หนิงเทียนพบว่ามันยากที่จะยอมรับ ยามนี้ตัวเขาอยู่ในขั้นห้าของขอบเขตผนึกดารา แม้ว่าวัวหัวพยัคฆ์จะอยู่ที่จุดสูงสุดของขอบเขตผนึกดารา แต่เขาก็น่าจะสามารถบดขยี้มันได้อย่างง่ายดาย เหตุใดการเคลื่อนไหวครั้งแรกจึงเสมอกันเช่นนี้?
เป็ไปได้หรือไม่ว่าอสูรตัวนี้ก็เหมือนกับอสูรสามเศียรที่ชั่วร้ายยิ่งกว่าเทพเ้า?
อสูรร้ายคำรามอย่างดุดัน แสงอันเยือกเย็นส่องประกายในดวงตาพยัคฆ์ หางถูกยกขึ้นสูง ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยความโกรธ และดูเหมือนว่ามันจะไม่พอใจกับผลลัพธ์เช่นกัน
หนิงเทียนไม่เข้าใจสิ่งที่มันพูด และคร้านเกินกว่าจะสนทนากับมัน เขาแค่ปล่อยหมัดสังหารอีกครั้ง ด้วยเจตนาการต่อสู้ที่ลุกโชนในดวงตา
หอคอยพลังสั่นะเื และเสียงการเต้นของหัวใจภายในร่างของเขาราวกับเสียงรัวกลองรบ ทำให้เืของหนิงเทียนเดือดพล่าน แสงสีทองส่องออกมาจากชั้นผิว ปัดเป่าความรู้สึกหนาวเย็นออกไป
“กระบี่เลื่อนลอยไร้แก่น ทะลวงพันชั้น”
หนิงเทียนใช้กระบี่ซ้ายและหมัดขวาด้วยพลังมหาศาล เสาพลังห้าต้นปรากฏอยู่นอกร่างกาย ซึ่งแสดงถึงขอบเขตผนึกดาราขั้นห้า
วัวหัวพยัคฆ์โจมตีกลับด้วยกีบเท้า ร่างกายของมันมีความคล่องตัว ิัแข็งแรงและเนื้อหนา บนร่างมีตาพยัคฆ์และหางวัว มันกำลังส่งคลื่นเสียงคำรามของพยัคฆ์ ขณะที่ลำตัวแผ่พลังเย็นอันไร้ขอบเขตที่เปรียบเสมือนเหวที่มีไฟเผาผลาญสิ่งมีชีวิตทั้งโลก
หนิงเทียนเดินตามสายลมและไม่อาจคาดเดาได้ หมื่นสรรพสิ่งในใจสามารถจับจุดบกพร่องในการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ได้เสมอ แต่ความเร็วของอสูรนั้นเร็วกว่าหนิงเทียนเล็กน้อย
นอกจากนี้พลังในตัวของอสูรนั้นชั่วร้ายมาก มันหนาวเย็นและทำลายทุกสิ่ง ซึ่งสามารถลดพลังโจมตีของหนิงเทียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หนิงเทียนไม่เคยพบกับคู่ต่อสู้ประเภทนี้มาก่อน เขารู้สึกเหมือนถูกิญญาหยินครอบงำ ความหนาวเย็นที่กัดกร่อนทำให้เืในร่างกายแทบจะแข็งตัว
นี่เป็ลักษณะพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดหรือ?
หนิงเทียนมีความคิดมากมาย เปลวเพลิงบนหมัดร้อนราวกับไฟ เขาปลดปล่อยวาโยพิโรธ พร้อมกับดอกไม้ ต้นไม้ หญ้า และเถาวัลย์ที่อยู่นอกร่างเริ่มก่อตัวเป็หอคอย หอคอยพลังทั้งสี่ที่สอดคล้องกันในร่างกายเรืองแสงในเวลาเดียวกัน พร้อมกับพลังต่อสู้ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในขณะนั้นพลังของหนิงเทียนครอบคลุมภูผาธารา ล้นเหลือชั่วนิรันดร์ หมัดสีแดงเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ที่แผดเผา ระดมโจมตีวัวหัวพยัคฆ์ ทุบตีจนมันกระอักเื กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง และต้องถอยไปทีละก้าว
ทันใดนั้นความรู้สึกอันตรายก็แวบเข้ามาในหัวใจของหนิงเทียน ก่อนเสียงหวีดแหลมจะดังออกมาจากปากของใบหน้าเล็กๆ บนหางวัว
อักขระสีดำหมุนวนบิดเบี้ยว กลายเป็ปราณกระบี่สังหารที่มองไม่เห็น ซึ่งยากต่อการหลีกเลี่ยง
หนังศีรษะของหนิงเทียนกำลังจะแตก เืพุ่งออกมาจากทวารทั้งเจ็ด ร่างของเขากระเด็นออกไป คราวนี้เขาได้รับาแสาหัสแล้ว
วัวหัวพยัคฆ์ก็รีบวิ่งเข้ามา่เวลาถัดไป ก่อนจะยกกีบเท้าขึ้นเหยียบหัวหนิงเทียน
หนิงเทียนคำรามและขู่ฟ่อด้วยความโกรธ ผมยาวคว่ำลง ประตูิญญาปรากฏขึ้นภายนอกร่างกาย
“ปะาิญญา!”
อักขระผุดขึ้นมาทีละตัวในประตูมิติ หลอมรวมเป็สายฟ้าที่ระดมโจมตีวัวหัวพยัคฆ์ แรงกระแทกทำให้หัวของมันร้าวและมีเืไหลออกมาจากดวงตาพยัคฆ์
หางของวัวก็กวาดโจมตีประตูิญญาพร้อมเสียงคำรามอันแหลมคม คลื่นเสียงสังหารและการโจมตีิญญาปะทะกัน ทำให้ประตูิญญาของหนิงเทียนพังทลายลง และส่งร่างของหนิงเทียนลอยออกไปอีกครั้ง
วัวหัวพยัคฆ์คำราม ใบหน้าเล็กๆ บนหางวัวแสดงความเ็ป หน้าผากมีรอยเื การโจมตีเมื่อครู่ทำให้าเ็ทั้งสองฝ่าย และไม่มีฝ่ายไหนได้เปรียบ
หนิงเทียนะโเสียงดัง พร้อมกับพลังขอบเขตที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ความแข็งแกร่งพุ่งสูงขึ้น จนถึงท้ายที่สุดเขาก็ยังไม่สามารถเอาชนะอสูรตนนี้ได้ นี่เป็เื่ที่ไม่สมเหตุสมผลเลย
“พลังทั้งหมดของข้าจงะเิออกมา!”
หนิงเทียนโกรธมาก ประตูสู่์ก็ปรากฏขึ้นภายนอก หนึ่งก้าวสู่์ควบคุมสิ่งที่เขาเรียนรู้มาตลอดชีวิต ดิน ไฟ น้ำ ลม ดอกไม้ หญ้า ต้นไม้ และเถาวัลย์ล้วนปรากฏขึ้น แผนที่จิติญญาทั้งเก้าตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์และไม่มีการสำรองใดๆ อีกต่อไป
วัวหัวพยัคฆ์คำรามอย่างดุเดือด ใบหน้าเหนือหางของวัวไม่เพียงแต่มีพลังคลื่นเสียงสังหารเท่านั้น แต่ดวงตาของมันยังมีพลังแห่งการล่อลวงจิติญญาอีกด้วย
ในแง่ของการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว ร่างกายวัวแตกต่างจากร่างกายมนุษย์
แต่อสูรมีิัแข็งแรง เนื้อหนา มีทั้งหัวและหาง เหมือนมีสองหัว ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง
นี่เป็คุณสมบัติที่สำคัญเช่นกัน
จากการคำนวณ หนิงเทียนต่อสู้กับอสูรในการต่อสู้นองเื พลังของทะลวงพันชั้นนั้นน่ากลัว แต่พลังทำลายล้างของกระบี่เลื่อนลอยไร้แก่นนั้นดียิ่งขึ้นไปอีก
วัวหัวพยัคฆ์เป็คู่ต่อสู้ที่ดุร้ายและทรงพลัง การเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหวที่ชาญฉลาดนั้นมีประโยชน์เพียงเล็กน้อย ด้วยเหตุนี้หนิงเทียนจึงไม่ได้ใช้กระบวนท่าทั้งเก้าของบงกชสีมรกต และเก้าร่างเถาวัลย์ั แต่ใช้การต่อสู้กับความรุนแรงด้วยความโหดร้าย และเค้นเอาพลังทั้งหมดออกมา
อสูรสามเศียรกำลังเฝ้าดูการต่อสู้อย่างเงียบๆ แต่มีหัวหนึ่งที่ให้ความสนใจกับทุกการเคลื่อนไหวของอสูรั์บนเกาะ
เกาะกำลังเข้ามาอย่างรวดเร็วเหมือนเรือที่สามารถลอยข้ามทะเลได้
อสูรั์มีขนาดใหญ่ แต่ก็ค่อนข้างจะระวังอสูรสามเศียร นี่เป็สัญชาตญาณของผู้แข็งแกร่ง
...
ภายในเมืองด้านนอกเจดีย์
ชิวอีเซี่ยนให้ความสนใจกับสถานการณ์บนแผ่นศิลา สัญลักษณ์ที่กะพริบทั้งสิบสองลวดลายยังคงชัดเจน แต่แสงบนแผนที่ด้านล่างแปดในสิบจุดที่ทำสัญลักษณ์ไว้เริ่มสลัวแล้ว ปราสาททั้งสองแห่งนี้ถูกพรากโชคชะตาไปแล้ว
สัญลักษณ์ของเจดีย์บนแผนที่นั้นริบหรี่ มีเพียงแผ่นศิลาอยู่ทางทิศบูรพาเท่านั้นที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
หยางวั่นอวิ๋นกังวลเื่หนิงเทียน ขณะที่อูเหรินเจี๋ยกำลังให้ความสนใจกับสถานการณ์นอกเมือง
ค่ำคืนนี้แตกต่างจากคืนก่อนหน้า เหล่าอสูรแห่งความมืดดูวิตกกังวลเป็พิเศษ พวกมันโจมตีโล่เมืองอย่างบ้าคลั่ง พลังชั่วร้ายกดทับโล่แสงจนค่อยๆ ลดขนาดลง และยามนี้มีพลังลึกลับบุกโจมตีกำแพงเมืองแล้ว
ยามที่เฝ้าอยู่บนหอคอยของเมืองกำลังตวัดหอกและต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดที่มองไม่เห็น
นั่นดูเหมือนธรรมดา ในสนามรบที่ไม่ได้ยินเสียงกรีดร้อง ทว่าในความเป็จริงมันอันตรายอย่างยิ่ง ิญญาผู้กล้าล้มลงและกลับกลายเป็ฝุ่นตลอดเวลา
...
การต่อสู้ระหว่างหนิงเทียนและอสูรร้ายดำเนินไปนับพันกระบวนท่าภายในโลกอันมืดมนเหนือเจดีย์
แม้หนิงเทียนจะครองตำแหน่งสูงสุด แต่หัวใจกลับหนักอึ้ง
หนิงเทียนเข้าใจแล้วว่าอสูรสามเศียร้าใช้การต่อสู้ครั้งนี้เพื่อบอกเขาว่าอย่าทะนงตนและห้ามประมาทศัตรู
บนโลกนี้เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน
ความล้มเหลวของหนิงเทียนในการเอาชนะอสูรสามเศียรนั้นไม่ใช่กรณีที่แยกได้ มีอัจฉริยะนับไม่ถ้วนในโลก ซึ่งแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะของตนเอง
เช่นเดียวกับวัวหัวพยัคฆ์ตนนี้ มันมีิัที่แข็งแรงและเนื้อหนาสำหรับการป้องกัน มันไม่กลัวหมัดและลูกเตะ ร่างของมันอยู่ยงคงกระพัน ใบหน้าที่หางยิ่งน่ากลัวและแปลกประหลาด มันสามารถฆ่าคนได้ด้วยคลื่นเสียง ทั้งยังดวงตาแสนเย้ายวนใจ ถือได้ว่ามันแทบจะอยู่ยงคงกระพันในขอบเขตเดียวกัน
ระหว่างทางหนิงเทียนมีประสบการณ์กับการผจญภัยนับไม่ถ้วน แต่การต่อสู้ครั้งนี้ยากมาก
แม้ว่าเขาจะได้เปรียบ แต่เขาก็ได้รับาเ็สาหัสและจ่ายสิ่งทดแทนมากจนน่าใ
“ยันต์เต๋าอนันต์ โลหิตเดือดพล่าน!”
หนิงเทียนใช้ทักษะชำระกายาของเส้นทางแห่งจิติญญา พลังในร่างกายทะยานขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเขาเจาะทะลุหอคอยพลังทั้งห้าด้วยวาโยพิโรธที่โหมรุนแรง
ในขณะนั้นร่างกายของหนิงเทียนเต็มไปด้วยแสงสีทองราวกับร่างเทพ หมัดหนึ่งเจาะทะลุร่างของอสูร หมัดที่ลุกเป็ไฟซึ่งถูกส่งออกไปราวกับจะตกลงไปในถ้ำน้ำแข็งและถูกกัดกร่อนด้วยพลังความเย็น
อสูรร้ายกรีดร้อง หางของมันกวาดไปทั่ว ใบหน้าบนหางเปิดปากเพื่อกัดหนิงเทียน
“วิชาแปลงิญญา!”
หนิงเทียนคว้าหางวัวและจ้องใบหน้านั้นด้วยเนตรเสน่ห์เพื่อต่อต้านดวงตาเสน่ห์ิญญาบนใบหน้านั้น วิชาแปลงิญญาทำให้ิญญาที่เน่าเปื่อยในฝ่ามือ ถลุงเนื้อหางวัวจนเริ่มละลาย
ใบหน้าบิดเบี้ยว แสดงท่าทางเ็ปราวกับงูที่ถูกจับได้ และกำลังบิดตัวดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง
“กระบี่เลื่อนลอยไร้แก่น พายุถล่ม!”
หนิงเทียนคำรามอย่างดุเดือด พร้อมกับฉีดปราณกระบี่เข้าไปในร่างกายของอสูรร้าย และะเิมันด้วยวาโยพิโรธ เสียงแตกที่ดังได้ะเิรูเืในร่างกายของอสูรจนอวัยวะภายในแตกสลาย
อสูรคำราม ขอบเขตดั้งเดิมของมันดีกว่าหนิงเทียนมาก มันมีพลังแห่งความมืดที่น่าสะพรึงกลัวในร่างกาย ซึ่งสามารถทำลายทุกสิ่งได้ ทว่ายามนี้มันได้แต่ต่อต้านการรุกรานของกระบี่เลื่อนลอยไร้แก่นอย่างสิ้นหวัง
“ประตูิญญา ปะาิญญา!”
หนิงเทียนมีความได้เปรียบและใช้วิธีการที่น่ากลัวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ประตูมิติปรากฏขึ้น ก่อนจะดึงอสูรเข้าไปอย่างแรง
เสียงกรีดร้องมาพร้อมกับการสลายตัวของเนื้อและเื ในไม่ช้าทุกอย่างก็หยุดลง
หินใสรูปทรงเพชรสีดำสนิทลอยออกมาจากประตูมิติและตกสู่มือของหนิงเทียน
หินใสนี้เย็นจัดและมีพลังเย็นแสนชั่วร้าย ของสิ่งนี้คือแหล่งพลังงานในร่างกายของวัวหัวพยัคฆ์ มันปล่อยกลิ่นอายที่ส่งความเย็นลงไปถึงกระดูกสันหลัง
ใบหน้าของหนิงเทียนขุ่นมัวและไม่มั่นใจ เขาอยากจะโยนหินก้อนนี้ทิ้งไป แต่เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บมันไว้เป็การชั่วคราว
“เป็การแสดงที่แย่มาก”
น้ำเสียงที่ไม่แยแสของอสูรสามเศียรเผยให้เห็นความไม่พอใจเล็กน้อย แม้หนิงเทียนจะชนะ แต่จากมุมมองของอสูรสามเศียร การต่อสู้ครั้งนี้ไม่น่าพอใจเลย
“หยุดพูดประชดได้แล้ว อสูรตัวนั้นอยู่ในจุดสูงสุดของขอบเขตผนึกดารา ขณะที่ข้าอยู่เพียงขั้นห้าของขอบเขตผนึกดาราเท่านั้น นี่ไม่ใช่การต่อสู้ที่ยุติธรรม”
อสูรสามเศียรหดเกล็ดของมันแล้วพูดอย่างเ็า “ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความยุติธรรมในโลกนี้ เ้าต้องเรียนรู้ที่จะเอาชีวิตรอดในความทุกข์ยาก ความมืดได้จับตาดูเ้า และเ้าเหลือเวลาไม่มากแล้ว”
หนิงเทียนเหลือบมองอสูรั์บนเกาะแล้วพูดด้วยความโกรธ “เ้าพาข้ามาที่นี่เพียงเพื่อให้มันรู้ถึงตัวตนของข้า เ้าช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก”
อสูรสามเศียรหันหัวกลับ ชายผู้แข็งแกร่งและน่าเกลียดเผชิญหน้ากับหนิงเทียน
“ข้าแค่เตือนเ้าถึงความรับผิดชอบของเ้า และทำให้เ้าตระหนักถึงภารกิจของตน”
“ข้าขอเตือนเ้าว่าไม่จำเป็ต้องทรยศข้า”
หนิงเทียนกัดฟัน แต่ยามนี้โลกอันมืดมนเริ่มถอยกลับแล้ว
“จะรุ่งเช้าแล้ว”
อสูรสามเศียรส่งเสียงครวญคราง แต่หนิงเทียนกลับตกตะลึง
ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้น ประกาศการมาถึงของรุ่งอรุณและความมืดมิดที่จางหายไป
หนิงเทียนรีบมองไปรอบๆ และเห็นว่าทะเลดำอันไร้ขอบเขตเริ่มหดตัวลง ใกล้เข้ามาจากที่ไกลๆ และถอยไปในทิศทางเดียวกัน
เสียงเ่าั้ สิ่งมีชีวิตเ่าั้ เกาะแห่งนั้น อสูรขนาดั์ ทุกสิ่งล้วนหายไปพร้อมกับทะเลดำ
ดูเหมือนพวกมันจะไม่เต็มใจ แต่ก็ไม่สามารถฝ่าฝืนได้ และได้แต่หายไปอย่างเงียบสงบบนท้องฟ้า
อสูรสามเศียรหันกลับมา จับหนิงเทียนแล้วพาเขาหายตัวไปในพริบตา ทั้งสองกลับมาที่ชั้นเก้าของเจดีย์ในครู่ต่อมา
“นี่คือกุญแจ จงรีบออกเดินทาง”
แผ่นป้ายสีแดงตกลงบนมือของหนิงเทียน ด้านหน้ามีลวดลายเปลวเพลิง ด้านหลังมีลายเมฆา ไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร
“เดี๋ยวก่อน ข้ายังมีสหายในโลกนี้ พวกเขา...”
“พวกเขามีชะตากรรมของตน เ้าไม่จำเป็ต้องกังวลกับเื่นี้”
อสูรสามเศียรหันกลับมา พร้อมกระแสลมที่พัดเข้าหา ทำให้หนิงเทียนถูกดีดตัวออกและกลิ้งลงบันไดไป
“เ้าอสูรน่าเกลียด ไม่ช้าก็เร็วข้าจะถลกหนังเ้า!”
หนิงเทียนะโ โดนไล่ออกมาเช่นนี้ช่างน่าอายยิ่งนัก
โชคดีที่ไม่มีใครอยู่บนชั้นแปด แต่หนิงเทียนยังคงหดหู่ใจมาก
เขาได้รับาเ็สาหัสในการต่อสู้เมื่อสักครู่นี้ และอาจต้องใช้เวลาครึ่งวันในการรักษาตัว
หลังจากให้ความสนใจกับสภาพของซากปรักหักพังทั้งสองแห่งแล้ว หนิงเทียนก็ค้นพบว่าทั้งเยวี่ยซิงเหอและเว่ยซูเสวี่ยได้รับโอกาสและออกจากที่นี่ไปแล้ว
หนิงเทียนกำลังรักษาอาการาเ็ของตนอยู่บนชั้นแปด เขารวมแหล่งกำเนิดของชีวิตกับเทียนหลิวหลีและหอคอยพลังห้าแห่งเพื่อดูดซับพลังิญญา ก่อนจะหายจากอาการาเ็ภายในเวลาเพียงครึ่งวัน
เมื่อหนิงเทียนลงไปที่ชั้นเจ็ด ปราสาททั้งสามก็เงียบงันไปแล้ว และโอกาสภายในก็ถูกพรากไป
บนชั้นหกแผ่นศิลาทั้งสี่แผ่นก็เปลี่ยนเป็สีเทาเช่นกัน และไม่มีใครอยู่ที่นี่
“พวกเขาออกไปหมดแล้วหรือ?”
หนิงเทียนยังคงลงไปด้านล่างต่อไป ทันทีที่เขาไปถึงชั้นห้า พลังอันรุนแรงก็เข้าครอบงำร่างของเขาในทันที
“ส่งกุญแจมา แล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้า...”
น้ำเสียงขุ่นเคืองเต็มไปด้วยความวิตกกังวล คนที่ลงมือต้องเป็คนโชคร้ายที่ไม่มีโอกาส
