“ดูท่าทางคุณหยางคงจะกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่สินะครับ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?” หลิวคังไป๋ถามพร้อมทั้งหัวเราะออกมา
เมื่อเห็นหลิวคังไป๋เดินเข้ามาถามเขา หยางเฉินก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาเพียงส่ายหัวปฏิเสธอีกฝ่ายกลับไปเท่านั้น
“คุณหยาง ผมได้ยินว่าคุณกับว่าที่ลูกสะใภ้ของผมมีความเกี่ยวข้องกัน มันเป็เื่จริงสินะครับ?” หลิวคังไป๋เปลี่ยนท่าทีของตนอย่างกะทันหัน
หยางเฉินหันกลับไปตอบเขา “คุณก็น่าจะรู้มาจากลูกชายของคุณแล้วนี่ จะมาถามผมอีกรอบไปเพื่ออะไรล่ะ?”
“ไม่ๆ” หลิวคังไป๋ยิ้ม “ผมอายุมากแล้ว เื่ของคนหนุ่มสาวก็ให้พวกเขาจัดการกันเอง แต่ในฐานะของคนเป็พ่อแล้วก็คงทำได้แต่สนับสนุนความคิดของลูกชายเท่านั้น ถึงแม้ว่าคุณหยางจะมีประธานหลินคอยช่วยเหลืออยู่ก็เถอะ แต่ผมก็อยากให้คุณถอยออกมาจากลูกสะใภ้ของผมอยู่ดี”
หยางเฉินยิ้มออกมาเล็กน้อย คำพูดของหลิวคังไป๋กำลังบอกเขาว่าตระกูลหลิวไม่ได้หวาดกลัวอิทธิพลของอวี้เหล่ยแม้แต่นิด จริงอยู่ที่หลินรั่วซีเป็ประธานใหญ่ของบริษัทอวี้เหล่ยซึ่งเป็บริษัทที่มีอิทธิพลทางด้านการเงินของประเทศ แต่ถึงอย่างไรอวี้เหล่ยก็ยังไม่มีอิทธิพลทางด้านการเมืองมากนัก แตกต่างจากตระกูลหลิวที่มีความมั่นคงทางการเงิน อีกทั้งยังมีอิทธิพลอย่างมากในด้านการเมือง ซึ่งสามารถใช้อำนาจนั้นมาเล่นงานอวี้เหล่ยได้อย่างไม่ยากเย็น
หยางเฉินพูดขึ้นอีกครั้ง “ตอนนี้ผมกำลังปวดหัวเื่ผู้หญิงอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นถ้าอันซินไม่คิดที่จะจากผมไป ผมก็ไม่มีทางที่จะปล่อยเธอไปอยู่ดี ถ้าคุณสองคนพ่อลูกมีปัญหาอะไรล่ะก็ มาหาผมได้ตลอดเวลา”
“คุณหยาง ไม่ทราบว่าคุณกำลังหมายความว่ายังไงเหรอครับ?” ใบหน้าของหลิวคังไป๋มืดครึ้ม
เท่าที่หลิวคังไป๋ได้สั่งให้ลูกน้องไปตรวจสอบประวัติของคนตรงหน้า เขาเป็แค่คนขายแพะย่างธรรมดาๆ ในเมืองเท่านั้น อีกทั้งภูมิหลังทางครอบครัวก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ถ้าจะจัดการหยางเฉินบางทีหลิวคังไป๋อาจจะก้มลงไปบีบมดบนพื้นให้ตายยังยากเสียกว่า
หยางเฉินค่อนข้างจะรู้สึกรำคาญหลิวคังไป๋เป็อย่างมาก แต่เขาก็ไม่ได้โวยวายอะไรออกมานอกจากสั่งเครื่องดื่มมึนเมามาดื่มเพิ่มเท่านั้น
ในขณะนั้นเองผู้คนในงานเลี้ยงต่างให้ความสนใจกับหลินรั่วซีและพี่น้องตระกูลไช่เป็อย่างมาก เห็นได้ชัดว่าไม่ว่าพวกเธอจะเดินไปทางไหนก็มีคนเดินมาพูดคุยกับเธอด้วยท่าทีเป็มิตร
“คุณหยาง ผมขอบอกคุณไว้ก่อนเลยนะ ผมเป็เ้าของที่แห่งนี้ ไม่ว่าใครก็ตามที่แสดงท่าทีไม่เป็มิตรออกมา ต่อให้เป็คุณ ผมก็ไม่คิดว่าจะมีใครสามารถช่วยเหลือคุณได้หรอก” หลิวคังไป๋เผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา
แต่ในขณะนั้นเอง ซุ่มเสียงมีเสน่ห์ก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังอย่างเนิบนาบ “ใครไม่เป็มิตรกับใครเหรอคะ?”
หลิวคังไป๋และหยางเฉินหันกลับไปมองตามต้นเสียงในทันที หญิงสาวคนหนึ่งที่สวมชุดยาวสีแดงดูงดงามค่อยๆ เดินกรุยกรายเข้ามาทางพวกเขาช้าๆ สีชุดของเธอเหมือนกับเครื่องดื่มบลัดดี้ แมรี่ มันเป็สีแดงที่ไม่เข้มมากคล้ายกับสียามเย็นที่ดูอบอุ่นและร้อนแรงในเวลาเดียวกัน
ผู้หญิงคนนั้นคือถังหว่านที่กำลังเดินมาหาหยางเฉินด้วยท่าทางผ่อนคลาย
ถังหว่านปรากฏตัวพร้อมกับเรือนผมดำยาวที่ปกคลุมไปเกือบถึงกลางหลัง ใบหน้าของเธอดูงดงามและมีเสน่ห์ของสาวใหญ่ที่เหล่าสาวน้อยไม่อาจมีได้ ด้วยท่าทางที่ดูยั่วยวนและงดงามราวกับเทพธิดานี้ ก็แทบทำให้สายตาของชายหนุ่มหลายคนจับจ้องมาที่เธอด้วยสายตาที่คลั่งไคล้และอยากเธอด้วยกันทั้งนั้น
นับั้แ่ที่หยางเฉินแยกจากถังหว่านที่ริมทะเลในครั้งนั้น ทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย จนกระทั่งวันนี้ถังหว่านมาปรากฏตัวต่อหน้าของเขาอีกครั้ง บางทีหยางเฉินก็อดคิดไม่ได้ว่าบางทีผู้หญิงคนนี้อาจจะแค่แกล้งหยอกเขาเล่นเท่านั้น
“คุณนายถัง เป็เกียรติของผมจริงๆ ครับ ที่คุณถังอุตส่าห์เสียสละเวลามาร่วมงานเลี้ยงของผม” หลิวคังไป๋กล่าวทักทายถังหว่านด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็มิตร
ถังหว่านพยักหน้าตอบกลับเขาครั้งหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองหยางเฉินด้วยความประหลาดใจ “หยางเฉิน คุณมาที่นี่ได้ยังไงเหรอคะ?”
หยางเฉินหัวเราะอยู่ในใจ ผู้หญิงคนนี้นับได้ว่าเป็ราชินีแห่งวงการนักแสดงได้เลยทีเดียว “ผมมากับภรรยาน่ะครับ ส่วนคุณหลิวก็แค่มาพูดคุยกับผมเื่ลูกชายของเขาเท่านั้น”
“อย่างนั้นเหรอคะ” ถึงแม้ว่าถังหว่านพอจะรู้อยู่แล้วว่าหลินรั่วซีเป็ภรรยาของหยางเฉิน แต่เธอก็อดประหลาดใจไม่ได้อยู่ดี
เธอหันกลับมาพูดกับหลิวคังไป๋อีกครั้ง "ประธานหลิว ฉันไม่ได้เจอหยางเฉินที่เป็เพื่อนเก่ามาตั้งหลายวันแล้ว ฉันขอคุยกับหยางเฉินตามลำพังได้หรือเปล่าคะ?”
ใบหน้าของหลิวคังไป๋หมองลงทันใด ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่นักธุรกิจแบบหลินรั่วซีที่สามารถใช้อิทธิพลเข้าข่มขู่อีกฝ่าย เขาไม่้าจะสร้างความขัดแย้งกับเธอในตอนนี้ “ถ้าอย่างนั้นคุณนายถังก็คุยกับคุณหยางไปก่อนนะครับ ผมขอตัวไปพูดคุยกับแขกคนอื่นๆ ก่อนก็แล้วกัน”
จากนั้นหลิวคังไป๋ก็เดินไปทักทายแขกคนอื่นๆ ในงานทันที
ผู้คนภายในงานเลี้ยงต่างมองมายังหยางเฉินและถังหว่านด้วยความแปลกใจ ทำไมหยางเฉินถึงไปรู้จักผู้หญิงระดับถังหว่านได้?
ใครๆ ต่างก็ไม่คาดคิดว่า นอกจากจะมีปัญหากับนายน้อยหลิวหรือไม่ก็เป็สามีของหลินรั่วซี ผู้ชายคนนี้ยังมีความสัมพันธ์กับผู้มีอิทธิพลคนอื่นๆ อีก ทุกคนต่างรู้ว่าถังหว่านและตระกูลของเธอนั้นทรงอิทธิพลเป็อย่างมากโดยเฉพาะในจงไห่ เพียงแค่บริษัทในเครือเมเปิ้ลของเธอก็มีเงินหมุนเวียนมหาศาลแล้ว ไม่ต้องพูดถึงทรัพย์สินต่างๆ ที่ยังอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่มีมากกว่านั้น อีกทั้งอิทธิพลด้านการเมืองที่มากพอจะทำให้หลิวคังไป๋ยังต้องเกรงใจ
แทบจะเรียกได้ว่าตระกูลเธออาจจะมีอำนาจใหญ่ติดสิบอันดับแรกของตระกูลทรงอิทธิพลภายในเมืองเลยทีเดียว
เมื่อถังหว่านเห็นหลิวคังไป๋จากไปแล้ว เธอก็เดินมาหาหยางเฉินพร้อมกับยิ้มให้เขา “จะมีใครในเมืองบ้างที่โชคดีแบบคุณ ที่ได้นางฟ้าระดับนั้นมาเป็คู่ชีวิต?”
“ใครเหรอครับ?” หยางเฉินถาม
“เลิกแกล้งโง่กับฉันสักทีจะได้ไหมคะ? เห็นได้ชัดว่าภรรยาของคุณคือหลินรั่วซี” ถังหว่านกล่าว
หยางเฉินเค้นยิ้มออกมา ผู้หญิงคนนี้กำลังบอกว่าหลินรั่วซีคือภรรยาที่พร้อมจะอุ่นเตียงให้กับเขา?
“บางทีเทพธิดาที่เหล่าชายหนุ่มต่างนึกฝันอาจเป็คุณก็ได้นะครับ” หยางเฉินกล่าว
ถังหว่านหน้าแดงขึ้นมาด้วยความขัดเขินเล็กน้อย แต่ดูเหมือนคำพูดของหยางเฉินจะทำให้เธอมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม
“คุณไม่กลัวว่าภรรยาจะจับได้ว่าคุณนอกใจหรอกเหรอ? มันคงไม่ดีหรอกนะถ้าเธอมาเจอรองเท้าผู้หญิงอีกคู่อยู่ในบ้านน่ะ?”
หยางเฉินตอบกลับเธอพร้อมกับรอยยิ้มขมขื่น “บางทีเธออาจจะไม่สนใจเลยก็ได้ว่าจะมีรองเท้าอีกสักกี่คู่อยู่ในบ้าน อีกทั้งผู้หญิงคนอื่นๆ ต่างก็งดงามกันทุกคน มันเป็ธรรมชาติของมนุษย์นี่ครับที่ชมชอบของสวยๆ งามๆ”
“มันเหมือนกับการนอกใจหรือเปล่า?” ถังหว่านถามกลับเบาๆ
“ในอดีตผมไม่เคยคิดที่จะผูกมัดกับใคร ถ้าผู้หญิง้าเข้าหาผม ผมก็เล่นด้วยกับพวกเธอแค่นั้น แต่ตอนนี้มันไม่ใช่...” หยางเฉินหัวเราะอย่างขมขื่น
ถังหว่านกะพริบตาเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า “คุณทะเลาะกับหลินรั่วซีเหรอคะ?”
“คุณก็รู้ บางทีเื่ที่เราทะเลาะกันมันก็เป็เื่เล็กน้อยเท่านั้น” หยางเฉินกล่าว
ถังหว่านจิบค็อกเทลสีสวยในแก้วพลางตอบหยางเฉิน “เด็กสาวก็เป็แบบนี้แหละค่ะ อารมณ์ของพวกเธอแปรปรวนและสับสน จนบางครั้งก็แยกถูกผิดไม่ได้”
หยางเฉินยิ้ม “ผู้หญิงมักจะพูดแบบนี้ก็ตอนที่ตัวเองแก่ตัวไปเท่านั้นนะครับ นี่คุณเตรียมตัวที่จะจากไปก่อนผมเสียอีกเหรอ?”
“แล้วคุณไม่ชอบงั้นเหรอคะ?” ถังหว่านถามอย่างซุกซน
หยางเฉินเม้มริมฝีปากเล่นก่อนจะตอบเธออีกครั้ง “จริงอยู่ที่ผู้หญิงมีอายุมักจะประสบการณ์มากกว่า แต่ถึงอย่างไรความรู้พวกนั้นมันก็เกิดจากการเคยผ่าน่วัยแรกรุ่นมาก่อนอยู่ดีนั่นแหละครับ บางทีคงจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าพวกเธอจะมีความสามารถแบบคุณได้”
“แต่ถึงอย่างไรผมก็ไม่คิดว่าผมจะญาติดีกับตระกูลหลิวได้อยู่ดีนั่นแหละ ผมเริ่มไม่ชอบคนตระกูลนี้ทั้งพ่อทั้งลูกเสียแล้ว” หยางเฉินกล่าว
“คุณไปมีเื่กับพวกเขา? พวกนั้นเป็ตระกูลที่มีอิทธิพลในจงไห่เลยนะคะ” ถังหว่านถามหยางเฉินด้วยความเป็ห่วง
หยางเฉินลูบจมูกของตน เขาไม่ได้บอกเธอว่าเื่ของอันซินเป็ต้นเหตุที่ทำให้เกิดเื่ทั้งหมดขึ้นมา
ถังหว่านมองดูท่าทีของหยางเฉินเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมา “ดูเหมือนว่าคุณไม่คิดจะปล่อยคู่หมั้นของหลิวหยุนไปจริงๆ สินะคะ?”
หยางเฉินรู้สึกแปลกใจ “คุณยังยิ้มได้อยู่อีก? ไม่หึงบ้างเหรอครับ?”
“ทำไมฉันจะต้องไปหึงเด็กผู้หญิงคนนั้นด้วยล่ะคะ? ฉันมันก็แค่ผู้หญิงเลวๆ ที่ล่อลวงผู้ชายแต่งงานแล้วอย่างคุณเหมือนกัน มันจะเป็ไรไปถ้ามีคนมาล่อลวงคุณเพิ่มอีกสักคนสองคน?” ถังหว่านกล่าวด้วยเสียงต่ำ ในตอนนั้นเองเธอก็เห็นใครบางคนกำลังเดินเข้ามา
เธอจึงหันกลับมาพูดกับหยางเฉินอีกครั้ง “ฉันมีเื่ด่วนต้องไปทำก่อน ไว้เจอกันครั้งหน้านะคะ”
หยางเฉินค่อนข้างจะสับสนกับคำพูดของถังหว่าน แต่เมื่อมองไปที่เธออีกที ถังหว่านก็เดินหายไปในฝูงชนแล้ว
