เพียงแต่ไม่รู้ว่าพวกเขาจะมาเก็บเกี่ยวผลผลิตเมื่อไหร่ ่นี้พวกจูชิงคงต้องอยู่กับผีดิบน่าขยะแขยงในแดนสุสานอัมพรไปสักระยะ
ทว่าจูชิงก็ไม่คิดที่จะมาเสียเวลาอยู่ที่นี่ แม้ว่าแดนสุสานอัมพรจะไม่ใช่สถานที่สำหรับคนเป็ ทว่าหากโชคดีก็จะได้ประโยชน์มากมายจากแดนสุสานอัมพร
ซึ่งจะเอาประโยชน์ที่ว่ามาได้อย่างไรนั้น จูชิงเองก็ไม่รู้ เพราะสือจึเล่าให้เขาฟังเพียงเท่านี้
แดนสุสานอัมพรฝังศพของจอมยุทธ์มากมายนับไม่ถ้วน มีทั้งผู้เยี่ยมยุทธ์ มีทั้งจอมยุทธ์สามัญ อีกทั้งการที่จะนำตัวเองมาฝังที่นี่ อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็คนเป็ที่มีลมหายใจ สามารถรับการเปลี่ยนแปลงของปราณมรณะเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็ผีดิบได้
ผู้ที่กลายเป็ผีดิบล้วนแล้วเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์ที่มีความสามารถโดดเด่นในตอนที่มีชีวิตทั้งสิ้น บ้างก็เป็ขั้นมหันต สืบเท้าแค่ก้าวเดียว ทวีปทั้งทวีปก็สั่นะเืสามวันสามคืน
ผีดิบที่รักษาสติสัมปชัญญะในชาติก่อนไว้ได้ก็เป็เป้าหมายของพวกจูชิงเช่นเดียวกัน มีแค่ผีดิบประเภทนี้เท่านั้นที่จะสามารถสื่อสารกับพวกเขาได้
จินหลิงเอ๋อร์กอดแขนจูชิงแน่น กวาดสายตามองหลุมศพที่อยู่ตรงหน้าด้วยความหวาดผวา “เราต้องทำแบบนี้จริงๆ รึ?”
“อึก คิดว่าไม่น่าเป็อะไรนะ!” จูชิงกลืนน้ำลายลงคอ นี่เป็ครั้งแรกเลยที่เขาขุดหลุมศพของคนอื่น
ดาบจักรพรรดิเนี่ยฉางเฟิง อักษรหกตัวสลักอยู่บนหลุมศพ
“ตึงง!” จูชิงใช้มือตบหลุมศพ
หนึ่งลมหายใจผ่านไป ไม่มีการตอบสนองใดๆ สองลมหายใจผ่านไปก็ยังไม่มีการตอบสนอง ผ่านไปสามลมหายใจก็ยังไม่มีการตอบสนองอีกเช่นกัน
“ดูเหมือนร่างของเ้าของหลุมศพจะสลายไปแล้ว!” จูชิงขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเปลี่ยนเป้าหมาย
จังหวะที่จูชิงหันตัวกลับ หลุมศพพลันสั่นะเื รอยแตกเป็ทางยาวปรากฏบนพื้นดิน ฝ่ามือปกคลุมด้วยขนสีดำทมิฬพุ่งออกมาจับข้อเท้าของจินหลิงเอ๋อร์เอาไว้
“กรี๊ดดด!” จินหลิงเอ๋อร์กรีดร้องด้วยความใ!
“ท่านผู้าุโได้โปรดเมตตาพวกเราด้วย!” จูชิงรีบพูด
“เหตุใดพวกเ้าถึงรบกวนเวลานอนของข้า!” เสียงทุ้มลึกดังออกมาจากหลุมศพ
“ท่านผู้าุโ พวกเราไม่มีเจตนาร้าย พวกเราแค่อยากทำข้อตกลงกับท่าน!” จูชิงกล่าว
“ข้อตกลง? ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้าอย่างเ้ามีสิทธิ์อะไรมาทำข้อตกลงกับข้า?” ดาบจักรพรรดิเนี่ยฉางเฟิงแค่นเสียงไม่แยแส
เขาคือดาบจักรพรรดิ ดาบจักรพรรดิในสมัยดึกดำบรรพ์ เกิดด้วยดาบ ตายด้วยดาบ เขาคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในวิถีดาบ ในยุคสมัยนั้นมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถประมือกับเขาได้ จอมยุทธ์ที่มีขั้นพลังต่ำต้อยอย่างจูชิง แค่เป่าลมครั้งเดียวก็ดับสูญมลายสิ้นแล้ว!
“ปราณบริสุทธิ์หนึ่งก้อน!” จูชิงหยิบปราณบริสุทธิ์ออกมาจากถุงเอกภพวางไว้ที่หน้าหลุมฝังศพ
จากนั้น ฝ่ามือที่ปกคลุมไปด้วยขนดำทมิฬก็คว้าปราณบริสุทธิ์ลากลงไปในหลุมศพ!
“เขาทำอะไร?” จินหลิงเอ๋อร์เบิกตาทั้งสองกว้าง
“เขา้าพลังปราณในปราณบริสุทธิ์!” จูชิงยิ้ม
ผู้ที่้าฝังตัวเองในแดนสุสานอัมพรจะต้องนำหินปราณกับปราณบริสุทธิ์ติดตัวไปด้วยเป็จำนวนมาก เพราะเมื่อถูกปราณมรณะเปลี่ยนเป็ผีดิบสำเร็จและคงสติสัมปชัญญะเอาไว้ได้ พวกเขาต้องมั่นใจว่าในร่างกายจะมีลมปราณหลงเหลือเพียงพอเพื่อไม่ให้ปราณมรณะกัดกิน
แดนสุสานอัมพรไม่มีปราณฟ้าดิน ที่นี่มีเพียงปราณมรณะเท่านั้น เมื่อใดที่พลังปราณหมดลง สติของพวกเขาจะถูกปราณมรณะกลืนกินกลายเป็แค่ศพเดินได้ในที่สุด
“รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองจะต้องกลายเป็ผีดิบ เหตุใดถึงยังฝังตัวเองไว้ในสถานที่น่าขนลุกแบบนี้ล่ะ?” จินหลิงเอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะถาม
“เพราะพวกเขาต่อต้านความปรารถนาที่อยากจะมีชีวิตอีกครั้งไม่ได้น่ะสิ!” แสงจรัสแจ้งสาดสะท้อนผ่านแววตาของจูชิง
เขาเองก็ฟื้นคืนชีพจากความตายกลับมามีชีวิตอีกครั้ง!
“เ้าหนู เ้าคิดว่าข้าจะมีชีวิตอีกครั้งได้จริงๆ รึ?” เนี่ยฉางเฟิงอุทานดังมาจากหลุมศพ
“หากท่านโชคดี คิดว่าสามารถเอาชนะคนที่แข็งแกร่งทั้งหมดในแดนสุสานอัมพรแห่งนี้ได้ ท่านก็จะมีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง” จูชิงพูด
แม้ว่าแดนสุสานอัมพรจะเป็ที่เพาะเลี้ยงที่สร้างขึ้นโดยกลุ่มคนชั่วช้าสามานย์ ทว่าตำนานที่เล่าขานกันในแดนสุสานอัมพรนั้นเป็ความจริง เพราะมีคนที่ฝังตัวเองไว้ที่นี่แล้วฟื้นคืนชีพกลับมาสำเร็จ
ถึงจะอยู่ในสภาพผีดิบ แต่ก็ยังมีชีวิตอยู่ แล้วยังสามารถบำเพ็ญเพียรได้!
จอมยุทธ์ที่มายังแดนสุสานอัมพรล้วนตระหนักรู้เป็อย่างดีว่าเวลาของพวกเขาใกล้หมดลงแล้ว แทนที่จะรอให้อายุขัยหมดลงแล้วตายไปอย่างช้าๆ เหตุใดถึงไม่ลองเสี่ยงเข้าไปในแดนสุสานอัมพร ถ้าโชคดีก็อาจมีชีวิตอีกครั้ง
เนี่ยฉางเฟิงฝังตัวเองอยู่ในแดนสุสานอัมพรมาั้แ่สมัยดึกดำบรรพ์ ไม่รู้ว่าเวลาผ่านมากี่หมื่นปีแล้ว หินปราณกับปราณบริสุทธิ์ที่นำมาถูกผลาญไปเกินกว่าครึ่ง กระทั่งเขาก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ต่อไปได้อีกนานแค่ไหน
ก่อนที่จะมาที่นี่เนี่ยฉางเฟิงปล้มสะดมขุมพลังอำนาจหลายสิบแห่ง ่ชิงหินปราณกับปราณบริสุทธิ์เป็กอบเป็กำแล้วฝังตัวเองลงในแดนสุสานอัมพร
เนี่ยฉางเฟิงมั่นใจเป็อย่างมาก ด้วยความแข็งแกร่งของเขา เขาจะต้องตื่นขึ้นมาได้อีกครั้งอย่างแน่นอน เมื่อเวลาผ่านไปนับหมื่นปี ในที่สุดเขาก็ถูกปราณมรณะหล่อหลอมกลายเป็ผีดิบที่มีสติสัมปชัญญะสำเร็จ
ทว่านั่นเป็เพียงจุดเริ่มต้น หลังจากที่เป็ผีดิบ เขาต้องใช้ลมปราณต่อสู้กับปราณมรณะตลอดเวลา มีเพียงต้องรอดต่อไปให้ได้เท่านั้น ถ้ารอดเขาก็จะได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ในแดนสุสานอัมพร ไม่ว่าจะเป็ศัสตราวุธิญญาใดล้วนไร้ประโยชน์ มีเพียงหินปราณกับอายุโอสถเท่านั้นที่มีค่า ดังนั้นเนี่ยฉางเฟิงจึงตื่นเต้นมากพอได้เห็นปราณบริสุทธิ์
หากอยากเกิดใหม่ก็ต้องเปลี่ยนปราณมรณะทั้งหมดให้กลายเป็ลมปราณ!
มันคือสิ่งที่ยากยิ่งแสนกระไร แดนสุสานอัมพรเต็มไปด้วยปราณมรณะ ปราศจากปราณฟ้าดิน ซึ่งปราณมรณะกัดกินร่างกายของพวกเขาตลอดเวลา แทบเป็ไปไม่ได้เลยที่จะเปลี่ยนปราณมรณะในกายาให้กลายเป็ลมปราณ
ดังนั้นจูชิงก็เลยใช้ปราณบริสุทธิ์เพื่อทำข้อตกลงกับดาบจักรพรรดิเนี่ยฉางเฟิง!
“ท่านผู้าุโ ยิ่งมีปราณบริสุทธิ์มากเท่าไหร่ โอกาสที่ท่านจะได้เกิดใหม่ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ท่านอยากจะใช้อะไรแลกเปลี่ยนกับปราณบริสุทธิ์หนึ่งก้อนหรือ?” จูชิงเอ่ยถาม
“ข้าจะใช้พัดอัคคีวายุศัสตราวุธิญญาลึกลับระดับกลางเป็ของแลกเปลี่ยน!” เนี่ยฉางเฟิงเปล่งเสียงทุ้มแล้วโยนพัดสีแดงเขียวอันหนึ่งออกมา
จูชิงเก็บพัดอัคคีวายุลงไปในถุงเอกภพด้วยความปีติ ปราณบริสุทธิ์ก้อนเดียวสามารถแลกเปลี่ยนเป็ศัสตราวุธิญญาลึกลับระดับกลางได้ ไม่มีธุรกิจใดในโลกทำกำไรได้มากเท่านี้แล้ว
ไม่ว่าจูชิงหรือเนี่ยฉางเฟิงไม่มีใครเป็ฝ่ายเสียเปรียบ เพราะพวกเขาต่างก็ได้ในสิ่งที่้าด้วยกันทั้งคู่
สำหรับเนี่ยฉางเฟิง พัดอัคคีวายุเป็เพียงขยะชิ้นหนึ่ง แลกได้ปราณบริสุทธิ์มาหนึ่งก้อนถือว่าคุ้มค่า
“เ้าหนู ยังมีของอะไรที่ข้าแลกเปลี่ยนได้อีกหรือไม่!” เนี่ยฉางเฟิงถาม
“โอสถโลหิตบริสุทธิ์ ประสิทธิภาพของมันยอดเยี่ยมยิ่งกว่าปราณบริสุทธิ์หลายเท่า ท่านผู้าุโจะเสนอราคาที่เท่าไหร่” จูชิงวางโอสถโลหิตบริสุทธิ์กับพื้น
ในแดนสุสานอัมพร พวกยาโอสถเป็สิ่งที่หาได้ยากยิ่งกว่าหินปราณกับปราณบริสุทธิ์เสียอีก หากเป็ตอนที่มีชีวิตอยู่ โอสถโลหิตบริสุทธิ์หนึ่งหมื่นเม็ดก็ไม่อยู่ในสายตาของเขา ทว่าตอนนี้แค่เม็ดเดียวก็ทำให้เขาปรารถนาแทบทนไม่ไหวแล้ว
กล่องไม้ใบหนึ่งผุดออกมาจากใต้ดิน ตัวกล่องถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายพลังน่าพรั่นพรึง
“มันคือกล่องที่ข้าเอาไว้ใช้เก็บศัสตราวุธ ฝักดาบเล่มนี้อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ข้ามานานหลายหมื่นปีแล้ว เพียงขับเคลื่อนลมปราณเล็กน้อยสามารถใช้ปราณดาบของข้าต่อสู้กับศัตรูได้!” เนี่ยฉางเฟิงกล่าว
จูชิงตาเป็ประกาย “ปราณดาบชั่วชีวิตของดาบจักรพรรดิ ข้าจะเพิ่มโอสถโลหิตบริสุทธิ์ให้กับท่านอีกเม็ด!”
เนี่ยฉางเฟิงดีใจมาก “ขอบใจมาก ถ้าข้าเกิดใหม่อีกครั้ง ข้าจะตอบแทนเ้าอย่างสาสม!”
จูชิงไม่เคยเชื่อคำพูดเหล่านี้เลย ถ้าดาบจักรพรรดิเกิดใหม่สำเร็จ สิ่งแรกที่เขาจะทำก็คือฆ่าจูชิงมิใช่ตอบแทน
ทันใดนั้นเอง ปราณมรณะรอบๆ หลุมศพก็ก่อตัวหนาแน่นยิ่งขึ้น ทว่าเปลวไฟบนเสื้อคลุมหงส์แดงของจูชิงได้กำจัดปราณมรณะเ่าั้ทิ้งไป
แต่แล้วจูชิงก็หน้าเปลี่ยนสี เขานึกถึงคำเตือนของสือจึ ผิดพลาดไม่ควรเกินสามครั้ง รู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด ในแดนสุสานอัมพรห้ามแลกเปลี่ยนกับเ้าของหลุมศพเกินสามครั้ง มิฉะนั้นจะถูกกฎของแดนสุสานอัมพรลงทัณฑ์ หากฝ่าฝืนกฎ ถึงจะมีเสื้อคลุมหงส์แดงก็ช่วยอะไรไม่ได้ ซึ่งปราณมรณะเมื่อครู่เป็คำเตือนจากแดนสุสานอัมพร
“ไม่รู้ว่าไอ้บ้าคนไหนตั้งกฎแบบนี้ขึ้นมา” จูชิงขบฟันแแ่ ดาบจักรพรรดิจะต้องมีของดีอีกมากมายเป็แน่แท้ ทว่าเขาแลกเปลี่ยนต่อไม่ได้เพราะกฎนั่น
“คนที่สร้างแดนสุสานอัมพรเป็คนชั่วช้าน่ารังเกียจเหมือนอย่างที่สือจึบอกเอาไว้ไม่ผิด!” จูชิงกล่าว
โชคดีที่แดนสุสานอัมพรมีหลุมศพเป็พันเป็หมื่นแห่ง แม้ว่าจะแลกเปลี่ยนได้แค่หลุมศพละสองครั้งก็น่าจะได้ของล้ำค่ามาไม่น้อย!
ผู้ที่สร้างแดนสุสานอัมพรสร้างขึ้นเพื่อให้จอมยุทธ์ที่กำลังหมดสิ้นอายุขัยมีความหวังที่จะมีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง ในเวลาเดียวกันก็หาประโยชน์จากจอมยุทธ์เหล่านี้ ปอกลอกเอาสมบัติของพวกเขาทีละเล็กทีละน้อย เมื่อใดที่สมบัติล้ำค่าหมดลง สิ่งที่รอคอยจอมยุทธ์พวกนั้นอยู่ก็คือชะตากรรมอันน่าโศกเศร้า
แม้ว่าสือจึจะไม่ได้บอกว่าชะตากรรมสุดท้ายของพวกเขาเป็อย่างไร ทว่าฟังจากน้ำเสียงของสือจึก็พอััได้ว่าจะต้องเลวร้ายเป็แน่แท้
จูชิงไม่รู้ว่าใครเป็ผู้สร้างแดนสุสานอัมพร แต่เขาเชื่อว่าเขาน่าจะรู้ในอีกไม่ช้า!
“ท่านผู้าุโ ท่านไม่อยากได้หินปราณกับยาโอสถที่อยู่ในมือข้าหน่อยหรือ?”
“ท่านอยากได้โอสถโลหิตบริสุทธิ์หนึ่งขวดงั้นรึ ราคาสูงมาก อย่างน้อยก็ต้องเป็ของล้ำค่าลึกลับดึกดำบรรพ์ ถ้าเหมาะสม โอสถโลหิตบริสุทธิ์ขวดนี้ก็จะเป็ของท่าน”
เ้าชายขี่ม้าขาวในสายตาของจินหลิงเอ๋อร์ คนที่เคยช่วยนางเอาไว้ตอนนั้น ยามนี้กลายเป็พ่อค้าไปเสียแล้ว!
