ซุนเฟยรีบวิ่งเข้าไป ไม่ช้าเขาก็วิ่งมาถึงปลายอุโมงค์ ภาพด้านหน้าก็ขยายใหญ่ขึ้น
พื้นที่ขนาดใหญ่ที่ไม่น่าเชื่อปรากฏขึ้นตรงหน้าของซุนเฟย และที่ทำให้รู้สึกแปลกๆ คือ มันเหมือนตัวเขาวิ่งออกจากอุโมงค์แล้วเข้ามาอยู่ในเขาวงกตแทน ที่นี่มีพื้นที่กว้างและใหญ่กว่า 'เมืองวีรบุรุษ' ไม่รู้กี่เท่า เขามองไม่เห็นริมขอบของที่นี่ด้วยซ้ำ แม้ที่นี่จะมืดมิด แต่ก็ยังมีแสงไฟริบหรี่ที่ไม่รู้ว่ามาจากที่ไหนอยู่ ทำให้ซุนเฟยพอจะมองเห็นภาพรวมได้รางๆ ห่างจากตัวเขาไปประมาณหนึ่งพันเมตร มีปิรามิดสีขาวที่สูงกว่าห้าร้อยหกร้อยเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งพันเมตร ลักษณะของมันยิ่งสูงพื้นที่ยิ่งแคบ ตรงปลายยอดกว้างไม่ถึงหนึ่งเมตร รอบๆ ปิรามิดสีขาวมีเปลวไฟสีฟ้าจางๆ กะพริบวิบวับ ฉากตรงหน้าให้ความรู้สึกน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก
ฟิ้ว!
เปลวไฟสีขาวบริสุทธิ์ยิงออกมาจากคทาเวทมนตร์ในมือของซุนเฟย
วินาทีต่อมาก็มีเสียงกระพือปีกดังขึ้น เป็อีกาขนาดใหญ่ที่มีปีกกว้างประมาณหนึึ่งเมตร ปรากฏออกมาเหนือหัวของซุนเฟย มันบินวนรอบหัวของซุนเฟยหลายรอบ ก่อนจะร่อนลงมาเกาะที่ไหล่ของเขา จากนั้นก็ส่งเสียงร้องออกมาข้างๆ หูของซุนเฟย พลางทำท่าสนิทสนมประหนึ่งบุตรกำลังอ้อนบิดามารดา ซุนเฟยยิ้มน้อยๆ พลางยกมือลูบหัวอีกา แล้วกระซิบบอกบางอย่างกับมัน เ้าอีกาก็พลันส่งเสียงตื่นเต้นขึ้นมา จากนั้นก็กระพือปีกบินขึ้นสูง ไม่ช้าร่างของมันก็พุ่งหายเข้าไปในความมืด
เมื่อหมาป่าทั้งสามตัวได้รับคำสั่งจากซุนเฟย มันก็รีบวิ่งออกไปแล้วเริ่มทำการสำรวจบริเวณรอบๆ
ซุนเฟยเองก็กวาดสายตามองรอบด้านอย่างถี่ถ้วน
ปิรามิดสีขาวตั้งอยู่ท่ามกลางแสงไฟจางๆ บนพื้นดินเต็มไปด้วยรอยแตก ทุกๆรอยแตกจะมีความกว้างประมาณหนึ่งฝ่ามือรอยแตกแพร่กระจายประหนึ่งใยแมงมุม รอยแต่เหล่านี้ยุบลงไปลึกมาก ด้านในของมันมีแสงไฟสีแดงจางๆ คอยให้แสงสว่างแก่พื้นที่ลึกลับแห่งนี้
ด้วยแสงไฟอันริบหรี่ ซุนเฟยก็เริ่มสำรวจพื้นที่ขนาดใหญ่แสนลึกลับแห่งนี้
ซุนเฟยพบว่าที่นี่ไม่เหมือนเส้นทางที่ราบเรียบในอุโมงค์ก่อนหน้านี้ พื้นที่แห่งนี้มีร่องรอยสิ่งก่อสร้างและเสาหินขนาดใหญ่จำนวนมากที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสิบเมตร ้าเสาหินเหล่านี้มีลายเส้นแปลกๆ ลากยาวเป็แนวตั้งและแนวนอน เห็นได้ชัดว่าเป็ฝีมือของมนุษย์ รูปแบบของเสาหินค่อนข้างซับซ้อน บางต้นก็เป็รูปสี่เหลี่ยมเปียกปูน บางต้นก็เป็รูปวงกลม บางต้นก็เป็รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เสาหินทุกต้นจะสูงประมาณยี่สิบสามสิบเมตร มีน้ำหนักอย่างน้อยๆ ก็หมื่นจิน (ห้าพันกิโลกรัม) ตั้งอยู่ในพื้นที่กว้างจำนวนไม่มาก ถ้ามองดีๆ จะพบว่าพวกมันกระจายตัวในลักษณะที่แปลกมาก พวกมันล้อมรอบปิรามิดสีขาวที่น่ากลัวนั่นอยู่
ซุนเฟยค่อยๆ สำรวจเสาหินขนาดั์พวกนั้นอย่างละเอียด ไม่ช้าเขาก็พบบางอย่างที่มันแปลกๆ บางส่วนของเสาหินร่วงลงกับพื้น เหมือนถูกพลังที่น่าเกรงขามเข้าโจมตี บางส่วนก็หักเป็สองท่อน ้ามีรอยฟันของดาบ และยังมีรอยกรีดที่เหมือนกับถูกกรงเล็บของสิ่งมีชีวิตบางอย่างขูด แม้กระทั่งบางเสาก็มีรอยหมัดประทับอยู่อย่างชัดเจน
เสาหินพวกนี้แข็งมาก ซุนเฟยไม่เคยเห็นก่อนหินที่ไหนแข็งเท่าที่นี่มาก่อน เขาเปลี่ยนร่างเป็ 'แวร์แบร์' พลังของดรูอิดเลเวล 21 มีพลังเทียบเท่ากับนักรบสามดาวระยะปลาย หลังจากกลายร่างเป็แวร์แบร์ พลังก็จะเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า ทำให้มีพลังเทียบเท่านักรบระดับห้าดาวระยะต้น พลังที่น่าเกรงขามแบบนี้ ยังไม่น่าใเท่ากับการที่ซุนเฟยในร่างแวร์แบร์โจมตีไปบนเสาหินแล้วไม่แม้แต่จะฝากรอยข่วนเล็กๆ ไว้บนเสาหินนี้ได้
“นี่...”
ลมหายใจซุนเฟยพลันสะดุด การค้นพบนี้สร้างความใให้แก่ซุนเฟยอย่างมาก หากอยากประทับรอยบนเสาหินพวกนี้ เกรงว่าผู้ที่ทำได้คงต้องเป็ยอดฝีมือระดับหกเจ็ดดาวแน่ๆ ใครกันที่เป็คนทำรอยพวกนี้? เห็นได้ชัดว่าผู้ที่สร้างรอยดาบและรอยหมัดบนเสาหินจำนวนมากนี้ จะต้องไม่ใช่คนเดียวกันเป็แน่ นี่ก็หมายความว่า ที่นี่ได้เกิดการต่อสู้ระหว่างยอดฝีมือระดับหกเจ็ดดาวจำนวนนับไม่ถ้วน...ความจริงแล้วสถานที่แห่งนี้มันคืออะไรกันแน่?
ด้วยความสงสัย ซุนเฟยจึงตั้งอกตั้งใจมองอย่างละเอียด แต่ยิ่งมองก็ยิ่งใ
เขาพบร่องรอยการต่อสู้มากมายบนเสาหินด้านหลังของเขา เสาหินั์บางส่วนก็ถูกโจมตีจนแตกเป็สองท่อนก่อนจะหล่นหลงมาแตกกระจายบนพื้น...การที่จะทำให้เกิดร่องรอยแบบนี้ได้ จะต้องเป็ยอดฝีมือระดับไหนกันนะ? ระดับจันทรา? หรือสุริยะ?
เื่นี้มันชักเริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนว่ามันจะเกินกว่าที่ซุนเฟยเคยคิดไว้เสียแล้ว
“กา กา กา กา!!!”
ตอนนี้เอง เขาก็ได้ยินเสียงอีการ้องดังขึ้น
ซุนเฟยจึงมองผ่านดวงตาของอีกา
ทันใดนั้นเขาก็มองเห็นก้อนหินตะปุ่มตะป่ำปรากฏขึ้นตรงหน้า เหนือหัวของเขาเต็มไปด้วยก้อนหินตะปุ่มตะป่ำ ซุนเฟยจึงออกคำสั่งให้อีกาบินออกไปสำรวจด้านหน้า ด้านหลัง ซ้ายและขวาในระยะหนึ่งพันเมตร ก้อนหินเหนือหัวเหมือนจะทอดยาวไม่มีที่สิ้นสุด มันดูเหมือนโดมขนาดใหญ่ที่กำลังครอบอยู่เหนือหัว และถ้าซุนเฟยเดาไม่ผิด ที่นี่คงเป็พื้นที่ส่วนหนึ่งของชั้นใต้ดินหรืออาจจะเป็บริเวณเนินเขาของูเาั์
คิดไม่ถึงว่าภายในอุโมงค์ที่ทั้งลึกทั้งมืดมิด จะมีสถานที่แปลกๆ แบบนี้อยู่ด้วย
ซุนเฟยสำรวจสภาพแวดล้อมบริเวณรอบๆ และตรงเหนือหัวอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะเบนสายตามาหยุดอยู่ที่ปิรามิดสีขาวขนาดใหญ่ตรงกลางพื้นที่ ไม่แน่ว่าที่นั่นอาจจะมีเบาะแสอะไรบางอย่างเพิ่มเติมก็ได้
แต่เมื่อซุนเฟยเดินเข้าไปใกล้ๆ ปิรามิดสีขาว เขาก็เริ่มสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เปลวไฟสีฟ้าจางๆ ที่กะพริบวิบวับอยู่ใกล้ๆ กับปิรามิดสีขาวมันไม่มีอุณหภูมิ หรือว่าที่จริงแล้ว...มันเป็ดวงไฟิญญากัน?! ซุนเฟยใ เขารีบวิ่งเข้าไปใกล้ๆ ปิรามิดสีขาว และอาศัยแสงเรืองรางบนชุดเกราะของตัวเองสำรวจปิรามิดอย่างละเอียด ทันใดนั้นเขาก็พลันตื่นตะลึง มันเป็ปิรามิดสีขาวที่ไหนกัน ความจริงแล้วมันคือูเากองกระดูกต่างหาก ปิรามิดที่สูงกว่าเจ็ดร้อยแปดดร้อยเมตรมาจากโครงกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วนซ้อนทับกัน
ซุนเฟยรู้สึกว่ามีอากาศเย็นๆ ไหลผ่านสันหลังของเขา เหมือนมีนิ้วเย็นๆ ที่มองไม่เห็นกำลังลูบหลังเขาเบาๆ ซุนเฟยเริ่มขนลุกขึ้นมา ฉากน่ากลัวในหนังเื่ A Wicked Ghost ที่เคยดูในโลกเก่าก็พลันผุดขึ้นมาในหัว ูเากองกระดูกขนาดใหญ่แบบนี้ มันต้องมีคนตายมากแค่ไหนกันถึงจะสามารถก่อขึ้นมาเป็ปิรามิดได้ขนาดนี้? น่ากลัวว่าต่อให้สังหารคนเป็นับพันนับหมื่นคนก็อาจทำไม่ได้ถึงขนาดนี้
เมื่อเริ่มใจเย็นขึ้น ซุนเฟยก็เริ่มสังเกตรายละเอียดของมัน
ใครจะรู้ว่ายิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกผวา ซุนเฟยพบว่ากองกระดูกที่ซ้อนทับกันจนกลายเป็ูเามันแข็งมาก แม้แต่พลังของซุนเฟยตอนนี้ก็ยังไม่สามารถบดขยี้พวกมันได้ ราวกับว่ากองกระดูกพวกนี้ทำมาจากเหล็กกล้า ฐานของูเากองกระดูกเป็ระเบียบมาก เหมือนถูกใครบางคนเรียงซ้อนกันทีละชั้นด้วยมือ กระดูกที่ฝังอยู่ในูเากองกระดูก ถูกจัดเรียงจนกลายเป็สถาปัตยกรรมกับศิลปะที่มีความสวยงามและกลมกลืน
“หรือว่าที่จริงแล้วกองกระดูกพวกนี้สร้างขึ้นได้ไม่นาน? มันจะเป็ไปได้อย่างไรกัน ยังจะมีคนหรือสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่ที่นี่อีกหรือ?” เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมา ซุนเฟยก็พลันเหงื่อแตกพลั่ก ก่อนจะรีบเดินวนรอบูเากองกระดูกรอบหนึ่ง ทว่าเขาก็ไม่พบบันไดที่จะขึ้นไปบนปลายยอดได้เลย แม้แต่รอยแตกหรือเส้นทางขึ้นไปก็ไม่มี ซุนเฟยกัดฟันแน่น ก่อนจะอัญเชิญอีกาั์ออกมาแล้วสั่งให้มันบินขึ้นไปสำรวจบนยอดกองกระดูกสักรอบ จากนั้นก็มองผ่านดวงตาอีกา แต่ไม่ว่าจะบินวนกี่รอบเข้าก็ไม่เห็นร่องรอยของสิ่งมีชีวิตใดๆ ที่นี่เลย
“ถ้าจะสร้างูเากระดูกแบบนี้ อย่างน้อยๆ ก็้าแรงงานมากกว่าหมื่นคนขึ้นไป เป็ไปไม่ได้เลยที่จะไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ นี่มันแปลกเกินไปแล้ว...” ซุนเฟยตัดสินใจที่จะปีนขึ้นไปบนยอดของูเากองกระดูกนี้ด้วยตัวเอง เสียเวลาไปอีกชั่วโมงก็มาถึงยอดเขา แต่เขาก็ยังไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆ ที่นี่
ในระหว่างที่กำลังสังเกต เขาก็ได้ค้นพบสิ่งแปลกใหม่
ูเากองกระดูกแห่งนี้ไม่ได้สร้างจากกระดูกมนุษย์เสียทีเดียว ในระหว่างที่ซุนเฟย ‘ปีน’ ขึ้นมา เขาพบว่ามีกระดูกศีรษะที่มีขนาดใหญ่มากกว่าสามสี่เมตร เห็นได้ชัดว่าก่อนมันจะตายมันจะต้องเป็สิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่มาก แม้ว่าบนูเากองกระดูกจะไม่มีโครงกระดูกที่สมบูรณ์ แต่นอกจากโครงกระดูกั์พวกนี้แล้ว ซุนเฟยยังค้นพบอีกว่า มีโครงกระดูกบางชิ้นที่ไม่น่าจะใช่โครงสร้างร่างกายแบบมนุษย์ บางชิ้นก็ผอมเกินไป บางชิ้นก็ใหญ่เกินไป...แต่โครงกระดูกเหล่านี้ต่างมีจุดที่พิเศษเหมือนๆ กันก็คือ พวกมันแข็งแกร่งมาก ซุนเฟยมองไม่เห็นว่าจะมีกระดูกสักชิ้นที่ถูกแรงของเขาบีบจนแตก
มีเพียงอย่างเดียวที่สามารถอธิบายสำหรับปรากฏการณ์นี้ได้
เ้าของโครงกระดูกนี้ระดับพลังในตอนที่ยังมีชีวิตคงเหนือกว่ายอดฝีมือระดับดาวแน่ๆ มีเพียงยอดฝีมือระดับสูงเท่านั้นถึงจะทำให้โครงกระดูกของตัวเองแข็งยิ่งกว่าเหล็กกล้า หลังตายไปแล้ว แม้ว่าเืเนื้อจะสลายไปแต่โครงกระดูกก็ยังคงอยู่ได้นานเป็พันปี ไม่เหมือนคนธรรมดาที่พอผ่านไปหลายสิบปีโครงกระดูกก็จะผุกร่อนอย่างง่ายดาย
การคาดเดานี้ทำให้ซุนเฟยแทบไม่อยากจะเชื่อ
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ กองกระดูกที่ซ้อนขึ้นเป็ูเาทั้งหมดจะต้องเป็โครงกระดูกของเหล่ายอดฝีมือที่ทิ้งไว้แน่ๆ แต่คำถามคือ จะไปหายอดฝีมือกล้าแกร่งจำนวนมากขนาดนี้จากที่ไหนกัน? ถ้า้าสร้างูเากองกระดูกนี้ขึ้นมา อย่างน้อยที่สุดก็้าโครงกระดูกมากกว่าหนึ่งหมื่นชิ้นขึ้นไป...ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งจำนวนมากพากันมาตายกันที่นี่หรือ? มันจะเป็ไปได้อย่างไร ด้วยพลังของพวกเขา เกรงว่าคงจะบดขยี้ราชอาณาจักรเซนิทให้ราบเป็หน้ากลองได้อย่างง่ายดายแน่ๆ
นี่เป็สุสานของยอดฝีมือ!
ซุนเฟยดึงกระดูกที่มีรูปร่างแปลกๆ เหมือนดาบโค้งที่ยาวกว่าสองเมตรออกมาจากูเากองกระดูก เมื่อเขาลองเหวี่ยงกระดูกไปมาในอากาศก็พบว่ามีเสียงกรรโชกฉีกขาดในอากาศอย่างรุนแรง ซุนเฟยจึงะโลงมาแล้วใช้กระดูกในมือฟันไปที่เสาหินที่อยู่ไกลออกไป เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นพร้อมประกายไฟแลบออกมา ซุนเฟยลูบกระดูกในมือเบาๆ “เจ๋งโคตร กระดูกนี่เอาไปใช้แทนอาวุธได้เลยนะเนี่ย ถ้าทหารแซมบอร์ดทุกคนถือกระดูกนี้ไว้ในมือ ก็ไม่ต่างอะไรกับถืออาวุธวิเศษเลย!”
ทันใดนั้นซุนเฟยก็พบว่า มูลค่าของกระดูกเหล่านี้ไม่ใช่ถูกๆ!
--------------------
