ด้วยเื่ประหลาดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ถึงกลุ่มมือปราบจะพยายามพาตัวของนักโทษขึ้นรถม้าเอาผ้าคลุมโปงไปอย่างลับๆ และเดินทางไปที่วังหลวงให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่การกระทำอันวิปลาสกลางเมืองหลวงที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนแบบนี้ ก็กลายมาเป็หัวข้อใหญ่ดังะเิในกลุ่มสนทนาของผู้คนในทันที
ไม่ว่าจะเป็โรงเตี๊ยม โรงน้ำชา หรือแม้แต่ซ่อง ต่างก็พากันพูดคุยเื่นี้ออกมาอย่างสนุกปาก อยากจะรู้ว่าคนใจกล้าบ้าบิ่นพวกนี้เป็ลูกหลานจากตระกูลไหน เผื่อจะได้ยืนไว้อาลัยแก่ผู้หาญกล้าสร้างตำนาน ไว้เป็สี่เื่เล่าสุดคลาสสิคเช่นเดียวกับเื่ความยิ่งใหญ่ของท่านโหวที่เอาไว้ขู่เด็ก ให้เมืองหลวงได้ครึกครื้นสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เวลาผู้คนพบปะที่ด้านนอกแล้วยกเื่นี้ขึ้นมาพูดอีกครั้งได้หากไม่มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจอะไรให้พูดคุย
ทำเอาใบหน้าของจักรพรรดิอู่เิหลี่ที่นั่งฟังมืดมนสุดๆ แม้แต่เสนาบดีจางและคนอื่นๆ ก็ยังละอายใจ ไม่กล้าแม้แต่เงยหน้าสู้ใครกับสิ่งที่หลานชายของพวกเขาทำ
“พูดมา!!! เหตุใดพวกเ้าจึงไปแก้ผ้าที่หน้าเมืองหลวง”
“...”
“พูดมา!!! เหตุใดพวกเ้าจึงไปแก้ผ้าที่หน้าเมืองหลวง”
“จงบอกข้าตรงๆ ห้ามปิดบัง มิเช่นนั้นหากสืบพบความจริงในภายหลัง ข้าจะโบยแล้วจับพวกเ้าโยนเข้าคุกมืด”
ความโกรธของจักรพรรดิหาใช่เื่ล้อเล่น แม้แต่ขุนนางที่ไม่ได้เกี่ยวกับเื่นี้ก็ยังพากันกลัวจนหัวหด หากเผลอไปสะกิดโดยไม่ดูเวลา ดาบมรณะอาจจะบั่นคอพวกเขาจนขาดได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้น คนทั้งสามจึงได้แต่ต้องบอกความจริง ว่าทำไมพวกเขาถึงตกอยู่ในสภาพสุดแสนจะอัปยศเช่นนั้น
อะไร!!!..
พวกเ้าจะไปวางเพลิงที่จวนสกุลจิ้ง? …
พวกเ้าบ้าไปแล้ว!!!
“…”
เพียงแค่คนทั้งสามเปิดปากพูดสารภาพออกมา ทั้งองค์จักรพรรดิและเสนาบดีคนอื่นๆ ต่างก็อ้าปากค้าง เพราะผู้ใดในแผ่นดินต้าชวีต่างก็รู้ ว่าการวางเพลิงนั้นก็นับว่าเป็อาชญากรรมที่ร้ายแรงเป็อย่างมาก
ไม่ใช่ฐานแค่ทำลายทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการฆาตกรรมที่อาจจะหมายเอาชีวิตของใครบางคน ด้วยเหตุนี้ เมืองหลวงในตอนกลางคืนจึงมีกฏห้ามคนทั่วไปเดินไปไหนมาไหน และมีคนเคาะยามเดินสำรวจทุกหนึ่งชั่วยามระวังฟืนไฟอยู่ตลอด
“พวกเ้าเผาจวนสกุลจิ้งสำเร็จหรือไม่?” จักรพรรดิอู่เิหลี่ก็ถามออกมาอย่างตื่นตระหนก เพราะหากคนเหล่านี้ทำสำเร็จ แม้แต่จักรพรรดิเช่นเขาก็มิอาจช่วยให้คนเหล่านี้ให้รอดพ้นจากกฎหมายของแผ่นดินได้
“มะ..ไม่พ่ะย่ะค่ะ ในขณะที่พวกกระหม่อมเทน้ำมันและกำลังจะจุดเชื้อเพลิง อยู่ๆ ภาพทุกอย่างก็ตัดไม่มีใครจำเื่ต่อจากนั้นได้ แต่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นอีกทีก็พบว่าเป็เช้าวันใหม่ ถูกมัดที่ไว้กลางแจ้งหน้าเมือง…ละ..หลวง” จางฉิพูดออกมาด้วยเสียงสั่นๆ
“ผู้ใดเป็คนคิดแผนการนี้?” จักรพรรดิอู่เิหลี่เอ่ยถามอีกครั้ง แต่ก็มีเพียงเสียงตะกุกตะกักของจางฉิเท่านั้นที่ไม่กล้าที่จะเอ่ยออกมา เพราะหากพูดออกไป พวกเขาก็คงไม่มีที่พึ่งในอนาคตอย่างแน่นอน
“ไอ้ลูกหมู!!! จงพูดออกมาซะ มิเช่นนั้นข้าจะลงโทษเ้าอย่างหนัก” จักรพรรดิอู่เิหลี่ที่โกรธอยู่แล้ว เขาก็ยิ่งโมโหมากขึ้นเข้าไปอีก เมื่อเห็นว่าเด็กคนนี้มีความกล้าที่จะฝ่าฝืนคำสั่งของเขา จนแทบจะลุกจากบัลลังก์เพื่อวิ่งลงไปะโถีบ
“บะ..บอกแล้วพ่ะย่ะค่ะฝ่าา เป็องค์รัชทายาท เป็องค์รัชทายาทที่….สั่งให้ทำ”
เวรเอ๊ย!!!
“...!!!”
ทันทีที่ความจริงถูกเปิดโปงกลาง แล้วพบว่าเื่นี้มันเกี่ยวข้องกับรัชทายาท มันก็ทำให้เื่ที่คิดว่าจัดการยากอยู่แล้วยิ่งแก้ไขยากมากขึ้นกว่าเก่า คดีนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับใบหน้าของเชื้อพระวงศ์ รวมถึงตระกูลของเสนาบดีใหญ่หลายคนที่ทำหน้าที่อยู่ในราชสำนักของแผ่นดิน หากจัดการไม่ดีมันจะกลายเป็เื่พิพาษที่ยากจะจบ
“หืม..สำหรับองครักษ์ที่เกี่ยวข้อง ปลดพวกเขาออกจากหน้าที่แล้วโบยหนัก 20ไม้ จากนั้นก็เนรเทศออกจากเมืองหลวง ส่วนจางฉิ โกซิง แล้วก็ฟางยี่ข้าจะให้กรมทหารลงโทษ”
มันไม่มีทางอื่นให้เลือกมากนัก ดังนั้นจักรพรรดิอู่เิหลี่จึงได้แต่ต้องสร้างสันติเปื้อนโคลน
แต่แทนที่เื่นี้จะจบด้วยดี ก็ดันมีมารผจญอย่างลาเฒ่าที่ดื้อรั้นตัดสินใจก้าวขาออกมาเพื่อกราบทูล
“ฝ่าา กระหม่อมเสนาบดีซ้ายเหว่ยเจิ้ง ขอทักทูลคำตัดสินพ่ะย่ะค่ะ”
อู่เิหลี่คือผู้ใด เขาคือจักรพรรดิผู้ชาญฉลาดแห่งยุคแผ่นดินใหม่ ดังนั้นเขาจึงสามารถเดาความคิดของเหว่ยเจิ้งผู้นี้ได้ และมันก็ไม่ง่ายที่จะหยุดตาแก่คนนี้ไม่ให้เขาพูด
“เหว่ยเจิ้ง เ้ามีสิ่งใดทูลก็ให้รีบกล่าว”
“ฝ่าา กระหม่อมคิดว่าจิ้งหยวนกระทำเกินกว่าเหตุ เขาบังคับอนาจารคนอื่น ทำลายจารีตและลดความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ นี่คือหนทางแห่งการเสื่อมด้านการประพฤติ….”
“เงียบไปเลยตาเฒ่าเหว่ย!!”
ก่อนที่เหว่ยเจิ้งจะได้กล่าวจบ เหล่าเสนาบดีฝ่ายขวาก็พากันะโออกมาขัดด้วยความโกรธ
จิ้งหยวนคือผู้ถูกกระทำ หากยังจะถูกกดขี่แบบนี้ต่อไปอีก ฝ่ายขวาอย่างพวกเขาจะมีหน้ามาอยู่ในราชสำนักได้อย่างไร
“เหว่ยเจิ้ง เ้าอย่าทำเกินเลยให้มากนัก หากมีคนไปเผาบ้านเ้า เ้าจะไม่โมโหหรืออย่างไร แถมการจัดการกับผู้บุกรุกประสงค์ร้าย ก็หาใช่ว่าเป็ความผิดไม่” เป็ชายวัยกลางคนร่างใหญ่ชุดขุนนางแดงขั้นสองคนหนึ่งที่ะโขึ้น เขาคือ เฉิงฉู่ หนึ่งในขุนพลเสือแห่งยุคก่อตั้งอาณาจักร ที่พึ่งจะได้กลับมาจากาทางเหนือหลังจากเห็นว่าสถานการณ์ทางนั้นสงบลง
หากขุนพลฮัวขึ้นชื่อคือคนเถรตรง ขุนพลเฉิงฉู่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็ขุนพลหัวร้อน เขาที่ทนฟังมานานจึงทนไม่ได้ที่ตาเฒ่าเหว่ยยัหน้าด้านโยนความผิดให้กับผู้ถูกกระทำ
“ขุนพลเฉิง สิ่งนี้มันต่างกัน เพราะจวนสกุลจิ้งมิได้ถูกเพลิงไหม้ แถมการเอาคนอื่นไปแก้ผ้าไม่ใช่สิ่งที่ผู้ดีเขาทำกัน”
“ไอ้ลูกเต่า!! เ้าพูดเช่นนี้คือ้าให้เกิดเพลิงไหม้จวนสกุลจิ้งเช่นนั้นรึ?”
“เช่นนั้นข้าจะไปแอบเผาจวนของเ้าบ้าง ถึงครานั้นพวกข้าเองก็คงจะเป็ฝ่ายถูก”
“เ้ากล้าที่จะข่มขู่ข้ารึ?”
“ข่มขู่แล้วจะทำไม หรือเป็ไปได้หรือไม่ ว่าเ้าเองก็อยู่เื้ัในเื่นี้”
“…”
“…”
ยิ่งสนทนา ทั้งสองฝ่ายก็ยิ่งทะเลาะกันรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำเอาใบหน้าขององค์จักรพรรดิที่อยู่บนบัลลังก์เขียวจนอมม่วง ที่เื่ราวของเด็กกลุ่มหนึ่งก็กลับกลายบานปลายจนตกสู่การทะเลาะกันของผู้ดีที่เหว่ยจิ้งพึ่งจะกล่าวออกมา
“ฝ่าา อนุสาส์นร้องเรียนจากท่านโหวพ่ะย่ะค่ะ”
หือ?
อนุสาส์นร้องเรียน?
“...”
การมาของทหารหลวงคนหนึ่งที่วิ่งเข้ามากลางที่ประชุม ส่งอนุสาส์นร้องเรียนให้เกากงกง ผู้ดีทุกคนที่เถียงกันอยู่ก็ค่อยๆ เงียบเสียง พากันกลับเข้าที่ของตัวเอง มีแค่ลมร้อนจากจมูกและดวงตาทะมึงเท่านั้นที่จ้องใส่กันไปมา
จนเมื่อเห็นจักรพรรดิพยักหน้า เกากงกงจะเปิดอนุสาส์นนั้นแล้วเริ่มอ่าน ประโยคและคำที่เขียนนั้นเป็ลายมือที่ทำเอากงกงประหลาดใจ มันไม่ได้งดงามแต่เป็ระเบียบอ่านง่าย ก่อนที่เขาจะอ่านออกมาให้ฝ่าาและทุกคนในท้องพระโรงได้ยิน
“ทูลต่อองค์จักรพรรดิต้าชวีที่ 2 อู่เิหลี่”
“กระหม่อมจิ้งหยวนแห่งจวนสกุลจิ้ง ทราบว่าคดีที่เกิดขึ้นมีฝ่าาเป็ประธานผู้ตัดสินด้วยพระองค์เอง การส่งอนุสาส์นร้องเรียนนี้ในฐานะเ้าทุกข์ กระหม่อมเห็นควรตามที่ฝ่าาจะลงโทษ หลักฐานและที่เกิดเหตุสามารถส่งทหารองครักษ์มาทำการยืนยันได้”
“แต่โปรดแจ้งต่อผู้ร้ายก่อคดีให้ชำระความเสียหาย ความสูญเสียคือคลังสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ถูกเพลิงของคนร้ายเผ่าทำลาย”
“เป็ตัวเรือนหนึ่งอาคาร ผลิตภัณฑ์แชมพูและครีมนวด 2,000 กล่อง แปรงและยาสีฟันที่เตรียมขายในอนาคตอีก 500 ชุด”
“รวมทั้งสิ้นเป็เงินจำนวน 40,000 ตำลึงทอง”
อะไร?
สี่หมื่นตำลึงทอง?
บ้าไปแล้ว
นี่ค่าเสียหายหรือค่าไต
ทำไมมันถึงสูงขนาดนั้นไปได้?
มันใช่การปล้นคนตอนกลางวันหรือเปล่า?
“...”
“...”
“...”
