ภายในห้องที่มืดสลัว มวลอากาศสั่นคลอนเป็ระลอกๆ เพราะถูกคลื่นพลังที่แข็งแกร่งบางอย่างทำให้เกิดการสั่นะเืขึ้น ถึงแม้จะเป็การกระทำที่ไม่ใหญ่โตมากนัก ทว่ากลับเต็มไปด้วยความลึกลับเกินจะหยั่งถึง
ภายในห้องเต็มไปด้วยเส้นสายพลังที่รุนแรง ราวกับมีเตาหลอมที่กำลังไหม้โชนลุกลามอยู่ภายใน
เงาร่างหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ภายในห้อง เปลือกตาทั้งสองข้างยังคงปิดสนิท ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจเข้าออก ลมหายใจของเขามีพลังดูดซับลึกลับอย่างหนึ่งเอ่อล้นออกมา ภายในอากาศมีไอพลังปรากฏขึ้นมาเป็เส้นสาย มันหลอมรวมเข้าไปภายในร่างของเขาตามจังหวะ
เพื่อให้พลังฟ้าดินบริสุทธิ์ กลั่นหลอมร่างกายของเขา!
เวลาที่ผ่านไปเรื่อยๆ ร่างกายของเขาก็พลันแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าอย่างพึงพอใจ ความรู้สึกที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ช่างทำให้เขารู้สึกดีจริงๆ
ชั่วพริบตาเวลาก็ผ่านพ้นไปถึงห้าวัน วันนี้ดวงตาที่ปิดสนิทก็ค่อยๆ ลืมขึ้น มือทั้งสองของเขาคลำกล้ามเนื้อทั่วตัวที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มุมปากยกยิ้มยินดี เวลาเพียงไม่กี่วันก็ััได้ถึงความแข็งแกร่งที่ก้าวะโไปอีกขั้น
“อีกสิบวันสำนักซิงเฉินก็จะเปิดรับสมัครศิษย์ใหม่เข้าสำนัก สามวันหลังจากนั้นก็จะเป็วันลงชื่อสมัคร และข้าจะต้องผ่านการคัดเลือกจากผู้คนที่ไปสมัครนับไม่ถ้วนให้จงได้!” เต้าหลิงกระชับฝ่ามือแน่น ก่อนจะพึมพำต่อว่า “ตอนนี้ข้าควรไปหาเืสัตว์อสูรเสียก่อน หากฝึกเฉกเช่นคนทั่วไป พลังข้าคงไปไม่ถึงไหนแน่!”
เต้าหลิงไม่รีบร้อน เขาเดินเข้าห้องอาบน้ำชำระกาย สวมอาภรณ์สีขาวสะอาด เส้นผมสะบัดพลิ้วไป ดูๆ ไปแล้วเขาก็มีท่วงท่าสง่างามไม่น้อย
แม้ว่าพ่อขาเป๋ของเขาจะยากจน แต่ทว่าก็ยังเคยซื้ออาภรณ์เนื้อดีเก็บไว้อยู่หลายตัว ในตอนที่เขาเอาหินน้ำงามไปขาย อีกฝ่ายจะต้องไม่รู้แน่ว่าของล้ำค่านี้มาจากเขตทุรกันดาร
“หินขัดหม้อนี้น่าจะมีมูลค่าสูงกว่าหินที่พ่อขาเป๋ใช้ขัดเท้าหรือไม่นะ?” เต้าหลิงลูบคางอย่างขบคิด แววตาฉายแสงประกายขึ้นอย่างมีหวังว่ามันจะเป็หินน้ำงามที่มีค่า
เต้าหลิงคาดเดาว่า...พ่อขาเป๋ของเขานั้นคงกังวลว่าหากหินล้ำค่าน้ำงามเหล่านี้ออกไปสู่สายตาคนภายนอก อาจจะทำให้ผู้คนอิจฉาตาร้อนได้ ดังนั้นจึงไม่ยอมให้เขานำมันออกไป แม้ว่าที่อยู่อาศัยของพวกเขาจะไม่สู้ดีนัก แต่ว่าเื่อาหารการกินนั้นถือว่าไม่ย่ำแย่ อีกทั้งพวกเขาก็ไม่ค่อยเห็นความสำคัญกับวัตถุนอกกาย
“คงอีกพักใหญ่กว่าพ่อขาเป๋จะกลับมาจากเหมือง เมื่อถึงตอนนั้นก็ค่อยถามเขาก็แล้วกันว่า เขาได้หินแร่เหล่านี้มาจากที่ใด”
เต้าหลิงปัดฝุ่นที่อยู่บนเสื้อก่อนที่จะปิดประตูบ้าน ฝ่ามือของเขาเอื้อมเข้าไปแตะหินสีทองแดงที่อยู่ภายใต้แขนเสื้อ ไม่ต้องถามก็รู้ได้เลยว่าเขาจะเดินทางไปที่คลังสมบัติ!
คลังสมบัติเป็ร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองชิงสือ และยังมีความน่าเชื่อถือเป็อย่างมาก อีกทั้งคลังสมบัติยังมีสาขาน้อยใหญ่ไปทั่วทั้งแคว้นชิง นับว่าอิทธิพลเป็ที่น่าหวั่นเกรงเป็อย่างมาก
เต้าหลิงมาถึงใจกลางเมือง ั์ตาดำนิ่งสนิทจ้องมองไปยังร้านค้าที่โอ่อ่าหรูหรา คนที่กล้าย่างกรายเข้าไปยังที่แห่งนี้นับว่าน้อยมาก คงเพราะสิ่งของภายในร้านค้าล้วนแต่มีมูลค่าสูงลิ่ว ซึ่งนี่ก็เป็ครั้งแรกที่เขามาเยือนที่นี่
เต้าหลิงสูดลมหายใจเข้าลึกพลางเดินเข้าไปในร้านด้วยท่าทีสงบนิ่ง เมื่อย่างเท้าเข้ามาภายในร้าน รูปภาพที่อยู่รอบๆ ทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัวขึ้นมาฉับพลัน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงรักษาท่าที ก้าวเท้าต่อไปอย่างสุขุมเยือกเย็น
ภายในนั้นเป็ห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีขนาดราวๆ หนึ่งพันตารางเมตร บนกำแพงรอบๆ ประดับตกแต่งด้วยของล้ำค่าที่ส่องแสงแวววับ ด้านล่างบนหิ้งหยก บนนั้นวางของต่างๆ ที่สุดแสนล้ำค่าเหนือคำบรรยายเอาไว้ มีคนจำนวนไม่น้อยที่กำลังพูดคุยชี้แนะกัน ดูแล้วครึกครื้นไม่น้อย
“มีของล้ำค่าเยอะมากจริงๆ สมแล้วที่เป็คลังสมบัติ!” มือของเต้าหลิงที่ซุกอยู่ภายใต้แขนเสื้อสั่นเทา ของล้ำค่าเหล่านี้เขาล้วนแต่ไม่รู้จักทั้งสิ้น อีกทั้งยังมีมากเสียจนนับชิ้นไม่ได้
เมื่อเห็นเด็กหนุ่มสวมอาภรณ์สีขาวเยื้องกรายเข้ามาในร้าน หญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งก็เดินเข้ามาต้อนรับ นางยิ้มและเอ่ยเสียงหวานออกมาว่า “คุณชาย ท่าน้าของล้ำค่าชิ้นใดหรือเ้าคะ?”
ภายในใจของหวังเชียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ความจริงแล้วนางล้วนแต่รู้จักหน้าค่าตาของคุณชายเมืองชิงสือทุกคน แต่ทว่าคุณชายท่านนี้นางพึ่งจะได้พบเขาเป็ครั้งแรก ไม่รู้ว่าท่านผู้นี้เดินทางมาจากที่ใดกัน
“ไปคุยด้านหน้านั้นเถอะ” เต้าหลิงมองไปรอบๆ แล้วเดินตรงไปข้างหน้า เพราะบริเวณที่เขายืนอยู่เมื่อสักครู่มีคนยืนอยู่จำนวนไม่น้อย เขาไม่อยากจะเป็ที่สนใจของลูกค้าท่านอื่น อีกทั้งเขาก็ยังไม่รู้ด้วยว่าหินทองแดงที่เขานำมานี้จะมีมูลค่าเพียงใด
หวังเชียนคิ้วขมวดเป็ปม เขาจะทำอะไร? แค่มาซื้อของยังต้องมีท่าทีลับๆ ล่อ ๆ ลองดูไปก่อนก็แล้วกันว่าเขา้าที่จะทำอะไร
เต้าหลิงเดินเข้าไปด้านในลึกสุด ก่อนที่จะหยิบหินทองแดงออกมา ภายในใจก็ลุ้นจนตัวสั่นว่ามันจะมีมูลค่าสูงเพียงใด และที่สำคัญไปกว่านั้นเขาหวังว่าจะไม่ถูกคลังสมบัติปฏิเสธ!
เมื่อเห็นหินสีทองแดงที่อยู่ในมือของเด็กหนุ่ม ั์ตาของนางก็ฉายแสงประกายออกมา นางรู้สึกว่าสินค้าชิ้นนี้หาได้ด้อยค่าไม่ นางยิ้มออกมาบางๆ แล้วกล่าวออกมาว่า “ท่าน้าจะขายแร่ชิ้นนี้อย่างนั้นหรือ? ท่านคิดจะขายมันในราคาเท่าใด?”
“ข้า้าหนึ่งหมื่นเหรียญทอง แล้วส่วนที่เหลือขอแลกเป็เืสัตว์อสูร และที่สำคัญจะต้องเป็เืของสัตว์อสูรที่ระดับสูงกว่ากิเลนไฟ และจะต้องเป็เืที่ต่างชนิดกัน” เต้าหลิงกล่าวรัวออกมาอย่างตื่นเต้น เขาเองก็ไม่รู้ว่าราคานี้เหมาะสมหรือไม่?
มีเสียงโครมดังขึ้น ร่างของหวังเชียนโงนเงนโซเซจวนจะล้มลง เขากล่าวว่าอย่างไรกันนะ? หนึ่งหมื่นเหรียญทอง? นี่เขารู้หรือไม่ว่าหนึ่งหมื่นเหรียญทองมีค่าเท่าใด?
แล้วเขายังกล่าวอะไรอีกนะ...กิเลนไฟ? รู้หรือไม่ว่ากิเลนไฟนั้นคืออะไร? นั่นมันเป็สัตว์อสูรที่ยากจะพบได้! แล้วเ้ายัง้าเืของสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่ากิเลนไฟ? อีกทั้งยัง้าต่างชนิดกันอีก!
“ของห่วยๆ อย่างนั้นน่ะหรือ เ้าเป็คนบ้าหรืออย่างไร!” สีหน้าหวังเชียนพลันเปลี่ยนเป็เ็าดูิ่ เ้าโง่คนนี้กล้ามาที่นี่เพื่อหลอกข้า? ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่แล้วหรือ!
ได้ยินดังนั้น หัวใจเต้าหลิงพลันเต้นระรัวด้วยความใ หรือว่าเขาจะตั้งราคาสูงเกินไป? หากรู้เช่นนี้เขาคงจะให้นางเป็ฝ่ายตั้งราคา ภายในใจของเขารู้สึกผิดหวังเป็อย่างมาก หรือว่ามันจะไม่มีมูลค่าเลย?
“ใครก็ได้รีบมาจับเ้าโง่ที่อาจหาญผู้นี้ ไปเฆี่ยนตีให้รู้สำนึกซะ!” หวังเชียนกล่าวด้วยสีหน้าเ็า ดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
เสียงร้องว่ากล่าวของหวังเชียนทำให้รอบข้างเงียบลงฉับพลัน ก่อนจะปรากฏเสียงหัวเราะดังลั่นขึ้น “เ้าโง่หาญกล้าคนใดบังอาจมาล่วงเกินน้องหวังเชียน เ้าอยากให้ข้าช่วยสั่งสอนมันหรือไม่?”
“ใช่แล้วน้องหวังเชียน เ้าโง่นี่มันจับบั้นท้ายของเ้าอย่างนั้นหรือ? เ้าถึงได้โกรธเกรี้ยวเช่นนี้” ชายหน้าดำร่างสูงใหญ่กล่าวพลางมองไปที่สะโพกของหวังเชียนที่งอนเป็ทรงได้รูป ก่อนที่จะส่งเสียงหัวเราะออกมา
เสียงวิพากษ์วิจารณ์รวมเสียงหัวเราะโดยรอบ ยิ่งทำให้นางบังเกิดโทสะ นางขบฟันเม้มปาก ไม่รู้เลยว่าไอ้บ้านนอกนี้โผล่มาจากที่ใด ทั้งยังทำให้นางอับอายขายหน้า นางจะไม่ยอมให้เขาเดินออกจากร้านไปง่ายๆ แน่!
เมื่อเห็นผู้คุ้มกันเดินเข้ามาใบหน้าของเต้าหลิงพลันขึงขังขึ้น แค่เขาตั้งราคาผิด เหตุใดต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย? มีร้านค้าที่ใดทำการค้าเช่นนี้กัน!?
“น้องชาย นับว่าเ้าใจกล้าไม่เบาเลยนะ ถึงได้กล้ามาหาเื่ที่นี่!” ชายร่างสูงใหญ่กำยำลูบกุมกำปั้นของตนพลางส่งเสียงเย็นออกมา “ไม่รู้หรือว่าที่นี่คือที่ใด? บอกข้ามาว่าเ้าอยากจะตายอย่างไร?”
“ในเมื่อพวกเ้าไม่้าจะซื้อของของข้า ข้าก็ไม่ข้องใจ หากแต่ทำไมต้องนำคนมาไล่ข้าด้วยเล่า?” เต้าหลิงตีสีหน้าเยือกเย็นขึงขังกล่าวกับผู้คุ้มกัน “ข้าได้ยินมาว่าคลังสมบัติมีความน่าเชื่อถือที่ยอดเยี่ยม แต่มาวันนี้ทำให้ข้ารู้สึกผิดหวังเป็อย่างมาก”
เฉินต้าไห่ขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาของเขามองกวาดไปยังเต้าหลิงที่ยังคงวางตัวสบายๆ ไร้ท่าทีทุกข์ร้อน แล้วเฉินต้าไห่ก็พลันสงสัยเหตุใดเ้าน้องชายผู้นี้จึงไม่มีทีท่าจะหวาดกลัว เขาจึงหันไปถามหวังเชียน “เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่?”
“ฮึ แค่ไล่เ้านี่มันยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ เื่ที่เ้ากล่าวเกี่ยวข้องอันใดกับชื่อเสียงของร้านเรา?” ใบหน้าหวังเชียนแสดงความโกรธเกรี้ยว นางอยากจะฉีกปากของชายตรงหน้าให้เละเทะ จากนั้นนางก็หันไปกล่าวกับผู้คุ้มกันว่า “ก็ไอ้บ้านนอกนี่มันแส่หาเื่ คิดจะเอาหินผุๆ มาหลอกขายเราในราคาสูง!”
สีหน้าของเฉินต้าไห่เย็นะเืลง ในใจรู้สึกไม่พอใจหวังเชียนเป็อย่างมาก นางมาจากตระกูลหวัง ด้วยบารมีของตระกูลทำให้นางล่วงเกินลูกค้าเป็ประจำ การต่อรองราคาในการทำธุรกิจนั้นเป็เื่ปกติธรรมดาที่ต้องเจอ แค่พูดจาดีๆ ก็พอแล้วมิใช่หรือ?
“ท่านลูกค้า พอจะให้ข้าดูสิ่งของที่ท่านนำมาได้หรือไม่?” เฉินต้าไห่มองไปยังเต้าหลิงพร้อมเอ่ยถาม ภายในใจคิดแล้วว่าหากเ้าเด็กนี่กล้าตั้งราคามั่วเพื่อโก่งราคา คงจะต้องสั่งสอนเขาให้รู้สำนึกเสียหน่อย
หัวใจของเต้าหลิงร้อนรนดั่งไฟเผา หรือว่าหินก้อนนี้จะเป็ขยะจริงๆ? หากเป็เช่นนั้นเื่นี้คงไม่จบง่ายๆ แน่
“ยังจะมัวตะลึงอะไรอยู่? ยังไม่รีบนำมันออกมาให้พวกข้าดูความล้ำค่าของหินผุๆ นั่นของเ้าอีก” หวังเชียนชี้นิ้วไปที่เต้าหลิงพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า “เ้าจะผิดหวังเป็แน่ ข้าละอยากจะเห็นจริงๆ ว่าสีหน้ายามที่เ้าผิดหวังนั้นจะเป็เช่นไร!”
เสียงหัวเราะรอบๆ ก็ะเิดังขึ้นมา ทุกสายตาล้วนแต่จับจ้องไปยังเต้าหลิง เพราะอยากจะรู้ว่าของที่เขาเอาออกมานั้นจะเป็ของล้ำค่าอะไร
เต้าหลิงกำหมัดแน่นพลางก้าวเท้าไปตรงหน้าของเฉินต้าไห่ ไม่ว่าหินแร่ทองแดงนี่จะเป็ของล้ำค่าหรือไม่ ก็ไม่ควรให้ผู้คนภายนอกเห็นจะเป็การดี
เฉินต้าไห่เห็นการกระทำดังกล่าวก็เกิดความประหลาดใจขึ้น แต่เขายังคงวางเฉยอำพรางความรู้สึกนั้นไว้ เขาเองก็อยากจะรู้จริงๆ ว่าของสิ่งนั้นคืออะไร เหตุใดจึงต้องปกปิดขนาดนี้
“ฮึ กับอีแค่หินผุๆ ยังต้องปกปิดอันใดอีกหรือ สมกับเป็คนบ้านนอกเสียจริงๆ” หวังเชียนยิ้มเยาะขบขัน นางเฝ้ารอที่จะได้ดูอะไรสนุกๆ
หินแร่รูปทรงคล้ายหัวเจาะปรากฏอยู่ตรงหน้าเฉินต้าไห่ หินก้อนนี้แม้ดูแล้วจะเก่าคร่ำครึไปเสียหน่อย แต่ทว่ากลับซุกซ่อนประกายแสงสีแดงฉานล้ำค่าอยู่ภายใน
เปลือกตาเฉินต้าไห่พลันสั่นระริก เขาพยายามจ้องมองและวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน ก่อนที่จะขยี้ตาอยู่หลายหน จนในที่สุดก็สามารถสรุปได้ว่ามันคือของสิ่งนั้น เขาสูดลมหายใจลึกด้วยความตกตะลึง สิ่งนี้คือผลึกหินทองแดงโลหิตไม่ผิดแน่!
เขาเคยได้ยินชื่อของหินแร่ชนิดนี้มาก่อน มันจะซุกซ่อนอยู่ในเหมืองแร่ที่น่ากลัว เป็ของล้ำค่าที่ยากจะขุดออกมาได้
ตระกูลหวังมีกระจกโลหิตล้ำค่าอยู่บานหนึ่งซึ่งมีผลึกหินทองแดงโลหิตผสมอยู่เล็กน้อย เพียงแค่นั้นก็ทำให้อำนาจบารมีของตระกูลหวังรุ่งโรจน์ขึ้นมาสูงสุด!
และจากงานประมูลครั้งก่อนก็มีการนำผลึกหินทองแดงโลหิตขนาดเพียงหนึ่งเล็บมือเท่านั้นออกมาประมูล ซึ่งมันมีราคาสูงถึงห้าแสนเหรียญทอง!
เต้าหลิงสังเกตเห็นถึงสีหน้าของเฉินต้าไห่ ภายในใจของเขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันที พร้อมกับสบถด่าว่าหวังเชียนขึ้นมาในใจ นางดูสินค้าไม่เป็แท้ๆ แต่ยังบ่นโวยวายว่ามันเป็แค่หินผุๆ!
“เป็อย่างไร? แค่หินผุๆ ใช่หรือไม่?” หวังเชียนยิ้มเยาะ “แค่หินขยะชิ้นหนึ่ง ยังจะกล้าโก่งราคา ช่างเพ้อเจ้อเสียจริง!”
ใบหน้าของเฉินต้าไห่พลันบิดเบี้ยว ์ ช่วยปล่อยสายฟ้าฟาดมาใส่นางหญิงโง่เขลาผู้นี้โดยเร็วด้วยเถอะ! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านางจะกล้าปฏิเสธของล้ำค่าเช่นนี้ อีกทั้งยังเป็ถึงผลึกหินทองแดงโลหิตที่มีอยู่แค่ในเหมืองที่น่ากลัวอีก!
“ในเมื่อเป็เพียงแค่หินผุๆ เช่นนั้นข้าคงต้องขอลา” เต้าหลิงเก็บผลึกหินทองแดงโลหิต ก่อนจะก้าวเท้าออกจากร้านไป
“ว่าไงนะ? เ้าคิดจะหนีอย่างนั้นหรือ!” ฉับพลันสายตาหวังเชียนก็จ้องเต้าหลิงอย่างเดือดดาล นางชี้ตรงไปที่เต้าหลิงแล้วแผดเสียงคำรามออกมา “ข้าบอกเ้าแล้ว วันนี้เ้าอย่าหวังว่าจะเดินออกไปได้ง่ายๆ เฉินต้าไห่รีบไปหักขามันเดี๋ยวนี้!”
เฉินต้าไห่ตื่นเต้นเกินจะควบคุม หากเขาสามารถรับผิดชอบการซื้อขายผลึกหินทองแดงโลหิตนี้ได้ จะต้องได้ผลประโยชน์มหาศาลอย่างแน่นอน!
เมื่อเฉินต้าไห่ได้ยินคำพูดของเต้าหลิงที่จะขอตัวกลับนั้น ภายในใจก็พลันร้อนรนขึ้นในทันที เ้าจะไปที่อื่นไม่ได้ ถ้าเ้าไปแล้วข้าจะได้ส่วนแบ่งอะไรเล่า
ในตอนนั้นเฉินต้าไห่ที่ได้ยินเสียงคำรามของหวังเชียน เขาก็ทั้งโกรธเกรี้ยวและเป็ปีติในเวลาเดียวกัน
“เ้าผู้หญิงโง่เขลาจะะโร้องเสียงดังทำไม!?” เฉินต้าไห่ใช้ฝ่ามือตบเข้าที่แก้มของหวังเชียนอย่างไม่เกรงกลัว พลางแผดเสียงคำรามออกมาราวกับเสียงสายฟ้า “เ้ากล้ากระทำต่ำช้ากับลูกค้าแบบนี้ สมควรตาย!”
ฝ่ามือที่ฟาดลงไปนั้นทำให้ผู้คนต่างตกตะลึง ทุกสายตาล้วนจับจ้องไปที่แก้มบวมเป่งของหวังเชียน ฟันหลายซี่ค่อยๆ หลุดลงมา กลุ่มคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างตื่นกลัวสุดขีด นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?
หัวของหวังเชียนหมุนตื้อไปมา นางจ้องเขม็งไปที่เฉินต้าไห่อย่างไม่อยากจะเชื่อ นางโกรธมากจนควันออกหู ราวกับว่าเป็ความเคียดแค้นที่ยาวนานถึงพันปีก็ไม่ปาน “บัดซบ! เ้ากล้าตบข้าอย่างนั้นหรือ เ้าอยากตายหรืออย่างไร!”
เฉินต้าไห่ชี้หน้านางพลางแผดเสียงคำรามออกมาด้วยโทสะ “ตีเ้าแล้วอย่างไร? ข้าจะบอกอะไรเ้าไว้นะ เ้าควรจะต้อนรับลูกค้าด้วยความเคารพ เปรียบลูกค้าเสมือนพระเ้า เ้าดูการกระทำอันโง่เขลาของเ้าเสีย ข้าไม่ฆ่าเ้าก็บุญหัวเ้ามากเกินพอแล้ว!”
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเ็า หากเื่นี้ถึงหูผู้าุโของคลังสมบัตินี้เข้าละก็ นางต้องโดนสับเป็ชิ้นๆ แน่
คนที่สามารถเดินถือผลึกหินทองแดงโลหิตไปทั่วได้แบบนี้จะเป็คนธรรมดาอย่างนั้นหรือ? แน่นอนว่า ไม่ใช่อย่างเด็ดขาด!
เต้าหลิงเองก็ตกตะลึงไปเช่นเดียวกัน คิดไม่ถึงเลยว่าเฉินต้าไห่จะอาจหาญเช่นนั้น
