อย่าว่าแต่ผู้เฒ่าหยวนเลย แม้แต่เ้าใหญ่ก็อยากรู้เช่นกันว่าเป็เพราะเหตุใด ทั้งที่ชาติก่อนกู้อวี้ตายไปตั้งนานแล้ว นี่จึงทำให้นางยิ่งมั่นใจว่าเป็เจินเจินที่มาแย่งโชคดีของนางไป เพราะฉะนั้นเจินเจินจะต้องตาย!
“ท่านปู่ ไม่มีใครนึกถึงเช่นกันว่ากู้อวี้จะมีชะตาชีวิตเช่นนี้ ตอนที่ข้าเกิดนักพรตไม่ใช่ทำนายเอาไว้หรอกหรือว่าอนาคตข้าจะกลายเป็ผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ดังนั้นยามนี้ต่อให้กู้อวี้ได้เป็หลิ่นเซิงก็ไม่แน่ว่าต่อไปจะสอบได้เป็จวี่เหริน แต่พี่เหวินไฉมีข้าอยู่ เขาต้องสอบจวี่เหรินหรือแม้กระทั่งจิ้นซื่ออย่างแน่นอน ท่านปู่ไม่จำเป็ต้องโมโห ยามนี้ร่างกายของท่านดีขึ้นมากแล้ว ไปทำตามแผนที่พวกเราวางเอาไว้เถอะเ้าค่ะ รีบไปหาท่านอารอง ท่านอย่าลืมว่าท่านอารองได้เงินค่าจ้างในแต่ละเดือนสูงมาก”
ทุกคนในสกุลหยวนต่างรีบพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับประโยคนี้ของเ้าใหญ่ ผู้เฒ่าหยวนทำท่าขบคิดอยู่สักครู่ถึงค่อยเอ่ย “ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ข้าจะไปหามัน!”
ณ บ้านสกุลกู้
สกุลจางส่งเทียบเชิญมาที่บ้านสกุลกู้เพื่อเชิญไปกินข้าวในวันรุ่งขึ้น กู้ซิ่วไฉถามความเห็นของบุตรชายคนโต ซึ่งกู้อวี้ก็ตอบตกลง เขาจะปฏิเสธคำเชิญได้หรือ ในเมื่อเจินเจินเอาแต่สะกิดแขนเสื้อไม่หยุด เพียงแค่ได้ยินว่าสกุลจางจะเชิญพ่อครัวมาทำอาหารให้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ เด็กหญิงก็ลอบกลืนน้ำลายดังเอื๊อกแล้ว รอจนคนออกไปหมดแล้ว เขาจึงยื่นมือไปเขกศีรษะนาง “ใช้ไม่ได้เลย!”
เจินเจินทำหน้าม่อย “ข้าเปล่าเสียหน่อย ข้าเก่งมาก มื้อหนึ่งข้าสามารถกินข้าวได้ตั้งสามชาม!”
และเมื่อถึงเวลากินข้าว เจินเจินก็ได้พิสูจน์ประโยคนี้ให้กู้อวี้เห็น เด็กหญิงได้กลายร่างเป็หม้อข้าวตัวน้อยทำให้กู้อวี้ถึงกับต้องยิ้มอย่างขบขันออกมา
วันต่อมากู้ซิ่วไฉพากู้อวี้ไปที่จวนของคหบดีจาง เนื่องจากเมื่อวานหยุดเรียน วันนี้กู้ซิ่วไฉจึงให้บุตรชายคนโตมาช่วยสอนในห้องเรียนขั้นต้น ซึ่งกู้อวี้ก็ตั้งอกตั้งใจสอนนักเรียนในห้องนี้อย่างมาก เพราะต่อไปพวกเขาจะต้องไปสอบถงเซิง
ในเมื่อกู้อวี้จะไปสอน เจินเจินย่อมตามไปอยู่แล้ว ทว่าเนื้อหาที่ชายหนุ่มสอน ล้วนเป็เื่ที่นางจดจำได้ทั้งหมดแล้ว หากจะใช้เวลานี้คัดอักษรก็ได้นี่ ถึงแม้จะไม่ชอบก็ตามที ทว่าก่อนหน้านี้พี่ชายยอมไปเล่นและตามใจนางมาหลายวันแล้ว เช่นนั้นก็ควรทำตามที่รับปากกับพี่ชายเอาไว้
ทว่าพอถึงเวลาเลิกเรียน เด็กหญิงกลับส่งกระดาษให้แก่เด็กอ้วนที่นั่งอยู่ด้านข้าง ซึ่งจางหย่งก็รับไปแต่โดยดี ในเวลานี้เขาได้กลายเป็ลูกไล่ของเจินเจินไปเสียแล้ว
“เจินเจิน ท่านปู่ของเ้ามาหา” ด้านนอกห้องมีเด็กคนหนึ่งะโบอก เด็กอ้วนหันไปมองตามทิศทางนั้น เห็นว่ามีชายชราผู้หนึ่งกำลังยื่นหน้าเข้ามาข้างใน
ผู้เฒ่าหยวนเห็นเจินเจินก็กวักมือเรียกพร้อมกับยิ้ม “เจินเจิน รีบมาหาปู่เร็ว ปู่ซื้อลูกกวาดมาให้เ้าด้วย”
“ท่านไม่ใช่ปู่ของข้า แล้วข้าก็ไม่อยากได้ลูกกวาดของท่านด้วย ท่านอย่าหวังว่าจะเอาลูกกวาดมาล่อและเอาข้าไปขายเลย!”
ครั้นเด็กคนอื่นได้ยินประโยคนี้ของเจินเจิน สายตาที่มองไปยังผู้เฒ่าหยวนแปรเปลี่ยนในทันที พวกเขาพุ่งเข้าไปหาประหนึ่งลูกธนูที่ถูกยิงออกจากคันธนู พร้อมกับะโว่า “พวกลักพาตัว ข้าจะตีเ้าให้ตาย!”
เด็กคนอื่นได้ยินเช่นนี้ต่างเข้าไปรุมตีผู้เฒ่าหยวนยกใหญ่ จนตัวคนต้องรีบวิ่งหนีออกไปเพื่อเอาตัวรอด พร้อมกับด่าทอเจินเจินไปด้วยว่า “เ้าหก เ้าหลานอกตัญญู ระวังจะถูกฟ้าผ่า! โอ๊ย! พวกเ้าเลิกตีได้แล้ว ข้าไม่ใช่พวกลักพาตัว ข้าไม่ใช่พวกลักพาตัวจริงๆ!”
กู้ซิ่วไฉกับกู้อวี้ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากห้องเรียนข้างๆ จึงเดินออกมาดู และด้วยกลัวว่าเด็กๆ จะทำร้ายผู้เฒ่าหยวนจนเป็อะไรไป หากเป็เช่นนั้นจะต้องมีเื่กับบ้านใหญ่สกุลหยวนอีกแน่ จึงรีบะโให้เด็กๆ หยุดมือแล้วกลับเข้าห้องเรียน
“เกิดเื่อะไรขึ้น” กู้ซิ่วไฉถามไถ่เื่ราวจากเด็กๆ
เด็กๆ เล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ฟัง กู้ซิ่วไฉได้ฟังแล้วก็พูดอันใดไม่ออกอยู่นาน เมื่อหาเสียงของตนเองเจอก็อธิบายออกไปว่า “คนเมื่อสักครู่คือผู้เฒ่าหยวนจากหมู่บ้านเ้าเจี่ยว เคยเป็ปู่ของเจินเจิน แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว เพราะเขาไล่ครอบครัวของเจินเจินออกจากบ้านและตัดความสัมพันธ์กันไปแล้ว วันหน้าหากเห็นเขามาที่นี่อีก พวกเ้าก็แค่ไม่ต้องไปสนใจ ไม่ต้องไปตีเขา คนในบ้านนั้นไม่ใช่คนที่จะพูดคุยตกลงด้วยได้ง่ายๆ”
เด็กบางคนฟังแล้วเอียงคอถามอย่างสงสัย “แล้วถ้าเขามารังแกพวกเราเล่า”
กู้ซิ่วไฉตอบ “พวกเ้าก็รีบมาหาข้า เดี๋ยวข้าจะจัดการให้เอง หรือไม่ก็ไปหาบิดามารดาของพวกเ้า ให้พวกเขามาจัดการแทน”
“ทราบแล้วขอรับ/เ้าค่ะท่านอาจารย์” เด็กทุกคนรับปาก
“ท่านพ่อ ข้าขอออกไปข้างนอกสักครู่” ตอนที่กู้ซิ่วไฉพูดคุยกับเด็กๆ เจินเจินแอบวิ่งหนีออกจากห้อง กู้อวี้เห็นเช่นนี้จึงบอกกล่าวแก่บิดา แล้วรีบตามออกไป
กู้อวี้ตามหลังไปจนเจอเจินเจิน ครั้นเห็นว่านางเพียงแค่แอบย่องตามผู้เฒ่าหยวนไปก็ลอบผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก ต่อให้เด็กหญิงจะเก่งกาจสักเพียงใด อย่างไรนางก็เป็แค่เด็ก เขาจึงกลัวว่าผู้เฒ่าหยวนจะทำร้ายจนาเ็เอาได้ บ้านใหญ่สกุลหยวนเ้าเล่ห์น้อยเสียเมื่อไร ดังนั้นเขาจึงต้องป้องกันเอาไว้ก่อน
“พี่ชาย!” เจินเจินได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวทางด้านหลังจึงหันกลับไปมอง พอเห็นว่าเป็กู้อวี้ตามมาจึงยิ้มกว้างพร้อมกับร้องเรียกอย่างดีใจ แต่ต่อมาก็เอานิ้วชี้แตะริมฝีปากพร้อมกับทำท่าจุปาก
กู้อวี้เดินเข้าไปหา เอาตัวแอบอยู่หลังกำแพงและชะโงกหน้าออกไปดูผู้เฒ่าหยวนเช่นเดียวกับเจินเจิน
ยามนี้ผู้เฒ่าหยวน หยวนเหล่าต้าและหยวนเหล่าซื่อซึ่งขาพิการกำลังสอบถามคนแถวนั้นว่าหยวนเหล่าเอ้อร์อยู่ที่ใด
“ผู้ช่วยฟู่กุ้ยหรือ เพิ่งจะกลับจากนาไปที่จวนสกุลจางเมื่อสักครู่นี้เอง หากท่านอยากจะหาผู้ช่วยฟู่กุ้ยก็ต้องไปหาที่จวนสกุลจาง” ครั้นคนผู้นี้ได้ยินว่าชายชราผู้นี้คือบิดาแท้ๆ ของหยวนฟู่กุ้ยก็มีท่าทีกระตือรือร้นและเป็มิตรทันที
“หน้าไม่อาย!” เจินเจินพูดกับตัวเองอย่างไม่พอใจ นางต้องให้บทเรียนแก่ท่านปู่เสียบ้าง อุตส่าห์ดั้นด้นมาหาบิดาของนางถึงที่นี่ต้องคิดทำเื่ไม่ได้มาแน่ๆ เด็กหญิงขบคิดอยู่สักครู่ ก่อนจะหันไปหาพี่ชาย “ท่านพกเงินติดตัวมาหรือไม่”
กู้อวี้ไม่ตอบคำ หากแต่ยื่นถุงเงินส่งให้
เจินเจินรับถุงเงินไป เอ่ยว่า “พี่ชาย ท่านกลับไปก่อน ไม่ต้องตามข้ามา” จากนั้นก็รีบวิ่งออกไป ในเมื่อนางจะไปทำเื่ไม่ดี หากเป็เช่นนี้จะให้พี่ชายไปด้วยได้อย่างไร ต้องพาสหายไปเท่านั้น
กู้อวี้ “…”
เด็กหญิงคงไม่อยากให้เขาตามไปด้วยจึงวิ่งจากไปเสียเร็วรี่ เพียงแค่กะพริบตาอีกฝ่ายก็หายไปไม่เห็นแม้แต่เงา เขาจึงได้แต่ต้องเดินกลับเข้าไปในจวนสกุลจางทางประตูหลัง รีบไปบอกท่านอารองหยวนว่าคนของบ้านใหญ่สกุลหยวนกำลังตามหา
หยวนฟู่กุ้ยฟังแล้วยิ้ม พร้อมกับเอ่ยว่า “เพิ่งจะมาหรือ ข้ารออยู่นานแล้ว”
กู้อวี้เห็นท่าทางของอีกฝ่ายดูมั่นอกมั่นใจและไร้กังวลก็รู้สึกคลายใจลงไปมาก เวลาต่อมาได้มีคนมาหาหยวนฟู่กุ้ย บอกว่าคหบดีจางเรียกให้ไปพบ
ทั้งคู่ไปหาคหบดีจางด้วยกัน เมื่อไปถึงพบว่าหลิ่วซื่อก็อยู่ด้วย ทันทีที่หลิ่วซื่อเห็นกู้อวี้ แววตาเป็ประกายในทันใด คิดในใจว่า ‘กู้อวี้ผู้นี้หน้าตาดีเหลือเกิน ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยความรู้ความสามารถ เหตุใดถึงไปเกิดในสกุลกู้ไม่มาเกิดในท้องของนางนะ’ พลางหันไปมองสามี ก่อนที่ใบหน้าจะพลันแปรเปลี่ยนเป็รังเกียจ บุตรชายของนางแต่ละคนหน้าตาหรือก็ไม่ได้เื่ ความรู้ความสามารถก็ได้บิดามาหมด คงเพราะนางได้พ่อพันธุ์ไม่ดีมากระมัง!
คหบดีจางที่ััได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจึงหันไปมองภรรยาอย่างแปลกใจระคนสงสัย ก็เห็นว่าในแววตาของภรรยามีแต่ความรังเกียจ ‘สตรีผู้นี้นี่ ไม่รู้ว่าวันๆ หนึ่งใช้สมองคิดอะไรบ้าง ช่างเอาใจยากเสียเหลือเกิน ในเมื่อไม่เข้าใจ เช่นนั้นก็อย่าเสียเวลาทำความเข้าใจเลย’ คิดพร้อมกับหันไปเอ่ยถามหยวนฟู่กุ้ย “ข้าได้ยินเื่ที่เกิดขึ้นที่บ้านของเ้าหมดแล้ว ครั้งนี้บิดาพร้อมทั้งพี่ชายน้องชายของเ้าตั้งใจมาหาถึงที่นี่ คิดว่าคงไม่ได้มาดีแน่ เ้าจะให้ข้าส่งคนไปไล่พวกเขาหรือไม่”
หยวนฟู่กุ้ยยกสองมือขึ้นกุมหมัดคารวะ “ข้าขอขอบคุณนายท่านมาก แต่ไม่เป็ไร ไล่ไปพวกเขาก็ต้องไปดักเจอข้าตอนกลับไปที่หมู่บ้านอยู่ดี อยู่หมู่บ้านเดียวกันอย่างไรก็ต้องได้เจอหน้า ข้าจะออกไปหาพวกเขาเดี๋ยวนี้”
กู้อวี้ยกสองมือกุมหมัดขอตัวกับคหบดีจางและหลิ่วซื่อ ก่อนจะรีบเดินออกไป
