เสิ่นม่านโมโหกัดฟันกรอด
นางเดินวนในห้องหนึ่งรอบ ขณะที่กำลังคำนวณความเป็ไปได้ที่จะะโออกจากทางหน้าต่าง ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าด้านนอกห้องเพิ่มทวีขึ้น ยามสองคนที่เฝ้าประตูยังไม่ทันได้พูดอะไรก็ถูกปาดคอในดาบเดียว
เืสาดกระเซ็นบนกระดาษหน้าต่าง
เสิ่นม่านเห็นดังนั้น คิดในใจว่าจางหงอี้จะเคลื่อนไหวรวดเร็วเพียงนี้เชียวหรือ? นางยังไม่ทันได้หาที่หลบซ่อนเพื่อไม่ให้เืกระเซ็นมาโดนตัวเอง ประตูห้องก็ถูกถีบออกเสียก่อน
เฉียนิเจี๋ยพากลุ่มโจรบุกเข้ามาอย่างอุกอาจ เมื่อเห็นเสิ่นม่านอยู่ตามลำพังถึงกับชะงักไปเสี้ยววิ
“พี่ใหญ่ล่ะ?”
เสิ่นม่านไม่ได้ตอบและถามกลับ “พวก… พวกเ้ามาก่อกวนห้องหอหรือ?” ไฉนจึงดูเหมือนกำลังก่อฏ?
“เสิ่นม่านเหนียง! เ้าจับพี่ใหญ่เราไปไว้ที่ไหน? เ้ากินเขาไปแล้วใช่หรือไม่?! ใครก็ได้ จับตัวนางมัดไว้เดี๋ยวนี้!”
เอ๋? ถูกจับได้แล้วหรือ?
เสิ่นม่านยังคิดจะบ่ายเบี่ยง เอ่ยอย่างมีหลักการ “เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า? พวกเ้า้าจับเสิ่นม่านเหนียง แล้วเกี่ยวอะไรกับข้า หลินผิ่นหรู?”
เฉียนซานเจียงมีนิสัยมุทะลุ อดไม่ได้ที่จะกระทืบเท้าด่า “หลินผิ่นหรูมารดาเ้าน่ะสิ! นางปีศาจอย่างเ้ากล้ากินพี่ใหญ่! พี่น้องทั้งหลาย บุกเข้าไป จับนางมัดไว้!”
เสิ่นม่าน “…”
เ้าต้องเข้าใจอะไรข้าผิดแน่นอน ข้างดงามเช่นนี้ ดูเหมือนสัตว์ร้ายกินคนหรือ?
นางถูกจับตัว จากนั้นก็เห็นด้านหลังเฉียนิเจี๋ย มีร่างชายผู้หนึ่งเดินออกมา โดยสวมชุดประหลาด… ไม่สิ มันคือชุดนักพรต
นักพรตผู้นี้อายุราวห้าสิบ ผมหงอกขาวทั่วศีรษะ มือซ้ายทำท่าดรรชนีกล้วยไม้ถือถ้วยไว้หนึ่งอัน ส่วนมือขวาถือแส้นักพรต ดวงตาหรี่ลงมาครึ่งหนึ่ง ศีรษะเอียงเล็กน้อย ท่วงท่าเปี่ยมความมั่นใจ
ในเื่ของภาพลักษณ์ เขาทำได้ดีเยี่ยมไม่มีบกพร่อง
เสิ่นม่าน: แต่ท่ามือนี้ ประหลาดสิ้นดี
ความคิดบางอย่าง เมื่อผิดเพี้ยนไปแล้ว มักจะกู้กลับมายาก
นักพรตท่องบทสวดไม่กี่บท ศีรษะสั่นราวกับเ้าเข้า ทันใดนั้นก็ลืมตาโตและะโเสียงดัง! “ปีศาจงูชั่วร้าย! กล้าทำร้ายมนุษย์ เทพเซียนตัวจริงอยู่ตรงนี้แล้ว ยังไม่รีบเผยร่างจริงออกมาอีก!”
พูดจบ เขาสาดของเหลวในถ้วยไปด้านหน้า
เสิ่นม่านยังไม่ทันเห็นว่ามันคืออะไร แต่ได้กลิ่นคาวเื ของเหลวนั้นสาดลงบนเสื้อของนาง
บ้าจริง นี่สาดเืสุนัขดำใส่กันหรือ!
เหนียวเหนอะหนะ น่าขยะแขยงนัก! เสิ่นม่านขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม เกือบอาเจียนเพราะความเหม็นคาว
เฉียนซานเจียงเห็นท่าทางทุกข์ทรมานของนาง ถึงกับอดกลั้นความดีใจไว้ไม่อยู่ “ดูสิ! นักพรตหวงร้ายกาจดั่งที่คาด ปีศาจงูกำลังจะเผยร่างจริงแล้ว!”
คนทั้งห้องทั้งตื่นเต้นทั้งประหม่า!
โฉมงามผู้นี้… กำลังจะกลายร่างเป็งู!
น่าตื่นเต้น น่าเร้าใจ!
ครั้นแล้ว… เสิ่นม่านก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนผิดหวัง นางเผยท่าทางดุร้ายอยู่นานและในที่สุดก็ทำให้เชือกขาดสะบั้นออก
คนทั้งหมด “!”
นี่มันเชือกมัดเซียนพิเศษของท่านนักพรตไม่ใช่หรือ?
ขาดแล้ว?!
เสิ่นม่านบีบจมูกพลางถอดเสื้อตัวนอกที่เปื้อนเืออก “ให้ตายสิ น่าขยะแขยงนัก! กล้ากล่าวหาว่าข้าคือปีศาจงู? ปีศาจงูบ้านย่าเ้าสิ!”
นางถอดเสื้อเรียบร้อยและแย่งแส้ของนักพรตหวงมา จากนั้นฟาดใส่หน้าเขารัวๆ “ปีศาจงู! ข้าว่าเ้าต่างหากที่เหมือนปีศาจงู! บ้านเ้ามันปีศาจงูทั้งบ้าน! วันนี้หากข้าไม่ตีเ้าให้ตัวลาย ข้าไม่ขอแซ่เสิ่น!”
นักพรตถูกตีจนไม่มีหน้าเหลือ เขาะโหนีแส้ของเสิ่นม่านหัวซุกหัวซุน กระทั่งมุดเข้าไปหลบใต้เตียง
“ปี ปีศาจงู บังอาจนัก อีกเดี๋ยวข้าจะเรียกอาจารย์ปู่มา และเรียกสายฟ้าผ่าใส่เ้าให้ตาย!”
ฟ้าผ่าใส่ข้า
เสิ่นม่านยิ้มเยือกเย็น มุดเข้าใต้เตียงดึงขาเขาออกมา ต่อด้วยปล่อยหมัดใส่เบ้าตาสองข้างจนกลายเป็หมีแพนด้า
“อาจารย์ปู่หรือ? ปีศาจงูหรือ? พูดจาหลอกลวงเก่งเหลือเกิน! เ้าแยกคนกับปีศาจไม่ออกด้วยซ้ำ ยังมีหน้ามาเป็นักพรตอีกหรือ?! วันนี้ข้าจะสั่งสอนวิชาให้เ้าเอง!”
พูดจบก็เตะเป้าของนักพรต นักพรตหวงร้องโอดโอย ในใจก็ก่นด่ามารดาอีกฝ่ายอยู่เป็หมื่นหน เขาแค่้าหาเลี้ยงปากท้อง ไม่ได้จะเอาชีวิตมาเสี่ยงนะ
หลังจากผ่านพ้นความเ็ป เขามองไปทางสองพี่น้องสกุลเฉียนอย่างอ่อนแรง
“ช่วย… ช่วยด้วย!”
มารดาสิ!
นักพรตถูกอัดจนลุกไม่ขึ้นแล้ว!
คนทั้งห้องใกับท่าทางของนางไปหมด รีบพุ่งออกนอกประตูราวกับเห็นผี ทั้งยังต้องคอยเหลียวหลังมองว่านางตามหลังมาหรือไม่
เฉียนิเจี๋ยกับเฉียนซานเจียงวิ่งไปถึงลาน เสิ่นม่านกระทืบนักพรตจนสลบพร้อมยึดแส้ของเขา และวิ่งตามออกไปราวกับสายลม
“คิดหนีหรือ? ข้าจะบอกพวกเ้าให้ วันนี้พวกเ้าหนีไม่รอดแม้แต่คนเดียว!”
เมื่อพุ่งไปถึงลานบ้าน เสิ่นม่านเล็งเป้าไปที่เฉียนซานเจียงที่วิ่งอยู่ด้านหน้าสุด นางเหลียวซ้ายแลขวา คว้าก้อนหินที่ใหญ่ที่สุด แล้วขว้างไปทางนั้น
“จะหนีไปไหน!”
“โอ๊ย!”
ก้อนหินโดนเข้าที่ท้ายทอยอย่างจัง เฉียนซานเจียงส่งเสียงร้องอย่างน่าสมเพชและหมดสติล้มลงบนพื้น
“น้องชาย!”
เฉียนิเจี๋ยไม่หนีอีกต่อไป ตั้งใจจะสู้กับเสิ่นม่านจนตัวตาย เขาคว้าดาบของลูกน้องและพุ่งไปทางเสิ่นม่าน
“ข้าจะขอสู้กับเ้าเอง!”
เสิ่นม่านหัวเราะเ็า “เหอะ ตั๊กแตนคิดจะขวางรถม้า ไม่เจียมตัว”
นางหลบดาบของเฉียนิเจี๋ย คว้าแขนของเขาไว้และออกแรงหัก
“กร๊อบ!”
“แขนของข้า!”
เฉียนิเจี๋ยร้องอย่างอนาถ ดาบหล่นลงพื้น เสิ่นม่านเก็บดาบขึ้นมาและทำท่าจะฟันศีรษะ
เขาตาลอยและหมดสติไป
อืม จับโจรก็ต้องจับตัวหัวหน้าก่อน เสิ่นม่านจัดการหัวหน้าไปสามคนในคราวเดียว รู้สึกว่าตนเองเก่งกาจไม่เบา
นางจับเชือกมามัดสองพี่น้องสกุลเฉียนที่สลบไสล ขณะที่เพิ่งมัดเสร็จ นางก็ถูกล้อมไว้ในลาน
เสิ่นม่านเงยหน้าขึ้นดู ด้านนอกมีมือธนูด้วย เพื่อป้องกันการถูกยิงเหมือนเม่น นางจึงหิ้วสองคนนั้นแล้วถอยกลับเข้าห้องเจี่ยต้าหลง
หลิวเฮยชีกับพวกพ้องที่เหลือมากันแล้ว
แย่จริง เผลอแป๊บเดียวทำให้อีกฝ่ายมีเวลาตั้งตัวได้
เสิ่นม่านวิเคราะห์ไม่กี่วินาที ชำเลืองไปเห็นนักพรตหวงที่ตัวสั่นเทาอยู่ด้านข้างจึงคว้าตัวเขามาข่มขู่ “เ้าออกไปเจรจากับพวกเขา บอกว่าหัวหน้าใหญ่สามคนของค่ายโจรอยู่กับข้า หากพวกเขากล้าทำอะไรบุ่มบ่าม ข้าจะฆ่าพวกนี้ให้หมด!”
นักพรตหวงใกล้จะฉี่ราด ขาสองข้างสั่นระริก “แม่ แม่นาง ข้าเป็เพียงนักพรต…”
“ข้ารู้ว่าเ้าคือนักพรต! ถ้าข้าออกไปเองจะไม่กลายเป็เป้าธนูหรือ? พวกเขาสองคนคือตัวประกัน! หากไม่ใช่เ้าออกไปเจรจาแล้วจะเป็ใคร?!”
นักพรตหวง: ข้าช่างโง่เขลาจริงๆ ข้าไม่ควรมาที่ค่ายโจร ฮือๆ …
เขายังคิดจะพูดอะไร แต่กลับถูกเสิ่นม่านจับโยนไปทางประตู ทั้งยังถีบส่งเขาออกไปข้างนอกอีกด้วย
“หากเ้ายังไม่เจรจา อีกเดี๋ยวเราสี่คนได้ตายกันหมดแน่!” เสิ่นม่านข่มขู่เรียบร้อยก็ปิดประตูดังปัง!
นักพรตหวงห่อเหี่ยว ตอนนี้ไร้ซึ่งหนทาง จึงได้แต่บากหน้าออกไปเจรจา
ภายในลานเงียบสงัด นักพรตหวงกลืนน้ำลายก่อนจะออกไป พอออกไปก็ถูกคนล้อมตัวไว้
หลิวเฮยชีกระชากคอเสื้อของเขาและถาม “เหตุใดจึงเป็เ้าที่ออกมา? เสิ่นม่านเหนียงล่ะ?”
นักพรตหวงสั่นระริกและเล่าคำพูดของนางเมื่อครู่ให้แก่หลิวเฮยชี
“ฆ่าตัวประกัน?” หลิวเฮยชีฉีกปากยิ้ม รอยยิ้มโเี้เกินคน
“เช่นนั้นก็ให้พวกเขาตายอยู่ข้างใน!”
“ยิง!”
-----
