“ดังนั้น ข้าตัดสินใจแล้วว่า จากนี้ไป จะเปลี่ยนค่ายโจรเลี่ยหยาง เราจะไม่ฆ่าคนเผาบ้าน ปล้นชิงสมบัติหรือทำเื่ชั่วร้าย! หากเราไม่นึกถึงตนเอง ก็ต้องช่วยสั่งสมบุญให้ชนรุ่นหลังบ้าง ข้าหวังว่าต่อไปเราจะมีครอบครัว! ข้าหวังว่าเราทุกคนจะมีลูกน้อยตัวอ้วนขาวของตนเอง!ข้าหวังว่าลูกของเราจะเติบโตอย่างมีความสุขและปลอดภัย ข้าเองก็หวังว่าเราจะอยู่กันอย่างสงบสุขจนแก่เฒ่า! นี่คือความวาดหวังของข้า!”
เขาเปล่งเสียงแห่งความวาดหวังอย่างดังสนั่นขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งะโก็ยิ่งตอกย้ำว่านี่คือความปรารถนาของตน
ชั่วขณะนั้นคนทั้งหมดดำดิ่งกับคำพูดของเขา ทุกคนมองเห็นภาพจินตนาการของตนเอง แม้จะไม่เหมือนกัน แต่กลับเป็ประสบการณ์ที่มีความสุขและหอมหวาน
“ข้าสนับสนุนการตัดสินใจของนายท่านสี่!”
ชายร่างใหญ่คนหนึ่งลุกขึ้นแสดงการสนับสนุนของตน จากนั้นก็มีคนที่สอง คนที่สาม…
“พวกข้าก็ยินดีเปลี่ยนแปลง!”
“เพื่อความสุขของชนรุ่นหลัง!”
“เพื่อความสุขของชนรุ่นหลัง!”
“เพื่อความสุขของชนรุ่นหลัง!”
จ้าวจือชิงคิดไม่ถึงเลยว่าสิงเหล่าซื่อจะมีพร์ในการพูดปราศัยเช่นนี้ ดั่งที่คาด ความสามารถของทุกคนนั้นไม่มีสิ้นสุดจริงๆ! เมื่อเห็นเขากุมหัวใจคนในค่ายโจรเลี่ยหยางได้ เขาเองก็ก้าวสู่เส้นทางที่ตามหาสือเลี่ยหยาง
…..
ทางด้านนี้ลั่วชีเหนียงกับที่เหลือรอจนฟ้ามืดก็ไม่เห็นเงาของจ้าวจือชิง แต่ละคนก็เป็ห่วงพะว้าพะวง กลับคิดไม่ถึงว่าดันเป็สิงเหล่าซื่อที่มาแทน
เมื่อเห็นพวกเขาแต่ละคนจ้องมองตนเองราวกับหวาดระแวงโจร เ้าสี่ก็รู้ว่าตนยากจะเปลี่ยนแปลงภาพจำในใจของพวกเขา ต้องโทษจ้าวจือชิงที่รั้นจะให้เขามาหาลั่วชีเหนียงโดยที่ยังไม่มีความคิดใดใดในหัว โดยบอกว่านางมีวิธีทำให้ค่ายโจรเลี่ยหยางสามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตได้
เพียงแต่ก่อนจ้าวจือชิงจากไป กลับไม่ได้บอกกล่าวกับลั่วชีเหนียงก่อน ดูจากท่าทางระแวงของนาง อย่าว่าแต่ช่วยพวกเขาเลย ไม่ทุบตีพวกเขาก็ดีมากแล้ว
“คือว่า จ้าวจือชิงออกเดินทางไกล ่นี้คงยังไม่อาจกลับมา ก่อนจากไป เขาให้ข้ามาบอกกับพวกเ้าว่า ไม่ต้องห่วง”
ใบหน้ามีรอยย่นของสิงเหล่าซื่อมีแต่รอยยิ้ม เขาหรี่ตายิ้มแย้มเพื่อไม่ให้ตนเองดูเหี้ยมโหดเกินไป แต่หารู้ไม่รู้ว่า การเค้นรอยยิ้มเอาใจของเขา กลับทำให้คนยิ่งขนลุกหวาดกลัว จินเป่าเกือบร้องไห้เพราะกลัวเขา
เมื่อเห็นเด็กกำลังจะร้อง สิงเหล่าซื่อก็รีบออกห่างจากพวกเขาไปหลายก้าว
กลัวแล้ว กลัวแล้ว! ก่อนหน้านี้จ้าวจือชิงเคยบอกว่าลั่วชีเหนียงเ้าคิดเ้าแค้นที่สุด ก่อนหน้านี้เขาเคยล่วงเกินนาง ตอนนี้จึงไม่กล้าล่วงเกินอีก
ท่ามกลางสายตาโกรธเคืองของลั่วชีเหนียง สิงเหล่าซื่อพ่ายแพ้ทันใด จึงได้แต่คอตกและรีบหนีไป
เมื่อเห็นเขาออกมา ลูกน้องคนสนิทก็เข้ามา “เป็อย่างไรบ้าง นายท่านสี่? ลั่วฮูหยินได้พูดอะไรหรือไม่?”
“ใช่สิ นายท่านสี่ ลั่วฮูหยินพูดอะไรกันแน่? ต่อไปค่ายของเราจะพัฒนาอย่างไร?”
นับั้แ่เขาป่าวประกาศเื่ความหวัง คนในค่ายก็รอคอยการเปลี่ยนแปลงอย่างมีความสุข ลูกน้องคนสนิทรู้ว่าเขามาเพื่อขอคัมภีร์จากลั่วฮูหยิน ดังนั้นแต่ละคนจึงรอคอยอย่างมาก สำหรับลั่วฮูหยิน พวกเขาก็เคยสืบข่าวมาก่อน โรงชานมในอำเภอเฉาที่เลื่องชื่อไปไกลถึงเมืองหลวง ก็มาจากฝีมือของลั่วฮูหยินท่านนี้
ตอนนี้ ลั่วฮูหยินเป็แขกของพวกเขาที่นี่ ย่อมต้องช่วยพวกเขาออกกลยุทธ์การดำรงชีพที่ดีได้แน่ คนเหล่านี้ลืมไปหมดสิ้นว่าที่ลั่วชีเหนียงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้ ก็เพราะถูกพวกเขาลักพาตัวมา
สิงเหล่าซื่อที่ใจากชีเหนียงโดยไม่กล้าส่งเสียง เมื่อถูกลูกน้องเค้นถาม ไหนเลยจะยังมีแก่ใจตอบ
“ไปไปไป พวกเ้าคิดว่าความคิดแบบนี้จะคิดออกมาได้ง่ายดายหรือ ก็ต้องให้เวลาคนเขาคิดสักหน่อย มีเวลาว่างเช่นนี้ มิสู้รีบไปเก็บกาวดค่ายให้สะอาดดีกว่า!”
สิงเหล่าซื่อจากไป ชีเหนียงกลับรู้สึกว่าสายตาของเขาเหมือนจะมีอะไรอยากพูดมากกว่านั้น แต่นางไม่รู้ว่าตนเองคิดมากไปเองหรือไม่ มักจะรู้สึกว่าเหมือนสิงเหล่าซื่อกลัวตนเอง หรือถ้าจะให้ถูกคือไม่กล้าล่วงเกินตนเองมากกว่า
พวกเขาส่งอาหารมาให้พวกนางต่อเนื่องสามวันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและเทิดทูน คำพูดคำจาเอาอกเอาใจ จนทำให้ชีเหนียงกับที่เหลือรู้สึกว่ากำลังวางกับดักอะไรให้ตนเองหรือไม่
พอมาวันนี้ หลังจากคนส่งข้าวจากไป ลั่วจิ่งเฉินดึงประตู กลับคิดไม่ถึงว่ามันเปิดออกได้
ชีเหนียงกับที่เหลือรีบล้อมกันเข้ามา
“พวกเขาลืมลงกลอนหรือ?”
ซีเสียถาม แต่กลับไม่กล้าพาลูกออกไปด้านนอกเหมือนกับชีเหนียง นางรู้ว่าคนกลุ่มนี้กระทำกับผู้ที่คิดหลบหนีอย่างรุนแรงเพียงใด นางไม่อาจปล่อยให้จินเป่าต้องถูกทำร้าย
คนทั้งหมดที่กำลังยืนรออยู่ละแวกเรือนไม้เพื่อรอลั่วชีเหนียงเรียกใช้ พอเห็นพวกนางก็ตาเป็ประกาย
“ลั่วฮูหยิน มีเื่้าให้พวกข้ารับใช้หรือ?”
“หลบไป ท่าทางหยาบกระด้างของเ้าทำให้ลั่วฮูหยินใแล้ว” คนผู้หนึ่งไล่คนเมื่อครู่ไปและถูฝ่ามือเดินเข้าหา “ลั่วฮูหยิน ข้าคือเฉียงจื่อ มีเื่อะไร เรียกใช้ข้าได้”
ชีเหนียงมองลั่วจิ่งเฉินอย่างไม่กระจ่าง แต่ในสายตาของสมาชิกค่าย จึงรู้ว่าจะให้ลูกชายเป็คนตัดสินใจ
ฉับพลัน เฉียงจื่อผู้นี้ก็เดินเข้าไปยิ้มแย้มพูดคุยกับลั่วจิ่งเฉิน
“คุณชาย ข้าคือเฉียงจื่อ หากท่านมีเื่อะไร เรียกใช้ข้าก็ย่อมได้เช่นกัน ท่านวางใจได้ ในค่ายอันหยางของเรา คำพูดของเฉียงจื่อย่อมมีน้ำหนักแน่ ท่านคิดจะทำอะไรขอเพียงสั่งมาก็พอ”
ลั่วจิ่งเฉินไม่คุ้นชินกับการให้ผู้อื่นเข้าใกล้ จึงดึงระยะห่างออกจากเฉียงจื่อ
“ค่ายอันหยาง? มิใช่ค่ายโจรเลี่ยหยางหรือ?”
ใครจะรู้ว่าเมื่อสิ้นเสียง เฉียงจื่อก็ทำหน้าปฏิเสธ “ค่ายโจรเลี่ยหยางคือเื่ในอดีตแล้ว ตอนนี้เราเปลี่ยนมาชื่อค่ายอันหยาง นับแต่นี้ไป เราจะไม่ทำเื่ปล้นฆ่าต่ำช้าอีกต่อไป พวกข้าเชื่อฟังนายท่านจ้าว ต่อไปจะใช้ชีวิตตามลั่วฮูหยิน” เฉียงจื่อพูดไป ก็หันไปผงกศีรษะให้ลั่วชีเหนีง “ต่อจากนี้ไป ยังต้องขอคำชี้แนะจากลั่วฮูหยินอีกมาก!”
ชีเหนียงสับสนกับคำพูดของเฉียงจื่อ ตนเองกลายเป็ลั่วฮูหยินอย่างที่พวกเขาเรียกั้แ่เมื่อใด? แล้วจะให้พวกเขาใช้ชีวิตภายใต้คำชี้แนะของตนั้แ่เมื่อใด? นี่มันอะไรกันเนี่ย!
ลั่วจิ่งเฉินเหมือนจะไม่กระจ่าง แต่นายท่านจ้าวที่เฉียงจื่อเอ่ยถึง ชัดเจนว่าดันไปสัมพันธ์กับสิ่งที่เขาคิดไว้
“ขอบังอาจถามว่านายท่านจ้าวคือ?”
“อ้อ นายท่านจ้าว ก็คือนายท่านจ้าวจือชิง! นายท่านสี่ของพวกข้าบอกไว้ว่า ที่ค่ายอันหยางของเราเป็เช่นทุกวันนี้ ล้วนเป็เพราะนายท่านจ้าว แม้ว่านายท่านจ้าว ตอนนี้ออกไปข้างนอกและยังไม่รู้ว่าตนเองได้กลายเป็นายท่านใหญ่ของค่ายอันหยางเรา เพียงแต่เรานับถือเลื่อมใสเขาจากก้นบึ้งของหัวใจ”
“อ้อ!” ลั่วจิ่งเฉินคิดไม่ถึงว่าจ้าวจือชิงจะมีความสามารถนี้ ถึงขั้นใช้ระยะเวลาอันสั้นทำให้กลุ่มโจรกลับตัวกลับใจไม่พอ ยิ่งไปกว่านั้นคือยังเชื่อมั่นในตัวเขา คนกลุ่มนี้รู้หรือไม่ว่าพวกเขากำลังศรัทธาในตัวเ้าทึ่มคนหนึ่ง? “เขาทำอะไร จึงทำให้พวกเ้านับถือศรัทธาเขาเช่นนี้?”
เื่นี้จะว่าไปก็เพราะความเ้าเล่ห์ของสิงเหล่าซื่อ ตอนนั้นเขาห่วงว่าจ้าวจือชิงจะทิ้งตนเองไว้และจากไปเอง ด้วยเหตุนี้ขณะที่ปราศรัยและทุกคนกำลังหวั่นไหว เขาก็ยกจ้าวจือชิงออกมา บอกว่าคำพูดเมื่อครู่ล้วนมาจากคำชี้แนะของจ้าวจือชิง เทียบกับสือเลี่ยหยางแล้ว จ้าวจือชิงเหมือนลูกพี่ใหญ่มากกว่า ตนเองยินดีจะนับถือจ้าวจือชิงเป็พี่ใหญ่และยินยอมลงจากตำแหน่ง ถัดจากนั้นเพื่อสร้างภาพจำที่ลึกซึ้งให้กับทุกคน จึงสาธยายความองอาจกล้าหาญของจ้าวจือชิงในวันที่ลักพาตัวลั่วชีเหนียงอย่างใส่สีตีไข่ ผู้ชายในค่ายส่วนมากล้วนเดินบนเส้นทางห้ำหั่น จึงค่อนข้างเลื่อมใสคนที่เก่งกาจเช่นนี้จากใจ
ฉับพลัน ภายใต้การยกยอของสิงเหล่าซื่อ พวกเขาจึงกลายเป็เด็กหนุ่มผู้คลั่งไคล้จ้าวจือชิง
-----