หลังจากวันที่กลิ่นหอมของซาลาเปาฟุ้งกระจายไปทั่วหมู่บ้าน สองพี่น้องต้าเป่าและเสี่ยวเป่าดูจะมีความสุขเป็พิเศษ ทั้งคู่เดินยืดอกอย่างภูมิใจที่มีแม่เก่งและทำอาหารอร่อยที่สุดในโลก
"แม่ครับ พรุ่งนี้เราทำซาลาเปากินกันอีกนะ" เสี่ยวเป่าออดอ้อนพลางเลียริมฝีปากที่ยังจำรสชาติน้ำซุปแสนอร่อยได้ดี "ผมอยากกินทุกวันเลย"
หลินชิงเหอที่กำลังทำความสะอาดซึ้งนึ่งไม้ไผ่อยู่ชะงักมือลง เธอมองดูลูกชายคนเล็กด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวแบบนักบริหาร เธอทรุดตัวลงนั่งในระดับเดียวกับลูกๆ แล้วจับมือเล็กๆ ของทั้งสองคนไว้
"เสี่ยวเป่า ต้าเป่า ฟังแม่นะ" เสียงของเธอราบเรียบแต่หนักแน่น "แม่ก็อยากให้ลูกได้กินของอร่อยทุกวัน แต่ลูกรู้ไหมว่าแป้งขาว เนื้อหมู และน้ำมันพืชพวกนี้ แม่ต้องใช้เงินซื้อมาทั้งนั้น"
"เรารู้ครับแม่ เงินจากแหวนวงนั้น" ต้าเป่าตอบเสียงเบา
"ใช่จ้ะ แต่นั่นคือทุนก้อนสุดท้าย" ชิงเหอเริ่มสอนบทเรียนการเงินครั้งแรก "ในโลกธุรกิจหรือแม้แต่ในการใช้ชีวิต ถ้าเราเอาแต่กินทุน วันหนึ่งมันก็ต้องหมดไป เหมือนกับบ่อน้ำที่ไม่มีตาน้ำไหลเข้า ถ้าเราตักกินอย่างเดียว บ่อก็ต้องแห้ง แต่ถ้าเราเอาทุนนี้ไปลงทุน ให้มันงอกเงยเป็กำไร เราจะมีตาน้ำที่ไหลเข้ามาไม่หยุด และนั่นจะทำให้เรามีซาลาเปากินไปตลอดชีวิต"
เด็กชายทั้งสองมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจนัก แต่พวกเขาััได้ถึงความมุ่งมั่นในแววตาของแม่
"พรุ่งนี้แม่จะเอาซาลาเปาพวกนี้ไปขายที่หน้าโรงงานทอผ้าในตัวอำเภอ" ชิงเหอกล่าวต่อ "มันคือการเปลี่ยนฝีมือ ให้กลายเป็ทุนใหม่ ถ้าแม่ขายได้ เราจะมีเงินซื้อข้าวสาร ซื้อผ้ามาตัดชุดใหม่ และซื้อแม่ไก่มาเลี้ยงเพื่อเก็บไข่กินเอง ลูกๆ จะยอมช่วยแม่ไหม?"
"ยอมครับ! ผมจะช่วยแม่หาบของ!" ต้าเป่ารีบเสนอตัวทันที แม้ร่างกายจะยังผอมบาง
การเตรียมตัวในเวลาตีสี่
ความมืดมิดยังคงปกคลุมหมู่บ้าน มีเพียงแสงตะเกียงน้ำมันดวงเล็กๆ ในครัวของหลินชิงเหอที่สว่างไสว เธอตื่นขึ้นมาั้แ่ตีสี่เพื่อเตรียมแป้งและไส้ซาลาเปาในปริมาณที่มากกว่าเดิมหลายเท่า
มือที่หยาบกร้านนวดแป้งด้วยจังหวะที่แม่นยำ เธอทำซาลาเปาออกมาทั้งหมด 50 ลูก แบ่งเป็ไส้หมูสับน้ำซุปสูตรพิเศษ และไส้ถั่วแดงกวนที่เธอเคี่ยวจนเนียนละเอียด ทุกลูกถูกปั้นอย่างประณีต มีจีบที่สวยงามสม่ำเสมอสิบแปดจีบตามมาตรฐานภัตตาคารหรูที่เธอเคยไปกินในอนาคต
"แม่ครับ ผมช่วยใส่ซึ้งนะ" ต้าเป่าที่ตื่นตามมาช่วยงานอย่างขยันขันแข็ง
เมื่อซาลาเปานึ่งสุก กลิ่นหอมก็เริ่มโชยออกมาอีกครั้ง ชิงเหอจัดวางซาลาเปาลงในลังไม้ที่รองด้วยผ้าขาวบางสะอาดสะอ้าน เธอใช้ไม้คานไม้ไผ่เก่าๆ ที่เจอในห้องเก็บของมาทำเป็คานหาบ แม้ไหล่ของร่างนี้จะบางและยังไม่แข็งแรงนัก แต่หัวใจของนักธุรกิจสาวกลับแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า
หน้าประตูโรงงานทอผ้า
ระยะทางจากหมู่บ้านไปถึงตัวอำเภอไม่ใช่ใกล้ๆ ชิงเหอต้องเดินเท้าหาบของหนักกว่ายี่สิบกิโลกรัมโดยมีลูกชายสองคนเดินตามไม่ห่าง หยาดเหงื่อไหลซึมตามไรผมและแผ่นหลัง แต่เธอไม่ปริปากบ่นสักคำ
เมื่อไปถึงหน้าประตูโรงงานทอผ้าเบอร์ 1 ของอำเภอ ซึ่งเป็เวลาที่คนงานกะเช้ากำลังจะเข้างานพอดี บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เสียงพูดคุยและเสียงฝีเท้าของคนงานหลายร้อยคนดังเซ็งแซ่
ชิงเหอเลือกทำเลที่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลจากประตูทางเข้า เธอวางหาบลง จัดแจงเปิดฝาลังไม้ให้ไอความร้อนและกลิ่นหอมพวยพุ่งออกมาเป็แรงดึงดูด
"ซาลาเปาร้อนๆ จ้า! ซาลาเปาหมูสับน้ำซุปสูตรพิเศษ แป้งนุ่มไส้แน่น กัดแล้วน้ำซุปไหลหอมชื่นใจจ้า!"
เสียงกังวานใสของเธอเรียกร้องความสนใจได้ทันที คนงานหญิงหลายคนที่ยังไม่ได้กินข้าวเช้าต่างชะลอฝีเท้าลง
"น้องสาว ซาลาเปานี่ขายยังไงจ๊ะ? หอมเหลือเกิน" หญิงคนงานคนหนึ่งถามพลางมองไปที่ลูกกลมๆ ขาวนวลในลัง
"ไส้หมูสับลูกละ 5 เฟิน ส่วนไส้ถั่วแดงลูกละ 3 เฟินค่ะพี่สาว รับประกันว่ารสชาตินี้ไม่มีที่ไหนในอำเภอเราแน่นอน" ชิงเหอตอบพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ
"5 เฟิน? แพงกว่าสหกรณ์ตั้ง 2 เฟินแน่ะ" อีกคนบ่น
"ลองชิมก่อนไหมคะพี่? ถ้าไม่อร่อยจริง ฉันยินดีคืนเงินเลยค่ะ" ชิงเหอคีบซาลาเปาที่นึ่งร้อนๆ ใส่กระดาษส่งให้ "ซาลาเปาของฉัน แป้งนวดด้วยมืออย่างดี ไส้หมูสับผสมน้ำซุปเข้มข้น กัดเข้าไปแล้วน้ำซุปจะชุ่มฉ่ำอยู่ในปาก ไม่แห้งฝาดเหมือนที่อื่นแน่นอนค่ะ"
หญิงคนงานรับไปลองกัดคำแรก... และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความโกลาหล
"โอ้โห! น้ำซุปจริงๆ ด้วย! อร่อยมาก! แป้งก็นุ่มเหมือนปุยนุ่นเลย น้องสาว เอาให้พี่อีกสามลูก!"
"ฉันเอาสองลูก!" "ฉันเอาไส้ถั่วแดงด้วย!"
ภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที ซาลาเปาของชิงเหอเกือบจะหมดลัง ต้าเป่าและเสี่ยวเป่าช่วยกันส่งห่อกระดาษและรับเงินอย่างว่องไว
การพบกันของกัลยาณมิตร
ขณะที่ชิงเหอกำลังง่วนกับการขาย มีชายวัยกลางคนสวมชุดพนักงานสีกากีสะอาดสะอ้าน สวมแว่นตาท่าทางภูมิฐาน เดินตรงเข้ามาด้วยความสงสัย เขาคือ 'ผู้จัดการจาง' ผู้จัดการฝ่ายผลิตของโรงงานทอผ้าแห่งนี้
จางเหว่ยยืนสังเกตการณ์อยู่นาน เขาแปลกใจที่เห็นแม่ค้าตัวเล็กๆ สภาพมอมแมมแต่มีกิริยามารยาทและการพูดจาที่ดูมีการศึกษาอย่างประหลาด ที่สำคัญคือเธอจัดการฝูงชนที่วุ่นวายได้อย่างมีระเบียบ
"น้องสาว ขอผมลองลูกหนึ่งสิ" จางเหว่ยกล่าวเสียงเรียบ
ชิงเหอเงยหน้าขึ้นมอง เพียงแวบเดียวเธอก็รู้ว่าชายคนนี้ไม่ใช่คนงานทั่วไป วางตัวสุขุมและมีอำนาจ "ได้ค่ะ ท่านผู้จัดการ ระวังน้ำซุปร้อนๆ นะคะ"
จางเหว่ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยที่เธอเรียกตำแหน่งเขาได้ถูกต้อง เขาชิมซาลาเปาอย่างช้าๆ รสชาติที่ซับซ้อนและเทคนิคการใส่น้ำซุปเข้าไปในไส้ทำให้เขาถึงกับอึ้ง
"นี่... คุณทำเองงั้นเหรอ?"
"ค่ะ ฉันทำเองกับมือทุกขั้นตอน" ชิงเหอตอบอย่างมั่นใจ
"ผมอยู่เมืองใหญ่มานาน ยังไม่เคยเจอซาลาเปาที่รสชาติดีและใช้เทคนิคสูงขนาดนี้ในราคาแค่ 5 เฟิน" จางเหว่ยลดเสียงลง "น้องสาว คุณมีความรู้เื่อาหารดีมาก ทำไมถึงมาหาบเร่ขายแบบนี้ล่ะ?"
"ชีวิตบีบคั้นค่ะท่านผู้จัดการ แต่ฉันเชื่อว่าถ้าเรามีฝีมือและไม่ย่อท้อ วันหนึ่งท้องฟ้าจะเปิดให้เราเสมอ" ชิงเหอตอบด้วยประโยคที่ทำให้นักบริหารอย่างจางเหว่ยถึงกับประทับใจ
"ดี... พูดได้ดี" จางเหว่ยยิ้มออกมา "โรงงานเรามีการประชุมหัวหน้าแผนกทุกสัปดาห์ และเราต้องสั่งอาหารว่าง ผมสนใจซาลาเปาของคุณ ถ้าผมจะขอสั่งครั้งละ 100 ลูก ทุกวันพุธ คุณจะสามารถมาส่งที่ฝ่ายบริหารได้ไหม?"
หัวใจของชิงเหอเต้นแรง นี่คือสัญญารายแรกที่เธอกำลังจะได้มา!
"ได้แน่นอนค่ะท่านผู้จัดการ ฉันจะจัดเตรียมให้อย่างดีที่สุดและตรงเวลาเสมอ"
"งั้นนี่คือที่อยู่ของห้องทำงานผม พุธหน้าผมจะรอนะ" จางเหว่ยส่งนามบัตรกระดาษแผ่นเล็กๆ ให้ ก่อนจะเดินเข้าโรงงานไป
หลินชิงเหอมองตามแผ่นหลังของผู้จัดการจางด้วยรอยยิ้ม เธอก้มลงมองเงินเหรียญและธนบัตรใบเล็กๆ ในกล่องไม้ที่ต้าเป่าถืออยู่ วันนี้เธอได้มากกว่าแค่เงิน เธอได้มิตรภาพและโอกาสทางธุรกิจที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
"แม่ครับ... เราขายหมดแล้ว!" เสี่ยวเป่าร้องะโอย่างดีใจ
ชิงเหอกอดลูกชายทั้งสองไว้แน่น "ใช่จ้ะลูก... วันนี้แม่จะพาไปซื้อไก่ย่างกินกันนะ และเราจะไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้พวกลูกด้วย!"
ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ หน้าโรงงานทอผ้า หลินชิงเหอรู้ดีว่าก้าวแรกของเธอประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และไม่มีอะไรจะหยุดยั้งราชินีแห่งการค้าคนนี้ได้อีกต่อไป!
