถูกกระทำอยู่แบบนี้ไม่ได้ หากคิดจะพลิกเปลี่ยนสถานการณ์ มีเพียงจับตัวอวี๋ถงเป็ๆ ใช้ความเป็ความตายของอวี๋ถงมาขู่ให้เฟิงหลัวปล่อยตัวคนอื่น แบบนี้ถึงจะมีโอกาสรอดชีวิต!”
เนี่ยเทียนที่ตกอยู่ในสภาวะอันตรายอย่างถึงที่สุดไม่ได้สติแตก แต่ประเมินสถานการณ์ด้วยความสงบ
เขารู้ว่าอวี๋ถงมีฐานะที่ไม่ธรรมดาในสำนักโลหิต และก็มองออกว่าครั้งนี้เฟิงหลัว้าช่วยให้อวี๋ถงกำจัดมารในใจ อาจารย์ของอวี๋ถงคือศิษย์พี่หญิงของเฟิงหลัว เขาย่อมไม่มีทางมองอวี๋ถงตายไปกับตาตัวเองอย่างแน่นอน
“พลังเืเนื้อ!”
เขาะเิเสียงคำรามอยู่ในใจ พยายามปลุกพลังกล้ามเนื้อที่ซุกซ่อนอยู่ให้เผยตัวขึ้นมา คิดจะใช้พลังมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นหลังจากหัวใจเต้นรัวเร็วมาฝืนพลิกเปลี่ยนสถานการณ์
คราวนี้เขาพบว่าครั้งนี้หัวใจยังไม่ทันเต้นแรงก็มีพลังระลอกหนึ่งไหลทะลักออกมาจากเืเนื้อและกระดูกทั่วร่างของเขา
ครึ่งปีที่ผ่านมานี้ เขาอยู่ทีู่เาด้านหลังเขาหลิงอวิ๋นล้วนได้กินเืเนื้อของสัตว์วิเศษระดับสองทุกวัน
เืเนื้อเ่าั้ที่ถูกเขากินเข้าไป หลังจากที่กระเพาะของเขาย่อยแล้วก็ไม่ได้ถูกชักนำเข้าไปในมหาสมุทริญญา แต่แผ่กระจายไปทั่วร่างของเขาตามธรรมชาติ
พลังงานที่เขาไม่สามารถััถึงในเวลาปกติ กลับะเิตูมออกมาในนาทีนี้
ทั้งการะเินี้ยังรุนแรงดุเดือดถึงขีดสุด!
“ปังๆๆ!”
เขาบิดไหล่ตัวเองอีกครั้ง ออกแรงสลัดให้พ้น เห็นเพียงว่ามือเืมากมายที่เลื้อยพันร่างของเขากลับพากันะเิออกกลายเป็หยดเืที่สาดกระเซ็นไปสี่ทิศ
“มาแล้ว!” อวี๋ถงรวบรวมจิตใจมุ่งมั่น
“เอ๊ะ!” เสียงอุทานเบาๆ หนึ่งครั้งของเฟิงหลัวล่องลอยมาจากบางแห่ง เห็นได้ชัดว่าเป็ไปตามที่เนี่ยเทียนคิดเอาไว้ แท้จริงแล้วเขากำลังสังเกตการณ์ต่อสู้ระหว่างเนี่ยเทียนและอวี๋ถงอย่างใกล้ชิด
พวกอันอิ่ง เจียงหลิงจูที่ถูกเืห่อหุ้มเอาไว้ก็เบิกตากว้าง มองเหม่อมาที่เขา
พวกเขาล้วนสังเกตเห็นว่า บนร่างเนี่ยเทียนในเวลานี้พลันมีปราณเืเนื้อมหาศาละเิออกมาเป็คลื่นพลังชีวิตที่น่าตะลึง
“ปังๆ!”
เมื่อเนี่ยเทียนดิ้นรน มือเืทั้งหมดก็ะเิออกกลายเป็น้ำ
ส่วนเนี่ยเทียนกลับเข้ามาใกล้ด้านหน้าอวี๋ถง ใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความป่าเถื่อนจ้องเขม็งไปที่นาง กล่าว “วันนี้ ข้าจะโจมตีให้เ้าย่อยยับเป็ครั้งที่สี่!”
-----
[1] อายตนะทั้งห้าได้แก่ หู ตา ริมฝีปาก จมูก ลิ้น
