"อ้อ ที่แท้ก็มาขอจักรยานนี่เอง"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮวาเฉียงก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจ เขาคิดไว้อยู่แล้วว่าน้องชายคนนี้จะไม่มาบ้านเขา ถ้าไม่ได้หวังจะเอาเปรียบ
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ของในบ้านฉันไม่ว่าอะไรก็เป็ของฉันทั้งนั้น ฉันไม่ให้ใครยืม" เขาเหลือบมองฮวาซาน "เพราะตอนที่หลานฉันหิวโหย พวกแกยังไม่เคยแม้แต่จะให้หัวหอมสักหัวเลย!"
"ท่านอา อย่าพูดอย่างนั้นเลย" คราวนี้เป็ภรรยาของเอ้อหนิวที่พูด "เมื่อก่อนตอนที่แม่ของฮวาเจาแต่งงาน ก็ทิ้งฮวาเจาไว้ที่บ้านฉัน ฉันก็เลี้ยงดูเธอมาหนึ่งปีโดยไม่ปริปากบ่น ถ้าไม่มีฉัน ป่านนี้เธอคงอดตายไปแล้ว! บุญคุณครั้งนี้ มันต้องมากกว่าหัวหอมเยอะเลยนะ?"
ใบหน้าของฮวาเฉียงดำคล้ำในทันที
ในลานบ้านก็ตกอยู่ในความเงียบอย่างประหลาด
ฮวาซานลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว จ้องมองลูกสะใภ้ที่พูดจาไม่คิดอย่างดุเดือด แล้วหันไปบอกทุกคนว่า "พวกเราไปกันเถอะ!"
นี่มันตัวซวยชัด ๆ! พูดอะไรไม่เข้าเื่!
เมื่อก่อนพวกเขารับฮวาเจามาเลี้ยงก็จริง แต่ตอนที่แม่ของฮวาเจาไป ก็ได้ทิ้งเงินไว้ให้ด้วย
เงินเก็บทั้งหมดของบ้านฮวาเจาในตอนนั้นคือ 200 หยวน และยังมีข้าวสารอาหารแห้ง รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่าง แม้แต่บ้านของเธอ ซึ่งก็คือบ้านหลังเล็กที่ฮวาซานอาศัยอยู่ตอนนี้ แม่ของฮวาเจาได้ยกให้พวกเขาทั้งหมด เพียงขอให้พวกเขาดูแลฮวาเจาจนเติบใหญ่
แล้วพวกเขาดูแลฮวาเจาอย่างไร? หมูที่บ้านกินอะไร ฮวาเจาก็กินแบบนั้น แถมเธอยังต้องนอนในเล้าหมูอีกด้วย
ตอนที่ฮวาเฉียงกลับมา ก็ต้องอุ้มฮวาเจาที่กำลังจะขาดใจตายออกมาจากเล้าหมู หมอบอกว่าถ้าเขากลับมาช้ากว่านั้นแค่วันเดียว ฮวาเจาคงเป็ไข้ตายไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้ ฮวาเฉียงจึงลงมือทุบตีเขาอย่างหนัก สองบ้านจึงแตกหักกันั้แ่นั้น หากไม่ใช่เพราะฮวาซานหน้าด้าน ป่านนี้คงตัดขาดกันไปแล้ว
ถึงจะโดนซ้อมไปชุดใหญ่ แต่ฮวาซานก็ไม่ยอมคืนเงินและบ้าน ทำให้ฮวาเฉียงต้องหาทางสร้างบ้านหลังปัจจุบันให้เขาเอง
"ต่อไปนี้ อย่าเหยียบเข้ามาในบ้านฉันอีก!" ฮวาเฉียงะโไล่หลัง
คนในบ้านฮวาซานไม่ได้หันกลับมา พวกเขารีบเดินจากไป
ฮวาเฉียงรู้ดีว่าที่เขาพูดไปนั้นก็เท่านั้น หากมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง พวกคนเหล่านี้ก็จะกลับมาอีก
"ท่านปู่ อย่าโกรธเลย พวกคนพวกนั้นไม่คู่ควรที่ท่านจะเสียอารมณ์ด้วย" ฮวาเจาเอ่ย
"ใช่ ๆ หลานย่าพูดถูก!" ฮวาเฉียงยิ้มออกมาทันที หลังจากที่หลานสาวมีหลักประกัน เขาก็คลายความกังวลลง มองอะไรก็มีความสุขไปหมด
ฮวาเจามองจานชามที่เก็บเกือบหมดแล้ว ก็รีบทำส่วนที่เหลือให้เสร็จ จากนั้นก็เดินไปคืนทีละบ้าน แล้วก็ขึ้นเขาอีกครั้ง
การบำรุงผิว การลดน้ำหนัก ต้องอาศัยความสม่ำเสมอ จะขาดไปไม่ได้แม้แต่วันเดียว! แถมเธอยังเริ่มชอบความรู้สึกของการได้รับการชำระล้างด้วยพลังงานแล้วด้วย
แต่พอเดินออกจากบ้านไปได้ไม่ไกล เธอก็เห็นแผ่นหลังของหวังจื้อหย่งเข้า
เหมือนเขาจะเห็นเธอ เขารีบหันหลังเดินจากไป
ฮวาเจามองตามไปแวบหนึ่งก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก ตอนนี้เขาคงตัดใจได้แล้วมั้ง? เธอก็มีเ้าของแล้วนี่นา~
...แถมต้องบอกว่า "ดอกไม้น้อย" ดอกนี้ของเธอ ดังไปไกลหลายสิบหลี่แล้วนะเนี่ย~
ฮวาเจาหัวเราะคิกคัก เดินเล่นในเขาอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะกลับมาบ้านทำอาหารสานตะกร้า และเปลี่ยนน้ำให้ถั่วงอก
สองวันต่อมา ถั่วงอกของเธอก็เติบโตเต็มที่ในที่สุด ซึ่งเร็วกว่าเวลาปกติถึงสองวัน
นี่เป็ผลจากการที่ฮวาเจาควบคุมมันไว้
เธอพบว่าหากเธอไม่ควบคุม จี้หยกจะแลกเปลี่ยนพลังงานกับพืชรอบข้างโดยอัตโนมัติ หากเธอไม่ควบคุม ถั่วงอกคงจะทะลักออกมาจากตะกร้าภายในครึ่งวัน
ฮวาเฉียงไม่รู้เื่วงจรการเติบโตของถั่วงอก จึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เพียงแต่รู้สึกดีใจที่หลานสาวของเขาทำได้สำเร็จ!
นี่ก็เป็อีกหนึ่งทักษะที่สามารถใช้เลี้ยงชีพได้!
"พรุ่งนี้ฉันจะเอาไปขายในอำเภอ" ฮวาเจาพูด
"ฉันจะไปด้วย" ฮวาเฉียงบอก หลานสาวของเขาเติบโตมาถึงขนาดนี้ยังไม่เคยไปอำเภอเลย เขาไม่ไว้ใจ
ฮวาเจาคิดดูแล้วก็เห็นด้วย ่เวลานี้การคมนาคมไม่สะดวก การเดินทางโดยรถยนต์หรือรถอะไรก็ตาม รวมถึงสถานที่ขึ้นรถนั้น ต้องมีคนพาไป มิฉะนั้นเธออาจจะหลงทาง
เช้าวันต่อมา ทั้งสองคนก็ออกเดินทางั้แ่ฟ้ายังไม่สาง
ฮวาเจาแบกตะกร้าที่เต็มไปด้วยถั่วงอกหนักกว่า 50 กิโลกรัม แต่กลับรู้สึกเหมือนแบกของเล่น
ที่จริงเธอไม่ได้ชอบเ้าของร่างเดิมสักเท่าไหร่ แต่กลับชอบพละกำลังของเ้าของร่างเดิมคนนี้มาก
โชคดีที่มีพละกำลังนี้ เธอจึงสามารถตั้งตัวได้ มิฉะนั้นเหล่าลูกสะใภ้ของบ้านฮวาซานคงไม่เพียงแค่แย่งชิงข้าวของของเธอ แต่คงจะทุบตีเธอตายไปแล้ว
สายตาที่พวกนั้นมองเธอราวกับจะกินเืกินเนื้อ ไม่ได้ปิดบังเลยสักนิด เพียงแต่เพราะเธอมีพละกำลังมาก พวกนั้นจึงไม่กล้า
และหากไม่ใช่พละกำลังอันมหาศาลนี้ เธอก็คงผลักเย่เซินไม่ล้ม และคงไม่มีลูก...
ฮ่า ๆ ไม่อยากคิดแล้ว ๆ หาเงินสำคัญกว่า!
ถึงตอนนี้เธอจะมีเงิน 2,000 หยวนแล้ว แต่เธอก็จะไม่หยุดก้าว เงิน 2,000 หยวนนั้นมันน้อยเกินไป~
หลังจากเดินมาได้ชั่วโมงกว่า ทั้งสองคนก็มาถึงตำบล ซึ่งมีจุดจอดรถไฟ มีรถประจำทางที่วิ่งเข้าออกตามป่าไม้ต่าง ๆ จะแวะจอด 1 นาที
การเดินทางไปอำเภอที่ห่างออกไปหลายสิบหลี่ ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ค่าโดยสาร 1 เหมา
เมื่อฟ้าเริ่มสาง ทั้งสองคนก็ขึ้นรถ เมื่อฟ้าสว่างแล้วก็มาถึงอำเภอ
สถานีรถไฟในอำเภอใหญ่กว่าสถานีเมื่อกี้เล็กน้อย อย่างน้อยก็มีชานชาลา! ไม่เหมือนจุดจอดรถเมื่อกี้ ที่เป็แค่ทางแยก
หลังจากลงจากรถไฟ ฮวาเฉียงก็พาฮวาเจาไปที่กองกำลังติดอาวุธโดยตรง ไปหาคนที่ดูแลที่นั่น
"เสี่ยวหวัง ฉันมาแล้ว" ฮวาเฉียงยืนกางขาอย่างมาดมั่นกลางห้อง พูดกับคนที่อยู่หลังโต๊ะทำงาน
คนคนนั้นชะงักไป มองฮวาเฉียงอย่างพิจารณาอยู่หลายวินาที จากนั้นก็รีบะโออกมาอย่างตื่นเต้น "ฮวาถวน! ท่านมาได้ยังไง!"
ฮวาเฉียงรีบโบกมือ "ไป ๆ ๆ อย่าเรียกแบบนั้นแล้ว มันไม่ใช่แล้ว ฟังดูแปลก ๆ "
ถ้าเขาไม่พูด ฮวาเจายังคิดว่าเป็แค่ชื่อเล่น เหมือน "ดอกไม้งามสะพรั่ง" อะไรทำนองนั้น.... พอเขาพูดแบบนี้ ฮวาเจาก็ชะงักไป ถวน? ถวนอะไร? ผู้บังคับกองพันเหรอ? ตายแล้ว!
"ครับ ๆ ไม่พูดไม่พูด" ชายคนนั้นทำความเคารพแบบทหารอย่างสง่างาม แล้วรีบวิ่งเข้ามากุมมือฮวาเฉียง "ท่านมาทำไมเหรอครับ? เกิดอะไรขึ้น?"
เขารู้ว่าฮวาเฉียงร่างกายไม่ดี แต่เพราะคำสั่งของฮวาเฉียงก่อนหน้านี้ ว่าต่อให้เขาตาย พวกเขาก็ห้ามไปเยี่ยมเขา... ดังนั้นเขาจึงอดทนไว้
แต่ทุกครั้งที่ลูกน้องของเขาไป เขาก็จะถามถึงอาการของฮวาเฉียงอย่างละเอียด
ไม่คิดว่าวันนี้หัวหน้ากองพันฮวาจะมาหาเขาด้วยตนเอง ต้องเกิดเื่ใหญ่แน่ ๆ !
ฮวาเฉียงชี้ไปที่ฮวาเจา "นี่คือหลานสาวของฉัน ฮวาเจา นี่คือเสี่ยวหวัง เธอเรียกเขาว่าอาหวังก็พอ"
"อาหวัง" ฮวาเจาเรียกอย่างว่านอนสอนง่าย
เสียงที่น่ารักนั้น เมื่อประกอบกับรูปร่างที่กำยำ ทำให้หวังเิถึงกับงงงันไป จากนั้นก็เข้าใจ นี่คือฮวาเจา หลานสาวของฮวาเฉียง ที่แต่งงานกับไอ้หนุ่มบ้านเย่
ให้ตายเถอะ... เย่เซินรสนิยมเป็แบบนี้นี่เอง! ได้ยินว่าตอนดูตัวก็พอใจมากด้วยนะ!
"มา ๆ เสี่ยวฮวา เอาของวางลงก่อน" ฮวาเฉียงพูดอีก
"อื้อ" ฮวาเจาวางของลงอย่างเชื่อฟัง
"วันนี้ที่มาหา ไม่ได้มีเื่อะไรหรอก แค่หลานสาวฉันปลูกถั่วงอกได้เยอะเกินไป กินไม่หมด เลยอยากให้เธอช่วยหาทางระบาย" ฮวาเฉียงพูด
"อ๋า? อ๋า..." หวังเิก็งงอีกแล้ว นี่มันเื่เล็กน้อยแค่นี้เองเหรอ?
เื่นี้จะว่าเล็กก็เล็ก จะว่าใหญ่ก็ใหญ่
ตามกฎหมาย ห้ามบุคคลทั่วไปทำการค้าขายสิ่งของใด ๆ แต่ผลผลิตทางการเกษตรที่ชาวบ้านทำขึ้นเองนั้นได้รับการยกเว้น
ไข่ไก่ ผักแห้ง ผลไม้ป่า ฯลฯ สามารถนำไปขายที่สหกรณ์เพื่อแลกเงินได้อย่างถูกต้อง หากไม่ขายให้สหกรณ์ แต่แอบนำไปขายในเมืองเพื่อเพิ่มราคาอีกนิดหน่อย ก็ไม่มีใครว่าอะไร
แต่ถั่วงอกนั้น สหกรณ์ไม่รับซื้อ จะต้องเข้าไปขายในเมืองเท่านั้น สหกรณ์ในเมืองก็ไม่รับซื้อ ต้องขายกันเองอย่างลับ ๆ เื่นี้จึงจะว่าเล็กก็เล็ก จะว่าใหญ่ก็ใหญ่
ดังนั้นฮวาเฉียงจึงแทงเื่นี้ไปถึง "ฟ้า" เลย แทงไปที่หัวหน้าของกองกำลังติดอาวุธ ให้เขาช่วยหาทางออกที่ถูกต้อง
ฮวาเฉียงฉลาดมาก
หวังเิก็ไม่ได้โง่ เขาเข้าใจได้ในทันที
"เื่เล็กน้อย! เดี๋ยวผมจะให้คนเอาไปส่งที่สหกรณ์ พวกเขาต้องรับซื้อแน่นอน"
สหกรณ์จะรับซื้ออะไรบ้าง จำนวนเท่าไหร่ ทั้งหมดเป็คำสั่งจากเบื้องบน แต่ก็สามารถตัดสินใจตามสถานการณ์จริงได้
ตอนนี้เขาจะเป็คนตัดสินใจแทนสหกรณ์เอง พวกเขามีภารกิจรับซื้อถั่วงอก 1 ตะกร้า!
แล้วเขาก็จะซื้อออกมาจากสหกรณ์เอง เอาไปกินที่บ้าน กินไม่หมดก็แบ่งให้เพื่อนร่วมงานและเพื่อนบ้าน ถั่วงอกตะกร้าเดียว นับเป็อะไรไปได้
ฮวาถวนคงกำลังเดือดร้อนจริง ๆ ! เดี๋ยวเขาจะต้องบอกสหกรณ์ให้ขึ้นราคาให้หน่อย ถึงยังไงเขาก็จะซื้อกลับมาเองอยู่แล้ว ไม่ผิดกฎอะไร
"ไม่ต้องขึ้นราคา ให้ราคาตลาดก็พอ" ฮวาเฉียงรู้ทันความคิดของเขา
แต่ฮวาเจาไม่ยอม "ไม่ได้นะท่านปู่ ถั่วงอกของหนูดีกว่าถั่วงอกทั่วไปตั้งเยอะ จะขายราคาเท่ากันได้ยังไง ต้องแพงกว่ากันสักหน่อยสิ"
ถั่วงอกที่เธอใช้พลังงานบ่มเพาะมา จะให้ขายในราคาถูก ๆ ได้ยังไง เธอเสียดายแย่!
พูดจบ เธอก็เปิดผ้าคลุมถั่วงอกออก เผยให้เห็นถั่วงอกขาวอวบอ้วนน่ากิน
หวังเิตาเป็ประกาย ถั่วงอกนี้สมควรที่จะขายแพงกว่าจริง ๆ เด็กคนนี้พูดความจริง
