หลังจากที่ได้ยินจำนวนค่าเสียหาย ทุกคนที่ได้ยินก็ใเป็อย่างมาก ใครบางคนก็แทบเข่าทรุด พวกเขาในนี้รู้ว่าสกุลจิ้งได้รับของมีค่าและเริ่มทำการค้ากับสนมในวังและเหล่าคุณนายคุณหญิง
มันเป็เงินจำนวนมหาศาลที่แม้แต่ตระกูลใหญ่ก็ไม่สามารถหามาได้ในหนึ่งปี พวกเขาไม่ใช่คนโง่ ดังนั้นจึงดูออกว่าฝ่าาและสามตระกูลใหญ่โดนจิ้งหยวนเล่นเข้าแล้ว
มีคนรับใช้ในจวนสกุลจิ้งเป็พยานมากมายที่เห็นว่าเป็กลุ่มของจางฉิลงมือวางเพลิง แต่การกล่าวหรือการตั้งข้อสงสัย ว่าเป็จิ้งหยวนที่วางเพลิงและสร้างหลักฐานเท็จเอาเองหรือเปล่ากลับเป็สิ่งที่ยากจะพิสูจน์ เพราะที่เกิดเหตุก็ล้วนแต่เป็คนของจิ้งหยวนไม่มีคนนอกสักคน ตราบใดที่รายละเอียดของคดีถูกเปิดเผยต่อชาวเมือง ส่วนใหญ่ก็เห็นและชี้ตัวได้ไม่ยากว่ากลุ่มของจางฉิเป็คนร้ายทำการอุกอาจวางเพลิงอย่างแน่นอน
แถมคดีนี้ นอกจากสามตระกูลใหญ่แล้วยังมีเชื้อพระวงศ์เป็ผู้อยู่เื้ั สิ่งที่จิ้งหยวนเขียนมาบอกจึงไม่ใช่ค่าเสียหาย แต่เป็คำขู่เอาค่าปิดปาก ว่าหากตระกูลจาง ตระกูลโก ตระกูลฟางหรือกระทั่งตัวของฝ่าาไม่ทำการชำระค่าเสียหายนี้
ผลลัพธ์ของมันจะต้องทำให้พวกเขาไม่เหลือที่ยืนในสังคม
ไม่สนใจเื่เงินทองได้แต่ไม่ใช่เื่ใบหน้า
เพราะตราบใดที่ราชวงศ์หรือตระกูลใหญ่ทำตัวไม่ดี กรมอักษรที่นั่งรอจดมือถือพู่กันเตรียมบันทึกลงม้วนกระดาษทุกชั่วขณะ ให้ลูกหลานรุ่นหลังได้อ่านและทราบถึงวีรกรรมที่บรรพบุรุษของพวกเขาก่อ มันจะคงอยู่และเป็ที่พูดถึงยาวนานไปเป็พันๆ ปี
มันน่ากลัวมากจนแม้แต่คนเป็จักรพรรดิ ก็ยังไม่มีสิทธิ์อ่านหรือบังคับให้พวกกรมเ้าอักษรแผ่นดินแก้ไขจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
“เฮอะ”
“พวกเ้าคงพอใจและได้ยินชัดแล้วใช่หรือไม่”
“เช่นนั้นก็จงจัดการค่าเสียหายพวกนั้นซะ”
“ข้าเองก็จะไปจัดการส่วนของข้าเฉกเช่นกัน”
“ปิดคดีจบการประชุม”
จักรพรรดิยืนขึ้นแล้วพูดออกมาด้วยเสียงเข้มหน้าตึงไม่สบอารมณ์มากๆ เดินออกจากท้องพระโรงไม่คิดจะอยู่กับผู้ดีพวกนี้ต่อ การลงโทษ เขาได้สั่งโบยและปลดคนไปแล้ว ส่วนที่เหลือก็ให้พวกเขาหาเงินมาจ่ายในส่วนของตัวเอง
ทำเอาทุกคนที่ได้ยินแอบกลืนน้ำลายลงคอคำโต เมื่อเห็นว่าความพิโรธขององค์จักรพรรดิยังคงแข็งแกร่งเช่นเคยเหมือนกาลก่อน
แต่พอนึกถึงเงินจำนวนมากถึง 40,000 ตำลึงทอง
ที่แม้จะแบ่งออกเป็สี่ส่วนจ่ายตระกูลละ 10,000 รวมกับขององค์จักรพรรดิ แต่มันก็ยังเป็เงินที่มากมหาศาล เทียบได้กับการสูญเสียเหมืองแร่หรือธุรกิจบ่อเกลือบางแห่ง จนทำเอาขุนนางหลายคนเห็นใจต่อสามตระกูลใหญ่
ที่โดนท่านโหวผู้นั้นเล่นและปั่นหัวเข้าให้แล้ว
ก่อนที่เสนาบดีจางและอีกสองคน จะเดินออกจากวังไปพร้อมกับลูกและหลานชายสารเลวทั้งสาม
ซึ่งไม่ต้องเดาก็รู้ได้ ว่าจางฉิ โกซิงและฟางยี่ที่กลับไปถึงตระกูล ต้องจดจำบทเรียนของตัวเองไปอีกนาน
“...”
“...”
ณ จวนตระกูลจาง ผลั๊วะ!!
“อั๊ก!!! ท่านปู่”
“หุบปากไปซะไอ้ลูกเต่า อยากที่จะแก้แค้นเช่นนั้นรึ แต่ถึงอยากแก้แค้นก็ควรจะเก็บซ่อนมิให้คนอื่นรู้ ผลเป็ไง ตอนนี้รู้กันทั้งโลกแล้วมั้ง เ้าทำให้ตระกูลจางของข้าเสียหน้าไปหมดไอ้หลานเวร”
เสนาบดีจางสาปแช่งออกมาพร้อมกับแตะไปที่ก้นของหลานชายที่พึ่งจะถูกโบยมาได้หมาดๆ
จนแม้แต่สมาชิกในตระกูลคนอื่นๆ ก็ไม่กล้าเข้ามาห้าม เมื่อเห็นว่านายใหญ่ของพวกเขาเต็มไปด้วยโกรธอย่างที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน
หลังจากที่แตะหลานชายตัวดีจนอารมณ์สงบลง เสนาบดีจางก็กวักมือให้บ่าวหามจางฉิขึ้นมานอนบนเตียงไม้ ถอดกางเกงออกเพื่อเอาสมุนไพรลงไปโป๊ะ
“หากจะทำสิ่งใดก็จงกระทำอย่างรอบคอบ โลกนี้มิได้สบายและปลอดภัยอย่างที่เด็กอย่างพวกเ้ารู้”
“ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็มิตรหรือศัตรู หากจะทำสิ่งใดก็จงระวังไว้อยู่เสมอ อย่าคิดว่าเ้ามาจากตระกูลใหญ่แล้วจะสูงส่งกว่าคนอื่น หากเ้าเจอเข้ากับตอใหญ่ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนอย่างเช่นวันนี้ ชีวิตน้อยๆ ของเ้าอาจจะจบลงโดยแม้แต่ชายชราอย่างข้าก็ช่วยเ้าไม่ได้”
ขณะที่โรยสมุนไพรไปที่ก้นที่เต็มไปด้วยแผล ชายชราก็ไม่ลืมที่จะอบรมลานตัวดีของเขาเพื่อให้เติบใหญ่
ในราชสำนัก ไม่มีใครเป็คนดีและจ้องเอาเปรียบกันอยู่ตลอดเวลา เสนาบดีจางไม่สนคนแต่สนใจแต่แผนการที่รอบคอบไม่ย้อนกลับมาให้แว้งกัดตัวเอง ไม่อย่างนั้น เขาคงไม่ทำให้ตระกูลจางที่ยากจนกลายมาเป็หนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่
“ท่านปู่ หลานเข้าใจ หลานก็แค่…”
“เงียบแล้วนอนฟังไปซะ เ้าจะไปเข้าใจอันใด ตอนนี้คำพูดของเ้าเป็เพียงแค่ลมปากของเด็กที่ไม่เคยเผชิญโลกกว้าง”
เพี๊ยะ!!
“โอ๊ย!! ท่านตบแผลข้า”
(T^T)
จางฉิคร่ำครวญพูดขึ้น แต่เขาก็ต้องน้ำตาเล็ดเมื่อถูกฝ่ามือของปู่ตบลงที่ก้นตรงแผลที่ฝ่าาสั่งโบย
“สมควร”
“เฮ๊อะ”
เสนาบดีจางก็เค้นเสียง และในใจลึกๆ ก็ยังแอบขมวดคิ้วคิดเื่ของจิ้งหยวนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ชายชราละเลยตัวตนของจิ้งหยวนไปนานแล้ว แต่พอเห็นความเ้าเล่ห์ที่น่ากลัวในวันนี้ ชายชราก็คงต้องจับตามองไม่กล้าละเลยอีก
จนชวนให้นึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ที่เขาสูญเสียบุตรชายของตัวเองหรือบิดาของจางฉิไปจากการไปยุ่งกับสกุลจิ้ง
ลูกชายของเขาก็มีนิสัยห้าวๆ เช่นเดียวกับจางฉิ ไปรังแกมารดาของจิ้งหยวนจนถูกจิ้งเหวิ่นฆ่าตาย
เป็ความผิดจริงที่ไปยุ่งกับภรรยาของผู้อื่น
แต่ก็ไม่คิดว่าพอตกลงมาถึงปัจจุบัน เื่แบบเดียวกันก็ยังตามมารังควานถึงรุ่นหลาน
ชายชราอย่างเขาต้องสูญเสียไปมากกว่าตระกูลจางจะเป็ที่ยอมรับ ความกล้าไม่ได้ยิ่งใหญ่แต่การอยู่รอดต่างหากคือความสำเร็จ จนชั่วขณะหนึ่ง เสนาบดีจางที่ตกอยู่ในความเศร้าจะดูชราภาพลงไปหลายปี สงสัยในตัวเองว่าคิดผิดหรือคิดถูก ที่เขาเลือกสนับสนุนอู่เฉวียนขึ้นเป็รัชทายาท ทั้งๆยังมีองค์ชายที่มีสิทธิ์ในบัลลังก์อยู่อีกหลายคนให้พิจารณา
ไม่เพียงแค่ตระกูลจางเท่านั้น แต่ทั้งตระกูลโกและตระกูลฟาง พวกเขาต่างก็รู้สึกเหนื่อยและเริ่มสงสัย ที่นอกจากลูกหลานของพวกเขาทำตัวไม่ได้เื่แล้วแถมยังก่อปัญหาอีก ต่างจาก่เวลาของพวกเขาที่ปากกัดตีนถีบกว่าจะยกตระกูลให้สูงกว่าที่เคยเป็
ณ จวนตระกูลฟาง
ตอนนี้ ฟางยี่ก็กำลังนอนโทรมโดยมีมารดาที่กำลังนั่งทายาให้เขาอยู่
“ฟางเอ๋อ ปกติแล้วข้าเห็นเ้าเป็คนซื่อสัตย์และเถรตรง แต่คราวนี้เ้ากลับวางแผนที่จะเผาจวนสกุลจิ้งที่ อะไรดลใจให้เ้ากล้าทำเื่ใหญ่โตเช่นนั้น”
“ท่านพ่อ เื่นี้มิได้เกี่ยวกับบุตรชายเลย มันเป็แผนขององค์รัชทายาท ท่านบอกข้าเองไม่ใช่หรือว่าต้องทำตัวให้สนิทสนมกับรัชทายาทให้มากที่สุด จางฉิและโกซิงก็ได้เกลี้ยกล่อมรัชทายาทแล้ว แต่มันก็ไร้ผล ยิ่งมีการสนับสนุนจากทายาทชนชั้นสูง รัชทายาทจึงคิดจะสอนบทเรียนแก่จิ้งหยวน เพียงแค่จุดใส่เรือนเปล่าหลังเก่าสร้างความใไม่ได้หมายเอาชีวิตคน แต่ใครจะรู้เล่าว่าแค่จะทำให้ใจะลงเอ่ยเช่นนี้”
“ข้าให้สนิทสนมแต่ไม่ใช่เชื่อฟังทำตามทุกอย่างจนดูโง่ ไอ้ลูกเวร” เสนาบดีฟางพูดด้วยความโมโหจนลุกขึ้น้าจะแตะลูกชาย แต่ดูเหมือนว่าแผนของเขาจะไม่สำเร็จ เมื่อภรรยาที่กำลังทายาให้บุตรหันมามองเข้ามาห้ามปราม
“ท่านกล่าววาจารุนแรงเช่นนี้ได้อย่างไร นี่คือบุตรชายของท่านนะ แค่โดนโบยก็อาการหนักเดินไม่ได้แล้ว ท่านจะซ้ำเติมบุตรตัวเองให้ได้อะไรขึ้นมา” ฮูหยินฟางก็เข้ามาปกป้อง
“เฮอะ เพราะเ้าไงที่โอ๋ตามใจจนมันเสียคนไปหมด…”
เสนาบดีฟางเค้นลมหายใจร้อนออกจากจมูก แล้วเดินออกจากห้องแอบบ่นถึงความไม่ได้เื่ของบุตรชายไปตลอดทาง
สั่งบ่าวและคนใช้ให้ไปที่คลังตระกูล เพื่อเอาเงินออกมานับแล้วนำไปส่งที่จวนสกุลจิ้งตามที่ฝ่าาสั่งมา
