องครักษ์ประจำกายเหยียนอี้เลี่ยต่อว่าอย่างไม่สบอารมณ์ “นายข้าหวังดีช่วยเ้า อย่าริอ่านหยาบคายลบหลู่เชียวนะ!”
ไป๋เซียงจู๋ทอดตามองไปยังองครักษ์ด้านหลังเขา ชายคนนี้มีนามว่าหลินเฟิง สมุนผู้เปรียบดั่งแขนขวาของเหยียนอี้เลี่ย ในชาติก่อนเขาคอยติดสอยห้อยตามช่วยเหยียนอี้เลี่ยจัดการนานาปัญหากวนใจ มือของเขาเปื้อนเืผู้คนมากมายนับไม่ถ้วน และยิ่งไปกว่านั้น... ผู้ที่บั่นคอไป๋จื่อจินพี่ชายนางก็คือเขา!
ภายใต้การปกปิดของแขนเสื้อ ไป๋เซียงจู๋กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ นางแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ ได้แต่ข่มตาเพื่อซ่อนความชิงชังไว้
“หลินเฟิง ถอย” เหยียนอี้เลี่ยกางแขนปรามองครักษ์ของตนให้ถอยกลับ ใบหน้ายังคงแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มละมุนละไม “ข้าดูแลคนของข้าไม่ดีพอ คุณหนูใหญ่ไป๋โปรดอย่าถือโทษโกรธเคือง”
ดูสิ ทั้งอ่อนโยนและสุภาพขนาดไหน ยอดบุรุษผู้สุขุมเยือกเย็น! หากนางไม่มีความทรงจำจากอดีตชาติ คงหลงเสน่ห์เขาอีกหนเป็แน่!
ไป๋เซียงจู๋ยกมุมปากคลี่ยิ้มเนือยๆ ออกมา ทว่าสายตาเฉียบคมมองทะลุปรุโปร่ง “องค์ชายสาม ท่านไม่จำเป็ต้องลำบากหรอก ฐานะในตระกูลไป๋ของหม่อมฉันด้อยกว่าลูกสาวที่เกิดจากอนุภรรยาด้วยซ้ำ เหลือเพียงตำแหน่งแต่ในนามนี้เท่านั้น น้องสาวหม่อมฉันต่างหากที่มีประโยชน์ต่อท่านมากที่สุด ในอนาคตบิดานางก็จะสืบทอดตระกูลไป๋ นางคือบุตรีเอกที่แท้จริงของตระกูลไป๋ ถ้าองค์ชายสามไม่ต้องใจ ย่อมเบนไปทางจวนเหิงชินอ๋องได้ นั่นน่ะกุลสตรีตามทำนองคลองธรรมทุกประการ มีบิดาเช่นเหิงชินอ๋อง อีกทั้งผู้อุปถัมภ์อย่างพระสนมเสียนเฟย และแน่นอน นางยังเป็โฉมงามอันดับหนึ่งของเมืองด้วย”
เขาก็แค่้ากำลังสนับสนุนอำนาจ เพราะฉะนั้นหยุดเสแสร้งแกล้งทำต่อหน้านางเสียที!
เมื่อสิ่งที่คิดถูกนางเปิดโปงจนหมดเปลือก เหยียนอี้เลี่ยรู้สึกใไม่น้อย ั์ตาเผยความขุ่นเคืองที่คุกรุ่นอยู่ด้านใน ทว่ามิวายคงรอยยิ้มละไมไว้ดังเดิม “เ้านี่ฉลาดเฉลียวมากจริงๆ ด้วย แต่เหมือนว่าเ้ารังเกียจข้าเหลือเกินนะ”
“องค์ชายสามเข้าใจผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันจะกล้ารังเกียจท่านได้อย่างไร” ไป๋เซียงจู๋ยิ้มหวาน ดูไม่ออกโดยสิ้นเชิงว่าดวงหน้างามลออกำลังแสดงอารมณ์อะไร นอกจากความเย้ยหยันที่ซ่อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น รังเกียจ? หึ เขาช่างเข้าข้างตนเองเสียจริง เมื่อความรักแห้งเหือดไปกับชีวิตในคุกใต้ดินนั่นวันแล้ววันเล่าจนหมดสิ้น สิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่คือความพยาบาทอันมากล้นเกินพรรณนา!
“สามหาว! องค์ชายกรุณาจะไปส่งเ้า...” หลินเฟิงหมั่นไส้หญิงตีหน้าซื่อคนนี้ยิ่งนัก อย่าหลงนึกว่าตนงามเข้าหน่อยแล้วจะชี้นิ้วสั่งตามใจชอบได้ องค์ชายท่านเป็ใคร จะทรงลดตัวลงเพื่อหญิงที่มีดีแค่หน้าตาเช่นนี้พร่ำเพรื่อได้อย่างไร
“องค์ชายสามเพคะ สุนัขเคียงกายท่านพฤติกรรมไม่ค่อยน่าดูชมเลย ้าให้หม่อมฉันช่วยองค์ชายปิดปากเขาหรือไม่เพคะ”
คำว่าปิดปากที่ออกมา ไป๋เซียงจู๋เน้นเสียงอย่างรุนแรง ดวงตาสีมืดส่อแววคุกคาม ทำเอาเหยียนอี้เลี่ยหรี่ตาน้อยๆ ด้วยความไม่ชอบใจ
เขาเชื่อว่า ‘ปิดปาก’ ที่นางพูดหมายถึงปิดมันไปตลอดกาล ไม่มีโอกาสได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีกต่อไป
ผู้หญิงคนนี้โเี้อำมหิตมากพอ
ขณะต่างฝ่ายต่างกำลังตกอยู่ในสถานการณ์กระอักกระอ่วน องครักษ์ชุดเทาควบรถม้ามาหยุดตรงหน้าไป๋เซียงจู๋ ลงจากหลังม้าแล้วยกมือคารวะนาง “คุณหนูไป๋ องค์รัชทายาททรงรับสั่งให้ข้าเตรียมรถม้าให้ท่าน เชิญคุณหนูขึ้นรถเถิด”
ไป๋เซียงจู๋เห็นแววตาที่จู่ๆ ก็พลันอึมครึมของเหยียนอี้เลี่ย นางพยักหน้ารับเบาๆ ประกายความคิดบางอย่างแล่นผ่านั์ตาคู่สวย “เมื่อเป็เช่นนี้ ข้าก็ขอขอบพระทัยองค์รัชทายาทอย่างยิ่ง”
นางประคองตู้เจวียนขึ้นรถด้วยความช่วยเหลือจากองครักษ์ชุดเทา จากนั้นก็ขึ้นรถม้าตามและจากไปโดยไม่แลเหลียวเหยียนอี้เลี่ยแม้แต่น้อย
เมื่อรถม้าหายลับไปจากทัศนวิสัย ดวงตาดุดันของเหยียนอี้เลี่ยแผ่จิตสังหารออกมา หัวเราะเยาะอย่างน่าขนลุก
เขามาส่งนางด้วยตัวเอง นับว่าให้เกียรติมากแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่านางช่างไม่รู้ผิดชอบเอาเสียเลย! เขาจะรอดู คนที่ฐานะในตระกูลไป๋ต่ำต้อยยิ่งกว่าสาวใช้เช่นนางจะมีปัญญาทำการใหญ่ได้สักเท่าไรเชียว! ถึงเวลานั้นอย่ามาอ้อนวอนให้เขาช่วยก็แล้วกัน!
----------------------------------------
รถม้าค่อยๆ ผ่านเข้าประตูใหญ่จวนไป๋ ไป๋เซียงจู๋พาตู้เจวียนลงจากรถม้า ยังไม่ทันได้กลับเรือนเพื่อตรวจดูาแให้ตู้เจวียน น้าสะใภ้ก็รีบส่งสาวใช้มาเร่งเร้านาง
“คุณหนูใหญ่ แย่แล้วเ้าค่ะ ฮูหยินรองให้มาตามคุณหนูไปโถงพระ”
“โถงพระ?” ไป๋เซียงจู๋ดูไม่ประหลาดใจเลยสักนิด เพียงแต่โถงพระไม่ใช่สถานที่ที่จะใช้สำหรับธุระสำคัญที่สุดหรือ หรือว่าท่านยายรับรู้ในสิ่งที่นางทำแล้ว อีกทั้งยืนหยัดอยู่ข้างอวี๋ซื่อ จะลงโทษนางใช่หรือไม่
สาวใช้หน้าซีดเผือด “ใช่เ้าค่ะ... ทางจวนเหิงชินอ๋อง พระชายาเหิงเพิ่งกลับไป... นายหญิงบอกว่าคุณหนูจะต้องชี้แจงเื่ที่เกิดขึ้นแก่จวนเ้าค่ะ!”
“พระชายารองเหิงต่างหาก ต่อไปอย่าเรียกผิดอีกล่ะ” ไป๋เซียงจู๋ไร้ซึ่งทีท่าเกรงกลัว ซ้ำยังแก้ไขการเรียกยศศักดิ์ของไป่ชิงลั่วผู้นั้นให้สาวใช้อย่างใจเย็นด้วย
ไป่ชิงลั่วสมรสเป็ชายารองเหิงชินอ๋องแทนที่มารดาของไป๋เซียงจู๋ เหิงชินอ๋อง หรือก็คือบิดานาง มู่เหิงหลิ่ง! เนื่องจากเหิงชินอ๋องไม่เคยตบแต่งชายาเอกอีกเลย และยิ่งไป่ชิงลั่วรับผิดชอบกิจน้อยใหญ่ภายในจวน วางตัวประหนึ่งนายหญิง เมื่อวันเวลาผ่านไป ทุกคนจึงเรียกนางเพียงพระชายา แต่ตกคำว่ารองไป
ชายารองกับชายาเอกแตกต่างกันมิใช่น้อย ในเมื่อทุกคนพากันลืมเสียแล้ว นางจะหาโอกาสทำให้พวกเขาจำขึ้นใจอย่างแน่นอน หลังจากนั้นมารดาของนางก็จะเข้าจวนในฐานะชายาเอกที่แท้จริง ไป๋เซียงจู๋ตั้งปณิธาณว่าจะทำให้มารดานางได้สมรสอย่างสมเกียรติ ไม่เจ็บช้ำน้ำใจเป็อันขาด
พอสาวใช้ได้ยินไป๋เซียงจู๋เน้นย้ำเื่นี้ขึ้นมาอย่างไร้ต้นสายปลายเหตุ นางพยักหน้าทันทีด้วยความงุนงง ไป๋เซียงจู๋ส่งตู้เจวียนต่อให้นางพร้อมกำชับไว้ “ดูแลนางที ไปเรียกหมอมาตรวจเสียนะ”
สาวใช้นามเจินจูเห็นความเด็ดขาดในดวงตาของคุณหนูใหญ่ จิตใต้สำนึกสั่งนางให้รับคำโดยไม่รู้ตัว “เ้าค่ะ คุณหนูใหญ่...”
ไป๋เซียงจู๋หันไปคุยกับสาวใช้อีกคน “สี่เชวี่ย เ้าไปนำของมา แล้วตามข้าไปโถงพระ ข้าจะไปเคารพท่านยาย”
สี่เชวี่ยตื่นเต้นปนปลาบปลื้ม นางเป็แค่สาวใช้เบ็ดเตล็ดนอกเรือนคุณหนูใหญ่ ทว่าเวลานี้กลับได้รับความสำคัญให้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อเ้านาย ไม่รีรอรีบกลับเรือนโดยพลัน “เ้าค่ะ”
ไป๋เซียงจู๋มองเหล่าบ่าวรับใช้ที่มาเชิญตนอย่างอุกอาจก้าวร้าว รอยยิ้มกริ่มปรากฏบนใบหน้า พกกระบองมาเสียด้วย ท่านน้าเอ๋ยท่านน้า แม้เ้าคิดจะสั่งสอนข้า แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าข้าจะยอมหรือไม่
“จู๋เอ๋อร์!”
ทันทีที่ถึงหน้าประตู เสียงเรียกแ่เบารั้งนางไว้
ไป๋เซียงจู๋หยุดฝีเท้า พบกับไป๋ซื่อที่วิ่งออกมาในเสื้อผ้าบางๆ สีหน้าของนางดูแย่มาก ร่างกายอ่อนแอแล้วยังแต่งกายน้อยชิ้นอีก
“ท่านแม่ ท่านออกมาได้อย่างไร ท่านเป็หวัดมิใช่หรือ ทำไมไม่พักผ่อนเล่า” ไป๋เซียงจู๋คว้ามือของไป๋ซื่อและถามไถ่ด้วยความกังวล
“โรคประจำตัวน่ะ แม่ไม่เป็ไรหรอก ลูกนั่นแหละ จู๋เอ๋อร์ ทำไมลูกถึงโง่เขลาเช่นนี้ ล่วงเกินคนของจวนเหิงชินอ๋อง...” ไป๋ซื่อไออย่างหนักหลังจากพูดเพียงไม่กี่คำ ร่างกายที่ผอมแห้งเหมือนพร้อมจะล้มลงกับพื้น
ไป๋เซียงจู๋ส่ายหน้า “ท่านแม่ คนบางจำพวกใช่ว่าจู๋เอ๋อร์อยู่เฉยแล้วพวกเขาก็จะไม่มารังแกจู๋เอ๋อร์เสียที่ไหน ข้าจะอธิบายเื่นี้กับท่านยายเอง ท่านแม่อย่าพะวงไปเลย”
“แม่จะไปกับเ้า” ไป๋ซื่อเห็นดังนี้ก็ลั่นคำจะตามไปด้วย
“ท่านแม่ ท่านพักผ่อนเถิด รอข้าเคารพท่านยายเสร็จแล้วจะมาอยู่กับท่านเอง” ไป๋เซียงจู๋กลับส่ายหน้าปฏิเสธอีกครั้ง ร่างกายของไป๋ซื่ออ่อนแอมาก ตอนนี้นางก็ไม่สบาย ย่อมต้องดูแลเป็อย่างดี จะปล่อยปละละเลยไม่ได้แม้แต่น้อย นอกจากนี้นางยังรู้ด้วยว่ามารดาของนางถูกวางยา อันเป็ฝีมือของอวี๋ซื่อ นางล่วงรู้ั้แ่เกิดใหม่ และลอบศึกษาเกี่ยวกับยาพิษมาโดยตลอด ่นี้เพิ่งมีความคืบหน้าบ้าง ฉะนั้นไป๋ซื่อจึงควรพักผ่อนให้เหมาะสม
“แต่...” ไป๋ซื่อยังคงไม่หมดกังวล
