เวลานี้เพิ่งเข้าเช้าของวันใหม่ หลายคนยังไม่ตื่นนอน จากบ้านหลินมายังหน่วยจือชิงใช้เวลาเดินเท้าเกือบสองลี้ แต่สวีหว่านหนิงกลับไม่ค่อยเห็นชาวบ้านเดินผ่านไปมาสักเท่าไร
จนกระทั่งเดินมาถึงหน้าหน่วยจือชิง เธอก็เห็นหยวนซินเดินถือกะละมังออกมา
เมื่อเห็นสวีหว่านหนิงเดินมาด้วยท่าทางดุดัน หยวนซินก็ถามเสียงเบาว่า “หว่านหนิง เธอมาหาใครหรือเปล่า”
สวีหว่านหนิงจงใจตอบเสียงดัง “ใช่ รบกวนเธอช่วยเรียกกู้จวิ้นออกมาได้ไหม ฉันมีธุระสำคัญมากเลยอยากเจอเขา”
พูดจบสวีหว่านหนิงก็ยัดไข่ต้มที่ยังอุ่นร้อนอยู่ใส่มือของหยวนซิน
หยวนซินยัดไข่ต้มกลับคืนไป “รอเดี๋ยวนะ ฉันจะไปช่วยเรียกให้”
ไม่ทันไร หน่วยจือชิงก็มีคนกลุ่มใหญ่มารวมตัวกัน
หลี่เชี่ยนเชี่ยนก็อยู่ในนั้นด้วย
เมื่อเห็นสวีหว่านหนิง หลี่เชี่ยนเชี่ยนก็ถลึงตาใส่อย่างกรุ่นโกรธ พลางแสร้งทำเป็ไม่สนใจเธอ
ถ้าเป็เมื่อก่อนหากหลี่เชี่ยนเชี่ยนทำสีหน้าท่าทางเช่นนี้ สวีหว่านหนิงคงรีบเข้าไปปลอบประโลมอย่างไม่สนสี่สนแปด
ทว่าตอนนี้สวีหว่านหนิงกลับเมินหลี่เชี่ยนเชี่ยน พลางจ้องไปที่ประตูทางเข้าหอพักจือชิงฝั่งชายไม่วางตา
ผ่านไปครู่ใหญ่ กู้จวิ้นถึงเดินออกจากหอพักมาพร้อมกับเสื้อคลุมทหารตัวใหญ่ที่ถูกซักจนสีซีด พลางใช้สีหน้าไม่เป็มิตรมองสวีหว่านหนิงแล้วแค่นหัวเราะ
“หลายวันก่อนยังประกาศกร้าว บอกว่าจะไม่มาหาฉันอีกแล้วไม่ใช่หรือไง”
สวีหว่านหนิงหัวเราะเสียงเย็น “ก็เพราะฉันมีเหตุให้ต้องมาน่ะสิ!”
กู้จวิ้นไม่สังเกตเห็นความเ็าในน้ำเสียงของสวีหว่านหนิง หรือพูดได้ว่าเขาไม่คิดจะสนใจ
จิตใต้สำนึกของเขาบอกว่า สวีหว่านหนิงคือสุนัขรับใช้ เขาจะเรียกให้มาหาหรือไล่ไปให้พ้นหน้าอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น!
“เื่ระหว่างฉันกับเธอไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว!”
พูดจบกู้จวิ้นก็หันหลังกลับ
“ช้าก่อน!”
สวีหว่านหนิงรั้งกู้จวิ้นไว้ ก่อนจะพูดเสียงเย็นตอกกลับสายตารังเกียจระคนเกลียดชังของเขา
“กู้จวิ้น วันนี้ฉันมาหาเธอเพื่อคิดบัญชี!”
คิดบัญชี?
หลังพูดคำนี้ออกไป ไม่ใช่แค่กู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนเท่านั้น คนอื่นๆ เองก็ยังตะลึงงัน
เวลาอยู่กับกู้จวิ้น สวีหว่านหนิงกลายเป็คนแข็งกร้าวแบบนี้ั้แ่เมื่อไร?
แต่สวีหว่านหนิงไม่คิดจะให้เวลาเขาได้ตั้งสติ มือที่หนาวจนกลายเป็สีแดงชี้ไปยังรถจักรยานที่จอดพิงกำแพงไว้
“จักรยานคันนี้เป็สินสอดที่ตระกูลหลินให้ฉันมาตอนแต่งงาน! เช้าวันต่อมาหลังงานแต่งเสร็จสิ้น เธอกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขอยืมจักรยานไปจากฉัน ยืมครั้งเดียวเอาไปใช้นานถึงห้าปีกว่า! จากจักรยานคันใหม่เอี่ยม ตอนนี้สภาพเป็อย่างไรแทบจำไม่ได้!”
“ไหนจะเสื้อคลุมทหารที่เธอใส่อยู่ มันก็เป็ของที่พี่ชายฉันส่งมาให้ พัสดุผ่านมือฉันแค่พอเป็พิธี ไม่ทันไรเสื้อตัวนี้ก็ไปอยู่บนตัวเธอแล้ว!”
“นาฬิกาข้อมือของเธอก็เหมือนกัน นั่นคือนาฬิกาข้อมือจากสวิตเซอร์แลนด์! ลูกกรรมกรอย่างเธอจะเอาเงินจากไหนมาซื้อนาฬิกาข้อมือเรือนนี้ นอกจากจะได้มันไปจากฉัน!”
“รองเท้าหนังที่เธอใส่อยู่ก็ด้วย...”
สวีหว่านหนิงร่ายรายชื่อสิ่งของที่กู้จวิ้นได้ไปจากเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ทุกครั้งที่พูดชื่อสิ่งของออกมา สีหน้าของกู้จวิ้นจะแย่ลงเรื่อยๆ
แต่เขาเถียงไม่ออก เพราะสิ่งที่สวีหว่านหนิงกล่าวมาคือเื่จริงทั้งหมด!
กู้จวิ้นแค่รู้สึกว่า สวีหว่านหนิงในตอนนี้เหมือนคนแปลกหน้า แต่สุดท้ายก็ตอบไปตามความเคยชินว่า
“สวีหว่านหนิง ถ้ายังอยากให้ฉันสนใจเธอ ก็อย่าทำตัวงี่เง่า!”
“ถุย!”
สวีหว่านหนิงเชิดหน้ามองเขา “คิดว่าฉันอยากให้สนใจงั้นหรือ หยุดพูดไร้สาระ แล้วรีบคืนของมาให้ฉัน!”
“หว่านหนิง”
หลี่เชี่ยนเชี่ยนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าสวีหว่านหนิงแล้วจับแขนเสื้อของเธอพลางกระซิบว่า “ฉันรู้ว่าเธอโกรธเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่เื่นั้นเธอเข้าใจกู้จวิ้นผิดไป อีกอย่างต่อให้โกรธแค่ไหนก็ไม่ควรทำแบบนี้ต่อหน้าคนตั้งมากมาย...”
“เธอก็ด้วย หลี่เชี่ยนเชี่ยน!”
สวีหว่านหนิงสะบัดมือหลี่เชี่ยนเชี่ยนออก “เสื้อผ้าที่เธอใส่ก็เป็ของฉันใช่ไหมล่ะ อ้อ แน่สิ เสื้อผ้าชุดใหม่ในตู้เสื้อผ้าของเธอ เสื้อผ้าที่ตัดเย็บจากผ้าคุณภาพดีพวกนั้นเป็ของฉันทั้งหมด รองเท้าหนังอีกหลายคู่ก็ด้วย! เธอเองก็เอาของจากฉันไปไม่น้อย แล้วยังจะมีหน้ามาพูดกับฉันแบบนี้อีกหรือ?”
หลี่เชี่ยนเชี่ยนนึกไม่ถึงว่า เื่ราวจะลุกลามมาถึงตัวเองเร็วขนาดนี้ ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความอับอาย
“หว่านหนิง เลิกโวยวายสักที ของพวกนี้เธอเป็คนให้พวกเราเองไม่ใช่หรือไง”
“งั้นเหรอ?” สวีหว่านหนิงแสร้งลากเสียงยาวเพื่อกระตุ้นให้คนอื่นอยากรู้อยากเห็น จากนั้นก็พูดต่อว่า “แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันไม่อยากให้มันกับพวกเธออีกแล้ว เพราะฉะนั้นเธอกับกู้จวิ้นช่วยคืนของทุกอย่างที่เป็ของฉันกลับคืนมาให้ฉันด้วย!”
“สวีหว่านหนิง...”
“ฉันจดบันทึกรายการของทุกอย่างที่ครอบครัวส่งมาให้ฉัน เพราะฉะนั้นหวังว่าพวกเธอสองคนจะคืนของให้ฉันจนครบ”
กู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนหน้าร้อนผ่าวด้วยความความอับอาย สายตาของเหล่าจือชิงที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันทำให้พวกเขาอยากแทรกแผ่นดินหนี
ทั้งคู่รู้ดีว่าหากไม่คืนของ เื่ในวันนี้คงจะจบไม่สวยแน่!
กู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนเดินกลับห้องของตัวเองไล่หลังกันไป
กลับมาอีกที ทั้งคู่ก็เปลี่ยนมาสวมเสื้อกันหนาวตัวเก่าที่ผ่านการปะเย็บ พลางอุ้มกล่องพัสดุใบใหญ่ออกมาคนละใบ
กู้จวิ้นเห็นหน้าสวีหว่านหนิงแล้วโมโหจนแทบทนไม่ไหว เดิมทีเขาอยากจะโยนกล่องพัสดุลงบนพื้น แต่กลับได้ยินสวีหว่านหนิงพูดว่า “ในนั้นมีของมีค่าอยู่ไม่น้อย ทำพังแล้วอย่าลืมชดใช้ให้ฉันด้วยล่ะ”
พอได้ยินแบบนั้นกู้จวิ้นเลยต้องล้มเลิกความคิด ก่อนจะวางกล่องลงที่ข้างเท้าของสวีหว่านหนิงอย่างเบามือ
หลี่เชี่ยนเชี่ยนเองก็ทำเช่นเดียวกัน
สวีหว่านหนิงไม่สนใจสายตาของคนรอบข้าง เธอโน้มตัวลงไปเปิดกล่องพัสดุทั้งสองกล่องเพื่อตรวจสอบของในนั้นทีละอย่าง
วันนี้ก่อนออกจากบ้าน เธอตั้งใจขุดหาสมุดบันทึกของร่างเดิมออกมาอ่าน เธอจำรายการของที่ร่างเดิมเคยยกให้ชายโฉดหญิงชั่วคู่นี้ได้ขึ้นใจ
“แม้ของพวกนี้จะถูกพวกเธอใช้งานเป็เวลานาน แต่อย่างน้อยมันก็ยังอยู่ครบถ้วน ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาคิดบัญชีกันต่อ เื่เงินที่พวกเธอสองคนเคยขอยืมฉัน”
“หลี่เชี่ยนเชี่ยน ฉันจำได้ว่าเธอมีสมุดบัญชีอยู่เล่มหนึ่ง ทุกครั้งที่เธอกับกู้จวิ้นยืมเงินจากฉัน เธอจะบันทึกจำนวนลงไป เธอคงไม่ขัดข้องที่จะเอาสมุดเล่มนั้นออกมาใช่ไหม”
“หว่านหนิง ฉัน...”
“แน่นอนว่าฉันเองก็จดบันทึกไว้เหมือนกัน ฉันก็แค่กลัวว่าหากเอาสมุดบัญชีเล่มนั้นให้พวกเธอดูแล้วพวกเธอจะไม่ยอมรับ แต่ถ้ามีสมุดบัญชีของเธอด้วยก็จะตรวจทานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
“หว่านหนิง...” หลี่เชี่ยนเชี่ยนใกล้จะร้องไห้เต็มที
หลายปีมานี้ เธอกับกู้จวิ้นขอเงินจากสวีหว่านหนิงมาไม่น้อย จะให้พวกเธอใช้คืนทั้งหมดเลยหรือ?
“เฮ้อ...” สวีหว่านหนิงแกล้งถอนหายใจ “ไม่รู้ว่าถ้าพ่อแม่กับพี่ชายฉันรู้ว่า ลูกสาวและน้องสาวสุดที่รักของพวกเขาถูกคนอื่นรังแกที่หมู่บ้านต้าเจียง พวกเขาจะโกรธหรือเปล่า”
หลี่เชี่ยนเชี่ยนที่รู้จักกับสวีหว่านหนิงมาั้แ่เด็กย่อมรู้ดีว่า สวีหว่านหนิงเป็ที่รักของครอบครัวมากแค่ไหน เธอกลัวสวีหว่านหนิงจะเอาเื่นี้ไปฟ้องที่บ้านจึงรีบกล่าวว่า “ฉันจะกลับไปเอาสมุดบัญชีมาเดี๋ยวนี้!”
สวีหว่านหนิงเอาสมุดบัญชีสองเล่มมาเปรียบเทียบกัน แล้วสรุปยอดตัวเลขออกมา
“ทั้งหมดรวมเป็เงินสองพันสามร้อยยี่สิบหยวนกับอีกแปดเหมา พวกเธอจะคืนเงินฉันยังไง”
คนรอบข้างพากันสูดหายใจเฮือก
ในยุคสมัยที่เงินสองหยวนสามารถซื้ออาหารหนึ่งมื้อจากร้านอาหารของรัฐได้ เงินสองพันกว่าหยวนถือเป็ตัวเลขที่พวกเขาเอื้อมไม่ถึง!
สวีหว่านหนิงร่ำรวยขนาดนี้เชียวหรือ?
ช้าก่อน ทำไมกู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนถึงกล้าทำเื่ไร้ยางอายเช่นนี้?
