เลี้ยงฉลอง แจกเงินเดือน
หลิวหยูถงนั่งตัวตรงอยู่ที่โต๊ะประธาน สายตานับร้อยคู่เบื้องล่างต่างจับจ้องมาที่เธอเป็จุดเดียว
หลายคนในใจถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน
“นี่เหรอคุณหนู? ผิดคาดแฮะ เด็กกว่าที่คิดไว้เยอะเลย!”
“นั่นดิ ดูรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเราเลย แต่รัศมีนี่ของจริง ยอมใจเลยว่ะ”
“.........”
วันนี้หลิวหยูถงแต่งตัวเรียบง่าย ดูเหมือนสาวข้างบ้านธรรมดาๆ ทั่วไป กลิ่นอายรอบตัวสะอาดสะอ้านและดูละมุนตา
ไม่มีวี่แววของ "คนในวงการ"เลยแม้แต่นิดเดียว
แต่ลูกน้องที่กำลังตกตะลึงเ่าั้ก็ไม่ได้ติดใจอะไรนัก ก็ใครกำหนดไว้ล่ะว่าลูกสาวเ้าพ่อต้องดูดุดันอำมหิตตลอดเวลา? ในหนังมาเฟีย คุณหนูตระกูลใหญ่ก็มักจะมาในลุคอ่อนหวานน่าทะนุถนอมแบบนี้แหละ
หลิวหยูถงกวาดสายตามองไปรอบห้องก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ “มากันครบหรือยัง?”
หม่าต๋ารีบขานรับทันที “ครบแล้วครับคุณหนู”
หลิวหยูถงหยิบแก้วไวน์แดงบนโต๊ะแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เมื่อเห็นดังนั้นทุกคนก็รีบคว้าแก้วของตัวเองขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง
“ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะ วันนี้พวกเราได้มารวมตัวกันก็นับว่าเป็พรหมลิขิตที่หาได้ยาก”
“พูดตามตรง ฉันไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะต้องมายืนอยู่ตรงนี้ แต่ในเมื่อทุกคนผลักดันให้ฉันมาอยู่ในตำแหน่งนี้ ฉันก็จะไม่ถอยหนี และจะทำทุกอย่างสุดความสามารถเพื่อนำพาพวกเราก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน”
“ฉันอาจจะไม่สันทัดเื่กฎเกณฑ์นักเลงหรือการฆ่าฟัน แต่ฉันเชื่อมั่นในสิ่งหนึ่ง... นั่นคือขอแค่พวกเราสามัคคีกันเป็น้ำหนึ่งใจเดียว พวกเราจะก้าวไปสู่จุดสูงสุดแน่นอน!”
สิ้นคำพูด ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันครู่หนึ่ง
ก่อนที่ใครบางคนจะเริ่มะโนำขึ้นมา “แด่คุณหนู!”
“แด่คุณหนู!”
“แด่คุณหนู!”
“.........”
ทุกคนขานรับเสียงดังกระหึ่มพลางยกเหล้าในแก้วซดจนหมดรวดเดียว
หลิวหยูถงเองก็กระดกไวน์แดงในแก้วจนหมดเช่นกัน ท่าทางนั้นดูองอาจและเด็ดเดี่ยวมาก
อวี๋ซิน ที่เพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จและนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
เธอไม่เคยเห็นภาพแบบนี้ และไม่เคยจินตนาการถึงมันมาก่อนเลยในชีวิต
อวี๋ซินเป็เด็กดีมาตลอด ฝันสูงสุดคือตั้งใจเรียน สอบติดมหาลัย แล้วหาเงินให้คุณยายได้อยู่อย่างสบาย
แต่พอได้รับคำเชิญจากหลิวหยูถงให้มางานนี้ และได้เห็นภาพตรงหน้า เธอถึงกับอึ้งกิมกี่
แทบไม่เชื่อสายตาว่าคนพวกนี้ทั้งหมดคือลูกน้องของหลิวหยูถง เพื่อนร่วมห้องของเธอเอง
เรียนด้วยกันมาสามปี อวี๋ซินไม่ใช่ไม่รู้ปูมหลังของเพื่อนคนนี้ เธอเข้าใจมาตลอดว่าหลิวหยูถงก็เหมือนกับเธอ เป็เด็กสาวธรรมดาจากบ้านนอก
แต่พริบตาเดียว หลิวหยูถงกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง กลายเป็ "คุณหนู" ที่มีลูกน้องในมือเป็ร้อยคน
พอเริ่มยอมรับตัวตนใหม่ของเพื่อนได้ อวี๋ซินกลับไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด ตรงกันข้าม เธอกลับรู้สึกว่าการอยู่ท่ามกลางคนเลวๆพวกนี้ มันทำให้เธอรู้สึก "ปลอดภัย" อย่างบอกไม่ถูก
สำหรับเด็กสาวที่ขาดความมั่นคงในชีวิตอย่างเธอ ความรู้สึกนี้มันน่าประหลาดใจจริงๆ ทั้งที่ปกติเธอเป็คนที่กลัวพวกนักเลงหัวไม้เข้ากระดูกดำ
ในตอนนั้นเอง หลิวหยูถงก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“เอาล่ะ ดื่มกันไปแล้ว ฉันก็ไม่ขอพูดพล่ามทำเพลงละ วันนี้นอกจากจะเลี้ยงข้าวทุกคนแล้ว ยังมีเื่สำคัญอีกเื่ที่จะทำ... นั่นคือการ แจกเงินเดือน ให้ทุกคน!”
พูดจบเธอก็หันไปหาหม่าต๋า “หม่าต๋า เอาของออกมา”
ไม่นานนัก หม่าต๋าก็ยกถุงใบเขื่องที่บรรจุเงินสดไว้เต็มปรี่ออกมาเทลงบนโต๊ะ
กองธนบัตรเ่าั้ดูแล้วมีมูลค่าหลายแสนหยวน
ทุกคนที่เห็นภาพนี้ต่างก็เริ่มหายใจติดขัด
ร้อยละเก้าสิบเก้าของคนที่นี่ไม่เคยเห็นเงินสดจำนวนมหาศาลขนาดนี้วางอยู่ตรงหน้าพร้อมกัน หลายคนลอบกลืนน้ำลาย แววตาเป็ประกายวาววับ
“เงินเยอะชะมัดเลยว่ะ!”
สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะติดตามคุณหนูให้ถึงที่สุด
เพราะสำหรับพวกเขาส่วนใหญ่ที่ใช้ชีวิตแบบกุ๊ยข้างถนนมานาน นี่เป็ครั้งแรกที่ "ลูกพี่" แจกเงินให้จริงๆ จังๆ ขนาดนี้
แม้ทุกคนจะรู้ดีว่าเงินพวกนี้มาจากการเหนื่อยยากช่วยกันค้าส่งปลาและกุ้งใน่ที่ผ่านมา แต่ "ความรู้สึก" มันต่างกัน
แบบแรกคือ ทำงานงกๆ เหมือนวัวเหมือนควายแล้วเถ้าแก่จ่ายค่าจ้าง
แต่อีกแบบคือ การร่วมชะตากรรมในวงการนักเลง แล้วคุณหนูมีสุขร่วมเสพ แบ่งปันผลประโยชน์และ "ตบรางวัล" ให้
ความรู้สึกที่ได้รับความสำคัญและเห็นค่าแบบนี้แหละ ที่จะทำให้พวกเขายิ่งซาบซึ้งและภักดีถวายหัว
ธุรกิจค้าส่งสัตว์น้ำที่ทำมาได้สักพัก สร้างกำไรสุทธิเกือบ 900,000 หยวน
หักค่าเซ้งร้านอาหารที่จัตุรัสชิงเหนียนไป 280,000 หยวน ยังคงเหลือเงินอีก 610,000 หยวน
พวกหม่าต๋าไม่มีนิสัยฝากเงินกับธนาคาร ส่วนใหญ่เป็นิสัยที่ติดมาจากตอนคุมบ่อนคุมซ่องที่รู้สึกว่าเงินในแบงก์มันไม่ปลอดภัย
ประกอบกับยุคสมัยนั้นบริษัทห้างร้านมักจะจ่ายเงินเดือนเป็เงินสด และพวกเขาก็ยังไม่ได้จดทะเบียนบริษัทด้วยซ้ำ
การแจกเงินสดทำให้ทุกคนมองเห็นผลลัพธ์ของหยาดเหงื่อแรงกายได้ชัดเจนที่สุด และช่วยเพิ่มความกลมเกลียวในทีม
โดยเฉพาะกับคนในวงการนี้ การเห็นเงินเป็ปึกๆ มันทรงพลังกว่าตัวเลขในสมุดบัญชีมาก
เพราะพวกเขาไม่ได้คิดว่านี่คือ "ค่าจ้าง" แต่คิดว่า "คุณหนูเอ็นดูและเห็นหัว" ถึงได้ปันเงินให้
หลิวหยูถงให้หม่าต๋าทำบัญชีรายชื่อไว้แล้วว่าใครเข้ามาก่อนหลัง เงินที่ได้จึงไม่เท่ากัน
อวิ๋นเฉิงและหม่าต๋าในฐานะระดับบริหาร ได้คนละ 5,000 หยวน
พี่น้องอี้เหลียนกลุ่มแรกที่ตามมา ได้คนละ 3,000 หยวน
ส่วนที่เหลือแบ่งเป็กลุ่มๆ ตามผลงาน ั้แ่ 1,500, 1,000 ไปจนถึง 800 หยวน
ขั้นต่ำสุดคือ 800 หยวน ซึ่งถือว่าเยอะมากสำหรับเด็กจบใหม่ในยุคนี้
รวมแล้วเธอแจกเงินออกไปประมาณ 170,000 หยวน ยังคงเหลือเงินในกองกลางอีก 440,000 หยวน
เมื่อแจกจ่ายจนครบ หลิวหยูถงก็แยกเงินออกมา 100,000 หยวน ยื่นให้ จ้าวเทียนอี
“เงินนี่คุณรับไว้ ถือว่าเป็เงินลงทุนในสำนักงานกฎหมายของคุณ หรือจะถือว่าเป็ค่าที่คุณช่วยสอนกฎหมายให้ทุกคนก็ได้”
การร่วมหุ้นในสำนักงานทนายความมีขั้นตอนยุ่งยากกว่าบริษัททั่วไป ตอนนี้เธอจึงทำได้เพียงตกลงกันด้วยวาจา
จ้าวเทียนอีถึงกับสตั้นท์ไปเลย
เดิมทีในฐานะทนายความ การมานั่งร่วมวงเหล้าที่มีแต่นักเลงผมทองเต็มห้องมันก็พิลึกพออยู่แล้ว
ไม่นึกเลยว่าจะได้รับเงินติดมือกลับไปด้วย
ใจหนึ่งเขาก็อยากจะปฏิเสธตามมารยาท แต่อีกใจหนึ่งคือ... สำนักงานเขาแทบจะไม่มีอะไรกินอยู่แล้ว!
่ที่ผ่านมานอกจากคดีของจ้าวซู เขารับงานเล็กๆ อีกงานเดียวได้เงินแค่ไม่กี่พันหยวน
ส่วนการช่วยเคลียร์ปัญหาข้อพิพาทหรือการสอนหนังสือให้พวกหม่าต๋า เขายังไม่เคยได้เงินสักหยวนเดียว
หลักๆ คือเขาไม่รู้จะเริ่มทวงยังไง หม่าต๋าก็เรียกเขาว่า "น้องชาย" "พี่ชาย" ทุกคำ เป็พี่น้องท้องชนกันขนาดนี้ เขาจะกล้าอ้าปากขอเงินเหรอ?
...กล้าสิครับ!
“ขอบคุณครับคุณหนู!”
จ้าวเทียนอีรับเงินไปทันทีแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด
หลิวหยูถงไม่ได้แปลกใจเลย ถ้าหมอนี่ปฏิเสธสิถึงจะเสียชื่อเสียงที่เขาสั่งสมมาในชาติก่อน
จ้าวเทียนอีรู้ดีว่า เมื่อรับเงินก้อนนี้มาแล้ว นั่นหมายความว่าเขาได้ลงเรือลำเดียวกันกับคนกลุ่มนี้อย่างถาวร
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น... มีเงินสิถึงจะเป็เื่ใหญ่ที่สุด
สิ่งที่หลิวหยูถงไม่รู้ก็คือ การกระทำเล็กๆ ครั้งนี้ของเธอ ได้ไปกระตุ้นสัญชาตญาณความกระหายเงินในตัวจ้าวเทียนอีให้ตื่นเร็วกว่าเดิม
ในโลกความเป็จริง ทนายความไม่ได้รวยง่ายขนาดนั้น ถ้าไม่มีประสบการณ์สิบปีขึ้นไปก็ยากจะลืมตาอ้าปาก โดยเฉพาะทนายสายอาญา
ทนายที่รวยอู้ฟู่จริงๆ มักจะเป็สายธุรกิจ เพราะลูกค้านั้นกระเป๋าหนักและค่าคอมมิชชั่นสูงลิ่ว
แต่ตอนนี้ จ้าวเทียนอีกลับรู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งค้นพบ "ทางหลวงสายทองคำ" ที่จะทำให้ทนายสายอาญาอย่างเขากลายเป็มหาเศรษฐีได้ขึ้นมาเสียแล้ว!
