“ไม่ต้อง ยาเหล่านี้จะดูดซับพิษทั้งหมดที่เหลืออยู่ในร่างกายภายในหนึ่งวัน ห้ามให้แผลโดนน้ำ และอย่ากดแผลตอนกลางคืน” หานอวิ๋นซีอธิบายอย่างจริงจัง
ถ้าชายผู้นี้ไม่กลัวความเ็ป การผ่าตัดย่อมเป็วิธีที่เร็วที่สุด
หลงเฟยเยี่ยพยักหน้าและโบกมือหนาของเขาเบาๆ บ่งบอกว่านางสามารถกลับไปได้แล้ว
ในขณะนี้ หานอวิ๋นซีที่กำลังถือกระเป๋าหมออยู่ ก็ดูเหมือนเป็สาวใช้คนหนึ่ง
เอาเถอะ นางทนได้!
เช้าวันรุ่งขึ้น หานอวิ๋นซีมาเอายา และอย่างที่นางบอกว่ายาแก้พิษทั้งหมดจะถูกดูดซึมเข้าไป ทำให้ยาที่ส่งกลิ่นหอมในตอนแรกกลายเป็มีกลิ่นเหม็น
หานอวิ๋นซีที่พันแผลง่ายๆ ทว่าสุดท้ายแล้วก็สามารถกำจัดพิษของหลงเฟยเยี่ยออกไปได้ทั้งหมด
นางคิดว่าหลงเฟยเยี่ยจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ใครจะรู้ว่าทันทีที่นางเก็บข้าวของเสร็จ หลงเฟยเยี่ยยังคงทำตัวเหมือนเดิม โบกมือหนาให้นางออกไป
ทั้งเอาแต่ใจ ทั้งใจร้าย!
หานอวิ๋นซีพูดพึมพำกับตัวเองและไม่ได้ออกไปในทันที นางโค้งคำนับและพูดอย่างจริงใจว่า “ท่านอ๋อง ขอบคุณสำหรับเื่ที่จวนแม่ทัพ”
เื่ของมู่ชิงอู่นั้น แม้จะรู้ว่าเขาทำเพื่อหน้าตาของจวนฉินอ๋อง และเพื่อล้างพิษ แต่อย่างไรเขาก็ช่วยชีวิตนางไว้
หลงเฟยเยี่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “เ้าล้างพิษได้ แต่เ้าก็ไม่ใช่พระโพธิสัตว์ จำไว้ด้วยว่าเ้าเป็ใคร ยุ่งเื่ผู้อื่นให้น้อย ออกจากจวนให้น้อย จำไว้ เข้าใจหรือไม่?”
หานอวิ๋นซีตอบอย่างไม่พอใจว่า “อืม ข้าจะจำไว้ ข้าขอตัวลา”
นางคิดอย่างเงียบๆ ว่าตราบใดที่เป็คนดี การที่เห็นคนตายแล้วไม่ช่วย นางทำไม่ได้จริงๆ
ส่วนเื่ออกไปข้างนอกให้น้อยนั้น ฮ่าฮ่า หานอวิ๋นซีหัวเราะอย่างเ็า ข้าทำไม่ได้! ให้นางนั่งนอนกินอยู่ที่บ้านตลอดชีวิต นางก็อาจจะตายได้เช่นกัน
เมื่อแตะเงินเพียงสามตำลึงที่เหลืออยู่ในแขนเสื้อ หานอวิ๋นซีก็คิดว่า ผู้หญิงไม่ว่าจะอายุหรือสถานะใด จำเป็ต้องมีอาชีพการงาน
และเป็การดีที่จะเป็คู่สามีภรรยาปลอมกับหลงเฟยเยี่ย ต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องมายุ่งกัน เช่นนั้นก็ดีแล้ว รอให้นางลงหลักปักฐานในจวนฉินอ๋องเมื่อไร นางจะไปหางานทำด้วยตัวเอง ไม่เช่นนั้น นางจะไปหาเงินจากที่ไหน?
หลายวันต่อมา ขณะที่หานอวิ๋นซีเดินเล่นในสวน ก็ไม่เห็นหลงเฟยเยี่ยอีกเลย ผู้ชายคนนี้ลึกลับซับซ้อนเหลือเกิน เดาว่าเขาคงออกไปนาแล้ว
อย่างไรก็ตาม คิดไม่ถึงว่าหลงเฟยเยี่ยจะให้สาวใช้คนหนึ่งมารับใช้นาง สาวใช้คนนี้มีชื่อว่าเฉินเซียง ซึ่งอายุน้อยกว่าหานอวิ๋นซีเล็กน้อย อายุประมาณสิบห้าหรือสิบหกปี รูปร่างเล็ก สะอาดดูดี มีมารยาท เวลายิ้มก็ดูน่ารักเป็อย่างมาก
หานอวิ๋นซีมองและค่อนข้างพอใจ
“เ้ามีวิทยายุทธ์หรือไม่” หานอวิ๋นซีถามด้วยความสงสัย
เฉินเซียงส่ายหัว “ไม่เพคะ”
“ก่อนหน้านี้เ้าทำงานที่ไหนหรือ?” หานอวิ๋นซีถามอีกครั้ง
“ครอบครัวของหม่อมฉันอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านซีสุ่ยในเขตชานเมืองทางตะวันตก หม่อมฉันถูกซื้อตัวมาเมื่อวานนี้ พี่ชายคนโตชื่อฉู่ซีเฟิงเป็คนพาหม่อมฉันมาที่นี่เพคะ” เฉินเซียงตอบอย่างเชื่อฟัง
“แล้วเขาบอกอะไรกับเ้าหรือไม่?” หานอวิ๋นซีถามอีกครั้ง
“ให้หม่อมฉันเชื่อฟังหวังเฟย เขาบอกว่าให้ดูแลหวังเฟยให้ดี แล้วหวังเฟยจะให้รางวัลใหญ่เพคะ” เฉินเซียงพูดอย่างตรงไปตรงมา
รางวัลใหญ่?
มุมปากของหานอวิ๋นซีกระตุก นางจึงบอกเื่แรกกับเฉินเซียงว่าหากมู่หรงหว่านหรูมาหา ให้บอกไปว่านางหลับไปแล้วหรือไม่ก็ไม่ว่าง
มู่หรงหว่านหรูชวนนางไปดื่มชา แต่นางก็ปฏิเสธ ชวนนางไปเดินเล่น ก็ปฏิเสธอีก เมื่อเช้านี้ก็ส่งคนมาชวนนางไปเที่ยว นางก็ปฏิเสธไปอีกครั้ง
อี้ไท่เฟยไม่อยู่ที่จวน และด้วยสถานะของมู่หรงหว่านหรูแล้ว จึงไม่สามารถบังคับให้นางทำอะไรได้
แม้ว่าเฉินเซียงจะยังเด็ก แต่กลับขยันและมีความสามารถ การมีนางช่วยดูแลเื่เล็กๆ น้อยๆ ทำให้หานอวิ๋นซีรู้สึกสบายอย่างมาก
แน่นอนว่านางเองก็ไม่สามารถอยู่เฉยๆ ได้ นางได้ตรวจสอบระบบการล้างพิษเมื่อหลายวันก่อน ระบบนี้คล้ายกับพื้นที่โล่ง มีช่องเล็กๆ มากมายในนั้น ด้านหนึ่งไว้สำหรับตรวจสอบพิษ อีกด้านหนึ่งสำหรับจัดเตรียมยา และยังมีอีกด้านหนึ่งสำหรับเก็บยาและเครื่องมือ
หานอวิ๋นซีที่กำลังนอนอยู่ในลานบ้าน ในขณะที่อาบแดด ก็ท่องไปในระบบการล้างพิษ นางพบว่ายังมีช่องว่างเล็กๆ ที่ไม่รู้จักในระบบนี้ และจิตสำนึกของนางไม่สามารถเข้าไปได้
น่าแปลก อาจจะเป็พื้นที่ที่ยังไม่พัฒนาก็ได้กระมัง? นักวิจัยไม่เคยบอกนางมาก่อนเช่นกัน
หานอวิ๋นซีสงสัยเป็อย่างมาก แต่นางก็รู้ดีว่าสงสัยไปก็เท่านั้น สมองของนางไม่สามารถคิดเื่แบบนี้ได้ โชคดีที่ระบบล้างพิษตอนนี้มีพื้นที่เพียงพอให้นางใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย
หานอวิ๋นซีที่ถอดจิตออกมาจากระบบการล้างพิษ ก็เงยหน้าขึ้นเพลิดเพลินกับแสงแดดอันอบอุ่นในฤดูหนาว นางคิดว่าพิษกลากขององค์หญิงฉางผิงเองก็คงปะทุออกมาแล้วใช่หรือไม่? คนที่รักสวยรักงามเช่นนั้น ปิดใบหน้าไปขอความช่วยเหลือจากหมอหลวงทุกที่ คงเป็เื่ที่น่าสนใจไม่น้อย
นางที่กำลังเพลิดเพลิน ก็เห็นเฉินเซียงตัวน้อยวิ่งเหยาะๆ เข้ามา “หวังเฟยเพคะ มีคนมาที่ประตูลานบ้าน บอกว่าท่านมีแขก”
แขก?
จะมีใครมาที่จวนฉินอ๋องเพื่อหานอวิ๋นซีด้วยหรือ?
“ใครกัน?” หานอวิ๋นซีลืมตาขึ้นและถามด้วยความงุนงง
“เหล่ามามาบอกว่าเป็แขกผู้มีเกียรติ และกำลังรออยู่ในห้องนั่งเล่น เป็แม่ทัพใหญ่กับหมอหลวงอะไรสักอย่างเพคะ นางพูดเร็วเกินไป หม่อมฉันเลยได้ยินไม่ชัด” เฉินเซียงตอบ
มู่ชิงอู่กับกู้เป่ยเยวี่ย!
หานอวิ๋นซีมีความสุขขึ้นมาในทันทีและลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ความจริงแล้วนางคิดจะไปหากู้เป่ยเยวี่ยและขอบคุณเป็การส่วนตัว เพียงแต่ไม่สามารถหาโอกาสที่จะออกไปได้ แล้วก็ไม่รู้ว่าจะไปหาที่ไหนด้วย
หลงเฟยเยี่ยไม่ชอบให้นางออกไปข้างนอก ดังนั้น่นี้นางจึงต้องควบคุมตัวเอง
แต่ไม่คาดคิดว่ากู้เป่ยเยวี่ยและมู่ชิงอู่จะมาหาถึงที่
หานอวิ๋นซีเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนออกจากลานบ้าน เมื่อมาถึงห้องรับแขก นางก็เห็นกู้เป่ยเยวี่ยและมู่ชิงอู่นั่งดื่มชาอยู่
กู้เป่ยเยวี่ยยังคงสวมชุดสีขาว อ่อนโยนและสง่างาม มู่ชิงอู่ก็ไม่ป่วยและอ่อนแออีกต่อไป ยืนตรงเหมือนทหารทั่วไปด้วยสายตาที่แหลมคม
ทันทีที่เห็นหานอวิ๋นซีเข้ามา ทั้งคู่ก็ดีใจและทำความเคารพพร้อมกัน “ถวายบังคมหวังเฟย”
“ตามสบายเถอะ นั่งลงสิ” หานอวิ๋นซีพูดอย่างอารมณ์ดี
มู่ชิงอู่คุกเข่าลงต่อหน้าหานอวิ๋นซีโดยไม่พูดไม่จา กำมือทั้งสองข้าง “หวังเฟย วันนี้กระหม่อมมาที่นี่เพื่อขอบคุณท่านที่ช่วยชีวิตกระหม่อมไว้”
“ไม่เป็ไรหรอก วันนั้นเ้าก็ขอบคุณแล้วไม่ใช่หรือ?” หานอวิ๋นซียิ้ม
“วันนั้นคือวันนั้น วันนี้กระหม่อมมาเพื่อขอบคุณอย่างเป็ทางการ กระหม่อมไม่มีอะไรตอบแทนท่านได้ หากในอนาคตหวังเฟย้าสิ่งใด โปรดท่านพูดออกมาได้เลย” มู่ชิงอู่พูดอย่างหนักแน่น ดวงตาสีดำเฉียบคมมองเข้ามาที่ดวงตาของหานอวิ๋นซีอย่างใจกว้าง
บุรุษที่จริงจังแบบนี้ช่างน่ารักเสียจริง
หานอวิ๋นซีพยักหน้า “ตกลง ข้าจะจำไว้”
ขณะที่นางพูด นางก็หยิบใบสัญญามอบชีวิตออกมาตรงหน้ากู้เป่ยเยวี่ย “หมอหลวงกู้ ข้าคิดว่าข้าเองก็ต้องขอบคุณท่านเหมือนกัน!”
เมื่อเห็นสิ่งนั้น หมอหลวงกู้ถึงกับผงะไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หยุดหานอวิ๋นซีที่กำลังจะทำความเคารพ
“หวังเฟย ท่านทำแบบนี้ไม่ได้!” กู้เป่ยเยวี่ยเองก็จริงจังเช่นกันและขมวดคิ้วแน่น
หานอวิ๋นซีมองและอยากที่จะยื่นมือออกไปช่วยคลายคิ้วที่ขมวดของเขาเสียจริง ผู้ชายอบอุ่นคนนี้ไม่เหมาะกับการทำหน้าบึ้ง
“ขอบคุณจริงๆ นะ” หานอวิ๋นซียื่นใบสัญญามอบชีวิตด้วยมือทั้งสองข้างอย่างจริงใจ ในเหตุการณ์นี้ กู้เป่ยเยวี่ยเป็คนเดียวที่ช่วยนาง
กู้เป่ยเยวี่ยมองไปที่ตัวอักษรสีดำบนกระดาษบางและพูดอย่างใจเย็นว่า “หวังเฟยทำลายสิ่งนี้ให้ข้าแล้วงั้นหรือ ความจริงแล้ว ก่อนที่จะมาที่นี่...”
ก่อนที่กู้เป่ยเยวี่ยจะพูดจบ หานอวิ๋นซีก็รู้ว่าเขา้าจะพูดอะไร “ข้าดมพิษนั่นแล้วรู้ว่าเป็พิษอะไร”
ในห้องขัง นางเคยสัญญากับเขาว่าตราบเท่าที่เขาช่วยมู่ชิงอู่ไว้ได้ นางจะบอกเขาถึงวิธีการตรวจสอบพิษด้วยมือเปล่า
หานอวิ๋นซีมิอยากที่จะโกหก แต่หากนางจะบอกกู้เป่ยเยวี่ยเกี่ยวกับการมีอยู่ของระบบล้างพิษ เดาว่าทั้งชีวิตกู้เป่ยเยวี่ยคงไม่สามารถเข้าใจได้ นางจึงทำได้เพียงบอกเช่นนั้น
แต่ใครจะรู้ว่า ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกไป ก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น “แค่ดมก็รู้ได้ จมูกของพี่สะใภ้ช่างเก่งกาจเหลือเกิน”
เสียงนี้...มู่หรงหว่านหรู
นางที่สวมชุดสีเหลืองอ่อนเดินก้าวเข้ามา ร่างกายบอบบาง โดยเฉพาะเอวที่เล็ก รูปร่างที่มีเสน่ห์และใบหน้าเองก็มีเสน่ห์เช่นกัน
มู่หรงหว่านหรูเกิดมาในฐานะสาวใช้ แม้ว่านางจะได้รับการยอมรับจากอี้ไท่เฟยในฐานะบุตรสาวบุญธรรม แต่นางก็ไม่มีตำแหน่งใดๆ
เมื่นางเห็นกู้เป่ยเยวี่ยและแม่ทัพ นางยังคงต้องคำนับ นางโค้งคำนับเล็กน้อยราวกับนกนางแอ่น ซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกอยากจะเข้าไปช่วยเหลือ
มู่ชิงอู่ก็เป็สุภาพบุรุษขึ้นมาในทันที “แม่นางมู่หรงสุภาพเกินไปแล้ว รีบยืนขึ้นเถิด”
มู่หรงหว่านหรูพยักหน้าเบาๆ จากนั้นนั่งลงข้างหานอวิ๋นซีแล้วหลุบตามอง “พี่สะใภ้ ท่านยังโทษข้าอยู่ใช่หรือไม่ ข้าขอร้องท่านสามครั้งแล้ว ท่านควรฟังคำอธิบายของข้าสักหน่อยสิ”
เอ่อ…
คำพูดที่อธิบายไม่ได้นี้ ทำให้หานอวิ๋นซีรู้สึกมึนงงอย่างมาก
“หรือแม่นางมู่หรงมีอะไรที่ยังปิดบังไว้หรือ ในคืนนั้นเลยไม่ไปเชิญอี้ไท่เฟยมา?” กู้เป่ยเยวี่ยเอ่ยปากพูด
หานอวิ๋นซีเพิ่งจะนึกเหตุการณ์นี้ขึ้นมาได้ อันที่จริง นางไม่ได้คาดหวังว่ามู่หรงหว่านหรูจะช่วยนางอยู่แล้ว
ถ้ามู่หรงหว่านหรูไม่พูดอะไร นางคงลืมไปแล้วจริงๆ
นอกจากนี้ มู่หรงหว่านหรูมาหานางสามครั้ง ไม่ว่าจะดื่มชาหรือเดินเล่น แต่ก็ไม่เคยพูดถึงเื่นี้เลย!
ตอนนี้นางไม่ได้อยากขอโทษหานอวิ๋นซีหรอก นางเพียงทำการแสดงต่อหน้ากู้เป่ยเยวี่ยและมู่ชิงอู่ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตนเองเท่านั้น ท้ายที่สุดถ้ากู้เป่ยเยวี่ยบอกความจริงออกมา ชื่อเสียงของนางก็จะถูกทำลาย
มู่หรงหว่านหรูถอนหายใจและพูดอย่างหมดหนทางว่า “หมอหลวงกู้ เื่นั้นดูเหมือนหว่านหรูไม่ได้ทำอย่างถูกต้องจริงๆ หว่านหรูละอายใจเหลือเกิน! หลายวันก่อนข้า้าพบพี่สะใภ้เพื่ออธิบายให้ชัดเจนมาโดยตลอด แต่น่าเสียดายที่ทันทีที่พี่สะใภ้กลับมาก็ปิดประตู”
ขณะที่มู่หรงหว่านหรูพูด นางก็ลุกขึ้น เทถ้วยชาและยื่นไปตรงหน้าหานอวิ๋นซีด้วยมือทั้งสองข้าง จากนั้นจึงพูดต่อว่า “พี่สะใภ้ ข้ารู้ว่าท่านไม่ใช่คนใจแคบ แล้วเื่นี้มันก็รุนแรงเกินไป แต่ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ ท่านดื่มชาสักถ้วยแล้วให้โอกาสข้าอธิบายได้หรือไม่?”
คำพูดนี้ ทำไมยิ่งฟังยิ่งดูเหมือนกำลังด่านางว่าใจแคบมากขึ้นเรื่อยๆ กันนะ?
อยากอธิบายก็อธิบาย จะพูดไร้สาระให้มากมายทำไม?
หานอวิ๋นซีไม่ยกถ้วยชาถ้วยนั้นขึ้น และพูดอย่างเ็าว่า “หมอหลวงกู้เป็คนมาช่วยเ้า ไม่ใช่ข้า เ้าควรอธิบายให้เขาฟัง”
ช่างเป็คำพูดที่ดี!
มู่หรงหว่านหรูผงะไปเล็กน้อย แต่ก็ได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว และพูดกับหมอหลวงกู้ว่า “หมอหลวงกู้ ข้า้าอธิบายให้ท่านฟัง เพียงแต่พี่สะใภ้ไม่สนใจข้าเลย ข้าอยากจะขอโทษนางก่อน”
หานอวิ๋นซีเกือบจะอาเจียนออกมา นางต้องเหยียบคนอื่นเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองงั้นหรือ?
ต้องห่วงภาพลักษณ์ขนาดนี้เลยหรือ? วันนี้นี่แหละนางจะทำลายมันเอง
“เช่นนั้นเ้าก็รีบอธิบายมาเร็วๆ สิ” หานอวิ๋นซีพูดอย่างเ็า
“ในคืนนั้น หลังจากหมอหลวงกู้ออกไป ข้าก็รีบออกไปทันที ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ออกจากประตูเมืองก็เป็ลมไป”
ขณะที่มู่หรงหว่านหรูพูด นางก็ก้มหน้าอย่างน่าสงสาร พูดพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ “พี่สะใภ้ ท่านก็รู้ว่าข้าร่างกายไม่แข็งแรง เวลาที่ข้ากังวลข้าก็จะเป็ลม เมื่อข้ากลับมาแล้ว ข้าก็สั่งให้ทหารรีบไปรายงาน ใครจะรู้ว่าเขากลับไม่ได้ไปและไปแอบหลับ...พี่สะใภ้ ท่านพูดแบบนี้แล้ว...พี่สะใภ้ มันคือความผิดของข้าทั้งหมด!”
รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏบนริมฝีปากของหานอวิ๋นซี นางถามว่า “เ้ารู้ั้แ่เมื่อไรว่าเขาไม่ได้ไปหามู่เฟย?”