เช้ามืดของวันรุ่งขึ้นเย่วซิงเข้าป่า สาวใช้ร่างใหญ่เดินทางเข้าในเมืองไปพร้อมรถม้าของจวนกัวเพื่อไปหาซื้อม้าเดินทางกลับหมู่บ้านต้าซาน
มีขบวนม้าเดินทางเข้าป่าจันทร์ดับเป็วันที่สองเริ่มมีชาวบ้านสนใจ เพราะว่าเห็นพวกเขาเข้าไปและกลับออกมาอย่างปลอดภัยปกติทุกอย่าง แถมวันนี้ก็ยังเดินทางเข้าไปอีก
“พวกเขาน่าจะไปหาผลไม้หรือสมุนไพรกันนะ เพราะเมื่อวานก็เห็นขนมาเต็มหลังม้าที่พวกเขานั่งอยู่เลย แสดงว่าป่าปลอดภัยแล้วหรือว่าพวกเราจะไปเสี่ยงดวงดูจะได้เก็บผลไม้มีพลังมาขาย”
“ใช่แล้วถ้าจำไม่ผิดขบวนมาที่เห็นน่าจะมาจากตระกูลกัว ได้ข่าวว่าตระกูลมีแต่คนป่วยกล้าออกไปเก็บผลไม้แบบนี้แสดงว่าที่นั่นปลอดภัย พวกเราก็ชวนกันหลายๆ คน เข้าไปในป่ากันเถอะอดอยากมาหลายเดือนแล้ว”
ชาวบ้านรวมตัวกันสิบกว่าคนเพื่อเข้าไปในป่า หาสมุนไพรและผลไม้มีพลังมาขายเพราะก่อนมีเื่ พวกเขาก็เป็ คนหาของป่าไปขาย จนมีข่าวเื่คนหายทางการจึงห้ามไม่ให้พวกเขาเข้าป่าไปหาของอีก
“เห็นไหมดูต้นผลไม้พวกนี้สิเหมือนถูกเก็บเมื่อวานนี้เลย พวกเรารีบตามเข้าไปข้างในเถอะ เดี๋ยวไม่ทันพวกเขามาก็ตั้งเยอะ” กลุ่มชาวบ้านพากันรีบเดินเข้าไปในป่าลึกเพราะมีร่องรอยของม้าและคนเข้าไปข้างใน
เย่วซิงตั้งใจฝึกฝนเรียนวิชา ทั้งที่ตื่นเช้ามาแทบจะลุกออกจากที่นอนไม่ได้เพราะเมื่อยล้าไปหมด แต่เพราะต้องรักษาคำพูดกับผีสาวเอาไว้ จึงต้องมาแม้ร่างกายจะเมื่อยล้าก็ตามที
“สาวน้อยเ้าเห็นผลไม้ลูกสีเหลืองทองต้นโน้นไหม ท่าทางเ้าเหนื่อยจากการฝึกเมื่อวาน ลองกินดูเ้าจะได้สดชื่น มีแรงกลับมาฝึกต่อ” เย่วซิงหันไปมองตาม พี่สาวชี้ไปก็เห็นต้นผลไม้ที่มีพลังลูกสีเหลืองทองจริงรีบวิ่งเข้าไปเก็บมากิน
“ผลไม้นี่น่าจะมีพลังที่สูงทีเดียวกินแล้วหายเหนื่อย ตอนนี้ต้นจองไว้ต้องเก็บไว้กินบ่อยๆ เสียแล้ว”
“พี่สาวรู้ได้ยังไงเ้าคะว่าผลไม้ต้นนี้กินแล้วจะรู้สึกสดชื่นหายเหนื่อย ในเมื่อท่านกินและผลไม้พวกนี้ไม่ได้”
“ข้าแค่รับรู้ถึงพลังที่ออกมาจากผลไม้ต่างหากละรสชาติไม่รู้หรอก แต่มันมีพลังเยอะกว่าต้นอื่นแถวนี้” เย่วซิงเลิกถามตั้งใจฝึกฝนเรียนต่อ วันนี้นางขนเครื่องนอนมาด้วยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางกลับไปกลับมา
“พี่สาวอาศัยอยู่ที่ตรงไหนหรือวันนี้ข้าขนเครื่องนอนมาด้วย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินเข้าออกป่า”
“ข้าก็อาศัยอยู่แถวนี้แหละไม่เป็หลักแหล่งหรอก เ้ามองหาถ้ำหรือว่าสร้างเป็กระโจมก็ได้” เย่วซิงมองไปยังต้นไม้ที่มีพลังนางจะไปทำกระโจมที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้
เย่วซิงฝึกฝนร่างกายให้พร้อม ก่อนจะเรียนกระบี่ทั้งวิ่งทั้งะโปีนป่ายต้นไม้ ใช้เวลาถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน มีเวลาให้พักให้ไม่กี่ชั่วโมง กลางคืนเย่วซิงจะพักเยอะก็ไม่ได้เพราะิญญาผีสาวคอยจี้ให้นางต้องฝึก
ทั้งออกกำลังกายและกินผลไม้มีพลัง ตัวที่ผอมบางอยู่แล้วเริ่มมีแขนขาที่ยาวขึ้น ะโกระโจนทะยานอยู่บนต้นไม้เหมือนลิง ก็ได้เวลาฝึกกระบี่ที่ไม่ได้ฟันซ้ายขวาแต่ฝึกให้มีท่วงท่าที่สวยงาม
“พี่สาวกระบี่เอาไว้ต่อสู้กับศัตรูไม่ใช่รึ ทำไมต้องร่ายรำให้อ่อนช้อยและเป็ไปตามขั้นตอนแบบนี้ ถ้าคู่ต่อสู้จับทางได้เราก็แย่ล่ะสิ”
“กระบี่มีหลายกระบวนท่า เ้าก็ดูคู่ต่อสู้และใช้ขบวนท่าที่เ้าคิดว่าสู้ได้ไม่เสียเปรียบดึงออกมาต่อสู้ ที่ให้ฝึกดูอ่อนช้อยเพื่อที่เ้าจะได้หลบลีกกระบี่คู่ต่อสู้ได้”
เย่วซิงฝึกกระบี่อยู่กลางป่าลึก ป่าด้านนอกเริ่มมีชาวบ้านและกลุ่มคนทั้งหลายพากันมาเก็บสมุนไพรและผลไม้มีพลังแต่ก็ยังไม่มีใครเข้ามายังส่วนลึกเพราะยังกลัวอยู่
“พี่สาวข้ากระบี่มาร่วมเดือนแล้ว และใช้กระบี่เป็แล้วพี่สาวยังต้องให้ข้าฝึกอะไรอีกหรือไม่ ข้าคิดถึงคนที่อยู่ที่บ้านแล้ว”
“อืม! นับว่าเ้ามีความตั้งใจฝึกฝนและเรียนได้รวดเร็ว ก้าวหน้าเป็ที่พอใจแต่ข้ายังทำใจไปปรโลกไม่ได้”
“ยังมีอะไรที่ติดค้างในใจท่านอีกถึงไปปรโลกไม่ได้ ถ้าท่านไม่ไปตอนนี้ก็รอยมทูตมาเจอ จะไม่โดนทำโทษหรือเ้าค่ะ”
“คือว่าข้า้าล้างแค้นผู้ชายหลายใจ ที่ทำให้ข้าต้องเสียชื่อเสียง ถอนหมั้นก่อนถึงงานแต่งไม่กี่วัน ข้ออ้างที่ได้คือเป็เพราะข้าเก่งเื่กระบี่แต่ไม่เก่งเื่งานบ้าน”
“อ้าว! ทำไมเขาถึงคิดแบบนั้นล่ะเ้าคะ พี่สาวก็ดูเป็ผู้หญิงงดงามผู้หนึ่งกระบี่ที่สอนก็ร่ายรำอย่างสวยงาม ไม่เก่งเื่งานบ้านก็มีข้าทาสบริวารไม่ใช่รึ”
“มันเป็ข้ออ้างของผู้ชายหลายใจต่างหากล่ะ ขอเขาถอนหมั้นจากข้าได้ไม่กี่วันก็แต่งงานแล้ว หลังจากแต่งงานไม่กี่เดือนภรรยาเขาก็คลอดลูก นางท้องได้สี่เดือนแล้วตอนที่แต่งงาน”
“พี่สาวอยู่จนนางคลอดลูกแล้วทำไมถึงมีความแค้นอีกล่ะเ้าคะ รู้ตอนที่ยังไม่แต่งถึงจะอับอายและเจ็บใจอยู่บ้างก็ยังดีกว่า รู้ตอนที่แต่งงานกับเขาไปแล้วนะเ้าคะพี่สาว”
“เื่มันน่าจะจบแค่ถอนหมั้นและข้าอับอายขายหน้า แต่ชายผู้นั้นกลับอยากได้ข้าไปเป็ภรรยารองของเขา เมื่อข้าไม่ยอมเขาใช้คนล้อมจับข้าใช้ยาปลูกกำหนัดกรอกปาก ข้าจึงเลือกที่จะตายโดยการะโหน้าผาเมื่อรู้ว่ายาใกล้จะออกฤทธิ์แล้ว”
“ช่างต่ำช้ายิ่งนักสมควรแล้วที่พี่สาวแค้น ท่านเป็ิญญาจะไปแก้แค้นพวกเขาได้ยังไงล่ะเ้าคะ”
“ตอนนี้ชายผู้นั้นยังมีชีวิตอยู่หรือเ้าคะ หรือว่าท่านสังหารเขาไปแล้ว”
“เขายังไม่ตายหรอกแต่ก็พิการไปตลอดชีวิต แต่ข้ายังจัดการคนที่ร่วมมือกับเขายังไม่หมด ต้องให้พวกเขาได้รับความทรมานให้สาสม”
“พี่สาวจับคนที่มีส่วนร่วมไปทั้งหมดหรือเ้าคะ แล้วคนที่ไม่มีส่วนร่วมล่ะพี่สาวก็จับไปด้วยใช่หรือไม่”
“คนพวกนั้นตามมาช่วย ข้าแค่กักขังพวกเขาไว้เท่านั้น รอถึงจันทร์ดับรอบหน้าพอข้าสังหารพวกนั้นแล้วก็จะปล่อยพวกเขาไป”
“ถ้าเป็แบบนั้นข้าคงช่วยพี่สาวไม่ได้ ข้าจะส่งิญญาไปปรโลก โดยที่ไม่ได้เป็ิญญาบาปหนาจนเกินไปแต่สำหรับพี่สาวแล้วต้องรอให้ยมทูตพาไปเ้าค่ะข้าไม่อยากยุ่ง”
“ทำไมล่ะเ้าไม่ส่งิญญาข้าไปพร้อมกับ ิญญาคนพวกนั้นไปปรโลกพร้อมกันเลยล่ะ”
“ไม่เ้าค่ะิญญาพี่สาวบาปเกินไป ท่านเป็ิญญาแล้วฆ่ามนุษย์ไปเยอะ ข้าไม่สามารถส่งท่านไปได้ แต่ถ้าเป็ตอนนี้ที่ท่านยังไม่ได้ฆ่าพวกเขา ข้าพอจะช่วยพี่สาวได้อยู่บ้าง”
“พี่สาวน่าจะรู้ว่าถ้าเป็ยมทูตมารับตัวท่านไป จะต้องลงโทษในฐานที่หลบหนีมานานตั้งหลายปี แต่ถ้าข้าส่งไปเท่ากับท่านสำนึกและไปที่ยมโลกด้วยตัวเอง ท่านตัดสินใจเอาก็แล้วกัน”
“แค่ท่านกักขังและทำร้ายร่างกายพวกเขาก็ทรมานยิ่งกว่าการตายเสียอีก และคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเื่ราวแค่ตามมาช่วยเท่านั้น อาจจะทำตามหน้าที่เสียด้วยซ้ำ ท่านกลับกักขังเขาไว้อีก แล้วครอบครัวของพวกเขาที่อยู่ข้างหลังล่ะ”
“เด็กน้อยเ้ารู้หรือว่าเป็ข้า ที่นำคนเข้าป่าจันทร์ดับทั้งหลายไปกักขังไว้ แต่เ้ายังใจเย็นร่ำเรียนวิชากับข้า ความจริงแล้วแค่เ้าท่องมนต์คาถาก็จัดการกับข้าได้แล้ว”
“พี่สาวข้า้าช่วยท่านและให้ไปอย่างสงบต่างหาก วิชาความรู้ที่ท่านสั่งสอนข้าไม่แน่ต่อไปภายภาคหน้าวิชานี้ข้าอาจนำไปช่วยผู้ที่อ่อนแอกว่า กุศลจะได้ส่งไปถึงิญญาของท่านในปรโลกยังไงล่ะ”
“เ้า… คิดเผื่อข้าไว้อย่างนั้นหรือ มีวิชาความรู้ที่เก่งแล้วเป็ยังไง ข้าเอาชีวิตไม่รอด เป็นักกระบี่แต่ต้องมาตาย อย่างอนาถอยู่หน้าผาเพราะคนชั่วพวกนั้น”
“พวกเขาทำให้ท่านต้องตกหน้าผาตายไปแล้ว ก็อย่าให้พวกเขาต้องให้ท่านต้องทุกข์ใจและตกนรกเลยนะเ้าค่ะ”
“ใช่สิตลอดหลายปีมานี้ข้ามีแต่ความแค้น การได้เห็นพวกมันทุกข์ทรมาน ทำให้ใจที่เ็ปของข้าค่อยดีขึ้นมา และเป็เ้าที่มาเรียนวิชากับข้าทำให้จิตใจของข้าสงบ ได้แต่ตั้งใจว่าจะสอนเ้าแบบไหนดีให้เ้าเก่งขึ้นและจดจำได้ง่าย”
“แล้วครอบครัวของพี่สาวล่ะ รู้เื่ราวที่ท่านเสียชีวิตจากการตกลงเหว เพื่อปกป้องความบริสุทธิ์และศักดิ์ศรี ของตัวเองไหม”
“ครอบครัวข้าไม่เหลือใครแล้ว และข้าก็ไม่มีพวกเขาอยู่ในใจ ที่เขาถอนหมั้นกับข้าแล้วไปแต่งงานใหม่ ก็คือลูกพี่ลูกน้องของข้าเอง ทั้งหมดเห็นว่าเหมาะสม แม้ข้าจะได้รับความอับอายขายหน้าก็ตาม ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพราะความสามารถของข้า ที่เป็มือกระบี่ส่งทรัพยากรและสมบัติเข้าตระกูลจำนวนมากมาย สุดท้ายแล้วเป็ยังไงพวกเขาไม่เคยเห็นค่าของข้าเลย”
“แบบนี้พี่สาวก็ตัดใจจากพวกเขาไปแล้วไม่มีห่วง ถ้าท่านตัดความแค้นออกไปได้ ไม่แน่ิญญาของท่านอาจไปอยู่ในภพภูมิที่ดีก็ได้เ้าค่ะ”
“เ้าคิดว่าอย่างนั้นหรือสาวน้อย ข้ายังมีหวังที่จะไม่ตกนรกหมกไหม้อีกรึ”
“ใช่แล้วเ้าค่ะเพราะตอนนี้ พี่สาวยังไม่ได้ฆ่าใคร แค่กักขังและทำร้ายร่างกายให้ทรมานเท่านั้น พี่สาวต้องรีบกลับใจอย่าไปทุกข์ทรมานกับพวกคนไม่ดีเ่าั้อีกเลยเ้าค่ะ”
“พี่สาวกักขังพวกเขาไว้ที่ไหน ข้าจะไปช่วยพวกเขาหลังจากที่ท่านไปยังปรโลกแล้ว”
“ถ้าิญญาข้าจากที่นี่ไปแล้วเ้าจะเห็นเส้นทางที่เดินลึกเข้าไปในป่า คนที่อยู่ในนั้นคนไหนที่ได้รับาเ็จนร่างกายพิการ คือคนพวกนั้นที่ร่วมมือกับชายชั่วล้อมจับตัวข้าที่เป็ผู้หญิงคนเดียว”
“ข้าจะช่วยพี่สาวเปิดโปงความชั่วของพวกมัน ที่ทำให้คนบริสุทธิ์เข้ามาตามหาพลอยได้รับความเดือดร้อนไปด้วยเพราะความชั่วของคนเ่าั้เองเ้าค่ะพี่สาว”
“พี่สาวมีชื่อตอนเป็มนุษย์ว่ากะไรเ้าค่ะ ข้าจะทวงความยุติธรรมให้แก่ท่าน”
“ข้ามีชื่อว่าซูเจียว แซ่นั้นเ้าไม่ต้องถามหาเพราะข้าไม่ปรารถนามีแซ่ รวมกับพวกเขาอีกไม่ว่าชาติภพใด”
“เ้าค่ะพี่สาวซูเจียว ถ้าท่านทำใจได้สงบแล้วก็บอกข้านะเ้าค่ะ ข้าจะได้ท่องมนต์คาถาส่งท่านไปยังปรโลก”
“ความจริงหลังจากได้คุยกับเ้าแล้วข้าก็รู้สึกสบายใจขึ้น และเข้าใจว่าตลอดเวลาที่ข้าทุกข์ทรมานใจนั้น พวกเขากำลังสนุกสนานใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข ทำไมข้าต้องเอาความทุกข์มาใส่ใจข้าไว้คนเดียวด้วย ข้าพร้อมแล้วล่ะเ้าส่งข้าไปได้เลย”
“ข้าขอให้ท่านเดินทางไปปรโลกและถูกตัดสินให้ไปในภพภูมิที่ดีนะเ้าคะ ข้าจะระลึกถึงความดีที่พี่สาวสั่งสอนวิชาตัวเบาและกระบี่ ข้าจะถือว่าพี่สาวคืออาจารย์ผู้หนึ่งของข้า”
พูดจบเย่วซิงคารวะิญญาผีสาว ก่อนที่จะเริ่มท่องมนต์คาถาส่งดวงิญญาไปยังปรโลก
“นกฮูกม้าเทา เดินทางเข้าไปข้างในกันเถอะเส้นทางถูกเปิดแล้วรีบไปช่วยเหลือผู้คนที่อยู่ด้านใน มองทางเข้าเห็นแล้วนี่สินะที่คนผู้เฒ่าผู้แก่เคยพูดไว้ ผีบังตา” เย่วซิงรีบมัดเครื่องนอนไปผูกไว้บนหลังม้า เพราะไม่แน่ใจว่าขาออกจะกลับมาทางเดิมหรือไม่
(ขอเริ่มติดเหรียญ ั้แ่ตอนที่14เป็ต้นไปนะคะ)
