กลางถนนสายหนึ่งภายในเมืองดาบ์ ชายคนหนึ่งเงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วบ่นขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
“ฝนตกอีกแล้วงั้นเหรอ…”
เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดต่ออย่างล้อเลียน
“คราวนี้จะเป็ฝนพิษหรือเปล่านะ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบด้าน
“ฮ่าฮ่าฮ่า”
ผู้คนต่างพากันหัวเราะตาม เพราะก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือเื่ฝนพิษจนทั้งเมืองแตกตื่น แต่สุดท้ายก็ไม่เกิดสิ่งใดขึ้น มันจึงกลายเป็เพียงเื่ตลกที่ถูกเล่าซ้ำทุกครั้งที่ฝนตก
ทว่าในคราวนี้ เสียงหัวเราะเ่าั้กลับเงียบหายไปอย่างฉับพลัน
บรรยากาศรอบตัวเย็นวาบ ราวกับบางสิ่งกำลังมองลงมาจากฟากฟ้า ความเงียบงันปกคลุมทั้งเมือง แม้แต่เสียงสายฝนยังฟังดูผิดแปลก
ภายในคฤหาสน์ที่พังยับ เย่เฉินนั่งหอบหายใจ เืไหลอาบใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความบ้าคลั่ง
“ฮ่า… ฮ่า… ตายซะ… ตาย…”
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งสติ เสียงหญิงสายหนึ่งก็ดังขึ้นจากภายในหัวของเขา
“เ้าหนู หนีไปเดี๋ยวนี้…”
เย่เฉินชะงัก ความมึนงงถาโถมเข้ามา เขายังไม่ทันได้เข้าใจความหมายของคำเตือนนั้น
ตูมม!!
แรงมหาศาลถูกกดลงบนศีรษะของเขา เท้าของใครบางคนเหยียบหัวของเขาจนลงไปกระแทกกับพื้นหินอย่างรุนแรง พื้นแตกร้าว ร่างทั้งร่างจมลึกลงไป เสียงกระดูกดังลั่น ความเ็ปแล่นวาบไปทั่วร่าง
ก่อนที่มือของใครบางคนจะดึงแขนขวาของเย่เฉินขึ้นมาในสภาพที่หัวของเขายังคงจมพื้นอยู่
ทันใดนั้น แหวนมิติของเย่เฉินสั่นไหวรุนแรง พลังมหาศาลกำลังจะพวยพุ่งออกมา
แต่เพียงแค่คนผู้นั้นบีบแหวนเบาๆ พลังทั้งหมดก็สลายหายไป ราวกับไม่เคยมีอยู่
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากภายในแหวน เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“จักรพรรดินักบุญงั้นหรือ… ไม่… ไม่ใช่… ระดับกึ่งจักรพรรดิรึเปล่า?!”
เสียงนั้นสั่นเครือ ก่อนจะกลายเป็เสียงกรีดร้องยาวเหยียด
“อ๊าาาาาาาา!”
พลังิญญาจำนวนมหาศาลไหลทะลัก ราวกับถูกดูดกลืน ก่อนจะถูกผนึกลงในแหวนอย่างสมบูรณ์ และความเงียบ… ก็กลับมาอีกครั้ง
นักบุญทั้งยี่สิบเอ็ดคนต่างหันมามองร่างของเย่เฉินด้วยความตกตะลึง สีหน้าของแต่ละคนซีดเผือดลงในพริบตา เพราะไม่ว่าพวกเขาจะเพ่งมองหรือใช้พลังััมากเพียงใด กลับไม่อาจรับรู้ถึงออร่าของอีกฝ่ายได้แม้เพียงเสี้ยวเดียว ราวกับชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้ยืนอยู่ในมิติเดียวกับพวกเขาอีกต่อไป
นักบุญจากตระกูลเย่ผู้หนึ่งฝืนะโขึ้นด้วยความโกรธปนตื่นตระหนก
“ปล่อยหลานชายของข้าเดี๋ยวนี้!”
ทันทีที่เสียงนั้นสิ้นสุด นักบุญทั้งหกคนของตระกูลเย่ก็ะเิพลังพร้อมกัน คลื่นออร่านักบุญพวยพุ่งจนลมปราณรอบด้านปั่นป่วน ร่างของพวกเขาพุ่งออกไปดุจสายฟ้า หวังที่จะเข้าไปช่วยเย่เฉินออกมา
ทว่าเพียงครึ่งก้าวก่อนจะถึงเป้าหมาย ร่างทั้งหกกลับหยุดนิ่งกลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้าง ความหวาดกลัวฉายชัดบนใบหน้า
ตูม!
ร่างหนึ่งร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง แรงสั่นะเืทำให้พื้นหินแตกร้าวเป็วงกว้าง ก่อนที่อีกหลายร่างจะหล่นตามลงมาแทบพร้อมกัน เสียงกระแทกพื้นดังสนั่นไปทั่วลาน
นักบุญจากตระกูลมู่ที่ลอยอยู่บนฟ้ากลับเกิดอาการเดียวกัน พลังในร่างสลายหายอย่างฉับพลัน ร่างของพวกเขาร่วงหล่นลงมาทีละคนราวกับถูกดึงตกจาก์
คนจากจวนเ้าเมืองซึ่งยืนอยู่รอบด้านก็ไม่ต่างกัน ทุกคนล้มลงไปนอนกองกับพื้น เสียงร่างกระแทกดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย
เพียงชั่วลมหายใจเดียว นักบุญทั้งยี่สิบเอ็ดคนต่างล้มลงแน่นิ่ง เืไหลออกมาจากปาก จมูก และรูขุมขนทั่วร่าง เส้นเืแตกปริ กล้ามเนื้อสั่นกระตุกไม่หยุด
พวกเขาพยายามอ้าปากส่งเสียงร้อง ทว่าแม้แต่การขยับริมฝีปากก็ยังทำไม่ได้ พลังิญญาภายในแตกสลาย ไม่อาจควบแน่นขึ้นมาได้อีก ร่างกายทั้งหมดราวกับไม่ใช่ของพวกเขาอีกต่อไป
ในจังหวะที่ทุกคนจมอยู่กับความสิ้นหวังนั้น ร่างของชายชุดขาวก็หายวับไปจากตำแหน่งเดิม
ก่อนที่จะปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขายืนอยู่ข้างร่างกายของคังห่าว ศีรษะที่ขาดกระเด็นนอนอยู่บนพื้น เืสีแดงสดยังไม่ทันแห้ง
ชายชุดขาวยกมือขึ้นอย่างสงบนิ่ง ก่อนจะหยดของเหลวใสลงไปบนศีรษะนั้น หยดน้ำซึมผ่านิัและกระดูกอย่างไร้เสียง ก่อนจะแผ่พลังลึกลับเข้าไปทั่วร่างของคังห่าว
มันไม่ใช่การรักษา หากแต่คือข้อผูกมัด และโซ่ตรวนแห่งชีวิต ที่จะติดตามเขาไปตลอดกาลนับจากนี้ไป
จากนั้นชายชุดขาวใช้พลังิญญาประคองศีรษะของคังห่าวขึ้น ก่อนจะหยิบโอสถสีแดงใสออกมาหนึ่งเม็ด เม็ดยานั้นเปล่งแสงสีแดงเรืองรอง ภายในมีเพลิงสีแดงหมุนวนช้า ๆ ราวกับหัวใจที่ยังมีชีวิต
ทันทีที่โอสถสีแดงใสถูกป้อนเข้าสู่ปากของคังห่าว
ตุบ…
ตุบ…
แรงสั่นะเืแผ่กระจายออกจากปากของคังห่าว ลามไปทั่วศีรษะ ก่อนจะะเิเข้าสู่จิติญญาโดยตรง
คังห่าวที่ควรจะตายไปแล้ว เส้นเืบนศีรษะเริ่มปูดโปน พลังชีวิตภายในที่ควรดับสูญกลับถูกบางสิ่งกระชากให้ตื่นขึ้นอย่างป่าเถื่อน
ในเสี้ยววินาทีนั้น โอสถสีแดงก็แตกสลาย เปลวไฟสีแดงอมทองพุ่งทะลุลงสู่ลำคอโดยตรง เผาไหม้เส้นลมปราณทุกสายที่ขาดสะบั้นให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง เสียงแตกร้าวดังขึ้นภายในหัวของคังห่าว
ครืน!!
พลังชีวิตจำนวนมหาศาลไหลทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง
กระดูกคอเริ่มงอกขึ้นพร้อมเสียงกรอบแกรบ เส้นเอ็นสีแดงเข้มแผ่ขยายรัดเข้าหากัน เนื้อหนังฟื้นคืนอย่างรวดเร็ว เืสีแดงสดพวยพุ่งออกมาก่อนจะไหลย้อนกลับเข้าสู่เส้นโลหิตใหม่ที่กำลังก่อตัว
ตุบ!
ตุบ!!
อวัยวะร่างกายและกล้ามเนื้อต่างๆ กำลังถูกสร้างขึ้นมาใหม่ เสียงหัวใจที่พึ่งถูกสร้างใหม่ดังขึ้น หนักแน่น และชัดเจนยิ่งกว่าครั้งใดในชีวิต
พลังนักบุญที่เคยสลายกลับไหลเวียนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันบริสุทธิ์ หนาแน่น และทรงพลังยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า ราวกับร่างกายนี้ไม่ใช่ร่างเดิมของคังห่าวอีกต่อไป หากเป็ร่างที่ถูกหลอมขึ้นใหม่จากเพลิงแห่งชีวิต
เพลิงสีแดงค่อย ๆ สงบลง ทิ้งไว้เพียงร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นไหม้ของกฎ์
คังห่าวลืมตาขึ้นช้า ๆ
ดวงตาของเขาสะท้อนแสงสีแดงจาง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ กลับคืนเป็ปกติ ลมหายใจแรกพ่นออกมาหนักแน่น ราวกับสัตว์โบราณที่ฟื้นจากความตาย
นักบุญทั้งยี่สิบเอ็ดคนที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นจ้องมองภาพนั้นด้วยดวงตาสั่นไหว
นี่ไม่ใช่การรักษา ไม่ใช่การคืนชีพ แต่มันคือการฉีกกฎแห่งความตายออกต่อหน้าพวกเขาโดยตรง
เปลวเพลิงสีโลหิตค่อย ๆ มอดดับลง เหลือเพียงกลิ่นพลังชีวิตอันหนาแน่นลอยคลุ้งไปทั่วลาน
ชายชุดขาวยืนอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แทบจะฟังไม่รู้เื่
“รู้สึกอย่างไงบ้างกับร่างกายใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม”
คังห่าวก้มมองฝ่ามือตนเอง กล้ามเนื้อที่เพิ่งถือกำเนิดใหม่ขยับเล็กน้อย พลังภายในไหลเวียนอย่างราบรื่นจนทำให้หัวใจสั่นไหว เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น
“รู้สึกดียิ่งกว่าที่เคยเป็เลยละ”
ร่างกายเปลือยเปล่าของเขายืนอยู่ท่ามกลางลานโล่ง โดยไม่คิดปกปิดแม้แต่น้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเต็มไปด้วยความพึงพอใจราวกับเด็กที่เพิ่งได้ของเล่นชิ้นใหม่
คังห่าวเหลือบสายตามองนักบุญทั้งยี่สิบเอ็ดคนที่ยังนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น ก่อนจะเอียงคอเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้น
“เ้าจะฆ่าพวกมันหรือเปล่า”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มกว้าง
“ถ้าเ้าจะฆ่า ข้าขอเป็ผู้ลงมือได้ไหม”
ชายชุดขาวส่ายหน้าเบา ๆ น้ำเสียงยังคงสงบนิ่งเช่นเดิม
“ไม่จำเป็”
เขาเหลือบมองร่างเ่าั้เพียงแวบเดียว ก่อนจะกล่าวต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน
“ข้าจะเอาพวกมันไปกลั่นเป็โอสถ แล้วสร้างนักบุญขึ้นมาใหม่อีกยี่สิบเอ็ดคน”
คังห่าวนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างแปลกใจ
“ฟังดูแล้ว เ้านายของข้าดูจะมีความสามารถเอาเื่จริง ๆ นะและดูจะโหดร้ายมากด้วย”
ชายชุดขาวไม่ตอบ เขาหันหลังให้ก่อนจะพูดขึ้นเพียงประโยคเดียว
“ไปหาเสื้อผ้าใส่เถอะ เห็นแล้วอยากจะควักลูกตาออกมาล้างน้ำซะเดี๋ยวนี้เลย”
คังห่าวยักไหล่ ก่อนจะเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งไว้เพียงชายชุดขาวที่หายวับไปจากตำแหน่งเดิมในเสี้ยววินาที
