เซี่ยหลิงไม่อยากจะยั่วโมโหจวีจื่อหลิง เขาจึงพานางหลบออกมาจากเรือนบรรพบุรุษตระกูลฉินก่อนเพื่อรอดูสถานการณ์และทำตามแผนขั้นต่อไป เขากับนางแยกกันไปอยู่คนละที่ เขาอยู่ร้านสุรา ส่วนนางอยู่ที่ร้านบะหมี่ ซุนฉิงที่เห็นเ้านายของตนอยู่ในร้านบะหมี่จึงรีบตามมาสมทบ ทว่าจวีจื่อหลิงกลับบอกให้ซุนฉิงเก็บข้าวของไปรอนางยังร้านค้าที่ซื้อเอาไว้ก่อน หากเสร็จเื่แล้วนางจะรีบตามไป ซุนฉิงค้อมกายรับคำและรีบทำตามคำสั่งของเ้านายในทันที
รออยู่ไม่นานก็พบว่าฉินเสวียนและม่านซุนหลันที่ถูกยาปลุกกำหนัดจนไม่ได้สติ กำลังพากันวิ่งแก้ผ้าออกมาจากสุสานบรรพชนอย่างไร้ยางอาย ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างตื่นตระหนกโวยวายเมื่อเห็นภาพชายหญิงเปลือยกายระเริงรักกันกลางวันแสกๆ ในที่โจ่งแจ้ง ซ้ำร้ายยามนี้รถม้าของใต้เท้าม่านก็มาจอดที่หน้าเรือนสุสานบรรพชนของตระกูลฉินเข้าพอดี เมื่อใต้เท้าม่านลงมาจากรถม้าและได้เห็นภาพตรงหน้าก็ถึงกับหน้ามืดขึ้นมาทันที
ยามนี้บุตรสาวสุดที่รักของเขากำลังกอดจูบอยู่กับฉินเสวียนอย่างหน้าไม่อายอยู่ที่กลางตลาด!
นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!
ใต้เท้าม่านกัดฟันกรอดหน้าตาบิดเบี้ยวอย่างที่สุด บุตรสาวบัดซบตัวดี นี่เขาคงตามใจนางมากเกินไปจนนางเสียคนไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีแล้วสินะ อีกทั้งฉินเสวียนก็แต่งงานแล้ว นี่ไม่เท่ากับสองคนนี้ลอบคบชู้กันหรอกหรือ
เซี่ยหลิงที่เห็นดังนั้นก็ยกยิ้มมุมปาก แผนการของเขานับว่าสำเร็จไปได้ด้วยดี ที่เหลือก็เพียงรอชมเื่สนุกแล้ว ชายหนุ่มหันไปมองจวีจื่อหลิงที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เขากำลังจะเดินเข้าไปหานางแต่อยู่ๆ หญิงสาวหัวรุนแรงนางนั้นก็ปล่อยโฮออกมา ก่อนจะวิ่งออกมาจากร้านบะหมี่ไปยืนตรงหน้าฉินเสวียนและม่านซุนหลันทันที
"ฮือ ท่านพี่ เหตุใดจึงทำกับข้าเช่นนี้เล่า ฮือ ไหนท่านบอกว่าจะมากราบไหว้บรรพบุรุษเพื่อขอพรให้ข้าสุขภาพแข็งแรงและตั้งครรภ์ในเร็ววันอย่างไรเล่า แล้วเหตุใดจึงมาพลอดรักกับสตรีอื่นเช่นนี้เล่า ท่านพาสตรีอื่นมาหลับนอนที่สุสานบรรพชนเช่นนี้ ท่านไม่ละอายแก่ใจบ้างหรือ ฮือ ท่านพี่ข้าปวดใจยิ่งนัก ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อท่านไม่ได้รักข้า เช่นนั้นพวกเราก็หย่าขาดจากกันเถิด!"
เซี่ยหลิงมองดูภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ถึงขนาดกู่ร้องในใจอย่างบ้าคลั่ง
ทำได้ดี การแสดงของนางยอดเยี่ยมไม่แพ้นักแสดงงิ้วในหอน้ำชาเลย!
น่าสนุกนัก เขาไปร่วมวงด้วยดีกว่า!
เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็คว้าหยิบไหสุราขึ้นมาถือเอาไว้ก่อนจะเดินโซซัดโซเซเข้าไปหาใต้เท้าม่านทันที
“อ้าว ตาแก่ม่าน ท่านมาทำอะไรตรงนี้กัน”
ใต้เท้าม่านที่เห็นเซี่ยหลิงเข้ามาทักทายหนังตาก็กระตุกยิบๆ เดิมทีแค่ฮูหยินของฉินเสวียนมาแหกปากร้องไห้เอะอะโวยวายเรียกชาวบ้านให้มามุงดูเขาก็อับอายจะแย่แล้ว นี่ยังมีองค์ชายสามเข้ามาผสมโรงด้วยอีก บรรลัยหนักกว่าเดิมเลยทีนี้!
“ถวายพระพรองค์ชายสาม นี่เป็เื่โสมมของครอบครัวกระหม่อม ไม่รบกวนให้องค์ชายต้องลดตัวลงมายุ่งเกี่ยวด้วย อย่าได้ทรงเอาพระวรกายที่แสนล้ำค่ามาแปดเปื้อนเลยพ่ะย่ะค่ะ”
เซี่ยหลิงเมื่อได้ยินดังนี้ก็ฉีกยิ้มเ้าเล่ห์ ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยตอบโต้ใต้เท้าม่าน ก็พบว่าจวีจื่อหลิงกลับวิ่งมาคุกเข่าตรงหน้าเขา ก่อนจะขอร้องเขาทั้งน้ำตา
"ฮือๆ องค์ชายสาม ท่านคือองค์ชายสามอย่างนั้นหรือ ได้โปรดช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ ช่วยคืนความเป็ธรรมให้หม่อมฉันด้วย หม่อมฉันเป็ภรรยาที่ดีมาตลอด ไม่เคยทำผิดต่อสามี แต่วันนี้สามีกลับนอกใจทรยศหม่อมฉัน พาสตรีอื่นมากระทำเื่ต่ำช้าต่อหน้าผู้คน ฮือ หม่อมฉันไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้วเพคะ"
เซี่ยหลิงที่เห็นดังนั้นก็ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ เขาแสร้งทำท่าทีครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ย
"เ้าไม่ต้องร้องไห้ไป วันนี้มีข้าองค์ชายสามอยู่ทั้งคนจะต้องช่วยคืนความเป็ธรรมให้กับเ้าอย่างแน่นอน"
ยามนี้ฉินเสวียนค่อยๆ ได้สติกลับคืนมาแล้ว เมื่อเห็นว่าใต้เท้าม่านกำลังมองตนด้วยแววตาอำมหิตก็ใจนผงะ ด้านม่านซุนหลันนั้นร่างกายยังมีฤทธิ์ของยาปลุกกำหนัดหลงเหลืออยู่ นางจึงจ้องแต่จะขึ้นค่อมฉินเสวียนไม่หยุด จนใต้เท้าม่านต้องทำให้นางสลบไป ก่อนจะสั่งให้คนรีบหาเสื้อผ้ามาสวมให้นางและพานางกลับขึ้นรถม้าไปก่อน
“ใต้เท้าฉิน ข้าเพิ่งรู้วันนี้เองว่าท่านมันจอมปลอมเสแสร้ง ท่านหลอกบุตรสาวข้ามาที่นี่เพื่อทำมิดีมิร้ายใช่หรือไม่ ไอ้คนชั่ว”
ใต้เท้าม่านโมโหจนเืขึ้นหน้าจึงยกเท้าถีบกลางอกฉินเสวียนไปอีกทีหนึ่ง
“ท่านจะต้องมีคำตอบให้ตระกูลม่านของข้า ไม่อย่างนั้นข้าจะทำให้ตระกูลฉินของพวกเ้าอยู่ไม่สู้ตาย”
กล่าวจบใต้เท้าม่านก็กลับจวนของตนไปทันที ฉินเสวียนอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นไปมองก็สบเข้ากับสายตาเ็าของจวีจื่อหลิง แต่เพียงครู่เดียวสีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป
"ฮือ ท่านพี่ พวกเรากลับไปเจรจากันที่จวนเถอะ อย่ามาอยู่ตรงนี้ให้อับอายผู้คนเลย ข้าจะยอมหย่ากับท่านแต่โดยดีเอง”
พูดจบหญิงสาวก็เดินเข้ามาช่วยประคองเขา ฉินเสวียนคิดจะผลักนางออก แต่เมื่อได้ยินในสิ่งที่นางเอ่ยออกมาเขาก็ถึงกับชะงักไปในทันที
“เลือกเอา จะไปหย่าดีดี หรือจะให้ข้าลากคอเ้าไปฟ้องร้องที่ศาลต้าหลี่ หากเป็เช่นนั้น ชื่อเสียงของเ้าคงได้ย่อยยับกว่าเดิมเป็แน่ ข้ามีองค์ชายสามหนุนหลัง เ้าคิดให้ดีก็แล้วกัน”
ฉินเสวียนกัดฟันกรอด เมื่อหันไปเห็นสายตาเย็นเยียบของเซี่ยหลิงเขาก็ถึงกับเงียบปากไปในบัดดล จวีจื่อหลิงที่เห็นดังนั้นจึงหันมากล่าวกับเซี่ยหลิงอย่างนอบน้อม
“ทูลองค์ชายสาม พวกหม่อมฉันทำเื่ขายหน้าต่อพระองค์แล้ว แต่ยังมีอีกเื่ที่หม่อมฉันอยากจะขอความเป็ธรรมจากพระองค์ ไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่เพคะ”
“ว่ามาเถอะ”
“รบกวนพระองค์ไปเป็พยานในการหย่าของหม่อมฉันด้วย ได้หรือไม่เพคะ พวกเราจะได้ทำข้อตกลงในการหย่าได้อย่างไม่มีสิ่งใดติดค้างต่อกันอีก”
“ได้สิ นำทางไปเลย”
เซี่ยหลิงตกปากรับคำอย่างมั่นเหมาะ เขาไม่สนใจอยู่แล้วว่าสิ่งที่ทำอยู่มันจะถูกหลักการใดหรือไม่ ขอเพียงช่วยให้นางได้หนังสือหย่ามาก็พอแล้ว
เมื่อตกลงกันได้ตามนี้แล้ว เซี่ยหลิงจึงติดตามจวีจื่อหลิงและฉินเสวียนไปที่จวนตระกูลฉินทันที มีชาวบ้านไม่น้อยที่สอดรู้สอดเห็น แต่เมื่อได้ยินว่าเื่นี้มีองค์ชายสามเข้ามาเกี่ยวข้องจึงรีบสลายตัวกันไปในทันทีเพราะไม่อยากถูกลงโทษ
เมื่อเข้ามาในจวนตระกูลฉินแล้ว เซี่ยหลิงก็สั่งให้คนปิดประตูจวน ก่อนจะลากคอฉินเสวียนไปที่เรือนใหญ่ ฮูหยินผู้เฒ่าฉินทีได้เห็นก็ตั้งใจจะเข้ามาห้ามปราม แต่เมื่อได้ทราบว่าเซี่ยหลิงเป็ใคร นางก็ถึงกับหมดสติไปทันที
"รีบเขียนหนังสือหย่า เขียนตามที่ข้าบอกทุกคำ!"
เซี่ยหลิงสั่งให้คนไปนำกระดาษและพู่กันมาวางตรงหน้าฉินเสวียน จากนั้นก็ออกคำสั่งให้เขาเขียนหนังสือหย่าโดยเร็ว ฉินเสวียนเงยหน้าไปมองเซี่ยหลิงอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"องค์ชายสาม เื่นี้เป็เื่ภายในครอบครัวของกระหม่อม"
"เื่ในครอบครัวหรือ เ้ายังกล้าเอ่ยเช่นนี้หรือ เ้าคิดจะบีบนางให้ตายยังกล้าพูดว่าเป็ครอบครัวอีกหรือ ฉินเสวียน ข้าสั่งให้เขียนเ้าก็รีบเขียนซะ พูดมากเดี๋ยวข้าอารมณ์ขึ้นก็ถีบยอดหน้าให้อีกสักที!"
ฉินเสวียนถึงกับสะดุ้งโหยง รีบหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนด้วยมือที่สั่นเทา
"เขียนตามที่ข้าบอกเสีย”
“เอ่อ พะย่ะค่ะ”
“เพราะข้าฉินเสวียนเป็สามีที่ชั่วช้า ลอบคบชู้นอกใจภรรยา ทำเื่ผิดธรรมนองคลองธรรมโดยไม่ละอาย จึงขอเขียนหนังสือหย่าฉบับนี้ขึ้นมามอบให้นางเพื่อเป็การไถ่โทษในความชั่วช้าของข้า และยังจะมอบเงินชดเชยให้นางไปตั้งตัวอีกหนึ่งหมื่นตำลึง นับแต่นี้ข้าและนางไม่เกี่ยวข้องกันอีก หากนางจะแต่งงานใหม่หรือคบหาบุรุษใดที่ดีกว่าข้าก็จะไม่ต่อว่านางสักคำ หลังจากหย่าขาดจากนางแล้ว ข้าจะขอไปบวชที่วัดเป็เวลาหนึ่งปีเพื่อล้างบาปที่ตนเองได้กระทำผิดต่อภรรยาและบรรพบุรุษ ข้ามันชั่ว ชั่วยิ่งกว่าสัตว์เดรฉาน อีกทั้งยังไร้คุณธรรมของสามีที่ดี ขอให้การบวชของข้าช่วยชะล้างความชั่วในใจของข้าให้เบาบางลง และหนังสือหย่าฉบับนี้ก็มีผลนับแต่นี้เป็ต้นไป"
ฉินเสวียนที่ได้ยินก็หันขวับมามองเซี่ยหลิงทันที บังคับเขาเขียนหนังสือหย่าไม่พอ ยังจะส่งเขาไปบวชอีกหรือนี่!
เขาเป็คนกิเลสหนาขนาดนี้ องค์ชายสามไม่สงสารวัดบ้างหรือ!
เซี่ยหลิงเมื่อเห็นว่าฉินเสวียนเงียบไปก็เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเ็า
"นั่งโง่อยู่ทำไม รีบเขียนให้เสร็จสิ ข้าจะได้รีบกลับ ส่วนเ้าจะไปบวชหรือจะถูกตาแก่ม่านตามมาเอาเื่ลงไม้ลงมือข้าก็ไม่สนใจแล้ว อ้อ ข้าลืมไปได้ยังไง ตาแก่ม่านเป็เสนาบดีกรมพิธีการ เขาจัดการเื่งานพิธีในวังมาไม่น้อยเลย เอาอย่างนี้ ให้เขาจัดการเื่พิธีการบวชเข้าวัดให้เ้าเป็อย่างไร ยังไงเสียอีกไม่นานก็จะเป็พ่อตากับลูกเขยกันอยู่แล้ว เื่แค่นี้ตาแก่ม่านทำได้สบายมาก หากเขาไม่ทำ ข้าออกหน้าให้เอง"
ฉินเสวียนถึงกับหมดอาลัยตายอยากขึ้นมาในทันที เขาเขียนตามที่เซี่ยหลิงบอกอย่างไม่คิดขัดขืนอีก เมื่อเขียนเสร็จก็จัดการประทับลายนิ้วมือทั้งสองฝ่าย ก็เป็อันจบสิ้นเื่ราว เซี่ยหลิงยังให้ฉินเสวียนคัดลอกหนังสือหย่าอีกฉบับและนำไปติดประกาศที่หน้าจวนให้ผู้คนรับรู้อีกด้วย
จวีจื่อหลิงที่ได้หนังสือหย่ามาแล้วก็ดีใจเป็อย่างมาก เมื่อไม่มีเื่ใดแล้วนางก็ไม่รั้งอยู่ต่ออีก นางและเซี่ยหลิงจึงเดินออกมาจากจวนตระกูลฉินทางประตูด้านหลังจวน เพราะยามนี้ด้านหน้าจวนมีผู้คนมามุงดูประกาศออกบวชของฉินเสวียนเต็มไปหมด พวกนางจึงไม่สะดวกจะออกจากจวนทางประตูหน้า
ในที่สุดนางก็เป็อิสระเสียที อิสระครั้งนี้แทบจะแลกมาด้วยชีวิตของนางเลยเสียด้วยซ้ำ
