ภาคินเงยหน้าจากเอกสารบนโต๊ะแล้วต้องทำสีหน้าประหลาดใจเมื่อเห็นผู้หญิงที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานของเขาด้วยท่าทีประหม่าเป็คนที่เขาคุ้นหน้าและครั้งหนึ่งคุ้นเคยกันอย่างดี
“อ้าว...แนน...นี่แนนเองเหรอที่ฝ่ายบุคคลเรียกให้มาเป็เลขาของผม”
เขาพูดขึ้นเมื่อเห็นหน้าเลขาคนใหม่ของเขาชัด ๆ เพราะหล่อนคือ นนวตรา เพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันและยังสนิทกับภรรยาของเขาอย่างมาก นนวตราที่พึ่งเข้ามาอยู่ในชุดทำงานเป็ชุดสูทตัดเย็บเรียบร้อยยิ้มกับเขาเขินๆ และมีสีหน้าประหลาดใจเหมือนกัน
“คินเองเหรอเนี่ย ที่เป็เ้าของบริษัทนี้ แนนไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะ”
“ก็ผมเอง เราไม่ได้เจอกันนานแล้วนะแนน...นั่งก่อนสิ นั่งก่อน”
เขารีบเชื้อเชิญให้หญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็เพื่อนกันนั่งลง นนวตรามองเขาด้วยสายตาที่ไม่อยากเชื่อว่าภาคินจะกลายมาเป็เ้าของบริษัทใหญ่โตเพราะสมัยเรียนเขาเป็คนไม่ค่อยพูดแต่ที่สนิทกันเพราะเขาเป็แฟนกับเพื่อนสนิทของหล่อนอีกที และเมื่อได้พบกับเขาอีกทีตอนนี้ภาคินเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาหล่อขึ้นและดูภูมิฐาน เื่หน้าตาก็ยังดึงดูดใจเหมือนเก่า เพราะอะไรนะหรือที่หล่อนคิดอย่างนั้น หล่อนไม่ได้ตื่นเต้นมากเท่าไหร่ที่รู้ว่าเขาเป็เ้าของบริษัทใหญ่แต่ที่ทำให้หล่อนเต้นตื่นอย่างมากคือครั้งหนึ่งหล่อนเคยแอบชอบเขามาก่อน ช่างเป็เื่จุดไต้ตำตอซะจริงที่ได้มาเจอกันโดยที่หล่อนเองไม่ได้คาดหมาย
“คินสบายดีนะ...อืม...ก็คงสบายดีน่ะเพราะตอนนี้ได้เป็ถึงเ้าของบริษัทใหญ่โตออกอย่างนี้”
“อย่าพูดอย่างนั้นซีแนน เราเคยเป็เพื่อนกันมาก่อนนะ ผมก็ยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอก มันก็แค่หน้าที่การงานเท่านั้น”
ภาคินก็มองหล่อนด้วยสายตาที่แอบซุกซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้เช่นกัน เขาไม่ได้เจอนนวตราหลายปีั้แ่เรียนจบ แต่ภาพของหล่อนก็ยังอยู่ในความนึกคิดของเขาเสมอ เขาจำเพื่อนสาวคนนี้ได้ติดตาเพราะหล่อนสวยน่ารัก นนวตราเป็นักศึกษาที่แม้ว่าจะไม่โดดเด่นถึงขนาดเป็ดาวมหาลัยแต่หล่อนก็เป็คนสวยน่ารักและอยู่ในใจของเขาตลอดมา จะว่าเขาเคยแอบหลงรักหล่อนก็ว่าได้ แต่ตอนนั้นนนวตราทำเหมือนไม่สนใจเขาและเขาคิดว่าหล่อนอาจมีแฟนอยู่แล้วถึงได้เฉย ๆ ไม่แสดงออกว่าชอบเขา
แต่เื่น่าเศร้าสำหรับภาคินคือเขาแอบชอบหล่อนและไม่กล้าแสดงออกว่าชอบ กลับกลายเป็ว่าเขาต้องสนิทชิดเชื้อกับเพื่อนของนนวตราแทน นั่นคือวลียา เพื่อนสาวที่นับเื่ความสวยแล้วเป็รองนนวตราหลายขุม แต่ด้วยนิสัยขี้อายและขี้เกรงใจของภาคินทำให้เขาต้องตามน้ำ ชอบวลียาโดยไม่ตั้งใจเพราะนนวตราเองเป็คนคอยเชียร์ให้เขาชอบเพื่อนของหล่อน เลยกลายเป็ว่าต่างคนต่างไม่รู้ใจกันว่างั้น ผลที่ได้คือภาคินแต่งงานกับวลียาหลังเรียนจบและต่างคนต่างแยกย้ายไปมีชีวิตของตัวเอง ซึ่งการที่นนวตรามาสมัครเป็เลขาของเขาเป็เื่ที่ภาคินไม่คาดฝันแต่ก็ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาในฉับพลันหลังได้พบหล่อนั้แ่วินาทีแรก สักครู่นนวตราก็ถามขึ้นว่า
“ภาคิน...เอ้อ...ที่เรียกแนนมานี่ก็เพื่อจะสัมภาษณ์อีกรอบหรือว่ารับแนนเข้าทำงานเลยเนี่ย”
“คงไม่ต้องสัมภาษณ์แล้วล่ะ เอาเป็ว่าผมรับแนนเข้าทำงานเลยก็แล้วกัน มาเป็เลขาของผม...อืม...ก่อนหน้านี้แนนทำงานที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า?”
“แนนเคยทำงานกับบริษัทต่างจังหวัด แต่มันต้องเดินทางติดตามเ้านายตลอด หลัง ๆ รู้สึกว่าตัวเองสุขภาพไม่ดีเลย คงไม่เหมาะกับการเดินทางและเปลี่ยนสถานที่บ่อย ๆ ก็เลยลาออกแล้วมาสมัครที่นี่นี่ล่ะ”
“ถ้างั้นแนนไม่ต้องกังวลเื่การทำงานกับผมหรอกนะ ผมไม่มีนโยบายให้เลขาเดินทางบ่อยๆ แค่งานในออฟฟิศก็ทำกันไม่หวาดไม่ไหวแล้ว”
“ขอบคุณมากเลยค่ะภาคิน...เอ้อ...ว่าไปแล้ววลียาเป็ยังไงบ้าง สบายดีหรือเปล่า แนนไม่ได้เจอลีนานแล้ว นานมาก ๆ ั้แ่เรียนจบ”
“ลีสบายดี แนนอยากเจอลีหรือเปล่าล่ะ”
พอเขาถามอย่างนั้นนนวตราก็ทำตาโตและรีบพยักหน้าหงึก ๆ
“อยากซี...แนนอยากเจอลีมาก ๆ เพราะไม่ได้เจอกันนานแล้ว ว่าแต่ลีกับคินมีลูกหรือยัง”
“ยังเลย...เรายังไม่มีลูก ลีเขาบอกว่ายังไม่พร้อมน่ะเลยต้องรอกันก่อน”
ยังไม่พร้อมเหรอ?...รวยขนาดมีบริษัทใหญ่แบบนี้แต่ยังไม่พร้อมมีลูกเนี่ยนะ นนวตรานึกในใจ แต่หล่อนก็ไม่ได้ถามอะไรแค่ทำหน้ารับรู้เท่านั้นเพราะบางทีทั้งสองคนอาจมีเหตุผลอะไรบางอย่างก็เป็ได้ แต่ในขณะนั้นหล่อนเองก็อดที่จะมองหน้าหล่อ ๆ ของเพื่อนเก่าไม่ได้ เมื่อก่อนภาคินหน้าตาดียังไงถึงตอนนี้เขาก็ยังรูปหล่ออยู่อย่างนั้น แถมยังดูดีมากกว่าเก่าจนหล่อนนึกใจหาย นึกเสียดายที่ตอนนั้นหล่อนเชียร์ให้เขาจีบวลียาเพราะหล่อนขี้อายและไม่กล้าแสดงออกว่าชอบเขาเหมือนกัน
เฮ้อ!...ไอ้ที่คิดแบบนี้นี่ล่ะที่ยังเป็โสดถึงทุกวันนี้ หล่อนนิ่งนึกจนภาคินถามขึ้นว่า
“แล้วแนนล่ะ มีแฟน...เอ้อ...แต่งงานมีลูกหรือยัง”
พอถูกถามเื่ครอบครัวนนวตราก็ช้อนตามองเขา สายตาของหล่อนซ่อนนัยบางอย่างอย่างที่ภาคินไม่เคยเห็นสมัยเรียนด้วยกันก่อนที่หล่อนจะตอบว่า
“ยังเลยคิน แนนยังไม่ได้แต่งงาน ยังไม่มีคนรู้ใจเลย ั้แ่เรียนจบก้ทำงานมาตลอดเลยล่ะ จนได้มาเจอคินีกครั้งนี่ไง”
