“โซ่ทั้งสี่เส้นถูกลงอักขระไว้อย่างนั้นหรือ ข้าไม่มีความรู้เื่นี้เลย จะทำยังไงดีถึงจะช่วยเ้า ให้หลุดพ้นจากโซ่ตรวน ทั้งสี่เส้นนี้ได้ล่ะ”
“ข้ายังพอทนได้ ตอนนี้ไม่มีเหล็กแหลมคอยมาทิ่มแทง หน้าอกข้าแล้ว”
เฟยหย่าเดินไปดูโซ่ ที่ใหญ่พอกับขาของนาง “โซ่เส้นใหญ่พวกนี้ ถ้าข้าเอาไปขายให้ร้านผลิตอาวุธ คงจะได้ตำลึงเยอะแน่ๆเป็เหล็กเนื้อดี แถมยาวขนาดนี้”
“เดี๋ยวนะ?เ้าบอกว่าโซ่พวกนี้ถูกลงอักขระ มันก็ต้องมีวิธีแก้อยู่แถวนี้สิ ข้าเคยอ่านเจอในตำรา ที่ไหนกันนะนึกไม่ออก เื่อักขระหรือค่ายกล จะมีสิ่งที่สามารถปลดค่ายกลหรืออักขระได้”
เฟยหย่า วิ่งขยับสิ่งของที่อยู่ภายในถ้ำ เผื่อบางทีมันจะสามารถปลดล็อกโซ่ได้ “ััสิ่งของทุกอย่างแล้ว ไม่มีอันไหนที่จะสามารถปลดล็อกโซ่ได้เลย”
“เด็กน้อยเ้าลองมองหา สิ่งของที่ไม่เหมือนกันอย่างก้อนหิน ที่ซ่อนไว้ตามซอกหินก้อนใหญ่ เ้าดูหมดหรือยัง”
“ก้อนหินอย่างนั้นหรือ ในอุโมงค์นี้ก็มีแต่ก้อนหิน แค่ให้มันขยับที่ใช่ไหม”เฟยหย่า เอากระบี่ที่ฝึกซ้อมออกมาจากมิติ ฝึกร่ายรำกระบี่ เท้าของนางเคลื่อนที่ขยับไปมา วิ่งไปตามในถ้ำ นางหวังว่ามันจะเจอสักก้อนหนึ่งที่ใช่!
“ข้าเริ่มเหนื่อยแล้ว ทางเดินเข้าออกถ้ำอยู่ตรงไหน ข้าจะไปเริ่มจากตรงนั้นก็ได้!”
“ข้าไม่รู้ว่าทางเข้าอยู่ที่ไหน ตอนที่ข้าถูกจับตัวมาข้าหมดสติไม่รู้สึกตัว แต่ทุกครั้งที่พวกเขาเดินเข้ามา เดินมาจากหัวมุมนั้น เ้าดูตรงหัวมุมนั้น ใช่แล้ว! ก่อนเกิดการสู้รบ มีเซียนกลุ่มหนึ่ง เหมือนจะขนของมีค่ามาซ่อนไว้ตรงผนังนั้น”
“เ้าลองก้าวเดินให้ข้าดูหนึ่งก้าว”เฟยหย่าลุกก้าวเดินให้ดู
“ถ้าก้าวเดินของเ้ากว้างแค่นี้ ให้นับจากที่เ้ายืนอยู่ตรงนี้ ก้าวไปข้างหน้าน่าจะแปดสิบก้าวเดินของเ้า แล้วหยุดอยู่ตรงผนัง ลองหาอะไรเจาะทุบตรงนั้นดู เผื่อจะมีหนังสือตำรา ที่เ้าจะเอามาปลดล็อกโซ่ตรวนนี้ได้”
เด็กหญิงก้าวเดินนับไป แปดสิบก้าวเดินตามคำบอกของอสูรกวาง “แปดสิบก้าวถึงตรงนี้ ข้าจะเจาะตรงข้างผนังนี้”
“แก๊ก…แก๊ก…แก๊ก…!”
เสียงที่ขุดหินกระแทกกับก้อนหินในถ้ำ เกิดเสียงดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงถ้ำ ที่มองเห็นเพียงเลือนราง มีเศษหินร่วงกราวลงมาบนพื้น
‘ตรงนี้ไม่เจอ อาจจะมีคลาดเคลื่อนการนับก้าวเดิน ต้องขยับเดินหน้าและถอยหลังอีกสักหน่อย’
“ฉึก!ฉึก! ดรีด…!”
“ข้าเจอแล้วตรงนี้เป็โพรง”เฟยหย่ารีบคลานเข้า ไปในโพรงที่ไม่ได้กว้างนัก
“โอ๊ะ!ข้างในมีสมบัติ ตำราหนังสือ พวกเซียนไม่มีมิติเก็บสิ่งของกันหรือยังไง ทำไมถึง! หรือว่ามันมีเยอะจนเต็ม ถึงได้เก็บมาซ่อนไว้ที่นี่”
“พวกที่ขนมาซ่อนไม่ได้เป็เซียนระดับสูง พวกเขาไม่น่าจะมีมิติส่วนตัว เลยเก็บมาซ่อนไว้ที่นี่ เ้ารีบเปิดอ่านดูตำราอักขระและค่ายกล มีไหม?”
‘ถึงจะมีคนซ่อน แต่ข้าเจอ! ขุดลงมาก็ยากลำบาก อยู่ในนี้ก็ไม่มีใครได้ใช้ ข้าขอยืมไปทำทุนหน่อยก็แล้วกัน’เฟยหย่ากวาดสมบัติเข้าไปเก็บไว้ในแหวนมิติ เหลือไว้เพียงตำราเพื่อที่จะเปิดอ่าน
ตำรามีห้าเล่ม เก็บสี่เล่มเข้าในมิติ นางนั่งอ่านจนหมดเวลาไปหนึ่งชั่วยาม สร้างลูกแก้วไฟไปสามลูก กว่าจะอ่านจบตำราเกี่ยวกับอักขระ
“เ้ากวางข้าต้องใช้เวลาสักหน่อย ในการศึกษามันไม่ได้ง่ายเหมือนใช้กำลัง ไหนจะอักษรที่ไม่คุ้นเคย เ้าหิวก็บอกข้าได้ น้ำขนมผลไม้ยังมีเหลือ ข้าจะนั่งศึกษาอยู่ที่นี่แหละ เพราะตรงนี้มีพลังเยอะกว่าข้างบน”
“ข้าเพิ่งกินเข้าไปจะหิวได้ยังไง เ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้า ไม่ได้กินอะไรมากี่พันปีแล้ว เ้าตั้งใจศึกษาเถอะ แค่นี้ก็ดีสำหรับข้าแล้ว ร่างกายไม่ต้องเ็ปทุกข์ทรมาน ถูกล่ามโซ่แค่นี้! มันเทียบไม่ได้กลับตอนที่ร่างกายต้องเ็ป เพราะโดนเหล็กแหลมทิ่มแทง”
เฟยหย่าหาที่ เอาผ้ามาปูนั่ง เหมือนนึกอะไรออก วิ่งกลับไปที่ซ่อนสร้างสมบัติ
‘ข้าลืมไปได้ยังไงว่าตรงนี้มีแสง ถึงได้มองเห็นสมบัติที่อยู่ด้านใน ที่แท้ก็มีไข่มุกนี่เอง แค่นี้ข้าก็อ่านตำราโดยที่ไม่ต้องห่วง หรือเสียสมาธิมาสร้างลูกไฟแล้ว’
เฟยหย่านั่งอ่าน ทำความเข้าใจอีกครั้งหนึ่ง และลองทำตามเป็บางครั้ง เด็กหญิงอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวนั่งเดี๋ยวลุกทดลองอยู่แบบนั้น หิวก็กินจนเวลาผ่านไปหลายวันไม่รู้สึกตัว ด้วยพลังที่เข้มข้นนางไม่นอนพักผ่อนเลย
“ข้าพอจะเข้าใจบ้างแล้ว แต่ตอนนี้ข้าอยากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และเข้าห้องน้ำ ข้าขอขึ้นไปข้างบน ตอนกลับลงมา น่าจะใช้อักขระได้แล้ว เ้ารอข้าก่อนนะ แล้วข้าจะรีบกลับมา”
เฟยหย่า ทะยานตนขึ้นมาจากอุโมงค์ ‘โอ๊ะ!ไม่เจอแสงตั้งหลายวัน สว่างจ้าจนแสบตา ไม่คิดว่าวิชาตัวเบา ที่ได้โอสถเพิ่มพลัง และพลังปราณที่เข้มข้นจากด้านล่าง ทำให้ลอยตัวขึ้นมาจากอุโมงค์ได้’
เด็กหญิงวิ่งเข้าบ้านอย่างดีใจ ที่ตัวเองมีความสามารถ ลอยตัวอยู่ในอากาศได้นาน และสามารถพุ่งตัวขึ้นมาได้
‘พอได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าคอยรู้สึกสดชื่นขึ้นมาหน่อย เอ๊ะ!แต่ดูเหมือนผิวจะขาวขึ้น รอยแผลที่เกิดจากตุ่มพุพองไม่มีให้เห็นแล้ว ถ้ามีเวลาจะกินโอสถอีกเม็ดหนึ่ง เปลี่ยนิัแต่กลัวจะเ็ปอีก’
‘โอสถรักษาาแและรอยแผลเป็ ทำให้ง่วงนอน โอสถเปลี่ยนไขกระดูกเ็ปจนสลบ โอสถเปลี่ยนเส้นเอ็นก็เ็ปไม่แพ้กัน เหลือโอสถเปลี่ยนิั มันอาจจะไม่เจ็บเพราะมันอยู่ข้างนอก’
‘เอาไว้กลับมาจากช่วยเ้ากวางได้ก่อน ค่อยว่ากัน เอาตำรามาทบทวนอีกรอบหนึ่งดีกว่า’อีกรอบหนึ่งที่ว่าก็คือผ่านไปราวสองชั่วยาม
‘อ่านอักขระอย่างเดียวดูเหมือนจะขาดอะไรไป มันต้องอ่านคู่กับค่ายกลหรือไม่'นางเอาหนังสือค่ายกลออกมานั่งอ่าน รู้สึกตัวอีกทีก็สิ้นแสงพระอาทิตย์แล้ว
'อ้าว!มืดแล้วหรือ แค่ตั้งใจอ่านตำรา มันต้องใช้เวลาสักพักหนึ่ง เพื่อให้เข้าใจ กลับไปด้านล่างดีกว่า พลังที่นั่นเข้มข้น จะได้รับพลังไปในตัวด้วย’
เฟยหย่ายืนอยู่ปากหลุม ‘แปลก! ทำไมพลังที่เข้มข้นอยู่ด้านล่าง ถึงไม่ขึ้นมาอยู่้าล่ะ แต่ถ้าพลังขึ้นมาได้มันก็ต้องขึ้นมาั้แ่สิบปีที่แล้ว ตอนที่สร้างบ้าน หรือเป็เพราะอยู่กันคนละพื้นที่’
“ข้ากลับมาแล้ว! ขออ่านและศึกษาค่ายกลก่อน อักขระอย่างเดียวข้ายังไม่เข้าใจถึงวิธีสร้าง ข้าต้องเรียนรู้วิธีสร้าง ถึงจะแก้ไข และมองอักขระหรือค่ายกลที่พวกเขาสร้างขึ้นมา”
“เ้ากินขนมอีกสักหน่อยเถอะ ข้าไม่รู้ว่าเ้ากินอะไรเป็อาหาร เลยไม่ได้นำมาให้ ไว้คราวหน้าก็แล้วกัน”เด็กหญิงนำขนมและน้ำ ไปป้อนใส่ปากให้กับครึ่งคนครึ่งสัตว์อสูร
ตำราทั้งสองเล่มวางอยู่ด้านหน้า เฟยหย่าใช้วิธีอ่าน สลับกับโคจรพลังและลุกขึ้นมา ทดลองวางค่ายกลแบบเล็ก บ้างเป็ระยะ
ทุกสามวันต้องขึ้นมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เดินไปตลาดซื้อของกินอาหารแห้งขนม และซื้อเสื้อผ้ามาเปลี่ยนเพราะนางรู้สึกว่าตัวเองสูงขึ้น
‘ขนาดคิดว่าตัวเองความจำดีแล้ว ตำราพวกนี้ก็ยากยิ่งนัก ถ้ามีอาจารย์คอยชี้แนะได้คงจะดีกว่านี้’
ทุกครั้งที่เหนื่อยกับการอ่านตำรา นางก็จะมองไปตรงร่างสีเทาที่ยังยืนอยู่ โดยถูกพันธนาการจากโซ่ตรวน ขยับไปไหนไม่ได้ เป็แรงให้นางฮึดสู้ไม่ย่อท้อ
จนเวลาผ่านไปร่วมสองเดือน ที่นางกินนอนในถ้ำ สลับกับขึ้นไป้า นางจับเนื้อหาของค่ายกล และทดลองสร้างแบบเล็กหลายครั้ง จนรู้โครงสร้างของค่ายกล ประกอบด้วยสิ่งใดบ้าง
‘ค่ายกลแปดทิศ สลับตำแหน่งเพื่อให้ผู้คนสับสนไม่รู้ทิศทาง ค่ายกลห้าธาตุ ดิน น้ำ ไฟ ไม้ ทอง ค่ายกลป้องกันการโจมตีและกักขัง ก็ฝึกมาหมดแล้ว โดยเฉพาะค่ายกลกักขัง ทำไมถึงหาทางออกไม่เจอกันนะ’
‘หรือว่าต้องใช้ควบคู่กับอักขระ ที่ส่วนมากจะจารึกไว้บนศิลา ด้วยพลังปราณขั้นสูง ใช่แล้ว!ข้าต้องมองหาตามผนังถ้ำไม่ใช่ก้อนหิน’
“เ้ากวางเ้ามีพลังถึงขั้นแปด ช่วยข้ามองหา อักขระที่จารึกไว้บนแผ่นหิน มันต้องถูกใช้ควบคู่กับค่ายกล ป้องกันการโจมตีอย่างแน่นอน”
เสียงตื่นเต้นของเฟยหย่าดังขึ้น ทำให้ร่างสีเทามีความหวังขึ้นมา มันรีบรวบรวมพลังและมองหา แผ่นหินที่คิดว่าจะมีอักขระจารึกไว้
“เด็กน้อยตรงนั้น! ข้าเห็นมีแสงสะท้อนออกมาจากหิน ้าเหนือผนังที่เ้าขุดเอาตำราออกมา เ้าดูให้ดี”เสียงของร่างสีเทา ที่แฝงไปด้วยความตื่นเต้นดังขึ้นมา
เฟยหย่ารีบวิ่งไปยังผนังถ้ำ ที่นางขุดเอาสมบัติออกมา “ใช่แล้ว้า เหมือนจะมีอักษรโบราณประทับไว้”
‘ถ้าอักขระถูกจารึกไว้ตรงนี้ แล้วค่ายกลป้องกันการโจมตี และกักขังวางไว้ที่ใดเล่า’เฟยหย่ายืนดู ทิศทางที่ค่ายกลกักขังจะถูกวางไว้ นางยืนหมุนตัวไปรอบทุกทิศทางอยู่ใต้ แผ่นอักขระ
เมื่อหาไม่เจอ นางมองย้อนเข้าไปหากวางที่ถูกกักขัง ‘ถ้าเป็เรา้าใช้ฆ่าคน ป้องกันการโจมตี เพื่อกักขังศัตรูที่มีพลัง มันอาจจะหลุดออกมาโจมตีเราได้ เราจะวางตาค่ายกลไว้ตรงไหนกันนะ’
‘อย่างแรกเราจะไม่ให้ศัตรูเห็น ว่าเราวางตาค่ายกลไว้ตรงไหน แม้ตอนที่วางค่ายกล ศัตรูจะไม่รู้สึกตัวและมองไม่เห็น ต้องหาที่ลับตาและปลอดภัย’
‘พี่ลับตาของศัตรู ถ้าอยู่ไกลจากค่ายกล มันจะทำงานได้ไม่เต็มที่ มีอยู่ที่เดียวคือ!’เด็กหญิงรีบวิ่งเข้าไปหาร่างสีเทา ที่ยืนติดอยู่กับผนังถ้ำด้านในสุด
“ข้า…! ขอเข้าไปดูด้านหลังของเ้าหน่อย พวกเขาต้องวางตาค่ายกลกักขัง ไว้ด้านหลังของเ้าแน่ เพราะเป็ที่เดียวที่เ้าจะมองไม่เห็น!”
ระยะที่ร่างสีเทายืนอยู่ ห่างจากผนังไปหนึ่งก้าวเดินของนาง เด็กหญิงสอดส่ายสายตามองหา สิ่งที่คิดว่าจะเป็ตาของค่ายกล
‘ทั้งหมดนี้เหมือนกันหมดปกติ มีแค่ข้างผนังที่มีหินก้อนเล็กยื่นออกมา ถ้ามันเป็ตาค่ายกล กดลงไปจะเกิดอะไรขึ้น โซ่ตรวนจะถูกปลดล็อกไหม’
เฟยหย่ายื่นมือไปัั ก้อนหินสีขาวที่ยื่นออกจากผนังอุโมงค์อย่างช้าๆ ก่อนที่จะกดลงไป
“ครืน!ครืดคราด!คลิก!”
“ข้าทำสำเร็จแล้ว! โซ่ตรวนหลุดออกแล้ว!”นางร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“แต่…! เอ๊ะ?ทำไมถึงหลุดออกแค่ส่วนมือล่ะ มีค่ายกลอีกหนึ่งที่อย่างนั้นหรือ”
ร่างสีเทาที่ถูกมัดตรึงมาตลอด สามพันปี! ทรุดฮวบลงกับพื้น เมื่อไม่มีโซ่พันธนาการเอาไว้
“เ้ารอก่อน! ข้าต้องหาค่ายกลอีกที่หนึ่ง เพื่อปลดล็อกโซ่ที่เท้าของเ้า”
“เ้าค่อยๆมองหา ข้าไม่ได้นั่งหรือนอนมานานแล้ว ขอนอนสักพักก่อน”ร่างสีเทานอนแผ่หลาลงกับพื้นหิน โชคดีที่มันเป็อสูรระดับแปด ที่ไม่กินหรือขับถ่ายก็ได้ แต่ให้ยืนนานแบบนี้มันทรมานยิ่งนัก
เฟยหย่าเดินหาจนเมื่อย จึงต้องมานั่งพักอยู่ข้างร่างสีเทา นางคิดว่าจะนั่งไปสักพักหนึ่ง แต่ใครจะรู้ว่านางจะอ่อนล้าถึงขนาดนั่งหลับพิงผนังถ้ำ
“ไม่นะ! ศิษย์น้องเ้าทำไมถึงโง่แบบนี้ เตาหลอมะเิแบบนี้ เ้ามาขวางได้ยังไงกัน เด็กโง่เอ๊ย! ข้าสัญญาว่าจะตามหาเ้าให้เจอศิษย์น้อง ข้าจะตามหาเ้าให้เจอ!”
