เ่ิูเงยหน้าขึ้นฟ้าจากพื้นพสุธา
สิ่งที่่เี่ิหิ้วอยู่ในมือ เป็ตุ๊กตาลูกหมีที่เขาให้นางตอนครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน
ตอน่เี่ิแผลงฤทธิ์เมื่อครู่นั้น เ่ิูเห็นหมีั์เพลิงบ้าคลั่งนั่นดี จวบจนมันถูกลู่เฉาเกอทำลายหมดแล้วเขาถึงเข้าใจ ว่าหมีั์เพลิงที่สามารถควบคุมลู่เฉาเกอ หลิวสุยเฟิงและเผิงอี้เจินสามยอดผู้แข็งแกร่ง คือร่างแปลงของตุ๊กตาลูกหมีที่เขาให้แก่่เี่ินี่เอง
“เห็นทีเสี่ยวจวินจงหลอมรวมกับชีพจรมืดในตำนานได้แล้ว หวังเจี้ยนหรูพูดไว้ไม่มีผิด เมื่อหลอมรวมเข้ากับชีพจรมืด พลังของเสี่ยวจวินจะเพิ่มขึ้นมหาศาล จะได้ฤทธิ์เดชมหัศจรรย์มากมายไว้ในกำมือ อาณาน้ำพุิญญา อาณาทะเลระทม อาณา์...สิ่งที่นักยุทธ์ต้องพากเพียรฝึกฝน ต้องใช้วาสนาถึงจะสำเร็จอาณาวรยุทธ์ได้เหล่านี้ สำหรับเสี่ยวจวินแล้ว เป็แค่ปัญหาในชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น นางก้าวข้ามได้สบาย...”
เ่ิูยกมุมปากเป็รอยยิ้ม
แม่ตัวน้อยที่ชอบตามติดเขาเหมือนสุนัขที่หางส่ายไปมาตลอดเวลานางนั้น ตอนนี้ไม่เพียงเติบโตอย่างดงามสูงส่งเท่านั้น ยังเป็ผู้แข็งแกร่งขั้นสุดยอดที่พลังมากกว่าเขาไปไกลอีกด้วย
“ไม่นึกเลยนะ ว่าข้าจะทิ้งท้ายในการฝึกวรยุทธ์จริงๆ”
เ่ิูนึกว่าความเร็วในการเติบโตและการพบพานเื่อัศจรรย์ติดต่อกันของเขา เป็เื่ที่เหลือเชื่อมากแล้ว แต่เมื่อพลังของเสี่ยวจวินเติบใหญ่เร็ว ะเืโลกเสียยิ่งกว่าเขา น่ากลัวว่าคงเป็คนที่อดีตไม่เคยมีและจะไม่มีต่อไปในอนาคตแล้วกระมัง
พลังที่สืบทอดกันตามสายเื ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
“เห็นทีว่าข้าต้องพยายามขึ้นอีก ไม่เช่นนั้นแล้วจะฟื้นความทรงจำเสี่ยวจวินได้อย่างไร?”
เ่ิูบังเกิดความรู้สึกรับผิดชอบ ความภาคภูมิเพิ่มสะพัดขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
...
กลางนภา
ลู่เฉาเกอกดพลังประหลาดในร่างเอาไว้ ั์ตามองดรุณีิญญาเพลิงมืดร่างเล็กเพริศพริ้ง นางยืนอยู่ไม่ไกล
เทพาโยวเยี่ยนผู้นี้ประเมินคู่ต่อสู้อย่างลับๆ เพียงครู่เดียวเสร็จแล้ว ความประหลาดใจก็แสดงออกระหว่างคิ้วของเขา คล้ายกับว่ากำลังครุ่นคิดบางอย่าง “ข่าวว่าครึ่งปีก่อน มีเด็กหญิงที่สำนักกวางขาวของหุบเขากวางตัดที่มีชีพจรมืดอยู่ในร่าง นางถูกไล่ล่าและตามล่าโดยทุกฝ่าย แต่ได้เซียนกระบี่หญิงลึกลับนางหนึ่งช่วยไว้...ข้าไม่นึกว่าเลยเด็กคนนั้นจะมาเผยตัวอยู่ตรงหน้าวันนี้”
่เี่ิยืนอยู่กลางอากาศ
สองมือนางกอดตุ๊กตาลูกหมีไว้ในอก แววตาทั้งเ็าและเยือกเย็น สายตาไม่ได้มองเทพนักรบโยวเยี่ยนผู้มีอำนาจะเือาณาจักรเสวี่ยเลยแม้แต่น้อย
เยี่ยนปู้หุยลอยมาอยู่ด้านข้าง่เี่ิช้าๆ มองลู่เฉาเกอด้วยสายตาเย้ยหยัน กริชกระดูกขาวในมือมีโลหิตสีแดงไหลอยู่ในร่องเื เหมือนว่ามีความคิดเป็ของตัวเอง ้าจะหนีจากกริชกระดูกขาว แต่กลับถูกผูกมัดไว้อย่างแ่า
“คำบอกเล่าคงผิดพลาดไป ครึ่งปีแต่เติบโตได้ถึงขั้นนี้ เป็ชีพจรมืดธรรมดาที่ใดกันเล่า เป็ชีพจรราชันมืดเท่านั้น...” ลู่เฉาเกอเลิกคิ้วแล้วพยักหน้า “ข้าประมาทเอง ไม่นึกว่าเ้าจะเติบโตเร็วเพียงนี้ และยิ่งไม่คิดเลยว่า นครอันธการที่ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับโลกปุถุชนจะยืนอยู่ฝั่งเผ่าปีศาจ สู้เพื่อเผ่าปีศาจ”
“แลกเปลี่ยน” ่เี่ิเปิดปากพูดจนได้
นางไม่ชอบพูดอย่างเห็นได้ชัด
น้ำเสียงนั้นมีความเย็นเยียบแทรกซึมถึงกระดูก
เพียงแค่ได้ยินเสียง ก็รู้ได้ถึงความปรารถนาที่จะออกให้ห่างจากผู้คนไปสักพันหมื่นลี้
“อ้อ ที่แท้ก็เช่นนี้เอง” ลู่เฉาเกอพยักหน้า “แลกเปลี่ยนอะไรเล่า? เผ่าปีศาจร้องขออะไรนครอันธการกระนั้นหรือ?”
่เี่ิกอดตุ๊กตาหมี “ข้าไม่อยากพูด”
ลู่เฉาเกอเงียบงัน
ดรุณีตรงหน้านี้ให้ความรู้สึกน่าแปลกอย่างยิ่งแก่เขา
ความแปลกนั้นมิใช่ว่ามาจากท่าทีเยือกเย็นของนาง แต่เพราะลู่เฉาเกอคิดว่ามีสิ่งที่ขัดแย้งกันอย่างมากในตัวของนาง เป็ดั่งหญิงมารน่ากลัวที่พลังมืดสั่นะเืผู้แข็งแกร่งทั่วแดนดิน แต่มองอีกทีก็เหมือนิญญาบริสุทธิ์อ่อนโยนเดียงสาที่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมหรือแผนการใด
ลู่เฉาเกอเคยเห็นผู้แข็งแกร่งของนครอันธการที่หลอมรวมเข้ากับชีพจรมืด แล้วก็เคยผ่านเพลิงมืดมาแล้วด้วย
แต่สิ่งที่นางตรงหน้าทำให้เขารู้สึกนั้น กลับมิใช่หลอมรวมเข้ากับชีพจรมืดอย่างสิ้นเชิง เหมือนว่ายังมีบางสิ่งเล็กๆ จำนวนมากเหลืออยู่
“เ้าแก่ลู่ ก่อนตายยังจะสงสัยอะไรมากอยู่อีก ฮ่าๆ อยากจะสั่งเสียอะไรไหม?” เยี่ยนปู้หุยหัวเราะร่วน
ใบหน้าของเขามีความบ้าบิ่นและกำเริบเสิบสาน ชายโฉดที่เ็าและเยือกเย็นมาโดยตลอดผู้นี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าลู่เฉาเกอ กลับมีแต่ความตื่นเต้นจนคล้ายจะเป็คนโรคจิต
“ใครอยู่ใครตาย ยังไม่อาจรู้ได้” ไอสีแดงกะพริบบนใบหน้าลู่เฉาเกออีกครั้ง ดูแปลกประหลาดเป็ที่สุด
“ฮ่าๆๆ ไอ้แก่ ข้าจะรอดูว่าเ้าจะกลั้นได้อีกสักเท่าไร พลังของคำสาปและพลังเพลิงมืดแท้ที่อยู่ในกริชกระดูกเทพสังหารนั้น ตอนนี้อยู่ในตัวเ้าหมดแล้ว เ้าจะยืนหยัดไปได้สักแค่ไหน อะฮะฮะฮ่า” เยี่ยนปู้หุยหัวเราะร่วน จากนั้นจึงโบกมือเบาๆ “ไว้เจอกัน วันนี้ปีหน้า ข้าจะจุดธูปให้เ้านะ ฮ่าๆๆๆ”
พูดไม่ทันขาดคำ
ร่างกายของเขาค่อยๆ จางลง
รวมทั้ง่เี่ิที่กอดตุ๊กตาหมีเอาในไว้อกด้วย
กลางอากาศ
เงามืดขนาดใหญ่สาดส่องลงมา
สายตานับไม่ถ้วนมองขึ้นไปในอากาศ ปราการสีดำขนาดั์สูงตระหง่านราวกับภูผาแห่งแล้วแห่งเล่า ไม่รู้โผล่มาเมื่อใด พวกมันลอยอยู่บนอากาศสูง สูงกว่าขอบเขตควบคุมของกระบวนอักขระป้องกันอากาศของด่านโยวเยี่ยน ปราการแห่งนี้ราวกับหลอมมาจากเหล็กสีดำ สีหมึกจัดจนเหมือนดูดเอาแสงสว่างของดวงตะวันได้ มันตลบไปทั่วมีกลิ่นอายโลหิตที่หลับใหลนิรันดร์กาล...
มันลอยอยู่กลางฟ้า ดั่งที่สถิตแห่งเทพมาร
แสงสีดำอ่อนๆ แผ่ออกมาจากปราการสีดำ ผ่านกระบวนอักขระป้องกันอากาศด่านโยวเยี่ยน ไม่ทำให้เกิดการตอบโต้ของกระบวน ลำแสงสีดำสาดส่องมาที่เยี่ยนปู้หุยและ่เี่ิ ทั้งสองร่างจางลงมาก ยามเสียงฟิ้วดังมา สองร่างก็อันตรธาน...
คนที่หายไปพร้อมกันยังมีแม่ทัพปีศาจแต่งตั้งอีกสิบกว่าตน
ทุกอย่างเสมือนภาพจำลองในจินตนาการ เพียงลมเป่าผ่านก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ด่านโยวเยี่ยนที่ได้รับฉายาว่าแกร่งดั่งทองแท้ ถูกเผ่าปีศาจเหล่านี้เข้านอกออกในได้สบายใจเฉิบ
ทุกอย่างเกิดขึ้นจริง
แต่ลู่เฉาเกอมิได้ขัดขวางอะไร
“นครอันธการหรือ?”
ลู่เฉาเกอผู้เคยมีสีหน้าเรียบนิ่ง บัดนี้กลับตื่นตระหนก
เสียงของเขาแหบแห้ง วินาทีที่อ้าปาก ก็มีเืสดทะลักออกมา สาดกระจายร่วงหล่นลงสี่ทิศ
“ผู้บัญชาการ!”
“พี่ใหญ่ลู่”
หลิวสุยเฟิงกับเผิงอี้เจินเห็นเข้าก็หน้าซีดไร้สี รีบตรงเข้าไปประคองลู่เฉาเกอทันที
ครั้งแรกในรอบสิบเอ็ดปีที่เทพาโยวเยี่ยนได้รับาเ็
ลู่เฉาเกอเอนไหว แต่เขาปัดป่ายมือเบาๆ บอกว่าตนไม่เป็ไร
สายตาของเขามองอยู่กลางอากาศ มองปราการที่นับเวลาจะยิ่งสูงและใหญ่ั์ขึ้นทุกที
นครอันธการ!
เมื่อรู้ว่า่เี่ิมาจากนครอันธการ เขาก็ไม่ใ เห็นผู้แข็งแกร่งจากนครอันธการก็มิได้สนใจ หลายปีมานี้ มีผู้แข็งแกร่งซึ่งมีชีพจรมืดอยู่ในตัวไหลเวียนมาบนภพนี้มิได้ขาด แต่ถิ่นที่อยู่ของความมืดในตำนาน นครอันธการที่ผู้แข็งแกร่งแห่งความมืดจากมา เขาไม่เคยเผชิญกับตัวมาก่อน
ภพนี้มีเื่เล่าของนครอันธการนับแหล่งไม่ถ้วน
แต่ยามที่นครอันธการปรากฏตัวจริงในภพนี้นั้น น้อยครั้งเหลือเกินเท่านั้นเอง
ตามตำนานเล่าขาน มีเพียงการประสูติของาาความมืดที่แท้จริงเท่านั้นถึงจะควบคุมตำแหน่งเมืองมารแห่งนี้ได้ และทุกครั้งที่นครอันธการเผยตัว ย่อมหมายความว่าหายนะกำลังมาเยือน ลู่เฉาเกอเคยเห็นภาพหลอกตาของนครอันธการแห่งนี้ สมัยก่อนที่เขาจะมีชื่อเสียงระบือไกล อาณาจักรเสวี่ยยังไม่ได้สถาปนาตน ยุคแรกของการเปิดภพไทวะ ลำดับการยังไม่แน่นอน นครอันธการเคยนำมาซึ่งยุคอันน่ากลัวของการถูกความมืดปกคลุมและปกครองให้ภพอันเยาว์ภพนี้มาแล้ว
นับั้แ่เมื่อก่อนจนถึงปัจจุบัน จักรพรรดิมารของนครอันธการผู้ควบคุมแดนแห่งนี้ ถูกผู้แข็งแกร่งจากนอกภพไทวะสังหาร ยุคมืดจึงสิ้นสุดลงได้
นครอันธการหลบเร้นในความมืดอีกครา ฝังตัวในทวีปมืด รอวันที่โอกาสมาถึง
นี่เองคือสาเหตุที่ทุกสิ่งมีชีวิตในภพไทวะจะคร่าทุกคนที่มาจากนครอันธการ ไม่มีใครอยากกลับไปสู่ยุคที่พวกเขาถูกปกคลุมและปกครองด้วยความมืดอีกแล้ว
เป็เวลาอันยาวนานเหลือเกิน ที่มีพลังเหนือธรรมชาติของนครอันธการเกิดขึ้น แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนใหญ่
แต่ว่าวันนี้ นครอันธการของจริงมาถึงแล้ว ความหมายแฝงเื้ัย่อมทำให้คนสั่นระริกอย่างแน่แท้
หมายความว่าจักรพรรดิมารมืดได้ประสูติอีกครั้งแล้วใช่ไหม?
หรือว่าจะเป็เด็กสาวคนนั้น?
ลู่เฉาเกอกระอักเืออกมาจากมุมปาก ความเหนื่อยล้าที่ไม่เคยเป็มาก่อนครอบงำร่างกายของเขา เยี่ยนปู้หุยพูดไม่มีผิด ในกายของเทพนักรบโยวเยี่ยนมีพลังน่ากลัวสองอย่างกำลังทำลายล้างและระรานอยู่...
เขายื่นมือคว้าเอาเืสดที่จะร่วงหล่นสู่เบื้องล่างกลับคืนมา
หยดเืมีพลังลึกลับ คนธรรมดาไม่อาจเหมือน
การกระทำนี้เหมือนจะส่งผลกระทบถึงอาการาเ็ภายใน ลู่เฉาเกอกระอักเืออกมาอีกครั้งอย่างไม่อาจเลี่ยง
เขาสะบัดแขนเสื้อเก็บหยดเืนั้นกลับมาอีกหน ทั้งร่างกลายเป็เส้นแสงมุ่งตรงสู่ทิศทางของสำนักเ้าด่านไวปานลมกรดและสายฟ้า หลิวสุยเฟิงและเผิงอี้เจินไม่อาจนิ่งนอนใจ รีบรุดตามไปด้วยสีหน้าหนักอึ้ง...
พวกเขารู้ ว่าเื่นี้ชักจะไปกันใหญ่แล้ว
เพียงแต่ว่าคนที่เหลือยังมองไม่ออก ว่ากลางอากาศ มีเืสดหยดหนึ่งที่ยังไม่ถูกคว้าเอากลับ มันร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าสูงลิบ ตรงดิ่งสู้เบื้องล่าง...
ตำนานว่าไว้ว่า หยาดเืเดียวแห่งผู้แข็งแกร่งวรยุทธ์ขั้นสุด สามารถฆ่าผู้แข็งแกร่งขั้นสูงได้
ทหารกล้าบนท้องนภาค่อยๆ แยกย้าย
เรือเหาะอักขะลำแล้วลำเล่าแล่นจากไป
บนพื้นดิน
เมื่อไม่มีแรงกดดันน่ากลัวนั่นอีกแล้ว เ่ิูจึงลุกขึ้นนั่งได้ในที่สุด
เขามองทิศทางที่เสี่ยวจวินหายไป สีหน้าและแววตาเขาสงบลงนานแล้ว
คราวนี้ เ่ิูมิได้กระโจนขึ้นไปเรียกขานนามของ่เี่ิ แล้วก็มิได้ลองคิดหาวิธีจะรื้อฟื้นความทรงจำของ่เี่ิด้วย เพราะเขาเข้าใจชัดเจน ว่าทำเช่นนั้นไปก็มิได้เปลี่ยนแปลงผลที่เกิดขึ้นในวันนี้ กลับกันอาจจะไปสู่เื่เลวร้ายก็เป็ได้....
มีบางเื่ที่ต้องกระทำ แต่ต้องดูเวลาและสถานการณ์ด้วย
เ่ิูหยัดกายยืนขึ้น เขาตบเศษดินตรงก้นและหลัง เตรียมจะกลับไป
ทันใดนั้นเอง เขาก็รู้สึกถึงบางอย่าง
เขายกมือขึ้น แบมือออก
แปะ
เืสดหยดหนึ่ง หล่นลงตรงกลางมือเขาพอดิบพอดี
