หนังสัตว์อสูรสีทองดูแล้วเก่าแก่มาก ทั้งยังแฝงไปด้วยกลิ่นไอโบราณ ไม่รู้ว่ามันถูกเก็บอยู่ในหอคัมภีร์ยุทธ์มานานเท่าไรแล้ว
ทว่าหนังสัตว์อสูรนี้หายไปครึ่งหนึ่ง ไม่รู้ว่าใครเป็คนฉีกมันทิ้ง
เต้าหลิงกวาดสายตาไปยังคำแนะนำที่อยู่ในหนังสัตว์อสูรสีทอง สิ่งที่ถูกบันทึกเอาไว้เหมาะกับเขามาก ซึ่งวิชามหาอำนาจนี้จะเน้นเื่การฝึกกายเป็หลัก
ก่อนหน้านี้เขาเคยลองหาวิชามหาอำนาจประเภทนี้ ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่าจะโชคดีได้หาพบ วิชาสามทิศกายทองคำแบ่งออกเป็ กายทองแดง กายเงิน กายทอง สามระดับขั้น การฝึกฝนในแต่ละขั้นให้สำเร็จได้นั้นยากยิ่ง
อีกทั้งในแต่ละขั้นพลังจะต้องใช้สมุนไพริญญาที่เหมาะสม บวกกับเืสัตว์อสูรล้ำค่า จึงจะสามารถฝึกฝนขั้นที่หนึ่งได้
เมื่ออ่านมาถึง่สุดท้าย เต้าหลิงก็ขมวดคิ้วขึ้น เพราะส่วนกายทองคำที่อยู่ในหนังสัตว์อสูรสีทองได้ขาดหายไป อีกทั้งส่วนนั้นยังเป็ส่วนที่สำคัญมากเสียด้วย
“ให้ตายสิ ส่วนที่สำคัญที่สุดดันหายไปเสียได้ หรือว่าจะถูกคนฉีกไป ใครเป็คนทำกัน” เต้าหลิงขมวดคิ้ว ส่วนที่เป็หัวใจหลักได้ขาดหายไป ทว่าเขาก็ไม่ใช่ว่าจะหามันได้ง่ายๆ แต่ในใจก็ไม่อยากจะทิ้งวิชาสามทิศกายทองคำไป
เต้าหลิงเกาหัวพลางใช้แรงดึงหนังสัตว์อสูร ั์ตาของเขาฉายแววประหลาดใจขึ้น หนังสัตว์อสูรนี้สามารถรับแรงพลังได้มากขนาดนี้เชียวหรือ? จนถึงตอนนี้รูปร่างของมันก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
เต้าหลิงเริ่มออกแรงมากขึ้น ทว่าด้วยความเหนียวของมันทำให้ผู้คนถึงกับต้องขนหัวลุก ไม่รู้ว่าใครที่เป็คนฉีกมัน ทั้งยังฉีกส่วนที่สำคัญที่สุดไปเสียได้
“เป็หนังสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมาก หรือว่าจะเป็หนังสัตว์อสูรโบราณ?” มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากข้างหลัง ฝ่ามือของเขายื่นออกมาคว้าหนังสัตว์อสูรสีทองเอาไว้
เมื่อเห็นดังนั้น ใบหน้าของเต้าหลิงพลันหนักอึ้ง เขารีบเก็บหนังสัตว์อสูรสีทองลงไป สายตามองไปยังร่างเงาที่เดินเข้ามา
ชายหนุ่มผมสีทองคำ พลังทั่วร่างแข็งแกร่งมาก เส้นผมสีทองแต่ละเส้นเปล่งแสงใสดุจอัญมณี รูปร่างใหญ่โต สูงประมาณสองเมตรกว่าเห็นจะได้ ดูแล้วเหมือนกับก้อนหินขนาดั์
ดวงตาเร่าร้อนของเขาจ้องมองไปยังหนังสัตว์อสูรสีทอง เมื่อเห็นว่ามันหายไป สีหน้าของเขาก็พลันดูไม่ดีนัก ั์ตาประกายแสงเย็น เขามองไปที่เต้าหลิงพลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเ็า “เอาคืนมา”
เขายื่นฝ่ามือออกมาพลางกล่าวขู่ให้เต้าหลิงส่งหนังสัตว์อสูรสีทองมาเสีย ดูจากท่าทีของเขาแล้ว คงจะพูดด้วยวาจาไม่ได้
“น่าขำ หนังสัตว์อสูรสีทองนี้เป็ของเ้าอย่างนั้นหรือ ถึงได้บอกให้ข้าคืนมันให้กับเ้า” เต้าหลิงยักคิ้วพลางกล่าวเสียงเย็น
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของชายหนุ่มผมสีทองก็พลันขึงขังขึ้นทันที แสงโเี้พุ่งออกมาจากแววตา ก่อนที่เขาจะแค่นเสียงเย็นกล่าวออกมา “ข้าจะให้โอกาสเ้าแค่ครั้งเดียว เอาหนังสัตว์อสูรสีทองมาให้ข้าซะ ไม่เช่นนั้น เ้าได้เจอปัญหาใหญ่แน่”
กล่าวจบ ทั่วร่างของเขาก็ปลดปล่อยแสงสว่างสีทองออกมา แรงกดดันทำเอามวลอากาศทรุดตัวลง พลังโเี้เริ่มน่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆ
คำพูดโอหังที่กล่าวออกมาทำให้เต้าหลิงแสยะยิ้มเย็น “ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าข้าจะเจอปัญหาใหญ่อะไร”
“เ้ายั่วโทสะข้าอย่างนั้นหรือ ดูท่าข้าคงต้องสั่งสอนเ้าเสียแล้ว ฮึ” สีหน้าของชายหนุ่มขึงขังจนดำมืด เขาไม่พูดกล่าวอะไรก่อนลงมือในทันที หมายที่จะสั่งสอนเ้าเด็กใจกล้านี้เสีย
ั์ตาของเต้าหลิงประกายแสงเย็น ฝ่ามือกระชับหมัดแน่น เืลมพลันเดือดพล่าน แสงหมัดสีทองส่องแสงสว่างจ้า มีเสียงฟ้าร้องครืนๆ ดังขึ้น
สีหน้าของชายหนุ่มผมสีทองไม่แสดงอาการใดๆ ทว่าภายในใจรู้สึกประหลาดใจมาก หลังจากนั้นเขาก็แสยะยิ้มแล้วกล่าวออกมา “ไม่แปลกใจว่าเหตุใดถึงได้อวดดีนัก ที่แท้ก็มีพลังนี่เอง”
กล่าวจบ ฝีเท้าของเขาก็กระทืบกลางอากาศ ตัวทะยานออกไป ฝ่าเท้าสีทองปรากฏขึ้นเหนือหัวของเต้าหลิงราวกับเสาของเทพ พลังที่ดุดันป่าเถื่อนพุ่งตกลงสู่พื้น
พลังจากโจมตีของเขารุนแรงมาก เขา้าสร้างความอัปยศให้กับเต้าหลิง เพื่อทำให้อีกฝ่ายสยบอยู่ใต้ฝ่าเท้า
“ข้าว่าคนที่อวดดีคือเ้าเสียมากกว่า” เต้าหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า เ้านี่ชักจะโอหังมากเกินไปหน่อยแล้ว ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็ชิงลงมือเสียก่อน อีกทั้งในตอนนี้ภายในใจของเขารู้สึกไม่สบอารมณ์สักเท่าไร เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นภายในหัวใจ แรงหมัดเริ่มน่ากลัวมากยิ่งขึ้น
ลมเืภายในร่างเดือดพล่าน พลังงานที่อยู่ในร่างกายถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง แขนของเต้าหลิงเปล่งแสงหมอกสว่างจ้าดั่งแส้ทัณฑ์์ที่ฟาดขึ้นฟ้า แสง์เส้นหนึ่งะเิทะยานออกไป ทำเอาฝ่าเท้าสีทองแตกสลาย
“โอกาสสุดท้ายแท้ๆ แต่ยังไม่รู้จักรักษา ตายซะเถอะ” ชายหนุ่มผมสีทองแสยะยิ้ม ร่างของเขาทะยานออกไป ฝ่ามือทั้งสองโจมตีเข้าใส่เต้าหลิง รอบๆ ฝ่ามือมีไอร้อนปรากฏขึ้นมา
“ไสหัวไปซะ” ผมยาวของเต้าหลิงปลิวไสว ชายเสื้อกระพือขึ้น เสียงแหลมของปราณลมแผดร้องดังสนั่น ก่อนที่เขาจะพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
พลังมหาศาลทั้งสองปะทะเข้าด้วยกัน จนแปรเปลี่ยนกลายเป็พายุั ชั้นวางคัมภีร์ที่อยู่รอบๆ สั่นไหว ทว่าบนชั้นคัมภีร์นั้นมีเส้นอักขระปรากฏขึ้นมาเพื่อต่อต้านพลังนี้เอาไว้
“ฮึ ยังไม่ได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิติญญาหกชั้นฟ้า แต่กล้ามาประมือกับข้า หาที่ตายเสียจริงๆ” ชายหนุ่มผมสีทองกล่าวออกมาอย่างไม่แยแส พลังทั่วร่างของเขาน่ากลัว เสียงหวีดร้องปรากฏขึ้นกลางอากาศ ทั้งยังมีเปลวไฟลุกขึ้นเพราะแรงเสียดสี
ร่างกายของเขาน่ากลัวเหมือนกับสายน้ำบริสุทธิ์ที่ถูกเปิดออก เต้าหลิงรู้ว่าคนคนนี้อยู่ในขั้นสถิติญญาระดับสูง พลังของพวกเขาทั้งสองห่างชั้นกันมากโข
“บัดซบ ใครกล้ามาประมือกันที่นี่”
ท่ามกลางห้วงมิติสลัวๆ มีเสียงเย็นดังขึ้นมาพร้อมกับไอพลังที่น่าหวั่นเกรง ชายชราคนหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้วงมิติราวกับเทพ ให้ความรู้สึกที่น่าเกรงขามกับคนที่พบเห็น
เมื่อเห็นคนที่ปรากฏตัวขึ้นมา ชายหนุ่มผมสีทองก็พลันขมวดคิ้ว พลังทั่วร่างสลายไป ภายในใจครุ่นคิดขึ้นว่าผู้ดูแลหอคัมภีร์ยุทธ์จะมาถึงเร็วเกินไปแล้ว
“นั่น ผู้ดูแลที่แข็งแกร่ง” เต้าหลิงใจสั่น คนคนนี้ก็คือซุนหยวนหัว เขาคิดไม่ถึงเลยว่าชายชราจะน่ากลัวมากถึงขนาดนี้ เขาจะต้องฝึกฝนจนถึงระดับขั้นพลังน่ากลัวมากแล้วเป็แน่
“หากยังกล้าก่อเื่ที่นี่อีก ก็จะไม่มีสิทธิมาเหยียบที่หอคัมภีร์ยุทธ์อีกชั่วกัปชั่วกัลป์” ซุนหยวนหัวเอ่ย ก่อนที่ร่างของเขาจะค่อยๆ หายไปท่ามกลางห้วงมิติ
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของชายหนุ่มก็ดูไม่ดีเท่าไรนัก บทลงโทษนี้ร้ายแรงมากเกินไป หลังจากนั้น เขาก็ใช้สายตาเ็ามองไปที่เต้าหลิงพลางแผดเสียงกล่าวออกมาว่า “เ้าหนู ข้าขอแนะนำว่าให้เ้าเอาหนังสัตว์อสูรสีทองมาให้ข้าซะ ไม่เช่นนั้น เ้าได้เจอกับปัญหาใหญ่แน่ อย่าได้สงสัยในคำพูดของข้า หากเ้าไม่ฟังคำแนะนำที่ข้าบอก ข้าจะให้เ้าตายอย่างน่าอนาถ”
เต้าหลิงเหลือบตามองขึ้นไปมองชายหนุ่มผมสีทองพลางกลอกตาแล้วกล่าวออกมา “เ้าป่วยอย่างนั้นหรือ”
“เ้าว่าไงนะ?” ชายหนุ่มผมสีทองกล่าวเสียงหลง เขาคิดว่าตนฟังผิดไป
“หูตึงก็ช่างมันเถอะ ถือว่าข้าไม่ได้พูดอะไรก็แล้วกัน” เต้าหลิงส่ายหัว ฝีเท้าก้าวไปที่ปากทางเข้า
บรรยากาศพลันเย็นสงัด สีหน้าของชายหนุ่มผมสีทองเปลี่ยนเป็สีตับหมู หมัดของเขากำแน่นจนมีเสียงกรอบแกรบลั่นออกมา เขาโกรธมากจนควันแทบออกหู ร่างทั้งร่างสั่นเทา อดไม่ได้ที่อยากจะฉีกเนื้อเด็กหนุ่มคนนั้นเสีย
ทั่วใต้หล้ามีแต่คนที่เคารพนับถือเขา ทว่าเ้าเด็กนี่กลับกล้ามาทำให้เขาอับอาย
“ดี รอก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นข้าจะทำให้เ้าต้องคุกเข่าร้องขอชีวิต แล้วเ้าจะเสียดายกับคำพูดที่กล่าวออกมา” ชายหนุ่มผมสีทองมองตามหลังเด็กหนุ่มไป เต้าหลิงได้กลายมาเป็ศัตรูตัวฉกาจของเขาแล้ว เขาอดที่จะรอดูอีกฝ่ายคุกเข่าร้องขอชีวิตแทบไม่ไหว
ในตอนนั้น เต้าหลิงก็ได้เดินลงมาถึงที่ชั้นหนึ่ง เขานำหนังสัตว์อสูรสีทองออกมา วิชามหาอำนาจที่จะเอาออกไปจากหอคัมภีร์ยุทธ์ต้องลงบันทึกเอาไว้ทุกครั้ง
ซุนหยวนหัวมองไปที่หนังสัตว์อสูรสีทองแวบหนึ่งด้วยสายตานิ่งเฉย สีหน้าของเขาฉายแววประหลาดใจออกมาเล็กน้อยพลางกล่าวเรียบๆ “วิชามหาอำนาจนี้รุนแรงมาก ในขณะที่ฝึกฝนสามารถเกิดเื่เจ็บตัวได้ง่าย ข้าแนะนำว่าเ้าอย่าเพิ่งฝึกฝนมันเสียจะดีกว่า”
“ผู้าุโ ข้าอยากจะลองดู” เต้าหลิงกล่าว
“เช่นนั้น ก็แล้วแต่เ้า” ซุนหยวนหัวพยักหน้าพลางกล่าวออกมา “ทว่าหากเ้าฝึกฝนไม่สำเร็จ เ้าจะต้องนำของสิ่งนี้มาคืนในทันที อย่าได้อะไรเกินตัว”
ซุนหยวนหัวเข้าใจดี ก่อนหน้านี้ก็มีสัตว์อสูรโบราณจำนวนไม่น้อยที่สนใจวิชาสามทิศกายทองคำ ทว่าน่าเสียดายที่พวกเขาต่างล้มเหลวในการฝึกฝน เพราะวิชามหาอำนาจนี้รุนแรงมาก สามารถทำให้พลังต้นกำเนิดถูกทำลายได้ง่าย
อีกทั้งทิศที่สอง ซุนหยวนหัวไม่เคยเห็นใครฝึกได้สำเร็จเลยแม้แต่คนเดียว เห็นได้ชัดว่าวิชามหาอำนาจนี้น่ากลัวมากแค่ไหน
เต้าหลิงเกาหัว พลางครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วถามออกมาอย่างอดไม่ได้ “ผู้าุโทราบหรือไม่ว่ากายทองทิศที่สามนั้นหายไปได้อย่างไร?”
วิชาสามทิศกายทองคำ ถึงแม้ว่าจะหายไปแค่ขั้นเดียว แต่นั่นถือว่าเป็ส่วนที่สำคัญมากที่สุดในวิชา
ได้ยินดังนั้น ซุนหยวนหัวนิ่งไป ก่อนกล่าวออกมา “เื่มันเกิดขึ้นมานานมากแล้ว ข้าเองก็ลืมไปแล้ว ทว่าก่อนหน้านี้วิชาสามทิศกายทองคำนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังมาก ถึงแม้ว่าส่วนสุดท้ายจะหายไป แต่การที่เ้าจะฝึกฝนสองขั้นแรกได้นั้นก็ไม่ใช่เื่ง่าย”
“หวังว่าจะหาเจอ” เต้าหลิงถอนหายใจออกมาในใจ เขาลุกยืนขึ้นพลางเดินจากไป แล้วมุ่งหน้าไปที่คลังสมบัติเพื่อหาของเหลวกายทองแดงมาฝึกฝนทิศที่หนึ่ง
เมื่อมาถึงที่คลังสมบัติ เฉินลี่ก็เดินเข้ามาต้อนรับเขาอย่างคึกคัก ไม่นานนักเขาก็ได้ของตามที่้า ทว่าราคานั้นทำเอาเต้าหลิงเ็ปหัวใจมาก เงินหนึ่งล้านเหรียญทองที่ได้มาจากหวังจวิ้นอี้ ได้สลายไปเป็ธาตุอากาศในพริบตา
“จะต้องคิดวิธีหาเหรียญทองแล้ว จะเป็เช่นนี้ต่อไปไม่ได้” เต้าหลิงถอนหายใจอย่างระอา เขามุ่งหน้าไปที่ห้องหลอมโอสถอีกครั้งเพื่อเตรียมตัวหลอมของเหลวกายทองแดง
เพียงแค่หลอมออกมาเป็โอสถเหลว เป็วิธีการที่ง่ายกว่าการหลอมโอสถเป็ไหนๆ อีกทั้งคุณภาพของของเหลวกายทองแดงก็ไม่ได้สูงมาก แค่ว่าต้องใช้จำนวนค่อนข้างมากเท่านั้น
เตาโอสถถูกวางเอาไว้บนปล่องไฟ เพลิงโอสถแก้วพุ่งออกมากระตุ้นเปลวเพลิงปฐี ก่อนที่คลื่นพลังความร้อนจะถูกปลดปล่อยออก
เต้าหลิงโยนวัตถุดิบทั้งหมดลงในเตาหลอมโอสถ จากนั้นเขาก็เริ่มทำของเหลวกายทองแดง
