ศัสตราวุธิญญาขั้นลึกลับนับว่าเป็ศัสตราวุธแนวหน้าในทวีปเฉียนหยวน กระทั่งขั้น์ปฐี ศัสตราวุธของพวกเขาก็คือขั้นลึกลับระดับสูงสุด
หลังจากยุคดึกดำบรรพ์ล่มสลาย วัสดุที่เป็เอกลักษณ์ในยุคดึกดำบรรพ์จึงหายสาบสูญไปอย่างสมบูรณ์ มีเพียงวัสดุไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่สามารถนำไปหลอมเป็ศัสตราวุธิญญาขั้นปฐี
ศัสตราวุธขั้นปฐีที่หมุนเวียนอยู่บนทวีปเฉียนหยวนล้วนสืบทอดมาจากยุคดึกดำบรรพ์ ศัสตราวุธขั้นปฐีบางส่วนเสียหายอย่างหนักจนแทบไม่สามารถใช้งานได้ด้วยซ้ำ
แม้ว่าขุมพลังอำนาจส่วนใหญ่จะได้ศัสตราวุธขั้นปฐีมาจากโบราณสถานบ้างเป็ครั้งคราว ทว่าพลังของศัสตราวุธขั้นปฐีที่แตกสลายยังใช้ได้ไม่ดีเท่าศัสตราวุธขั้นลึกลับ
ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตที่จูชิงได้มาจากเกาะหลัวโหว จุดสูงสุดของมันก็คือขั้นปฐี แต่เนื่องจากาสมัยดึกดำบรรพ์ทำให้มันถูกทำลายไปครึ่งหนึ่ง คุณภาพของศัสตราวุธจากขั้นปฐีจึงลดลงมาเหลือขั้นลึกลับระดับกลาง ถ้าไม่มีวัสดุที่เหมาะสม ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตก็เป็ได้เพียงศัสตราวุธิญญาขั้นลึกลับ
แต่สำนักผีราชัน สำนักหน้าใหม่ของสำนักปีศาจ หากกลับมีศัสตราวุธปฐีใน
มันเป็ศัสตราวุธที่เหล่าจอมยุทธ์ต่างใฝ่ฝัน สามารถสังหารศัตรูที่อยู่ห่างออกไปได้ไกลหลายพันลี้!
ซั่งกวานจือหนิงมองกระบี่ประกายแสงสีทองกลางท้องฟ้าพลางถอนหายใจ การปรากฏตัวของกระบี่บ่งบอกได้ว่าคนผู้นั้นจะไม่ยอมอยู่เฉยอีกต่อไปแล้ว
ซั่งกวานจือหนิงเป็คนรักความสะอาด เกลียดความสกปรกอย่างที่สุด แต่เพลานี้นางกำลังประคองจูชิงที่ตัวอาบชุ่มไปด้วยเืโดยไม่ได้สังเกตว่าเืของจูชิงเปื้อนเสื้อผ้าของนางหมดแล้ว
คนหนึ่งคือผู้เยี่ยมยุทธ์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด ส่วนอีกคนหนึ่งคือเ้าสำนักผีราชัน นับว่าเป็หนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักปีศาจ
ถึงทั้งสองจะยังไม่ได้เปิดเผยตัวตน ทว่าศัสตราวุธิญญาที่เป็ตัวแทนของพวกเขาประจักษ์กลางฟ้าดินแล้ว
กระถางสำริดผีราชันขั้นปฐีระดับต่ำ กระบี่เก้าเมฆาขั้นปฐีระดับกลาง ทั้งสองศัสตราวุธเปรียบเสมือนตัวแทนของสำนัก
“ไปกันเถอะ!” สือจ้งพริ้วกายลงบนพื้นดิน นิ้วแตะลงที่จุดทั่วกายาของจูชิง ขณะนั้นจูชิงรู้สึกว่าร่างกายเบาสบายยิ่งกว่าเดิม
“อายุเ้ายังน้อย อย่าโหดร้ายกับตัวเองนักสิ ตอนข้าอายุเท่าเ้า ข้ายังไม่ทำอะไรเช่นนี้เลย” สือจ้งพูดกับจูชิง
กระถางสำริดผีราชันกับกระบี่เก้าเมฆา การปะทะกันระหว่างศัสตราวุธทั้งสองเป็การปะทะที่น่าพรั่นพรึงที่สุดที่เคยมีมาั้แ่สมัยดึกดำบรรพ์ กระทั่งสือจ้งที่ผสานลมปราณเป็สี่ดวงอาทิตย์ยังมิกล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวในการต่อสู้ของสองศัสตราวุธ
“พวกเ้าไปซ่อนตัวในเอกภพของข้าก่อนเถอะ” สือจ้งเปิดเอกภพของตัวเองแล้วให้พวกจูชิงเข้าไปอยู่ข้างใน
ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนระหว่างเอกภพกับของล้ำค่าประเภทเอกภพก็คือสามารถเก็บสิ่งมีชีวิตไว้ข้างในได้ ส่วนของล้ำค่าที่สร้างจากหินเอกภพเก็บได้เพียงสิ่งที่ไม่มีชีวิต ซึ่งทหารศพที่จูชิงได้มานับว่าเป็ศพ ดังนั้นจึงสามารถเก็บเอาไว้ในแหวนเอกภพได้
ไม่ว่าจะเป็ผีราชันหรือว่าจอมยุทธ์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนต่างก็กำลังเฝ้ารอ เฝ้ารอให้คนของตัวเองอพยพออกไปเสียก่อน เพราะเมื่อาเริ่มต้น กระทั่งเขตอาณาในมหาทวีปแห่งนี้อาจกลายเป็ซากปรักหักพัง
ศัสตราวุธขั้นปฐีมีพลังทำลายล้างน่าพรั่นพรึงเกินจะหยั่งถึง โดยเฉพาะเมื่อศัสตราวุธขั้นปฐีทั้งสองปะทะกัน พลังที่ะเิออกมานั้นเหนือชั้นหาใดเทียม
“เปรี้ยง!” อัสนีกัมปนาทซัดผ่าติดต่อกันหลายครั้ง สายฟ้าทองคำปกคลุมทั่วมหาทวีปชางอู๋หลิง
สายฟ้าแลบแปลบปลาบ อสนีบาตพันเมตรสว่างวาบกลางอากาศ!
“ท่านลุงลงมือแล้ว!” ซั่งกวานจือหนิงมองสายฟ้าทองคำนับไม่ถ้วนที่ผ่าซัดกลางท้องฟ้าอย่างมีความสุข แต่แล้วไม่นานนัก ความเศร้าก็ปรากฏบนใบหน้าโฉมสะคราญ
กระบี่เก้าเมฆาสำแดงพลานุภาพ ท้องฟ้ามืดหม่นในพริบตา สายฟ้าคลุ้มคลั่งราวกับ้าจักพิชิตปฐี!
ปฐีพินาศ ูเาล่มสลาย แม่น้ำแหลกเป็เสี่ยง ขณะนั้นเสมือนกับมหาทวีปชางอู๋หลิงประสบพบกับวันโลกาวินาศ
“ขุนเขากระบี่เทียนหยวน!” หอสุราลัยคำรามด้วยโทสะ ภาพม้วนหนึ่งพุ่งออกมาจากท้องฟ้าครอบคลุมดินแดนล้านลี้ใกล้กับเขาชางอู๋
“ภาพไท่จี๋ ลัทธิเต๋า!” เสียงเย้ยหยันดังออกมาจากกระบี่เก้าเมฆา
ฟ้าร้องอึกทึกไปถึง์ ทว่ากระถางสำริดผีราชันกลับเผชิญหน้ากับสายฟ้าโดยไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย!
“วิ้ง!” กระถางสำริดผีราชันสั่นะเืก่อนที่สายฟ้าจะถูกกระถางสำริดผีราชันกลืนกินเข้าไป
“เคร้ง!” กระบี่เก้าเมฆาฟันลงบนกระถางสำริดผีราชัน คลื่นเสียงแพร่งพรายเป็รัศมีกว้าง ูเาที่อยู่ในระยะร้อยลี้กลายเป็ผุยผงในพริบตา
กระถางสำริดผีราชันถูกฟันออกไปไกลหลายร้อยลี้แล้วฝังตัวลงไปในดิน ผ่านไปสักพักหนึ่ง กระถางสำริดผีราชันก็ลอยออกมา
“ผีราชันพิชิต์!” เสียงคำรามดังผ่านกระถางสำริดผีราชัน ลมปราณทมิฬตลบอบอวลทั่วทั้งกระถางสำริดผีราชัน พลังมหาศาลทะลักทลายทั่วทุกหนแห่ง
ทันใดนั้นทุกการเคลื่อนไหวในฟ้าดินพลันหยุดนิ่ง อัสนีแลบแปลบปลาบก็หยุดลงเช่นเดียวกัน
กระถางสำริดมีความสามารถพิชิต์ทำให้ทุกอย่างหยุดนิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง แม้แต่กระบี่เก้าเมฆายังถูกกระถางสำริดผีราชันสยบ
“เปรี้ยง!” ทันใดนั้นอัสนีบนกระบี่เก้าเมฆาพลันสั่นไหว ทำลายพันธนาการของกระถางสำริดผีราชันเสียหมดสิ้น!
“เก้าเมฆาพิทักษ์อัสนี!” อัสนีที่ถูกกระถางสำริดผีราชันสยบเคลื่อนไหวอีกครั้ง สายฟ้านับไม่ถ้วนรวมตัวเป็หนึ่งบนกระบี่เก้าเมฆา ตัวกระบี่เก้าเมฆาสั่นสะท้าน แสงสายฟ้าแลบแปลบปลาบไม่หยุด
กระถางสำริดผีราชันเองก็ััได้ถึงพลังน่าพรั่นพรึงที่อยู่ในแสงกระบี่ จากนั้นกระถางสำริดก็สั่นไหวเล็กน้อย!
“ฟึ่บ!” กระถางสำริดผีราชันไม่กล้ารับกระบี่นั้น รีบเอี้ยวตัวหลบทันใด
แสงกระบี่ฟาดฟันสะบั้นปฐี ทุกสรรพสิ่งกลายเป็ฝุ่นผงภายใต้แสงกระบี่ พลานุภาพเหลือล้ำหาใดเปรียบเคลื่อนผ่านมหาทวีปชางอู๋หลิง หุบเขาขนาดใหญ่ถูกฟันแบ่งมหาทวีปชางอู๋หลิงออกเป็สองส่วน
หินหนืดทะลักทลายจากพื้นดิน แผ่นดินสั่นะเือย่างรุนแรง มหาทวีปชางอู่หลิงยุบตัวลง ไม่รู้ว่ามีขุมพลังอำนาจกี่แห่งถูกหินหนืดกลืนกินจมอยู่ใต้หินั์
“อั่ก!” ส่วนลึกของมหาทวีปป่าเถื่อน ด้านล่างทะเลสาบ จอมยุทธ์คนหนึ่งกระอักเืบนกำแพง
ที่นี่คือมหาทวีปป่าเถื่อน อยู่ภายใต้การปกครองของสำนักปีศาจ ด้านล่างของทะเลสาบเป็ที่ตั้งของสำนักผีราชัน ส่วนผู้ที่กระอักโลหิตก็คือผีราชัน
ผีราชันได้รับาเ็สาหัสเพราะการต่อสู้ระหว่างมหาทวีป กระถางสำริดผีราชันศัสตราวุธของสำนักผีราชันเองก็เสียหายเช่นเดียวกัน ถึงจะไม่ได้รุนแรง ทว่าก็ทำให้พลานุภาพลดลงระดับหนึ่ง!
“กระบี่เก้าเมฆาของขุนเขากระบี่เทียนหยวนแข็งแกร่งขนาดนี้เชียวรึ?” ผีราชันหายใจเข้าลึก ความเ็ปที่แล่นแปลบออกมาทำให้เขาไม่อยากเชื่อว่ามันคือเื่จริง
ชื่อเสียงของกระบี่เก้าเมฆาเลื่องลือระบือไกล ใครๆ ต่างก็รู้ว่ามันเป็ศัสตราวุธขั้นปฐี ทว่ากระถางสำริดผีราชันนั้นมาจากโบราณสถาน พวกเขาต้องสังเวยชีวิตจอมยุทธ์สำนักผีราชันไปนับไม่ถ้วน เขาคิดว่าไม่มีทางพ่ายแพ้ให้กับกระบี่เก้าเมฆา และการปะทะในครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า กระถางสำริดผีราชันแพ้พ่ายให้กับกระบี่เก้าเมฆาอย่างสิ้นเชิง!
ขุนเขากระบี่เทียนหยวนก็ยังเป็ขุนเขากระบี่เทียนหยวน แม้ว่าเสื่อมถอยใกล้ดับสิ้น แต่ขุนเขากระบี่เทียนหยวนที่เคยประมือกับสามขุมพลังอำนาจมิใช่สิ่งที่สำนักผีราชันเพียงสำนักเดียวจะต้านทานไหว
“แค่กๆ เป็กระบี่ยากจะลืมเลือน กระบี่เก้าเมฆา ข้าจะจำเ้าเอาไว้!” ผีราชันแสยะยิ้มแล้วยื่นมือไปเบื้องหน้า โครงกระดูกขนาดใหญ่ประจักษ์ขึ้นข้างหลัง
มันคือโครงกระดูกของเทพสมุทร เทพสมุทรที่วิหารสมุทร์เทิดทูนบูชา!
ยามนี้หลี่ฉางเฟิงทำกรรมฐานอยู่บนแท่นสูงกลางขุนเขากระบี่เทียนหยวน กระบี่เก้าเมฆาลอยล่องอยู่ข้างกาย เขาไม่เคยไปจากขุนเขากระบี่เทียนหยวน ทว่ากลับสามารถทำาอันแสนน่าพรั่นพรึงในมหาทวีปชางอู๋หลิงจากที่นี่
รูหนอนเปิด เงาร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากรูหนอน!
“สือจ้ง ทำได้ไม่เลว!” หลี่ฉางเฟิงยิ้มเล็กน้อย
“ท่านเ้ายังอยู่มหาทวีปชางอู๋หลิง เ้าจะไม่ไปช่วยหน่อยหรือ?” สือจ้งขมวดคิ้ว
“พวกเขาไม่้าความช่วยเหลือจากข้าหรอก อีกอย่างพวกเขาก็เป็คนตัดสินใจที่จะออกเดินทาง ไม่ใช่ข้า ข้าช่วยก็เพราะจือหนิงตกอยู่ในอันตราย” หลี่ฉางเฟิงกวาดสายตามองสือจ้ง
“จือหนิง ราชวังรอเ้ามาสิบแปดปีแล้ว ต้องให้ราชวังรออีกนานแค่ไหน?” หลี่ฉางเฟิงเมินสือจ้งแล้วหันไปถามซั่งกวานจือหนิง
“ข้ายังไม่อยากไป!” ซั่งกวานจือหนิงส่ายศีรษะ
“ข้ารอเ้าอยู่ที่ขุนเขากระบี่เทียนหยวนมาสิบแปดปีแล้ว เดือนก่อน เ้าสัญญากับข้าว่าถ้าข้าพาเด็กนั่นกลับมาได้ เ้าจะไปจากที่นี่ด้วยกันกับข้า” แววตาของหลี่ฉางเฟิงเรียบเฉย เขาไม่ได้โกรธ เพียงแค่พูดความจริง
“แต่ว่า...ท่านพ่อ...” ซั่งกวานจือหนิงมองขุนเขากระบี่เทียนหยวน
นางเติบโตอยู่ที่นี่ั้แ่ยังเด็ก ถ้านางต้องไปจากขุนเขากระบี่เทียนหยวนทั้งยังไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเมื่อไหร่ นางรู้สึกอาลัยอาวรณ์ อีกทั้งคนที่นางเป็ห่วงก็ยังอยู่ที่นี่
“ขุนเขากระบี่เทียนหยวนจบสิ้นแล้ว ข้าไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงได้ยึดติดกับที่นี่นัก หากเ้าอยู่ที่นี่ต่อเ้าก็จะเน่าเฟะเหมือนกับพวกเขา ซึ่งนั่นไม่ใช่ชีวิตของเ้า” หลี่ฉางเฟิงกล่าว
สือจ้งขมวดคิ้ว หลี่ฉางเฟิงอยู่ในขุนเขากระบี่เทียนหยวนมาก่อนที่ซั่งกวานจือหนิงจะเกิดเสียอีก อีกทั้งเขาก็เป็คนคอยสอน คอยชี้แนะให้กับซั่งกวานจือหนิง พอได้ยินอีกฝ่ายพูดถึงขุนเขากระบี่เทียนหยวนเช่นนั้นทำให้เขาไม่พอใจอย่างมาก
“ราชวังเริ่มหมดความอดทนแล้ว จือหนิง หากเ้าไม่ไปเท่ากับว่าเ้าผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับข้า ถึงมันจะเป็การฝืนใจเ้า แต่ข้าก็ไม่มีทางเลือก” หลี่ฉางเฟิงสืบเท้าก้าวหนึ่ง ยื่นมือมาดหมายคว้าตัวซั่งกวานจือหนิง
“หลี่ฉางเฟิง ทำแบบนี้ไม่เกินไปหน่อยรึ จือหนิงเป็บุตรสาวของท่านเ้าสำนัก นางจะไปหรือไม่ อยู่ที่นางตัดสินใจ เ้าตกลงกับท่านเ้าสำนักเอาไว้ไม่ใช่รึ” สือจ้งคำรามแล้วฟันกระบี่ศิลา
“สือจ้ง เ้าแก่แล้ว กระบี่ศิลาของเ้าทำอะไรข้าไม่ได้ ทั้งยังเป็แค่วรยุทธ์ ต่างกับข้าที่มหาวิชา!” หลี่ฉางเฟิงกล่าว กระบี่ศิลาอันหนักอึ้งถูกเขาหยุดเพียงนิ้วเดียว สือจ้งคล้ายกับถูกฟ้าผ่า ร่างกระเด็นปลิวไปไกล
“เป็แค่อาณาเขตทองสัมฤทธิ์ คิดจะขวางข้างั้นรึ?” หลี่ฉางเฟิงแค่นเสียง
“ฟึ่บ!” ทันใดนั้นรูหนอนอีกแห่งหนึ่งก็ปรากฏบนท้องฟ้าขุนเขากระบี่เทียนหยวน
“โอ้? ซั่งกวานซง เ้าเองก็อยากขัดขวางข้าเหมือนกันรึ? ข้าไม่คิดว่าเ้าจะประมือกับข้าได้” หลี่ฉางเฟิงมองรูหนอนพลางยิ้ม
“ข้าก็ไม่คิดว่าเ้าจะหลบข้าได้เช่นกัน!” แสงนับพันหมื่นผสานรวมกันเป็หนึ่ง ชายวัยกลางคนผู้ที่สอน《เงาร่างแสงถวิล》ให้กับจูชิงปรากฏตัวบนท้องฟ้าขุนเขากระบี่เทียนหยวน เขาเป็เ้าสำนักขุนเขากระบี่เทียนหยวน ทั้งยังเป็พ่อของซั่งกวานจือหนิง
