“มีอย่างหนึ่งที่หม่อมฉันยังไม่เคยทูลฮองเฮาเพคะ” นางพูดด้วยสายตาตั้งมั่น
“มีสิ่งใดที่เ้ายังไม่บอกข้างั้นรึ” อีกฝ่ายเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“ที่หม่อมฉันเข้ามาเป็นางกำนัลใกล้ชิดพระองค์ เพราะหม่อมฉันไม่เชื่อว่าพระสนมเสี่ยวเอิน จะทำสิ่งชั่วร้ายอย่างที่ชาวบ้านพูดกัน ดังนั้นหม่อมฉันเข้ามาด้วยจุดประสงค์ที่ว่า หม่อมฉันต้องหาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ของพระสนมเสี่ยวเอิน และหลักฐานสำคัญก็คือชายที่มีนามว่า ลี่ไท่กวง เพคะ” ฮองเฮาถอนหายใจแล้วขบคิดครู่หนึ่ง
“ปล่อยวางได้หรือไม่” เสี่ยวเอินในร่างของเฟยหยางน้ำตาเอ่อขึ้น แล้วพูดบางอย่างออกมา
“พระสนมถูกใส่ร้ายจนตาย ขนาดที่ตายไปแล้ว ยังถูกชาวบ้านสาปแช่งต่าง ๆ นานา เช่นนี้พระองค์คิดว่าพระสนมเสี่ยวเอินจะตายตาหลับหรือไม่เพคะ” คำถามของเฟยหยางทำให้ฮองเฮาชะงักนิ่ง
“หากเ้ายืนหยัดในความมุ่งมั่นเช่นนั้น ข้าจะอนุญาตพร้อมให้เ้านำทหารติดตายไปด้วยสองคน เพื่อคุ้มครองเ้าดีหรือไม่” สิ้นเสียงเมตตาของฮองเฮา เฟยหยางก็พยักหน้าพร้อมน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจไหลรินลงอาบแก้ม
“ขอบพระทัยเพคะ”
นับจากนั้นเฟยหยางก็ออกตามหาลี่ไท่กวง ทุกซอกทุกมุมของเมือง
พร้อมพิธีแต่งตั้งหลี่ถังเยี่ยนขึ้นเป็พระสนมของรัชทายาท สร้างความปลาบปลื้มใจให้ชาวเมืองและเหล่าขุนนางเป็อย่างมาก เฟยหยางมุ่งหน้าเดินหาลี่ไท่กวงด้วยความหวังว่าจะเจอเขาที่ใดสักแห่งในเมือง ขณะที่นางนั่งดื่มชาอยู่ภายในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง เสียงโต๊ะข้าง ๆ พูดถึงเื่พิธีแต่งงานของรัชทายาท ทำให้เฟยหยางชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง
“ว่ากันว่าเ้าสาวของรัชทายาท นางเป็ถึงลูกสาวสกุลหลี่ ฐานะของนางสูงส่งไม่น้อย ไม่เหมือนพระสนมเสี่ยวเอิน ที่เดิมทีมาจากนางกำนัลไม่มียศถาอะไรมากนัก ข้าคิดว่าการแต่งตั้งพระสนมในรัชทายาทครั้งนี้เหมาะสมที่สุด” เฟยหยางค่อย ๆ รินน้ำชาลงถ้วย แล้วยกดื่มพยายามหักห้ามใจไม่ฟุ้งซ่านคิดถึงรัชทายาทแสนเ็าผู้นั้นอีก
“วันนี้ พอแค่นี้ก่อนดีหรือไม่” นายทหารที่ติดตามมาเอ่ยขึ้น
“พวกเ้ากลับไปก่อนเถอะ ข้าจะนั่งอยู่ที่นี่อีกหน่อย เผื่อจะพบลี่ไท่กวง”
“แต่ว่าฮองเฮาให้พวกเรามาดูแลเ้า”
“เื่นั้นช่างเถอะ ข้าก็แค่นางกำนัลธรรมดาผู้หนึ่งเท่านั้น ไม่ได้มียศถาสูงส่งจนต้องมีทหารติดตาคอยดูแล พวกเ้ากลับไปเถอะ ตอนนี้ภายในวังหลวงคงครึกครื้นเพราะเป็วันเฉลิมฉลองการแต่งตั้งพระสนม ส่วนเื่ฮองเฮาข้าจะกลับไปอธิบายเอง รับรองว่าพวกเ้าจะไม่ถูกลงโทษ” ทหารสองนายมองหน้ากัน ก่อนเฟยหยางจะยิ้ม
“ตอนนี้ในวังหลวงมีอาหารและสุรามากมายรอพวกเ้าอยู่ หากไปช้าหมด จะโทษข้าไม่ได้นะ” เฟยหยางพูดพร้อมรอยยิ้ม ก่อนพวกเขาสองคนจะรีบเบี่ยงตัวเดินจากไป ก่อนหญิงสาวจะหุบยิ้มแล้วค่อย ๆ รินชาใส่ถ้วย ท่ามกลางเสียงชื่นชมเยินยอกับงานอภิเษกที่เกิดขึ้น
ก่อนเฟยหยางจะขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อเห็นหญิงสาวหน้าตาคุ้นเคยเดินผ่านโรงเตี๊ยมไปด้วยความรีบร้อน ทั้งยังมีท่าทีหวาดระแวงตลอดเวลา
“นั่นสาวใช้จวนสกุลหลี่ เหตุใดจึงทำลับ ๆ ล่อ ๆ เพียงนั้น” ก่อนเฟยหยางจะเรียกเถ้าแก่ร้านแล้ววางเงินทิ้งไว้บนโต๊ะ พลันรีบก้าวเท้าเดินตามสาวใช้จวนสกุลหลี่ไป ก่อนจะเห็นนางเข้าไปยังร้านขายสมุนไพรเล็ก ๆ ตรงมุมทางเดิน
เฟยหยางหลบอยู่หลังประตู แล้วมองกระดาษที่สาวใช้สกุลหลี่ยื่นให้กับพ่อค้าขายสมุนไพร
“ไอหยา! ยาพวกนี้มีแต่ฤทธิ์แรง ๆ ทั้งนั้น หากกินมากไปเป็พิษได้นะ เ้าจะเอาไปทำอันใด”
“เถ้าแก่อย่าพูดมาก ยาพวกนี้เป็ยาที่คุณหนูถังเยี่ยน ไม่ใช่สิ! วันนี้เป็วันแต่งตั้งพระสนม ตอนนี้คุณหนูถังเยี่ยนได้ขึ้นเป็พระสนมในรัชทายาทแล้ว ดังนั้นยาพวกนี้เป็ยาที่พระสนมถังเยี่ยนทรง้า” เมื่อได้ยินดังนั้นเถ้าแก่ร้านก็ตาลุกวาว พลันหันไปจัดยาให้ด้วยความดีใจอย่างถึงที่สุด
“ข้าแถมให้ด้วย แต่ต้องกำชับพระสนมให้มาก ยาพวกนี้ฤทธิ์แรง หากใช้อย่างเหมาะสมจะช่วยรักษา แต่หากใช้มากเกินไปจะทำให้ถึงชีวิตได้”
“พระสนมมีความสามารถเื่สมุนไพร ท่านไม่ต้องห่วงหรอก ข้าไปก่อน” สาวใช้รับยามาพร้อมกับจ่ายเงิน ก่อนจะเดินหนีบห่อยาออกไปด้วยความรีบร้อน ขณะที่เฟยหยางหลุบเข้ามุม เมื่อแน่ใจว่าอีกฝ่ายออกไปไกลแล้ว เฟยหยางจึงตัดสินใจเดินเข้าไปในร้านขายยา
“เถ้าแก่ เมื่อครู่ข้าแม่นางผู้นั้นสั่งยาอะไรไป พอจะบอกข้าได้หรือไม่” เถ้าแก่ร้านขมวดคิ้วเล็กน้อย เลื่อนสายตามองหญิงสาวั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า
“เ้าหน้าตาคุ้น ๆ นะ” เฟยหยางชะงักนิ่ง หากแต่เถ้าแก่ร้านปัดความสงสัยทิ้ง แล้วหยิบกระดาษที่คนของจวนสกุลหลี่ทิ้งไว้ยื่นให้
“นางเป็คนของวังหลวง เห็นว่าพระสนมถังเยี่ยนสั่งยาไป ข้าช่างโชคดีจริง ๆ ที่ได้รับใช้พระสนมั้แ่วันแรกที่นางขึ้นรับตำแหน่ง” เถ้าแก่ร้านพูดด้วยความภูมิใจ ก่อนเฟยหยางจะอ่านตัวหนังสือบนกระดาษ
“ชังเอ๋อร์จื่อ ปั้นเซี่ย ปาโต้ว และก็ซุ่นโหว” เฟยหยางมองรายชื่อสมุนไพรแล้วชะงักนิ่ง เพราะทั้งหมดล้วนเป็สมุนไพรที่มีพิษหากใช้มากเกินไปอาจเป็อันตรายถึงชีวิต
“นางบอกหรือไม่ว่าจะเอาไปทำอะไร”
“ข้าจะไปรู้ได้ยังไง นางไม่ได้บอกไว้” เถ้าแก่ร้านพูดพลางหันไปจัดยาให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนเฟยหยางจะรีบเก็บความสงสัยนี้ไว้แล้วเบี่ยงตัวเดินจากมา
